Se connecterกลิ่นยาฆ่าเชื้อยังคงคละคลุ้งในอากาศ พราวตะวันนั่งอยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของทนายประจำตระกูลวรวิชญ์ มือเรียวสั่นเทาเมื่อหยิบปากกาขึ้นมา
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงปลายปากกาที่กำลังจรดลงบนกระดาษ นายแพทย์ธีระและอคิณนั่งอยู่ไม่ไกล ดวงตาของอคิณจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา ความหนักอึ้งในอกทำให้พราวตะวันแทบสำลักออกมา
“เชิญคุณพราวเซ็นตรงนี้เลยครับ” ทนายกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ พลางชี้ไปยังบรรทัดสุดท้ายของสัญญา เอกสารหนาหลายแผ่นวางอยู่ตรงหน้า คำว่า “สัญญาการสมรส” ปรากฏหราอยู่บนหน้าแรก แต่ดวงตาของพราวตะวันพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาและความกังวล
เธอพยายามกวาดสายตาอ่านเนื้อหาแต่ตัวอักษรก็เลือนรางพร่ามัวไปหมด ภาพของพ่อที่นอนหมดสติอยู่ในห้องฉุกเฉินฉายชัดในความคิด ทุกนาทีที่ผ่านไปคือชีวิตของพ่อ
“ไม่ต้องกังวลหรอกครับหนูพราว สัญญานี้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ทุกอย่าง” นายแพทย์ธีระกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับจะคลายความกังวลให้เธอ คำพูดนั้นทำให้พราวตะวันรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เธอเชื่อใจนายแพทย์ธีระเพราะเขาคือเพื่อนของพ่อ ความเร่งรีบและความตื่นตระหนกทำให้เธอละเลยที่จะอ่านรายละเอียดปลีกย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรรคสำคัญที่ระบุว่า "คู่สมรสฝ่ายหญิงจะต้องอยู่กินฉันสามีภริยากับคู่สมรสฝ่ายชายและให้กำเนิดทายาทแก่ตระกูลวรวิชญ์อย่างน้อยสองคน จึงจะถือว่าสัญญาสมบูรณ์" เธอจรดปากกาลงบนกระดาษเซ็นชื่อ "พราวตะวัน สุริยกานต์" อย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าหากช้าไปเพียงวินาทีเดียวชีวิตของพ่อจะดับสิ้นลง
วินาทีที่ปากกาถูกยกขึ้นจากกระดาษ พันธะที่ไร้หัวใจก็ถูกผูกมัดขึ้นอย่างสมบูรณ์
ทันทีที่พราวตะวันเซ็นสัญญาเสร็จ นายแพทย์ธีระก็สั่งให้ทีมแพทย์เตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที บุรุษพยาบาลรีบเข็นเตียงของพ่อเธอเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยความเร่งรีบ
พราวตะวันยืนมองประตูที่ปิดลงตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ความหวังและความกลัวผสมปนเปกันไปหมด ชีวิตของพ่อแขวนอยู่บนเส้นด้ายและเธอได้แลกมันมาด้วยอิสรภาพของตัวเอง
อคิณเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเธอ มือหนาเอื้อมมาแตะไหล่เธอเบา ๆ อย่างปลอบโยน ทว่าพราวตะวันกลับสะดุ้งเล็กน้อยเธอสะบัดไหล่ออกจากการสัมผัสของเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความเย็นชา
“อย่ามาแตะต้องฉัน” เธอพึมพำเสียงเรียบ
อคิณถอนหายใจเบา ๆ ความเจ็บปวดฉายชัดในแววตาเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกปกปิดไว้ภายใต้ความสงบนิ่งเช่นเคย เขาเก็บมือกลับไปยืนกอดอกนิ่ง ๆ อยู่ข้างเธออย่างเงียบ ๆ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดในห้องผ่าตัดเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง เมื่อเสียงเครื่องมือแพทย์และคำสั่งการผ่าตัดเริ่มดังขึ้นจากภายใน พราวตะวันยืนรออยู่ตรงนั้นนานแสนนาน โดยมีอคิณยืนเป็นเพื่อนเงียบ ๆ ไม่ไปไหน จนกระทั่งหมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“การผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับคุณสุริยะปลอดภัยแล้ว”
คำพูดของหมอเหมือนเสียงสวรรค์ พราวตะวันทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความโล่งอก น้ำตาแห่งความสุขและความอ่อนล้าไหลทะลักออกมา แม่กับพราวฟ้าที่เพิ่งเดินมาถึงก็พุ่งเข้ามากอดเธอไว้แน่น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์บัดนี้สว่างจ้าขึ้นมาจริง ๆ แต่พราวตะวันรู้ดีว่าแสงสว่างนี้ต้องแลกมาด้วยพันธะที่เธอไม่ต้องการ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน สถานการณ์ของพ่อดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ชีวิตของพราวตะวันกลับดำดิ่งสู่ความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธ
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และอลังการสมฐานะของตระกูลวรวิชญ์ โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนดินแดนเทพนิยาย ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด แสงไฟระยิบระยับและแขกเหรื่อผู้มีชื่อเสียงมากมาย
พราวตะวันยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์งดงาม ชุดราตรีแขนยาวผ้าลูกไม้ปักละเอียดเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและช่วงเอวที่คอดกิ่ว ผ้าคลุมผมยาวประดับด้วยเพชรระยิบระยับขับให้เธอดูราวกับเจ้าหญิงในนิยาย ทว่าใบหน้าสวยหวานกลับซีดเซียว ดวงตาเหม่อลอย ไม่ได้แสดงความยินดีแม้แต่น้อย
กานต์เพื่อนสนิทในชุดเพื่อนเจ้าสาวสีฟ้าอ่อนยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของกานต์เต็มไปด้วยความกังวลปนความเห็นใจ
“พราวแกสวยมากเลยนะ” กานต์พยายามปลอบใจ แต่ก็รู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ช่วยอะไร พราวตะวันยิ้มรับจาง ๆ
“ฉันอยากให้ทั้งหมดนี้เป็นแค่ฝัน”
“แกอย่าคิดอย่างนั้นเลยนะ อย่างน้อย ๆ สิ่งที่แกทำตอนนี้ก็เพื่อให้พ่อของแกได้อยู่กับแกตอนนี้ไง”
“ก็จริงแต่ฉันก็อดสงสารตัวเองไม่ได้ที่ต้องใช้ชีวิตคู่กับคนที่ฉันไม่ได้รักและไม่เคยคิดจะรักเสียด้วยซ้ำ”
“ไม่เป็นไรแกแต่งไปก่อนแล้วค่อยหย่าก็ได้ ผู้หญิงสมัยเรื่องหย่ากับสามีไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร” กานต์พยายามพูดให้เพื่อนสบายใจมากที่สุด
“อืม” พราวตะวันตอบกลับเพื่อนเพียงสั้น ๆ วันแต่งงานของพราวตะวันไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันไว้ ฝันของเธอคือการได้แต่งงานกับฟิล์ม งานแต่งงานของเธอมีแต่รอยยิ้มและความสุขแต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเลย งานแต่งงานของเธอมีแต่ความเจ็บปวดเต็มไปหมด
เมื่อถึงเวลาเข้าพิธีพราวตะวันเดินเคียงข้างอรัญญาแม่ของเธอส่วนสุริยะพ่อของเธอก็อาการดีขึ้นนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ นายแพทย์ธีระ
ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อนับร้อยที่จับจ้องมาที่เธอรอยยิ้มและเสียงปรบมืออวยพรดังกึกก้อง แต่พราวตะวันกลับรู้สึกเหมือนอยู่ในความว่างเปล่า เธอเห็นอคิณยืนรออยู่บนเวทีในชุดทักซิโด้สีดำสง่างามข้าง ๆ เขาคือ ชวิน เพื่อนสนิทที่คอยยิ้มและหยอกล้อเขาอยู่เสมอ
วินาทีที่อคิณเอื้อมมือมารับมือของเธอไปกุมไว้ สัมผัสอุ่นร้อนของเขาทำให้พราวตะวันรู้สึกขนลุกซู่ ราวกับถูกไฟลวก เธอพยายามชักมือกลับ แต่เขากลับกุมไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตาคมกริบของอคิณมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะบอกว่า "คุณหนีผมไม่พ้นหรอก" คำปฏิญาณที่ถูกเอ่ยออกมานั้นดูสมบูรณ์แบบในสายตาของทุกคนแต่สำหรับพราวตะวัน มันคือคำสาปที่เธอจะต้องแบกรับไปตลอดชีวิต
กลิ่นหอมของดอกไม้และแชมเปญยังคงอบอวลในห้องเรือนหอที่ประดับประดาไว้อย่างหรูหรา วิจิตรบรรจง
แสงไฟสลัวจากโคมไฟระยิบระยับส่องให้เห็นเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด
ทว่าบรรยากาศกลับเย็นยะเยือก พราวตะวันในชุดเจ้าสาวยังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียง เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน แต่สายตาของเธอกลับว่างเปล่า ไม่ได้สนใจความงดงามภายนอกแม้แต่น้อย
น้ำตาอุ่นร้อนไหลรินอาบแก้มใสอย่างเงียบงัน เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา ความเจ็บปวดที่ถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักถาโถมเข้าใส่
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ภาพของฟิล์ม แฟนหนุ่มที่ยังคงครอบครองหัวใจของเธอปรากฏขึ้น เธอพิมพ์ข้อความระบายความรู้สึก ความสิ้นหวัง และความต้องการความช่วยเหลือจากเขา มือสั่นเทาขณะกดส่งข้อความไปหาชายที่เธอเชื่อว่าคือที่พึ่งเดียวของเธอ
ข้อความถูกส่งออกไปแต่ไร้การตอบกลับ เวลาผ่านไปนานหลายนาที ความเงียบงันยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยว เธอโทรออกไปหาฟิล์มแต่เสียงรอสายก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนสายตัดไปเอง ไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับ ไม่มีแม้แต่สายที่ไม่ได้รับ ความรู้สึกถูกทอดทิ้งและความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังเพิ่มทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว ไม่ใช่แค่ปัญหาครอบครัวและการแต่งงานที่ไม่ต้องการ แต่คนที่เธอรักและเชื่อใจที่สุดกลับไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนหรืออยากช่วยเหลือเธอเลยสักนิด
พราวตะวันปล่อยโทรศัพท์ลงข้างตัว ปล่อยให้มันหล่นลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย เสียงสะอื้นถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำได้อีกต่อไป เธอฟุบหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้ความเจ็บปวดกัดกินหัวใจ ความฝันทั้งหมดที่เคยวาดไว้กับฟิล์มสลายไปในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าและพันธะที่ไร้หัวใจที่เธอจะต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่เมืองใหญ่อีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งห่างไกลจากความทุกข์ทรมานของพราวตะวันนับหมื่นไมล์ฟิล์ม กำลังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่ในบาร์หรูแห่งหนึ่ง แสงสีนีออนสว่างไสว เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีจังหวะเร้าใจ เขานั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงเข้มรอบตัวเต็มไปด้วยแก้วเครื่องดื่มและเสียงพูดคุยเซ็งแซ่
ข้างกายเขาคือหญิงสาวชาวต่างชาติผมบลอนด์ยาวสลวย ดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย เธอซบศีรษะลงกับไหล่ของฟิล์มอย่างสนิทสนม มือของฟิล์มโอบรอบเอวเธอหลวม ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าชู้
เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อหญิงสาวพูดติดตลกภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่แก้มของเธอเบา ๆ อย่างไม่แคร์สายตาใคร
โทรศัพท์มือถือของฟิล์มที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดหลายครั้ง แสงหน้าจอเตือนว่ามีข้อความเข้า แต่เขากลับไม่แม้แต่จะชายตามอง
“วันนี้สนุกจังเลยค่ะ ฟิล์ม” หญิงสาวคนนั้นพูดภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
“คุณนี่มันสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลย” ฟิล์มยกแก้วขึ้นจิบ ยิ้มกว้างอย่างได้ใจ
“แน่นอนสิครับ ที่รัก ผมมีอะไรให้คุณเซอร์ไพรส์อีกเยอะแยะเลย”
เขาไม่ได้นึกถึงข้อความที่เพิ่งเข้ามา ไม่ได้นึกถึงเสียงสะอื้นของพราวตะวัน ไม่ได้นึกถึงพ่อของเธอที่กำลังป่วยหนักหรือพันธะการแต่งงานที่บังคับให้พราวตะวันต้องรับผิดชอบ ในโลกของฟิล์ม มีเพียงความสุขชั่วคราว ความสนุกสนาน และผู้หญิงคนใหม่ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
หลังจากที่อคิณดื่มกาแฟและทานยาแก้ปวดจนอาการดีขึ้น เขารีบขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมทันที ก่อนจะกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้งในช่วงสาย ในใจของเขายังคงสับสนกับสถานะ 'พี่ชาย' ที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเมื่ออคิณมาถึง เขาก็พบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของป้าดีกำลังยุ่งวุ่นวายกับการรับลูกค้าในช่วงเที่ยง ธามกำลังง่วนอยู่กับการลวกเส้นและปรุงน้ำซุปอย่างคล่องแคล่ว ส่วนพราวตะวันกำลังเสิร์ฟและเก็บโต๊ะอย่างรวดเร็ว“สวัสดีครับป้าดี สวัสดีครับน้องธาม” อคิณกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง แล้วรีบเดินเข้าไปในร้าน“อ้าว! พี่อคิณมาทำไมครับ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปพักผ่อนเถอะครับ” ธามทักทายกลับทันทีด้วยท่าทีที่เคารพตามสถานะใหม่ที่ได้มาเมื่อคืน“ไม่ได้ครับน้องธาม พี่เป็นพี่ชายแล้วจะให้น้องชายกับภรรยาของพี่ทำงานหนักได้ยังไง วันนี้พี่มาช่วยงานครับ” อคิณกล่าวอย่างจริงจังแล้วถอดเสื้อสูทออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวด้านในพราวตะวันที่กำลังเดินผ่านมายืนนิ่งตะลึงกับภาพที่เห็น เธอไม่เคยคิดเลยว่าอคิณ นักธุรกิจใหญ่ที่สวมสูทราคาแพง จะกล้ามาทำงานในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน เธอรีบเดินมา
ตอนที่ 132 วันเกิด (2)กลับมาที่งานวันเกิดของพราวตะวัน ค่ำคืนงานวันเกิดของพราวตะวันดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ภายใต้แสงไฟสีส้มนวลที่ธามบรรจงตกแต่งไว้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความรัก พราวตะวันอยู่ในชุดกระโปรงเรียบๆ ที่อคิณซื้อให้ ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยยิ้มที่ไม่เคยมีรอยยิ้มแบบนี้มานานมาก เธอนั่งอยู่ข้างอคิณที่คอยดูแลไม่ห่างและคอยอุ้มน้องบะหมี่ไว้ในอกเพราะลูกสาวตัวน้อยยังสดใสร่าเริงและยังไม่ง่วงนอนทั้งๆ ที่ใกล้เวลานอนแล้วหรืออาจจะเป็นเพราะมีคนเยอะและมีแสงไฟเยอะกว่าปกติ ป้าดีถือก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลชามพิเศษให้กับอคิณ “คินน์ลูกทานเยอะๆ นะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” “ขอบคุณครับป้าดี แค่เห็นพราวยิ้มได้ ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ” อคิณกล่าวพลางหันไปมองพราวตะวันด้วยความรัก พราวตะวันวางถ้วยเค้กลง แล้วจับมืออคิณไว้แน่น “พราวขอบคุณพี่คินน์มากๆ นะคะ” อคิณมองเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาเห็นความจริงใจที่ฉายชัด เขารู้สึกถึงว่าถึงเวลาแล้วเขาค่อยๆ สอดมือไปด้านหลัง แล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอย่า
ตอนที่132วันเกิด หลังจากที่ทุกคนเดินทางมาถึงสนามบิน ทั้งหมดก็เดินทางมาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พราวฟ้า อคินัย ชวิน กานต์ ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล กำลังเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ก่อนจะมารวมตัวกันที่ห้องโถงข้างล่างของโรงแรม “เอาล่ะ ทุกคนแต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมครับ รถตู้รออยู่ข้างล่าง เราต้องบุกไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนที่งานวันเกิดจะจบลงเสียก่อน” อคินัยกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ชุดของแม่เรียบร้อยแล้วจ้ะ ลูกสะใภ้ของแม่ต้องตกใจและดีใจมากๆ แน่ๆ ที่เห็นพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกัน ตานัยมั่นใจใช่ไหมว่าตาคินน์ยังไม่รู้ว่าพวกเรามา” คุณหญิงอรุณีกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับย้ำถามลูกชายคนเล็กของเธอ อคินัยยิ้มเจ้าเล่ห์ “มั่นใจครับแม่ ผมบอกเขาแค่ว่าผมกับพราวฟ้าจะมา เขาไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าคุณพ่อ คุณแม่ และคุณอาสุริยะ คุณอาอรัญญาก็มาด้วย คินน์เองก็จะถูกเซอร์ไพรส์ไปพร้อมกับพราวเลยครับ” ทุกคนต่างตื่นเต้นและดูมีความสุขมากที่จะได้เจอพราวตะวันและหลานสาวตัวน้อยของพวกเขา พวกเธอทุกคน “พ่อกับแม่ก็คิดถึงหลานจนอดใจไม่ไหวแล้วฟ้า ไม่เจอนานแล้วก็คิดถึง” อรัญญาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มีท่าทีตื่นเต้นจ
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (3)หลายวันผ่านไป...นับตั้งแต่วันที่อคิณได้มีโอกาศนอนร่วมเตียงกับภรรยาและลูกสาว ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อคิณยังคงมาช่วยขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านในทุกๆ วัน เขาทำหน้าที่ตั้งแต่เตรียมของช่วย เสิร์ฟไปจนถึงเก็บร้าน โดยไม่แสดงความรังเกียจแม้แต่น้อย ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพราวตะวันและคนอื่นๆ เป็นอย่างมากวันนี้เป็นอีกวันที่บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น พราวตะวันเองก็เริ่มพาลูกสาวมาเลี้ยงที่ร้านด้วย เพราะน้องบะหมี่เริ่มนิ่งขึ้นและตื่นเป็นเวลามากขึ้น เธอวางเปลน้อยของลูกไว้ในมุมที่ร่มและสงบที่สุดของร้าน ส่วนพราวตะวันก็คอยชำเลืองมองลูกสาวเป็นระยะลูกค้าที่เข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวต่างก็เห็นน้องบะหมี่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาหยอกและชมว่าน่ารัก น่าเอ็นดูมาก“โถคุณหนูคนสวย หน้าตาน่ารัก น่าชังจริงๆ เลย” ลูกค้าคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปลูบศีรษะน้องบะหมี่เบาๆ“ใช่ค่ะ น่ารักมาก ตาแป๋วเหมือนแม่เลย คุณแม่นี่เลี้ยงดีจริงๆ นะคะ จ้ำม้ำเชียว” ลูกค้าอีกคนพูดเสริมขึ้นมาอคิณที่กำลังเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ เขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุด เขาหันไป
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (2) อคิณสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมเธอตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมตื่นล่ะ พี่หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตื่นมาป้อนนมบะหมี่แล้วพี่ก็หลับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อู้อี้และรู้สึกผิด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์ บะหมี่ไม่ร้องไห้เสียงดังเลยค่ะ พี่เก่งมากเลยนะคะที่ดูแลบะหมี่ได้โดยที่พราวไม่รู้ตัวเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างจริงใจ รอยยิ้มที่อ่อนโยนของเธอทำให้อคิณโล่งใจขึ้นมา “พี่ไปนอนต่อเถอะค่ะ พราวจะดูแลบะหมี่เอง ดูสิคะพี่ดูเพลียมากเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างห่วงใย เธอจูบที่หน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการให้กำลังใจที่อ่อนโยนที่สุด อคิณส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่เพลียหรอก พี่อยากดูแลลูกกับเธอ” “ไม่จริงค่ะ พราวเห็นพี่หลับคาโซฟาแล้ว พี่ไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวพราวดูแลลูกเอง” “ก็ได้ครั
ตอนที่131นี่คือแผนของทุกคน พราวตะวันรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำอคิณเข้าไปในห้องนอน ห้องเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น น้องบะหมี่นอนตัวแดงก่ำอยู่บนเตียงของเด็กที่ตั้งอยู่ข้างๆ เตียงนอนใหญ่ของแม่ บะหมี่ร้องไห้จนตัวแดง เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามา เธอก็ยื่นแขนเล็กๆ ออกมาราวกับต้องการอ้อมกอด พราวตะวันอ้มลูกสาวขึ้นมากอดแนบอก ก่อนจะเริ่มป้อนนมจากขวดอย่างชำนาญ น้องบะหมี่เริ่มดูดนมจากขวดอย่างกระหาย เสียงร้องไห้จึงค่อยๆ เงียบเหลือเพียงเสียงดูดนมเบาๆ เท่านั้น อคิณยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันอย่างที่สุด ภาพของลูกสาวตัวน้อยในอ้อมกอดของภรรยาคือภาพที่เขาฝันถึงมาตลอด เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วนั่งลงข้างๆ พราวตะวันบนเตียง “ให้พี่ช่วยอุ้มป้อนนมลูกได้ไหมครับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวอย่างเบามือที่สุด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์บะหมี่ใกล้จะอิ่มแล้ว พี่ช่วยพราวเตรียมผ้าอ้อมกับผ้าเช็ดหน้าได้ไหมคะ อยู่ตรงโต๊ะข้างๆ เตียงนั่นแหละค่ะ” พราวตะวันบอกกับสามีของเธอ อคิณรีบลุกทำตามคำสั่งทันที เขาก้มลงหยิบผ้าอ้อม







