Se connecterคฤหาสน์วรวิชญ์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า พราวตะวันยืนมองประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ที่เปิดออกช้า ๆ ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปในความมืดมิดของชีวิตคู่ที่ไม่ได้ปรารถนา
บ้านหลังงามถูกปลูกแยกออกจากคฤหาสน์ใหญ่ของนายแพทย์ธีระและคุณหญิงอรุณี ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้อย่างงดงามแต่ความหรูหรานั้นกลับดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยวในสายตาของพราวตะวัน
สัมภาระไม่กี่ชิ้นของเธอถูกขนลงจากรถอย่างรวดเร็ว พราวตะวันก้าวเท้าลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านสวนหย่อมที่จัดแต่งอย่างประณีต ราวกับเดินเข้าสู่กรงขังทองคำขนาดใหญ่ ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันที่มองไม่เห็น
อคิณเดินนำหน้าเธอไปอย่างเงียบ ๆ ท่าทางของเขาดูมั่นคงและเป็นเจ้าของทุกสิ่งอย่างแท้จริง พราวตะวันเมินหน้าหนี เขาเปิดประตูบ้านหลังใหญ่ที่บัดนี้กลายเป็น "เรือนหอ" ของทั้งสองคน
ภายในโอ่อ่ากว่าที่คิด ห้องโถงกว้างขวาง ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราและงานศิลปะที่ดูมีราคาแพง มันไม่ใช่บ้านแต่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
พราวตะวันเดินตามอคิณขึ้นบันไดวนไปยังห้องนอนใหญ่ชั้นบน เขาเปิดประตูห้องให้เธอเข้าไป ห้องนอนนั้นกว้างขวางไม่แพ้กัน มีหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ยามเย็นอันกว้างไกล
บนเตียงคิงไซส์ที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมสีขาวสะอาดตา มีกลีบกุหลาบโรยอยู่บางส่วน บ่งบอกถึงความเป็น "เรือนหอ" ที่จัดเตรียมไว้ให้
พราวตะวันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นส่วนตัวถาโถมเข้าใส่ นี่คือสถานที่ที่เธอจะต้องใช้ชีวิตต่อไปนับจากนี้และมันไม่ใช่ที่ที่เธออยากอยู่เลยแม้แต่น้อย
ในช่วงสาย ๆ ของวันหนึ่ง ขณะที่พราวตะวันกำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่างห้องครัวขนาดใหญ่ของคฤหาสน์หลังใหม่ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นไม่นานนัก คุณหญิงอรุณีก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้า ถือตะกร้าผลไม้และกล่องของขวัญเล็ก ๆ เข้ามาด้วยตัวเอง
“หนูพราวตื่นแล้วเหรอลูก” คุณหญิงอรุณีเดินเข้ามาหาเธอด้วยก้าวที่สง่างาม มือเรียวสวยเอื้อมมาจับมือพราวตะวันเบา ๆ สัมผัสที่อ่อนโยนและอบอุ่นนั้นทำให้พราวตะวันรู้สึกประหลาดใจ เธอคาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติที่เย็นชาหรือห่างเหินจากครอบครัวของอคิณแต่กลับกลายเป็นตรงกันข้าม
“สวัสดีค่ะคุณแม่” พราวตะวันกล่าวตะกุกตะกัก พยายามยิ้มตอบ
“ไม่ต้องเรียกคุณแม่หรอกลูกเรียกว่าแม่ก็ได้จ้ะ” คุณหญิงอรุณียิ้มกว้าง
“มาอยู่บ้านใหม่แบบนี้ คงยังไม่คุ้นเคยใช่ไหมจ๊ะ แม่แวะมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหมหรืออยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า” ท่านมองสำรวจรอบบ้านด้วยสายตาชื่นชม
“บ้านหลังนี้อคิณเขาเลือกและตกแต่งเองเลยนะ แม่รู้ว่าเขาตั้งใจมาก”
พราวตะวันรู้สึกเกรงใจ เธอไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี เพราะท่าทีของคุณหญิงอรุณีนั้นอบอุ่นเกินกว่าที่เธอคาดไว้มันทำให้แผนการ "ทำให้เกลียด" ของเธอเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย เธอไม่ได้เตรียมรับมือกับการต้อนรับที่อ่อนโยนเช่นนี้
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เอ่อแม่ค่ะ” พราวตะวันแก้คำเรียกด้วยท่าที
“พราวจัดการได้ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณแม่ค่ะ”
“รบกวนอะไรกันจ๊ะลูกนี่บ้านของลูกแล้วนะ อคิณเขาก็ยุ่งอยู่กับการทำงานทั้งวัน แม่เลยอยากมาดูแลให้หนูรู้สึกสบายใจ” คุณหญิงอรุณีเดินไปสำรวจครัว
“แม่สั่งแม่บ้านมาช่วยจัดเตรียมอาหารเที่ยงไว้ให้แล้วนะ นี่แม่เอาขนมไทยที่หนูชอบมาฝากด้วยนะ แม่จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ พราวชอบขนมชั้นมากเลยใช่ไหมจ๊ะ”
“ขอบคุณนะคะแม่”
คำพูดของคุณหญิงอรุณีทำให้พราวตะวันชะงัก ท่านจำได้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอเองก็แทบจะลืมไปแล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
พราวตะวันไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรกับความใจดีที่เธอไม่คู่ควร เธอพยายามจะสร้างกำแพงและอคติ แต่ความอบอุ่นของคุณหญิงอรุณีกลับแทรกซึมเข้ามาอย่างช้า ๆ
ในช่วงบ่ายอคิณกลับมาถึงบ้าน พราวตะวันตั้งใจว่าจะเริ่มแผนการทำให้เขาเกลียดเธอทันทีที่เจอหน้า เธอเดินลงมาจากห้องนอนในสภาพที่ไม่ได้จัดแต่งอะไรเป็นพิเศษ เสื้อยืดคอกว้างสีซีด กางเกงขาสั้นยับยู่ยี่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับเพิ่งตื่นนอน เธอตั้งใจจะทำลายภาพลักษณ์ของเจ้าสาวผู้เลอโฉมที่เขาเคยเห็น
อคิณที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นหันมามองเธอเล็กน้อย แววตาของเขาไม่ได้แสดงความรังเกียจอย่างที่เธอคาดหวัง กลับกันเขายกยิ้มมุมปากเบา ๆ ราวกับจะหยอกเย้า
“วันนี้คุณดูสบาย ๆ ดีนะครับพราว” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พราวตะวันเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาวตรงข้ามกับเขา เธอถอดรองเท้าแตะออก แล้วยกเท้าขึ้นเหยียบโซฟาอีกข้างอย่างไม่เรียบร้อยพลางสะบัดปลายเท้าเล็กน้อยให้ดินที่ติดอยู่ร่วงลงไปบนเบาะ
“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละค่ะ” พราวตะวันตอบเสียงห้วน พยายามทำตัวให้ดูห่างเหินและไม่สนใจ อคิณเลิกคิ้วเล็กน้อยเขาถอดเสื้อสูทออกแล้ววางพาดไว้บนพนักเก้าอี้ พลางคลายเนคไทออก ท่าทางผ่อนคลายของเขาทำให้พราวตะวันรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
“ทำไมคุณไม่ไปอาบน้ำให้เรียบร้อยคะ ตัวก็เหม็น เหงื่อออกซก คงจะสกปรกน่าดู” พราวตะวันแกล้งทำจมูกฟุดฟิด ราวกับได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ทั้งที่จริงแล้วเขาไม่มีกลิ่นเหม็นเลยแม้แต่น้อย อคิณยิ้มบาง ๆ
“ผมเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ก็ต้องมีกลิ่นบ้างเป็นธรรมดาครับ” เขาลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอพราวตะวันนั่งตัวแข็งเกร็งไปทั้งตัวแต่เขากลับไม่ได้เดินมาใกล้มากนัก เขาเดินอ้อมไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วกลับไปนั่งที่เดิมราวกับเธอไม่มีตัวตน
“คุณไม่ต้องมาทำเป็นใจดีใส่ฉันหรอกนะคะ” พราวตะวันกล่าวต่อ เสียงเริ่มแข็งขึ้น
“ฉันรู้ว่าคุณแค่เสแสร้งฉันจะไม่ยอมโดนคุณหลอกง่าย ๆ หรอก” อคิณเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ มองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มบนใบหน้าเขาจางหายไปเล็กน้อย
“ผมไม่เคยคิดจะหลอกคุณ” อคิณตอบเสียงเรียบ
“แต่ถ้าคุณอยากให้ผมเป็นคนร้ายกาจอย่างที่คุณคิด ผมก็จะยอมเป็นให้คุณเห็นเอง” คำพูดของเขาทำให้พราวตะวันรู้สึกประหลาดใจ แผนการของเธอดูเหมือนจะไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจไว้เลย
เมื่อค่ำคืนมาเยือนบรรยากาศในห้องนอนใหญ่ยิ่งทวีความอึดอัด พราวตะวันยืนอยู่ข้างเตียงโดยมีอคิณยืนอยู่ไม่ห่างนัก กลีบกุหลาบที่โรยอยู่บนเตียงยังคงส่งกลิ่นหอมหวานแต่กลับเป็นกลิ่นที่เธอรู้สึกขมขื่น
“ฉันจะไม่นอนบนเตียงเดียวกับคุณ คุณนอนไปบนเตียงเถอะ ฉันจะไปนอนที่อื่น” พราวตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว ดวงตาจ้องมองเขาอย่างท้าทาย
อคิณมองเธอด้วยแววตาที่สงบนิ่ง แต่มีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ลึก ๆ เขาถอนหายใจเบา ๆ พลางเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มสำรองที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า
“ไม่ต้องหรอกครับพราว” อคิณกล่าว
“ผมจะนอนที่พื้นเอง” พราวตะวันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะตอบรับง่ายดายเช่นนี้เธอคาดหวังว่าเขาจะพยายามบังคับหรืออย่างน้อยก็โต้เถียง อคิณปูที่นอนปิกนิกลงบนพื้นข้างเตียงอย่างเรียบร้อย เขาไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย
“ผมจะให้เกียรติคุณ” อคิณกล่าวขณะที่เขาล้มตัวลงนอนบนพื้น ดวงตาคมกริบมองขึ้นมาที่เธอ
“ผมจะรอจนกว่าคุณจะเต็มใจให้ผมเข้าไปใกล้คุณเอง จนกว่าคุณจะยอมเปิดใจและมองเห็นว่าผมเป็นใคร” พราวตะวันยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังกว้างของเขาที่นอนอยู่บนพื้น ความรู้สึกผิดบางอย่างแล่นเข้ามาในใจ เธอพยายามทำตัวให้เขารังเกียจแต่เขากลับแสดงความเข้าใจและให้เกียรติเธออย่างไม่คาดคิด ความอดทนของเขาทำให้แผนการของเธอยากขึ้นกว่าที่คิดไว้มาก
เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พยายามข่มตาให้หลับแต่ภาพของอคิณที่นอนอยู่บนพื้นกลับวนเวียนอยู่ในความคิด นี่คือสงครามที่เธอตั้งใจจะชนะ แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ค่ำคืนแรกในกรงทองผ่านไปพร้อมกับความรู้สึกหลากหลายที่ตีวนอยู่ในใจของพราวตะวัน
หลังจากที่อคิณดื่มกาแฟและทานยาแก้ปวดจนอาการดีขึ้น เขารีบขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมทันที ก่อนจะกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้งในช่วงสาย ในใจของเขายังคงสับสนกับสถานะ 'พี่ชาย' ที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเมื่ออคิณมาถึง เขาก็พบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของป้าดีกำลังยุ่งวุ่นวายกับการรับลูกค้าในช่วงเที่ยง ธามกำลังง่วนอยู่กับการลวกเส้นและปรุงน้ำซุปอย่างคล่องแคล่ว ส่วนพราวตะวันกำลังเสิร์ฟและเก็บโต๊ะอย่างรวดเร็ว“สวัสดีครับป้าดี สวัสดีครับน้องธาม” อคิณกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง แล้วรีบเดินเข้าไปในร้าน“อ้าว! พี่อคิณมาทำไมครับ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปพักผ่อนเถอะครับ” ธามทักทายกลับทันทีด้วยท่าทีที่เคารพตามสถานะใหม่ที่ได้มาเมื่อคืน“ไม่ได้ครับน้องธาม พี่เป็นพี่ชายแล้วจะให้น้องชายกับภรรยาของพี่ทำงานหนักได้ยังไง วันนี้พี่มาช่วยงานครับ” อคิณกล่าวอย่างจริงจังแล้วถอดเสื้อสูทออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวด้านในพราวตะวันที่กำลังเดินผ่านมายืนนิ่งตะลึงกับภาพที่เห็น เธอไม่เคยคิดเลยว่าอคิณ นักธุรกิจใหญ่ที่สวมสูทราคาแพง จะกล้ามาทำงานในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน เธอรีบเดินมา
ตอนที่ 132 วันเกิด (2)กลับมาที่งานวันเกิดของพราวตะวัน ค่ำคืนงานวันเกิดของพราวตะวันดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ภายใต้แสงไฟสีส้มนวลที่ธามบรรจงตกแต่งไว้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความรัก พราวตะวันอยู่ในชุดกระโปรงเรียบๆ ที่อคิณซื้อให้ ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยยิ้มที่ไม่เคยมีรอยยิ้มแบบนี้มานานมาก เธอนั่งอยู่ข้างอคิณที่คอยดูแลไม่ห่างและคอยอุ้มน้องบะหมี่ไว้ในอกเพราะลูกสาวตัวน้อยยังสดใสร่าเริงและยังไม่ง่วงนอนทั้งๆ ที่ใกล้เวลานอนแล้วหรืออาจจะเป็นเพราะมีคนเยอะและมีแสงไฟเยอะกว่าปกติ ป้าดีถือก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลชามพิเศษให้กับอคิณ “คินน์ลูกทานเยอะๆ นะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” “ขอบคุณครับป้าดี แค่เห็นพราวยิ้มได้ ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ” อคิณกล่าวพลางหันไปมองพราวตะวันด้วยความรัก พราวตะวันวางถ้วยเค้กลง แล้วจับมืออคิณไว้แน่น “พราวขอบคุณพี่คินน์มากๆ นะคะ” อคิณมองเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาเห็นความจริงใจที่ฉายชัด เขารู้สึกถึงว่าถึงเวลาแล้วเขาค่อยๆ สอดมือไปด้านหลัง แล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอย่า
ตอนที่132วันเกิด หลังจากที่ทุกคนเดินทางมาถึงสนามบิน ทั้งหมดก็เดินทางมาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พราวฟ้า อคินัย ชวิน กานต์ ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล กำลังเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ก่อนจะมารวมตัวกันที่ห้องโถงข้างล่างของโรงแรม “เอาล่ะ ทุกคนแต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมครับ รถตู้รออยู่ข้างล่าง เราต้องบุกไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนที่งานวันเกิดจะจบลงเสียก่อน” อคินัยกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ชุดของแม่เรียบร้อยแล้วจ้ะ ลูกสะใภ้ของแม่ต้องตกใจและดีใจมากๆ แน่ๆ ที่เห็นพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกัน ตานัยมั่นใจใช่ไหมว่าตาคินน์ยังไม่รู้ว่าพวกเรามา” คุณหญิงอรุณีกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับย้ำถามลูกชายคนเล็กของเธอ อคินัยยิ้มเจ้าเล่ห์ “มั่นใจครับแม่ ผมบอกเขาแค่ว่าผมกับพราวฟ้าจะมา เขาไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าคุณพ่อ คุณแม่ และคุณอาสุริยะ คุณอาอรัญญาก็มาด้วย คินน์เองก็จะถูกเซอร์ไพรส์ไปพร้อมกับพราวเลยครับ” ทุกคนต่างตื่นเต้นและดูมีความสุขมากที่จะได้เจอพราวตะวันและหลานสาวตัวน้อยของพวกเขา พวกเธอทุกคน “พ่อกับแม่ก็คิดถึงหลานจนอดใจไม่ไหวแล้วฟ้า ไม่เจอนานแล้วก็คิดถึง” อรัญญาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มีท่าทีตื่นเต้นจ
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (3)หลายวันผ่านไป...นับตั้งแต่วันที่อคิณได้มีโอกาศนอนร่วมเตียงกับภรรยาและลูกสาว ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อคิณยังคงมาช่วยขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านในทุกๆ วัน เขาทำหน้าที่ตั้งแต่เตรียมของช่วย เสิร์ฟไปจนถึงเก็บร้าน โดยไม่แสดงความรังเกียจแม้แต่น้อย ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพราวตะวันและคนอื่นๆ เป็นอย่างมากวันนี้เป็นอีกวันที่บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น พราวตะวันเองก็เริ่มพาลูกสาวมาเลี้ยงที่ร้านด้วย เพราะน้องบะหมี่เริ่มนิ่งขึ้นและตื่นเป็นเวลามากขึ้น เธอวางเปลน้อยของลูกไว้ในมุมที่ร่มและสงบที่สุดของร้าน ส่วนพราวตะวันก็คอยชำเลืองมองลูกสาวเป็นระยะลูกค้าที่เข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวต่างก็เห็นน้องบะหมี่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาหยอกและชมว่าน่ารัก น่าเอ็นดูมาก“โถคุณหนูคนสวย หน้าตาน่ารัก น่าชังจริงๆ เลย” ลูกค้าคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปลูบศีรษะน้องบะหมี่เบาๆ“ใช่ค่ะ น่ารักมาก ตาแป๋วเหมือนแม่เลย คุณแม่นี่เลี้ยงดีจริงๆ นะคะ จ้ำม้ำเชียว” ลูกค้าอีกคนพูดเสริมขึ้นมาอคิณที่กำลังเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ เขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุด เขาหันไป
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (2) อคิณสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมเธอตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมตื่นล่ะ พี่หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตื่นมาป้อนนมบะหมี่แล้วพี่ก็หลับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อู้อี้และรู้สึกผิด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์ บะหมี่ไม่ร้องไห้เสียงดังเลยค่ะ พี่เก่งมากเลยนะคะที่ดูแลบะหมี่ได้โดยที่พราวไม่รู้ตัวเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างจริงใจ รอยยิ้มที่อ่อนโยนของเธอทำให้อคิณโล่งใจขึ้นมา “พี่ไปนอนต่อเถอะค่ะ พราวจะดูแลบะหมี่เอง ดูสิคะพี่ดูเพลียมากเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างห่วงใย เธอจูบที่หน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการให้กำลังใจที่อ่อนโยนที่สุด อคิณส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่เพลียหรอก พี่อยากดูแลลูกกับเธอ” “ไม่จริงค่ะ พราวเห็นพี่หลับคาโซฟาแล้ว พี่ไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวพราวดูแลลูกเอง” “ก็ได้ครั
ตอนที่131นี่คือแผนของทุกคน พราวตะวันรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำอคิณเข้าไปในห้องนอน ห้องเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น น้องบะหมี่นอนตัวแดงก่ำอยู่บนเตียงของเด็กที่ตั้งอยู่ข้างๆ เตียงนอนใหญ่ของแม่ บะหมี่ร้องไห้จนตัวแดง เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามา เธอก็ยื่นแขนเล็กๆ ออกมาราวกับต้องการอ้อมกอด พราวตะวันอ้มลูกสาวขึ้นมากอดแนบอก ก่อนจะเริ่มป้อนนมจากขวดอย่างชำนาญ น้องบะหมี่เริ่มดูดนมจากขวดอย่างกระหาย เสียงร้องไห้จึงค่อยๆ เงียบเหลือเพียงเสียงดูดนมเบาๆ เท่านั้น อคิณยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันอย่างที่สุด ภาพของลูกสาวตัวน้อยในอ้อมกอดของภรรยาคือภาพที่เขาฝันถึงมาตลอด เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วนั่งลงข้างๆ พราวตะวันบนเตียง “ให้พี่ช่วยอุ้มป้อนนมลูกได้ไหมครับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวอย่างเบามือที่สุด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์บะหมี่ใกล้จะอิ่มแล้ว พี่ช่วยพราวเตรียมผ้าอ้อมกับผ้าเช็ดหน้าได้ไหมคะ อยู่ตรงโต๊ะข้างๆ เตียงนั่นแหละค่ะ” พราวตะวันบอกกับสามีของเธอ อคิณรีบลุกทำตามคำสั่งทันที เขาก้มลงหยิบผ้าอ้อม