Partager

สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)
สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)
Auteur: ฟ้าดุษฎี

บทที่ 1

last update Date de publication: 2025-12-13 16:03:26

เขตพระนคร ปลายพุทธศักราช ๒๕๐๘ ต้นฤดูคิมหันต์...

คำว่า ‘คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนติดดิน’ ยังคงใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัยไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ ‘แสงดาว’ เด็กสาววัยดรุณีผู้แสนยากจน ซึ่งมีอาชีพหาบเร่ขายขนมครกอยู่ตามย่านถนนเจริญกรุง เธอต้องหาเช้ากินค่ำและมุมานะอย่างหนักเพื่อหวังว่าสักวันครอบครัวของตนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

มือเล็กจิ๋วหยาบกร้านนิดๆ อันเนื่องมาจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ค่อยๆ บรรจงหยิบขนมครกเนื้อนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของกะทิใส่ลงบนกระทงใบตองขนาดเท่าฝ่ามือทีละชิ้น แล้วยื่นไปให้กับลูกค้าที่มาซื้อด้วยรอยยิ้มสดใสน่ารัก

ภาพนั้นเป็นภาพที่คุ้นชินของคนในละแวกนี้ดี เพราะเด็กสาวมีนิสัยร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจา และมีมิตรไมตรีต่อทุกคน จึงทำให้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเทียวแวะเวียนมาอุดหนุนมิได้ขาดสาย

“วันนี้ได้กี่สตางค์แล้วล่ะนังแสงดาว รู้สึกขนมครกของเอ็งจะขายดีเป็นเทน้ำเป็นท่าเชียวนะ”

ป้าศจี ‘แม่ค้าขายผักสด’ หันมาเลียบเคียงถาม ขณะจัดแจงผักชนิดต่างๆ ที่วางอยู่บนหาบของตัวเองให้แลดูน่าพิศมองต่อผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

“ก็พอได้จ้ะป้า” แสงดาวคลี่ยิ้มหวาน แล้วหมุนกายไปหยอดแป้งส่วนผสมกะทิลงในถาดขนมครกที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านร้อนๆ อย่างขะมักเขม้นต่อ

“แล้วช่วงนี้แม่ของเอ็งได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างหรือเปล่าหือ?”

ประโยคของหญิงวัยกลางคนที่โพล่งขึ้นโดยไม่ได้ไตร่ตรองหรือคิดอะไร เปรียบเสมือนดั่งท่อนไม้แข็งๆ ที่พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศเข้ามากระแทกยังโสตประสาทของคนฟังจนกระตุกวูบไหว นัยน์ตาสีดำสนิทกลมโตหลุบมองดูพื้น รู้สึกแน่นในอกคล้ายจะหายใจไม่ออกเอาดื้อๆ

“ไม่กลับมาบ้านหลายวันแล้วจ้ะป้า ครั้นหนูจะไปตามก็กลัวจะถูกไล่ตะเพิดเอา...” ในขณะที่พูดนั้นดวงหน้านวลแฉล้มก็ซ่อนแววขื่นขมให้มิดชิดจากสายตาใคร่รู้ของอีกฝ่าย

แต่มีหรือที่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาลอย่างนางศจีจะไม่สังเกตสังกา มืออันเริ่มเหี่ยวย่นตามวัยจึงเอื้อมไปลูบปลอบประโลมศีรษะเล็กๆ ที่ถักเปียหางม้าด้วยความเวทนาจับใจ “เอ็งคิดเสียว่านังเดือนแรมไปทำงานหาเงินหาทองก็แล้วกันนะแสงดาวเอ๊ย”

คราวนี้เด็กสาวพยายามฝืนยิ้มบนใบหน้าที่หม่นหมองดุจดอกไม้ก้านเฉา ก่อนจะตอบกลับไปเสียงสั่นเครือ

“จ้ะป้า...หนูเข้าใจ”

จากนั้นหญิงต่างวัยทั้งสองคนก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยตามประสาแม่ค้าข้างถนน แสงดาวพอใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีป้าศจีคอยเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจเธออยู่เสมอ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอรักและเคารพผู้มากวัยกว่าเสมือนญาติผู้ใหญ่แท้ๆ ก็ไม่ปาน

แสงสีทองจากดวงอาทิตย์หอบเอาไอร้อนลงมาลามเลียผิวกายของผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาในเขตพระนครจนแสบแสน ก่อนจะค่อยๆ ทอรัศมีอ่อนลงยามเย็นเพื่อหลบเลี่ยงให้เหล่าเดือนดาราออกมาฉายประกายเรื่อเรืองแทน ดั่งเช่นแสงดาวที่ยังคงมีวิถีชีวิตตามเดิม ความอดอยากแร้นแค้นเป็นสิ่งที่คุ้นชินสำหรับเธออยู่เสมอ

โดยแต่ละวันในเวลาย่ำรุ่ง เด็กสาวจะต้องตื่นขึ้นมาตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ทำขนมครก ด้วยการลงมือผสมหัวกะทิ หางกะทิ เกลือป่น น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถัน และนำไปตั้งเตาไฟจนละลายได้ที่ จากนั้นก็ยกลงทิ้งไว้ให้เย็นครู่ใหญ่ๆ แล้วจึงจัดแจงใส่ลงบนหาบของตัวเองเพื่อเอาไปเร่ขายตามย่านถนนเจริญกรุงเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา

ร่างแน่งน้อยในชุดอาภรณ์เก่าๆ มอซอเดินทอดน่องมาเรื่อยๆ ตามริมฟุตบาท กระทั่งพอถึงทางแยก เท้าเล็กๆ จึงย่างก้าวลงไปบนพื้นถนน หมายจะข้ามไปยังอีกฟากฝั่ง...

ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นเอง! โรลส์รอยซ์รุ่นคลาสสิกสีแดงสดมันวับแบบเปิดประทุนก็พุ่งทะยานตรงมาพอดีด้วยความเร็วค่อนข้างสูง!

ทุกสิ่งรอบกายคล้ายจะหยุดนิ่ง แสงดาวหันขวับไปมอง ดวงตากลมโตเบิกโพลง มือเรียวยกขึ้นปิดปากที่อ้าหวอ

ปรี๊น!?!! ปรี๊นๆๆๆ ปรี๊นนน!!??!

เสียงแตรรถแผดร้องก้องกังวาน สะท้านโสตประสาทยิ่งนัก ในขณะที่คนขับรีบหักพวงมาลัยพร้อมกับใช้เท้ากระทืบเบรกเต็มแรงจนลากล้อดังเอี๊ยด กลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าเบรกคละคลุ้งไปทั่ว

ร่างของเด็กสาวผงะหงายล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองอยู่พื้นถนน ถาดขนมครกและแป้งส่วนผสมกะทิซึ่งอยู่ในหาบนั้นหกเรี่ยลาดไปหมด

“นี่หล่อน! อยากตายเป็นผีเฝ้าถนนหรือยังไงห๊ะ! เดินทะเล่อทะล่าออกมาโดยไม่ดูสัญญาณไฟจราจรแบบนั้น!”

เสียงของโชเฟอร์ตะโกนก่นด่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงมาดู ซึ่งแสงดาวเองก็พยายามยันกายลุกขึ้นเพื่อจะไปเอาเรื่องคู่กรณีให้ถึงที่สุดเช่นกัน

หากแต่เมื่อดวงตาแป๋วแหววที่มีเงานุ่มๆ ดุจกำมะหยี่เหลือบแลเห็นใบหน้าเจ้าของรถยนต์สุดหรูชัดๆ เต็มสองเบ้า ความโมโหที่อัดแน่นอยู่บนอกในคราแรก มีอันต้องมลายหายไปจนหมดสิ้น แล้วแปรเปลี่ยนเป็นจับจ้องอย่างลุ่มหลงราวกับต้องมนต์สะกดเสียแทน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวซึ่งเติบโตมาจากสังคมชนชั้นล่างได้พบเจอบุรุษหนุ่มผู้สง่างามไปทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้

แสงดาวยังคงเพ่งพิศร่างสูงใหญ่ผึ่งผายภายใต้เสื้อผ้าเกรดเอเนื้อเยี่ยมอย่างไม่อาจถอนสายตาไปได้ง่ายๆ ใบหน้าที่หล่อเหลานิ่งขรึมกับจมูกโด่งคมเป็นสัน อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกได้รูป รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ปั่นป่วนวาบหวามปานจะโลดออกมานอกทรวง

“นี่ยัยเด็กข้างถนน” เขาเอ่ยขึ้นเสียงห้วนๆ สองมือไพล่หลังด้วยกิริยาผู้ดี “จะยืนจ้องหน้าฉันอยู่อีกนานไหม...ฮึ!”

ประโยคเชิงตำหนิแกมดุดังกล่าว เรียกสติของแสงดาวให้กลับคืนมาฉับไว

‘หน็อย! ถึงจะหน้าตาดีแค่ไหน แต่ปากคอเราะร้ายแบบนี้ก็ไม่น่าอภิรมย์เหมือนกัน ไม่รู้ผีตัวไหนเจาะปากเน่าๆ มาให้พูด’

เด็กสาวหลับตาลงเพื่อรวบรวมความกล้าที่กระจัดกระจายเหมือนผงแป้งให้เข้ามารวมเป็นกลุ่มก้อนตามเดิม ก่อนจะสวนคำพูดแสบๆ คันๆ ราวกับมดกัดกลับไปอย่างถือดี

“แล้วคุณล่ะ เป็นเทวดามาจากสวรรค์ชั้นไหนมิทราบ ทำไมดิฉันถึงจะจ้องหน้าคุณไม่ได้”

นัยน์ตาสีเข้มเสมือนตาเสือวาวโรจน์ขึ้นทันที “หืม...ปากเก่งเชียวนะ หล่อนรู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”

“ไม่รู้ค่ะ และดิฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้ให้รกสมองอีกด้วย” เด็กสาวเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทั้งที่ในใจนั้นเต้นแรงโครมคราม หากจำเป็นต้องสร้างความกล้าให้กับตนเอง

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด สันกรามกระตุกตุบๆ พลางมองประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ซึ่งปกติแล้วไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนหาญกล้ามาเถียงคำไม่ตกฟากกับเขาฉอดๆ เยี่ยงนี้ แต่ยัยเด็กต่ำศักดิ์ไร้สกุลรุนชาติที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าคนนี้ กลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิด แถมยังชูคอผยองอวดดีอีกต่างหาก

ดังนั้นมือหนาทั้งสองข้างจึงไม่รีรอที่จะพุ่งปราดเข้าไปตะปบไหล่กลมกลึงพร้อมทั้งออกแรงเขย่าจนร่างไหวโอน

“เปรียบเสมอไพร่! กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับฉัน!”

แสงดาวเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เรือนกายสั่นระริก รู้สึกคล้ายกับมีกำปั้นหนักๆ ชกเข้าที่ใบหน้าจนมึนชา เนื่องจากตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกใครหยามเกียรติเท่านี้มาก่อน ร่างแน่งน้อยจึงสะบัดตัวออกห่างและเอามือเท้าสะเอวจ้องมองมายังชายหนุ่มอย่างเกรี้ยวกราด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 68 จบบริบูรณ์

    หนึ่งเดือนต่อมา...ณ บ้านพักตากอากาศของราชกุลกุลธวัชหลังจากจัดงานศพหม่อมวิลัยและเพลินพิศเสร็จสิ้น ทุกคนยังไม่คลายจากความตกใจ ในช่วงวันหยุดยาว ขจรศักดิ์จึงพาทุกคนมาพักผ่อนยังบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนจึงรู้สึกดีขึ้นมา แสงดาวเริ่มยิ้มได้เมื่อมีนางฟ้าตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ และทำท่าตลกให้คุณพ่อคุณแม่และทุกคนหัวเราะ“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมซนเหมือนลิงแบบนี้” ขจรศักดิ์นั่งมองบุตรสาวอยู่ข้างภรรยา ยิ่งเห็นน้องหวายตีลังการอยู่ที่ชายหาด ขจรศักดิ์ก็ยิ่งถอนหายใจแรงๆ“ผู้หญิงสิคะ ดาวเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้” แสงดาวบอกเสียงหวาน พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ ขจรศักดิ์จับมือบางขึ้นไปจูบแล้วคลึงด้วยปลายหัวแม่มือเบาๆ“งั้น ฉันขอลูกชายอีกสักสามคน ผู้หญิงอีกสองคนนะดาว” ชายหนุ่มทำหน้าระห้อยอ้อนๆ แสงดาวตาโตเพราะนับจำนวนแล้วเขาต้องการลูกตั้งหกคนเชียว“หกคนเลยนะคะ”“ก็ใช่นะสิ ธุรกิจเรามีตั้งเยอะแยะนะ ลูกๆ จะได้ช่วยกันทำไง” ขจรศักดิ์เอนศีรษะไปซบหน้ากับบ่าบาง “นะดาวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเลี้ยงคนเดียวหรอก เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตด้วยกัน” ชายหนุ่มสอดลำแขนโอบกอดเอวค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 67

    “ปกติเราก็เอาเสื้อผ้ามาซักอยู่แล้วนี่คะ” สาวใช้ตอบ ขณะยืนตัวสั่นเบียดกับเพื่อนอีกคน เพลินพิศเดินตาขวางไปหาแล้วตบหน้าสาวใช้คนละทีดังเผี๊ยะๆ จนหน้าสะบัด“พวกขี้ข้า สาระแนไม่เข้าเรื่อง” พูดจบเพลินเพิศก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงซึ่งมีขจรศักดิ์ อยุทธ์ หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ และเดือนแรมยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นเธอทุกสายตาก็เพ่งมองไปที่เพลินพิศเป็นจุดเดียว“เป็นอะไรเพลิน ดูรุกรี้รุกรนชอบกล” ท่านชายเอกสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เพลินพิศร้อนตัวมองคนนั้นคนนี้เหมือนกลัวความผิด“เพลินหาของค่ะ พอดีลืมของไว้” เธอตอบและเตรียมจะผละไป แต่อยุทธ์เข้าไปขวางไว้เสียก่อน“หายาสองเม็ดนี้อยู่หรือเปล่าครับคุณเพลิน” สารวัตรหนุ่มแบมือออก เพลินพิศเห็นเม็ดยาที่ตามหาก็ผงะ หน้าซีดลงทันที“ทำไมถึงทำแบบนี้เพลินพิศ ทำไมต้องวางยาหม่อมวิลัย” ท่านชายเอ่ยถามอย่างปวดร้าวที่เกิดเรื่องไม่ดีในวัง ทำเอาเพลินพิศปากสั่นระริก“ดิฉันไม่ได้ทำ นังดาวต่างหาก พวกแกใส่ความฉัน ถอยไป ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ”เวลานี้หญิงสาวเหมือนคนเสียสติ มองทุกคนอย่างโกรธแค้น อยุทธ์จะเข้าไปจับตัว แต่เพลินพิศวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แสงดาว

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 66

    เมื่อได้ฟังอาการของหม่อมวิลัย แสงดาวทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง โชคดีที่ขจรศักดิ์รับไว้ทันและกอดเธอแน่น เดือนแรมมองบุตรสาวอย่างสงสารจับใจ“เป็นไปได้ยังไงคะ ยาพวกนั้นเป็นยาบำรุงที่ท่านทานประจำ จะมีผลกับระบบหายใจได้ยังไงกัน” แสงดาวบอกปนสะอื้น ขจรศักดิ์ไม่เชื่อว่าแสงดาวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนะดาว ถ้าดาวบริสุทธิ์คนผิดต้องถูกจับได้แน่นอน”“นั่นสิดาว ทำใจให้สบายนะลูก” เดือนแรมช่วยปลอบอีกคน แสงดาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับหม่อมวิลัยได้“โจรถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ยอมจำนน” เพลินพิศได้ทีแล้วมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกล “ท่านชายทำไมไม่ให้ตำรวจจับตัวนังดาวไปเลย แล้วค่อยสอบสวน เผื่อมันหนีไปจะทำยังไง”“ดิฉันไม่หนีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำผิด” แสงดาวยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาท่านชายถึงกับถอนหายใจเบาๆ รู้สึกหนักใจไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า ตำรวจสมัยนี้เขาเก่ง ฉันว่าเรากลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ดาวขอเฝ้าหม่อมท่านที่นี่นะคะท่านชาย” แสงดาวมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์น้ำตานองหน้า ไม่นานท่านชายก็พย

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 65

    “ฉันไม่ตลกกับหล่อนหรอกนะแม่เพลิน คราวหน้าหัดระวังคำพูดเสียบ้าง” หม่อมวิลัยเตือนแล้วตักอาหารใส่จาน เพลินพิศแอบเบ้ปากแล้วนั่งทานมื้อเช้าในสำรับของตัวเอง“ฉันไม่ดื่มน้ำเปล่า ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน” หญิงสาวทานไปไม่นานก็หันไปบอก เด็กรับใช้กลับออกไปอีกครั้ง หม่อมวิลัยรวบช้อนและหยิบผ้ากันเปื้อนเช็ดปาก มือยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและเข็นรถจะไปหยิบถ้วยยา เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แล้วหยุดรถนิ่งอยู่กับที“จะเอายาเหรอคะหม่อม เดี๋ยวเพลินหยิบให้ค่ะ” เพลินพิศอาสาแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยยาหญิงสาวหันไปมองหม่อมวิลัยที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มแล้วรีบหยิบเม็ดยาในถ้วยใส่ลงกระเป๋ากระโปรง ความเร่งรีบทำให้ยาเม็ดหนึ่งหล่นลงพื้นและกระเด็นเข้าไปใต้เตียง เป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้ถือน้ำส้มเข้ามา เพลินพิศก็เอายาที่เตรียมมาไปให้หม่อมวิลัยแทน“ยาค่ะหม่อม” เพลินพิศส่งถ้วยยาให้ ตามมาด้วยแก้วน้ำดื่ม หม่อมวิลัยรับไปถือและกลืนลงคอ ดื่มน้ำไปก่อนจะส่งแก้วกลับคืน“หล่อนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หม่อมวิลัยออกปากไล่ เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แต่แววตาสะใจที่แผนการเล่นงานแสงดาวดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 64

    เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ขจรศักดิ์ก็กลายเป็นแขกของวังเคียงรุ้งไปโดยปริยาย หลังเลิกงานหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็จะมาคลุกอยู่กับภรรยาและลูก เพราะแสงดาวต้องการดูแลหม่อมวิลัยจนกว่าจะมีหมอที่ไว้ใจได้มาแทน เพลินพิศก็คอยหาโอกาสใกล้ชิดขจรศักดิ์เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ และในทางลับอยุทธ์ก็ส่งสายตำรวจหญิงเข้ามาเป็นคนรับใช้ในวังเคียงรุ้งตามคำขอของเพื่อน จนกว่าแสงดาวกับลูกจะไปอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งแผนการนี้จะมีเพียงขจรศักดิ์ อยุทธ์ และหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์เท่านั้นที่รู้ทุกวันแสงดาวจะต้องแวะไปตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดให้หม่อมวิลัย พร้อมกับกำชับให้ทานยาตามหมอสั่ง เพราะคนที่ไว้ใจได้อย่างแม่จันทร์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ดวงตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น หม่อมวิลัยจึงให้อยู่เฉยๆ และมีคนดูแลอยู่ที่เรือนพักด้านหลัง“นี่หล่อนไม่เบื่อหรือยังไงที่ต้องมานวดมาจับขาฉันทุกวัน” หม่อมวิลัยเอ่ยถาม ขณะมองใบหน้านวลที่ดูจะอิ่มเอิบไปด้วยความสุข“ไม่เบื่อหรอกคะ ขอให้แม่ใหญ่เดินได้ ดาวก็ดีใจแล้ว”“ใช่คร้าหม่อมยาย เราจะได้ไปวิ่งไล่จับกันคร้า” น้องหวายซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักฉีกยิ้มกว้างๆ จนเห็นลักยิ้ม หม่อมวิลัยหัวเราะมองค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 63

    กว่าขจรศักดิ์จะพาแสงดาวออกมาร่วมงานเลี้ยงได้ แสงอาทิตย์ก็ถูกแทนที่ด้วยม่านดำแห่งราตรีกาลไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่จับมือกันเดินมาอย่างมีความสุข“ฉันว่าอีกสองสามปีคงต้องไว้หนวดไว้เคราแล้วล่ะดาว”“ทำไมล่ะคะ” แสงดาวเอียงหน้าถามเป็นเชิงไม่เข้าใจ ขจรศักดิ์จึงกดจมูกลงบนแก้มปลั่งแรงๆ อยุทธ์หันมาเห็นก็อดแซวไม่ได้“คุณชายขจรศักดิ์จะฆ่าคนโสดให้ตายเลยหรือยังไงขอรับ ผมล่ะโคตรอิจฉาเสียจริงๆ” สารวัตรหนุ่มบอกพลางส่งสายตาละห้อยไปให้ศศิธรเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่หญิงสาวย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“คุณชายอ่ะ ทำให้ดาวอายอีกแล้วนะคะ ไม่อยู่ใกล้แล้ว ไปหาลูกดีกว่า” แสงดาวต่อว่าหน้าแดงซ่าน แล้วก้าวดุ่มๆ ไปทำความเคารพผู้ใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปเล่นกับลูกสาวสุดรัก ศศิธรแยกเขี้ยวใส่อยุทธ์แล้วเดินไปหาแสงดาว ปล่อยให้สองหนุ่มมองตาม“วันนี้ทำคะแนนกับแม่ยายได้กี่คะแนนแล้วเพื่อน”“ว่าที่แม่ยายให้คะแนนไม่ทันเลยล่ะ”ขจรศักดิ์หัวเราะในลำคอพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กรับใช้ อยุทธ์คลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองศศิธรด้วยความรัก จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วขึ้นชน

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 62

    “ดาว...” เสียงเรียกทำให้แสงดาวน้ำตาไหล แต่ไม่หยุดเดินพาลูกตรงไปที่ประตู จนกระทั่งเสียงของหม่อมมณีรัตน์ดังตามมา“เดี๋ยวก่อนแสงดาว”แสงดาวชะงักก้าว และพาลูกน้อยหันกลับมา หม่อมมณีรัตน์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหา ทุกสายตามองตามและลุ้นว่าจะเกิดอะไรต่อไปนับจากนี้ หญิงสูงศักดิ์จับมือจิ๋วของน้องหวายมากุม“เธอกั

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 59

    “คิดมากจริงๆ” เขาจับปลายคางมนแล้วจูบแรงๆ ทีหนึ่ง แสงดาวทุบกำปั้นบนอกกว้างอย่างงอนๆ “คนอื่นเขารู้เรื่องเรากันหมดแล้ว หม่อมแม่ก็รู้แล้ว ท่านทั้งรักทั้งหลงลูกของเรา อยากให้ฉันพาเธอกับลูกไปอยู่ที่วังตะวันฉายไวๆ”“อะไรนะคะ คนอื่นรู้เรื่องของเราแล้ว!” แสงดาวตาโตด้วยความตกใจ“ฮื่ม...ฉันอยู่กับเธอที่นี่ ท่

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 58

    “ยอมรับแล้วสิ”“ปล่อยให้เราอยู่แบบนี้นะคะ ดิฉันขอร้อง พี่นวลคือพี่สาวที่ดิฉันรักมากที่สุด ดิฉันไม่อยากทำให้เธอเสียใจ” เธอขอร้องทั้งแววตาและวิงวอนด้วยคำพูด ขจรศักดิ์หน้าตึงอย่างไม่พอใจที่เธอหวงแต่ความรู้สึกคนอื่น จนลืมความสุขของตัวเองและลูก“เธอจะอยู่ที่นี่ก็ได้ ฉันจะได้ย้ายของมาอยู่ด้วย” เขาสรุปง่า

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 57

    “คุณลุงใจดีเป็นพ่อให้น้องหวายได้ไหมคะ น้องหวายอยากมีพ่อ...” น้องหวายอ้อน มือน้อยกอดลำคอแกร่งแน่น แสงดาวกลัวความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะทำให้ศศิธรเสียใจจึงรีบขัดขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบอะไรที่ทำให้น้องหวายมีความหวัง“น้องหวายคร้า นอนได้แล้วนะคะ” แสงดาวกางแขนรับร่างน้อยมาหมอแก้ม น้องหวายล้มตัวลงนอนมองข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status