เด็ก ๆ ถูกแม่บีบปากกรอกยาทั้งที่ยังหลับอยู่ก็กินอย่างง่าย ไม่ได้ยากเหมือนที่ลี่ห่ายคิดเอาไว้แต่แรก ถือว่าโชคดีของเธอไปที่ไม่ต้องรับมือกับเด็ก ๆ ตอนกินยา
เธอนั่งลงกับพื้นข้างเตียงอย่างอ่อนเพลีย แม้ว่าตัวเธอจะแรงเยอะ แต่มันก็ยังอดที่จะเพลียไม่ได้ ครั้งนี้เป็นเธอจริง ๆ นั่นแหละที่ปล่อยเด็ก ๆ ให้ออกไปเล่นกันเอง มันไม่ได้ผิดอย่างที่คนอื่นว่าสักเท่าไหร่ เธอไม่ขอแก้ตัวอะไรให้ตัวเองรู้สึกดีหรอก
เพราะเธอไม่เคยเป็นแม่หรือต้องดูแลเด็กที่ไหนมาก่อน เธอก็เลยขาดความระมัดระวังเกินไป คิดว่าเด็ก ๆ จะไม่ทำเรื่องอันตราย ๆ แบบนี้ หลังจากนี้เธอคงต้องคิดให้มากกว่านี้สักหน่อยแล้วล่ะ
หวังลี่ห่ายเปลี่ยนผ้าพร้อมกับเช็ดผมที่เปียกของตัวเองให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วผล็อยหลับไป ครั้งนี้เธอใส่กลอนประตูแน่นหนา คนในห้ามออก คนนอกเองก็ห้ามเข้า เอาไว้นอนจนมีแรงแล้วค่อยมาหาทางคิดต่อไปว่าจะทำยังไง
แน่นอนว่าลี่ห่ายตื่นแล้ว เด็ก ๆ ก็ยังไม่ยอมตื่นนอน แถมยังเป็นไข้อีกต่างหาก ลี่ห่ายเข้าครัวไปช่วยคนอื่น ๆ ในบ้านทำอาหารเย็นพร้อมกับใช้ครัวทำโจ๊กไว้ให้ลูกชายของเธออย่างลับ ๆ
ถามว่าทำไมต้องอย่างลับ ๆ ก็เพราะเธอทำโจ๊กข้น ๆ น่ะสิ เด็กป่วยอยู่จะให้กินโจ๊กที่มีแต่น้ำได้ยังไงกัน เธอต้องแอบทำไม่ให้น้องสะใภ้ทั้งสองมาเห็นว่าเธอใช้ของเยอะเกินจำเป็น
และเพื่อไม่ให้มีใครเข้ามายุ่งกับครัวและอาหารที่เธอแอบทำอยู่ ลี่ห่ายอาสาว่าจะเก็บล้างถ้วยจานชามที่คนในบ้านกินเสร็จแล้วด้วยตัวคนเดียว บ้านรองบ้านสามที่ไม่อยากหยิบจับงานแบบนี้ก็ยินดีโยนงานให้พี่สะใภ้ใหญ่ของตนเองไปอย่างไม่คิดลังเล ทำให้วันนี้เจียงฝูกับเจียงหมิงได้กินโจ๊กข้าวข้น ๆ อย่างที่มีเคยมีโอกาสได้กินมาก่อน
“ป้าสะใภ้คะ ย่าให้มาเรียกไปพบที่ห้องนอนค่ะ” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กสาวจากบ้านรองดังมาจากหน้าประตูห้องที่ถูกปิดสนิท ก่อนหน้านี้เด็กสาวน่าจะตั้งใจเปิดประตูเข้ามาในห้องแบบไม่บอกเจ้าของห้อง แต่เธอดันลงกลอนไว้อย่างแน่นหนาเนี่ยสิ
“อืม เดี๋ยวฉันไป” ลี่ห่ายป้อนยาให้ลูก ๆ อย่างยากลำบากเสร็จก็จัดการทำลายหลักฐานทิ้งไปโดยการใช้น้ำเปล่าเทผสมเข้าไปในถ้วย ให้เศษโจ๊กที่ดูข้น ๆ กลายเป็นโจ๊กน้ำใส ๆ เพื่อตบตาคนในบ้านแทน
ด้วยความรอบคอบของลี่ห่าย ทำให้เธอรอดพ้นจากสายตาจับผิดของคนในบ้านที่ยังไม่ยอมกลับเข้าห้องนอนใครห้องนอนมันไปได้อย่างง่ายดาย
เธอรีบเก็บล้างชามข้าวของลูก ๆ ให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าไปหาแม่สามีที่ห้องนอนส่วนตัว หญิงชราเหมือนจะนั่งรอเธออยู่ตั้งแต่แรก ซึ่งลี่ห่ายก็ไม่ได้แปลกใจอะไรอยู่แล้ว
“แม่เรียกหาฉันมีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม่สามีของเธอเอาใจค่อนข้างยาก ตั้งแต่ที่เธอจับสังเกตมาเป็นระยะเวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ นี้ แม่เฒ่าเจียงคนนี้เดาใจยากมากจนเธอเองก็ไม่รู้ใจของอีกคนเหมือนกัน
“เข้ามานั่งนี่สิ ช่วงนี้เธอคงจะเหนื่อยมาก วันนี้ไม่ต้องคิดมากหรอก เด็ก ๆ จมน้ำมันไม่ใช่ความผิดของเธอทั้งหมดหรอก ใครจะไปรู้ว่าเด็ก ๆ ออกไปเล่นนอกบ้านเหมือนทุกวัน อยู่ ๆ จะนึกคึกไปเล่นน้ำเสียอย่างนั้น”
หญิงชราเอ่ยปลอบลูกสะใภ้คนโตอย่างเห็นใจ ทำเอาลี่ห่ายงุนงงกับอารมณ์ของหญิงชรา ก่อนหน้านี้ยังตำหนิที่เธอปล่อยให้ลูกไปเล่นน้ำอยู่แท้ ๆ ตอนนี้กลับเรียกเธอมาบอกว่าอย่าคิดมาก ยัยเฒ่าเจียงนี่จะเอายังไงกับเธอกันแน่
“...”
แน่นอนว่าเธอไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบอะไรออกไปดี นอกจากให้ความเงียบเป็นคำตอบ
“อีกไม่กี่วัน เจ้าใหญ่ เจ้ารองแล้วก็เจ้าสามจะกลับมาที่บ้าน เธออยากจะพาลูก ๆ กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมหรือเปล่า ฉันรู้นะ ว่าเธอคือคนที่ทำงานมากกว่าคนอื่น ๆ ถ้าสามคนนั้นกลับมา งานแทบจะทั้งหมดของเธอก็ต้องเพิ่มขึ้น พวกเธอสามคนแม่ลูกเพิ่งจะผ่านความเป็นความตายมา เธออาจจะอยากกลับไปหาพ่อหาแม่ของตัวเอง ว่าไงล่ะ”
ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่สมเหตุสมผล ลี่ห่ายไม่ได้อยากกลับบ้านเดิม ร่างเดิมเธอไม่ค่อยได้กลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ กลับไปครั้งสุดท้ายก็น่าจะก่อนมีลูกด้วยซ้ำ ป่านนี้บ้านเดิมของเธอตัดชื่อออกจากเครือญาติแล้วกระมัง
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
แค่อยู่ที่บ้านทุกวันนี้เธอยังอยู่ยากเลย จะให้กลับไปบ้านที่มีพ่อกับแม่เจ้าของร่างเดิมอยู่อีก ไม่ใช่ว่าเธอจะถูกจับได้ว่าเป็นคนอื่นมาเข้าสิงร่างลูกสาวของพวกเขาหรอกหรือ
“เฮ้อ เอาเถอะ ฉันก็ช่วยเธอเต็มที่แล้ว ไม่อยากกลับก็ไม่ต้องกลับ ไป ๆ ไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาทำงาน แล้วอย่าอู้เหมือนวันนี้อีกล่ะ เรื่องที่เธอเอาแต่นอนตื่นจนตะวันขึ้นหัวแล้วน่ะ ไม่ใช่ฉันไม่รู้นะ” อยู่ ๆ แม่เฒ่าเจียงก็เปลี่ยนน้ำเสียงกะทันหัน
ลี่ห่ายไม่ได้สนใจอะไร เธอกลับไปพักผ่อนที่ห้อง แต่ในหัวไม่ลืมคิดถึงเรื่องที่แม่สามีพูด สามีของเธอรวมถึงน้องชายของสามีอีกสองคนจะกลับบ้านมาในไม่ช้า เธออดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะต้องเจอสามีของเจ้าของร่างเดิม
ในความทรงจำของเธอ ลี่ห่ายและเจียงหลางรักกันจากใจจริง ทั้งสองคนเหมือนคู่รักคู่อื่น ๆ สามีออกไปทำงานไกลบ้าน ภรรยาคอยดูแลลูกและแม่สามีที่เริ่มแก่ชรา
แต่นั่นมันก็ความทรงจำที่แสนจะเลือนราง
ตั้งแต่เธอเริ่มท้องและคลอดลูก เธอก็แทบจะไม่มีความทรงจำที่เกี่ยวกับสามีของเธอเลย หนึ่งปีเข้าจะกลับบ้านสักครั้งสองครั้ง มาแต่ละครั้งก็เอาแต่อ้างว่าเหนื่อยจากงานอย่างนั้นอย่างนี้ เรียกว่าแทบจะไม่ได้ใช้เวลาระหว่างสามีภรรยาเลยจะดูเข้าเค้ามากกว่า
ลี่ห่ายเลิกคิดเรื่องของคนในความทรงจำ ตอนนี้เธอควรจะเข้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้เธอยังต้องตื่นขึ้นมาทำงานบ้านเต็มไปหมด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมชีวิตมันถึงได้มีแต่งานมาทำให้เยอะขนาดนี้
เช้าวันนี้ลี่ห่ายตื่นแต่เช้า เธอหันไปตรวจดูอาการของลูกชายทั้งสอง เมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ ปลอดภัยดี ไม่มีอาการเป็นไข้หรือตัวร้อนก็สบายใจ เธอลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนจะมาทำอาหารให้คนทั้งบ้าน ย้ำว่าคนทั้งบ้านกิน
อะอ้า...อย่าได้คิดว่าเธอจะทำอาหารอร่อย ๆ เอาเนื้อดี ๆ ออกมาให้คนในบ้านกิน ถึงเนื้อพวกนั้นเธอจะหยิบออกมาใช้แล้วมันไม่หมดไปก็เถอะ แต่จากที่เธอประเมินความสัมพันธ์ของเธอและคนในบ้านแล้ว ปล่อยให้คนพวกนี้กินแป้งแข็ง ๆ กับผัดผักที่มีแต่วิญญาณหมูต่อไปนั่นแหละดีแล้ว
“กินข้าวเสร็จแล้วก็อย่าลืมเอาข้าวไปป้อนอาฝูกับอาหมิงล่ะ” แม่เฒ่าเจียงเอ่ยปากสั่งลูกสะใภ้ที่เป็นที่รองมือรองเท้าตัวเองมานับสิบปี เธอไม่ค่อยชอบสะใภ้คนนี้เท่าอีกสองคน แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าสะใภ้แซ่หวังคนนี้ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เมื่อวานถึงกับดึงชีวิตคนจากความตายกลับมาได้ ชาวบ้านพูดเรื่องนี้ก็ไปทั่วหมู่บ้าน เธอเองก็อยากจะถามเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาส
ตอนแรกตั้งใจว่าจะถามตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดันหงุดหงิดที่ลูกสะใภ้ขัดใจตนเอง เธอหรือก็อุตส่าห์หวังดี จะให้เจ้าตัวกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม แต่เจ้าตัวดันอุตส่าห์อวดดีไม่ยอมกลับ ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ จะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเธอ เธอถือว่าเธออนุญาตให้กลับแล้ว แต่เจ้าตัวไม่ยอมกลับเอง
ลี่ห่ายพยักหน้ารับ ก่อนจะตักผักเข้าปากด้วยความอิ่มเอมใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ผัดผักใส่น้ำมันอันน้อยนิด ใส่เครื่องปรุงอีกนิดหน่อย แต่เธอก็ตั้งใจกินมันอย่างดี นี่มันผักเชียวนะ ผักราคาแพงแสนแพงในโลกเก่าของเธอ
หลังเก็บทุกอย่างบนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ลี่ห่ายก็ปัดตูดเข้าไปในห้องนอนหาลูกชายทันที ถึงแม่สามีจะบอกให้เธอเก็บกวาดให้เรียบร้อยก็จริง แต่หน้าที่ล้างถ้วยจานชามไหมันไม่ใช่หน้าที่เธอเสียหน่อย เมื่อก่อนเธอยอมทำแทนคนอื่นก็จริง แต่นั่นมันเมื่อก่อนไง ตอนนี้ลี่ห่ายคนใหม่ไม่คิดทำงานแทนใครทั้งนั้น หน้าที่ใครคนนั้นก็มาทำเอง
“ป้าสะใภ้ ทำไมไม่ล้างถ้วยล่ะคะ ทิ้งไว้แบบนี้มันเหม็นนะคะ” เจียงจินเยว่เอ่ยปากเรียกป้าสะใภ้ใหญ่ของตนเองเสียงดัง เธอเป็นลูกสาวของบ้านรอง แถมยังเป็นเด็กสาวเรียนดีที่สร้างหน้าตาให้กับครอบครัวเจียงมากที่สุดในตอนนี้แล้ว
“ล้างถ้วย นั่นมันหน้าที่ของเธอไม่ใช่หรือไงจินเยว่ ที่ผ่านมาฉันทำแทนเธอก็จริง แต่ตอนนี้ฉันไม่ว่าง หน้าที่นั้นมันของเธอ วันนี้เธอก็ทำไปแล้วกันนะ”
คิดแล้วเชียว เธอไม่น่าออกมาเอาน้ำร้อนอีกรอบเลย น่าจะหายตัวเข้าห้องนอนไปเสีย ไม่น่าออกมาอีกรอบเลยจริง ๆ บ้านนี้มันมีแต่คนขี้เกียจหรือยังไงกัน!
“เถียงอะไรกัน อาเยว่ ลี่ห่าย” หญิงชราไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนเข้ามาขัดบทสนทนา เด็กสาวที่กำลังจะง้างปากพูดใส่ป้าสะใภ้ของตนจึงได้รีบเก็บคำพูดเข้าปากเอาไว้
“ย่าคะ คือ หนูต้องไปอ่านหนังสือต่อแล้วค่ะ อีกสามวันมีสอบเก็บคะแนน หนูแค่...เอ่อ แค่ขอร้องให้ป้าสะใภ้ช่วยจัดการถ้วยชามพวกนี้แทนให้หน่อยได้มั้ย แต่ป้าสะใภ้เธอ...เอ่อ หนูทำเองก็ได้ค่ะ” เด็กสาวรู้ดีว่าป้าสะใภ้ของตัวเองกลัวอะไรมากที่สุด ขอแค่ย่าออกปาก ยังไงเธอก็ไม่ต้องทำงานพวกนี้ให้สกปรกแล้ว