น่าแปลกมากที่หญิงชราทำเพียงพยักหน้าให้หลานสาว ทั้งที่ไม่เคยแม้แต่จะบังคับให้หลานสาวทำงานบ้านด้วยตัวเอง เจียงจินเยว่กัดปากตัวเองจนเลือดแทบจะออก เธอไม่คิดว่าย่าจะทำเพียงพยักหน้าให้เท่านั้น ทั้งที่เมื่อก่อนคนทั้งบ้านก็ใช้งานป้าสะใภ้ได้ตามใจกันแท้ ๆ แต่นี่อะไรกัน อยู่ ๆ ป้าสะใภ้ก็เริ่มแข็งข้อกับคนอื่น ๆ ในบ้านเสียอย่างนั้น
ลี่ห่ายไม่ได้สนใจอะไรคนในบ้านอีก เธอรีบกลับเข้าห้องนอนเพื่อดูอาการลูกชายทั้งสองคนอีกครั้ง เด็ก ๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว แค่ยังเพลียจากยาที่เธอให้กินไปอยู่เท่านั้น ซึ่งถือว่ายานี้ดีมากจริง ๆ ทั้งแก้ไข้ แถมยังทำให้ง่วงจนต้องนอนให้ได้อยู่ด้วย เด็กสองคนนี้จะได้นอนพักอย่างที่ควรจะเป็น
ในตอนที่เฝ้าลูก ๆ เธอก็ไถหน้าฟีดระบบเล่นไปด้วย ดูว่ามีอะไรขายอยู่บ้าง ของในตลาดโลกหน้าตาแปลกประหลาดไปหมด พวกผักหรือผลไม้ราคาแพงก็มีขายอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อยอยู่ดี เลื่อนไปสักห้าหน้าถึงจะมีผักผลไม้โผล่มาสักอัน แล้วแต่ละตะกร้าก็น้อยนิด
เธอพอจะจับทางตลาดโลกได้แล้ว เธอสามารถหาเงินจากการขายผักได้ ในตอนนี้เธอไม่ขาดแคลนผักเลยสักนิด เดินเข้าไปในครัวก็เจอแต่ผัก บนโต๊ะกินข้าวก็มีแต่ผัก
แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ผักของเธอ ถ้าเธอหยิบมาขายหรือทำให้มันหายไปอย่างปริศนา คนในบ้านจะต้องสงสัยอย่างแน่นอน
บ้านเจียงแม้จะมีเงินมีทอง แต่ก็ค่อนข้างที่จะขี้เหนียวอยู่พอสมควร มีเงินแต่ก็ไม่คิดจะซื้อเนื้อให้คนในบ้านกิน แต่ก็ยังดีกว่าบ้านอื่น ๆ ที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อเนื้อกิน
ลี่ห่ายตัดสินใจว่าก่อนที่เธอจะเข้าไปหาผักในป่า เธอควรจะมีความรู้เสียก่อน พวกผักทั้งหลายในความทรงจำของร่างเดิมนั้นก็มีไม่มาก เธอไม่เชื่อว่าไอ้พืชพวกนี้มันจะเป็นวัชพืชเยอะขนาดนั้น เธอต้องเก็บเกี่ยวมาให้ได้มากที่สุด!
เธอหันไปดูลูก ๆ ที่กำลังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาแล้วจึงตัดสินใจจะเข้าป่า ยังไงเด็ก ๆ ก็จะยังไม่ตื่นอีกในไม่กี่ชั่วโมงนี้อย่างแน่นอน ต้องรีบไปแล้วรีบกลับ ส่วนเด็ก ๆ ก็ปิดประตูลงกลอนเอาไว้ก็แล้วกัน
ตัดสินใจเสร็จเธอก็เตรียมตัวทันที เสื้อผ้าเธอใส่ชุดแขนขายาวอย่างมิดชิดตามประสาทหารเก่า ส่วนบนหลังก็หยิบเอาตะกร้ามาสะพายไว้บังหน้าไม่ให้คนอื่นถามมากความ
“นั่นจะไปไหนล่ะ เปลี่ยนใจจะกลับไปเยี่ยมบ้านงั้นเเหรอ” ในตอนที่กำลังใส่กุญแจประตูห้องอยู่ แม่สามีของเธอก็เดิมเข้ามาถามด้วยความดีใจ? เธอไม่แน่ใจว่าแม่สามีกำลังดีใจอยู่จริงหรือเปล่า แต่เธอที่ต้องใช้สัญชาตญาณในการทำภารกิจต่าง ๆ ตีความได้จากอาการต่าง ๆ บนร่างกายของหญิงชรา
“ทำไมแม่ถึงอยากให้ฉันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมนักล่ะคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” เธอตัดสินใจถามออกไปตามตรง แต่ไม่ใช่เพื่อเอาคำตอบ แต่เพื่อจะจับสังเกตอาการต่าง ๆ บนร่างกายของแม่สามีต่างหาก แล้วเธอก็ได้เห็นจริง ๆ
“ปะ เปล่านี่ ฉันก็แค่คิดได้ว่าเธอไม่ได้กลับบ้านมานาน น่าจะใช้โอกาสนี้พาเด็ก ๆ กลับไปเยี่ยมบ้านหน่อย เพิ่งเจอเรื่องร้ายมานี่”
“ขอบคุณแม่ที่เป็นห่วงนะคะ แต่ฉันไม่ได้จะกลับไปเยี่ยมบ้านหรอกค่ะ พอดีเด็ก ๆ ป่วย ฉันก็เลยอยากจะเข้าป่าหาจับไก่ หรือไม่ก็ไข่ไก่มาทำให้ลูก ๆ กินบำรุงหน่อยน่ะค่ะ ยังไงฉันขอตัวก่อนนะคะแม่”
ลี่ห่ายไม่รอให้แม่สามีพูดอะไรอีก เธอรีบเดินมุ่งหน้าเข้าป่าในทันที ส่วนกุญแจห้องก็เอาใส่ไว้ในกระเป๋ามิติของตัวเอง เธอหยิบเอาหนังสือที่กดซื้อมาอ่านช้า ๆ เจอต้นไหนที่สงสัยก็ค่อย ๆ หาข้อมูล
หนึ่งสิ่งที่เธอค้นพบเลยก็คือ ระบบของเธอยังทำงานอยู่ เธอไม่จำเป็นต้องซื้อหนังสือมาอ่านเลยสักนิด แค่เปิดระบบให้ทำงาน แล้วให้ระบบวิเคราะห์เอาก็ได้ แต่ช่างมันเถอะ ของพวกนี้เอาไปให้
เด็ก ๆ ใช้ก็ได้
เธอเดินเข้าไปในป่าแค่ไม่กี่ก้าวก็เจอพืชที่เรียกว่าสมุนไพร ระบบวิเคราะห์มาว่ามันมีฤทธิ์ช่วยห้ามเลือด วิธีใช้ก็แค่ขยี้มันกับน้ำแล้วเอามาโปะไว้ที่แผล เลือดก็จะหยุดไหลในไม่ช้า
เธอเก็บ ๆ เอาเจ้าพวกนี้ใส่ไว้ในช่อง ตั้งใจว่าจะเอามาดูตอนกลับบ้านอีกที จะเอาไว้สอนเด็ก ๆ ด้วยว่าอะไรเอาไว้ทำอะไรได้บ้าง เธอเก็บเสร็จก็เดินต่อ ก่อนที่หูอันแสนจะดีของเธอจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่าง น้ำหนักเท้าเท่านี้ไม่มีทางเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน ต้องเป็นสัตว์ตัวเล็กอย่างไม่ผิดแน่
เธอค่อย ๆ ย่องเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเห็นว่าเป็นฝูงไก่ป่าที่อยู่ไม่ไกล แต่เธอไม่ได้ขาดแคลนเนื้อ แล้วเอาจริง ๆ ถ้าเธอจับไก่กลับไปได้ ไก่พวกนี้ก็ต้องทำขึ้นโต๊ะอาหารแบ่งคนอื่น ๆ ในบ้านกิน เธอไม่ได้อยากจะแบ่งของกินให้คนพวกนั้นเสียหน่อย อย่าคิดว่าเธอทนอยู่เฉย ๆ เพราะว่าไม่โกรธไม่เกลียดคนบ้านเจียง แต่เพราะเธอยังอยากดูท่าทางของสามีมากกว่า
เธอไม่สามารถทนอยู่บ้านเจียงได้หรอก แล้วก็รู้ด้วยว่าสามีที่เป็นลูกชายคนโตไม่มีทางยอมแยกบ้านง่าย ๆ อย่างแน่นอน เธอเองก็ไม่คิดจะอยู่กับคนบ้านเจียงไปจนตายหรอก ใครจะทนก็ทน แต่เธอไม่ทนหรอกนะ
สุดท้ายลี่ห่ายก็เลือกที่จะปล่อยให้ไก่ฝูงนี้มีชีวิตต่อไป เธอเมินเนื้อไก่ที่หากชาวบ้านคนอื่นมาเจอ ไก่พวกนี้จะต้องถูกไล่จับอย่างเอาเป็นเอาตายอย่างง่ายดาย ตอนนี้เธอไม่สนใจเนื้ออยู่แล้ว เธอต้องการผัก ผักเท่านั้นที่สามารถทำเงินให้เธอได้เป็นกอบเป็นกำ ขอแค่มีผัก เธอก็ไม่ต้องออกไปทำงาน อยู่บ้านเลี้ยงลูกได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาคนภายนอกเลยด้วยซ้ำ
เดินไปไม่นานเธอก็เจอกับเหล่าต้นหอมทั้งหลาย ดูจากการที่มีร่องรอยของการเก็บแล้ว เหมือนว่าชาวบ้านก็คงจะมาเก็บพวกมันไม่ทำอาหารกันอยู่บ่อย ๆ ถ้าอย่างนั้นเธอจะไม่แย่งแหล่งอาหารของคนอื่น เพราะอย่างนั้นเธอเลยเดินผ่านดงต้นหอมแล้วไปเจอกับฟักทองแทน
ผักสีเหลืองทองที่มีเปลือกแข็ง ลี่ห่ายมองฟักทองลูกโตตาวาว นี่มัน นี่มันของดี! แถมยังไม่มีร่องรอยการเก็บฟักทองพวกนี้อีก ซึ่งก็ไม่ได้แปลก เพราะการจะเข้ามาเก็บเอาพวกมันได้นั้นต้องจัดการกับวัชพืชที่พันกันยุ่งเหยิงอยู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีงูออกมาจากจุดนั้นหรือเปล่า และเพื่อความปลอดภัย ชาวบ้านก็เลยไม่ยุ่งกับไอ้เจ้าเครือฟักทองพวกนี้ไปเสียเลย
“ของดี ๆ คุ้มค่าแล้ววันนี้ อ๊า โลกใบนี้ช่างดีเหลือเกิน ไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ ก็ได้กินผักได้กินผลไม้แบบไม่ต้องเสียเงิน สวรรค์ สวรรค์ สวรรค์จริง ๆ ฮะฮ่าฮ่าฮ่า” ลี่ห่ายหัวเราะเสียงดังก้องไปทั้งป่า
ฝูงไก่ป่าที่ถูกปล่อยให้มีชีวิตรอดต่อไปตกใจเสียงหัวเราะของลี่ห่ายจนบินหนีกันแตกกระเจิง ส่วนเจ้าของเสียงหัวเราะก้องป่านั้นไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย เธอวิ่งเก็บผักทางนั้นทางนี้เอาใส่ช่องขายของในตลาดโลกอย่างสนุกสนาน
ลี่ห่ายวิ่งไปทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างร่าเริง รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาที่ควรจะกลับบ้านได้แล้ว เด็ก ๆ อาจจะตื่นขึ้นมาแล้วก็ได้ ตอนที่เดินกลับเธอกระชากเอาหัวมันใส่ตะกร้าบนหลังสองสามหัว เอาผักป่าที่มีในความทรงจำโยนเข้าไปอีกเล็กน้อย พอเห็นว่าไม่มากไม่น้อยจนเกินไปก็กลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ
ดีหน่อยที่ตอนกลางวันคนบ้านนี้นอนกันหมด เธอก็เลยกลับเข้าบ้านได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องไปคุยกับใครให้หัวเสียทั้งนั้น การอยู่ตัวคนเดียวช่างแสนวิเศษ เธออยากอยู่คนเดียวนาน ๆ จริง ๆ
ลี่ห่ายใช้ฝีเท้าอันแผ่วเบาของตัวเองแอบย่องเอาของไปไว้ในครัว ก่อนจะย่องกลับเข้ามาที่ห้องนอนเพื่อดูลูก เด็ก ๆ ตื่นขึ้นมานั่งเมาขี้ตาอยู่บนเตียงพอดิบพอดี ลี่ห่ายรีบวางของและหยิบเสื้อผ้าออกมารีบไปล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดอย่างรวดเร็ว
เธอแอบเอาโจ๊กข้น ๆ ที่แบ่งเก็บไว้ตั้งแต่เช้าออกมาให้ลูกกิน เพราะเอาไว้ในกระเป๋า ทำให้มันยังร้อนพร้อมกินอยู่ กินแต่โจ๊กเธอก็กลัวว่าเด็ก ๆ จะเบื่อ ก็เลยเอาเนื้อชิ้นใหญ่ออกมาด้วย
เธอใช้มีดแล่ออกมาเป็นชิ้นบาง ๆ ให้ลูกชายทั้งสองกินไป คนนั้นกินเสร็จแล่ให้คนนี้ต่อสลับกันไป
“แม่...เอาเนื้อมากิน ย่าไม่ว่าหยอ” ด้วยความที่ยังมึน ๆ อยู่ เจียงหมิงที่อาการหนักกว่าพี่ชายก็ถามออกมาทั้งที่ลิ้นยังอ่อนอยู่
“เนื้อนี่เป็นของแม่ ย่าว่าไม่ได้หรอก เราจะแอบกินกันแค่สามคน ตกลงมั้ย ห้ามเอาไปบอกใครว่าแม่หาเนื้อมาให้ลูกกิน” เธอไม่คิดจะโกหกเด็ก ๆ ยังไงเธอก็ทิ้งเด็กสองคนนี้ไม่ได้
เธอจะเลิกกับสามีหรือจะแตกหักกับคนบ้านเจียงได้ แต่เธอเลิกเป็นแม่ให้เจ้าถั่วงอกสองต้นนี้ไม่ได้จริง ๆ
“ผมหายดีแล้ว ผมจะช่วยแม่ล่าเนื้อ” เจียงฝูที่สุดแสนจะห้าวหาญเอ่ยปากออกมาอย่างหนักแน่น ลี่ห่ายได้แต่พยักหน้ารับลูกชาย
“ดี ต่อไปแม่จะสอนลูกล่าเนื้อเอง อาหมิงก็ด้วยนะลูก รีบพักรีบหาย แม่จะสอนวิธีล่าเนื้อ วิธีว่ายน้ำให้ ต่อไปลูก ๆ จะได้ไม่เกิดอันตรายอีก ดีมั้ย”
“ดีคับ! / ดีค้าบแม่” แม้จะไม่รู้ว่าแม่จะล่าได้จริงหรือเปล่า แต่เด็กทั้งสองก็ยอมตอบตกลง เพราะแม่หาเนื้อมาได้จริง ๆ พวกเขาได้กินเนื้อสองรอบแล้ว บางทีอาจจะเป็นเพราะผีในร่างของแม่ที่สอนมาก็ได้
“งั้นต้องกินเนื้อก้อนนี้ให้หมด จะได้มีแรงเยอะ ๆ” เนื้อนี่เป็นเนื้อของสัตว์อวกาศ เทียบกับเนื้อทั่ว ๆ ไปแล้ว มันจะให้พลังงานที่เยอะมาก เรียกว่าเนื้อนี้แทบจะเป็นยาบำรุงเลยก็ว่าได้ หากกินเป็นประจำก็จะทำให้มีกำลังมากกว่าคนที่กินเนื้อทั่ว ๆ ไป แน่นอนว่าเรื่องนี้เธอไม่ได้รู้เอง แต่เป็นระบบที่บอกมาต่างหาก