Share

ศักดิ์ศรีขององค์หญิง 3

last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 13:16:15

ค่ำคืนนั้นฮ่องเต้ทรงมีราชโองการเปลี่ยนแปลง เลื่อนการจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นลี่อย่างกะทันหัน อ้างว่าองค์หญิงทรงประชวรจึงไม่มีพระทัยจัดงานเลี้ยงรื่นเริง

เท่านี้ชัดเจนแล้วว่าองค์หญิงกู่หลันอิงมีน้ำหนักในพระทัยของพระราชบิดามากเพียงไร

ทว่า... บัดนี้ทางคณะทูตจากแคว้นลี่เองก็มีปัญหาบางอย่างที่ต้องจัดการเช่นเดียวกัน

ภายในตำหนักรับรองคณะทูตคล้ายถูกเมฆหมอกสีดำปกคลุม ทหารผู้ติดตามถูกสั่งให้เฝ้ารออยู่ด้านนอก หากไม่ได้รับคำสั่งก็ห้ามเข้าไปด้านในเป็นอันขาด

“องค์ชาย”

ฟ่านอู๋เฉียวยืนอยู่เบื้องหน้าผู้เรียก ทว่าเด็กชายกลับเบนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับไม่ได้ยินเสียงทุ้มดังกล่าว

ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดมองแววตาดื้อดึงซึ่งถอดแบบมาจากมารดาก็พลันถอนหายใจ “เฉียวเฉี่ยว”

ขวับ!

สรรพนามใช้เรียกที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ฟ่านอู๋เฉียวหันมาถลึงตามองคนเรียกอย่างหัวเสีย “เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามเรียกชื่อนี้!”

หยวนเซ่าซึ่งสวมชุดลำลองเรียบง่ายเลิกคิ้วพลางยกมือกอดอก “ในเมื่อทรงมิได้เป็นใบ้หูหนวก กระหม่อมค่อยเบาใจหน่อย”

ถ้อยคำจิกกัด รังแต่จะทำให้อารมณ์ของฟ่านอู๋เฉียวดำดิ่งลงกว่าเดิม ผู้ที่อยู่เบื้องหน้านอกจากจะเป็นพระอาจารย์ผู้สอนสิ่งต่างๆ ให้เขาแล้ว อีกฝ่ายยังเป็นถึงน้องชายของมารดาซึ่งรับตำแหน่งรองเสนาบดีแห่งแว่นแคว้น

แต่เนื่องจากหยวนเซ่าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน วันนี้ทั้งวันเขาจึงปลอมตัวเป็นชาวบ้านเดินสำรวจไปทั่วเมืองหลวง ปล่อยให้ฟ่านอู๋เฉียวทำหน้าที่เป็นราชนิกุลที่ดีโดยการเข้าเฝ้าฮ่องเต้และไปพบกับว่าที่คู่หมั้น

ยิ่งเมื่อนึกถึงใบหน้าอวบอูมที่พูดจาอวดฉลาดนั่นแล้ว ฟ่านอู๋เฉียวก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเป็นทวีคูณ

“มีอะไรจะพูดก็รีบพูด ข้าจะนอนแล้ว”

“วันนี้กระหม่อมได้รับรายงานจากทหาร เกี่ยวกับพฤติกรรมของพระองค์ที่มีต่อองค์หญิงน้อย” หยวนเซ่าเข้าประเด็นทันทีโดยไม่ให้เสียเวลา ร่างสูงโปร่งย่อตัวลง ใบหน้าหล่อเหลาสมกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มหน้าหยกอยู่ในระดับเดียวกับผู้ที่อายุน้อยกว่าเขาถึงเก้าปี “ต่อให้ทรงไม่ชื่นชอบการถูกบังคับให้หมั้นหมาย แต่พระองค์จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ”

“เพราะนางอัปลักษณ์!”

ผู้ฟังเลิกคิ้ว “เพราะเหตุผลเพียงแค่นั้น องค์ชายถึงกับต้องทำร้ายน้ำใจขององค์หญิงเชียวหรือ”

ฟ่านอู๋เฉียวกลอกตาล่อกแล่ก ความจริงเนื้อแท้เขามีความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่เป็นเพราะถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาจนเคยตัว เขาจึงไม่คิดยอมรับว่าตนเองทำผิด “ข้ารังเกียจแววตาถือดีของนาง!”

หยวนเซ่ายืนเต็มความสูงพลางถอนหายใจเสียงดัง “ความสัมพันธ์ของสองแคว้น จะให้มาร้าวฉานด้วยเรื่องไร้สาระเช่นนี้ได้อย่างไร”

“แต่...แต่ข้า...!”

“ไปขออภัยองค์หญิงเสีย”

ฟ่านอู๋เฉียวแหงนหน้ามองผู้เป็นศักดิ์เป็นน้า เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ข้าบอกให้องค์ชายเสด็จไปขอโทษองค์หญิงเสีย” รองเสนาธิการหนุ่มกล่าวย้ำอีกหน

“ข้า... ข้าไม่ไป!” เด็กชายเถียงกลับ เรื่องอะไรเขาต้องไปขอโทษนาง

ก็นางอัปลักษณ์จริงๆ เรื่องนี้เขาไม่ได้โกหกเสียหน่อย!

“ดี” คนอายุมากกว่าหรี่ตามองเขา “ตกลงองค์ชายจะไม่เสด็จไปใช่หรือไม่”

การถามย้ำอีกหนส่งผลให้ฟ่านอู๋เฉียวเริ่มมีสีหน้าไม่มั่นใจ ทว่ามันก็แค่พริบตาเดียวก่อนที่เขาจะสะบัดหน้าไปอีกทาง “ใช่! ข้าจะไม่ไปเด็ดขาด”

“ได้” ในเมื่อไม่สำนึก หยวนเซ่ามองว่าต่อให้ใช้กำลังลากไปก็คงไม่มีประโยชน์ ในทางกลับกันอาจทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิม

คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็หมุนกายเดินตรงไปที่ประตู

“นั่นท่านจะไปไหน!” เสียงของฟ่านอู๋เฉียวร้องถามอย่างร้อนรน หยวนเซ่าหันหน้ากลับมา

“ในเมื่อองค์ชายไม่ไป กระหม่อมก็จะเป็นคนไปขอโทษองค์หญิงเอง”

เด็กชายรีบวิ่งมาขวางรองเสนาบดี “เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษนาง เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“องค์ชาย พวกเราสองคนเดินทางมาที่นี่ในฐานะทูตของแคว้นลี่ หากความสัมพันธ์ของสองแคว้นต้องร้าวฉาน ผู้ที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่พระองค์หรอก... แต่เป็นกระหม่อมที่ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ต่างหาก” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขารู้สึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้ยอมผ่อนปรนให้หลานชายมาโดยตลอด ถึงฟ่านอู๋เฉียวจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัชทายาท แต่ก็ถือว่าได้รับความเอ็นดูจากฮ่องเต้มากพอที่จะถูกพะเน้าพะนอจนเสียคน

“กระหม่อมคงต้องไปแล้ว เกรงว่าหากช้าเกินไป องค์หญิงจะเข้าบรรทมเสียก่อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 3

    คนฟังพลันหัวใจเต้นแรง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมีเปลวเพลิงร้อนแรงจุดอยู่“เจ้าจะบอกว่า... เจ้ารู้ตัวว่ารักข้าเพราะจูบนั่น?” คนถูกถามเบือนหน้าหนี ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ ผิดด้วยหรือที่นางจะรู้ตัวว่ารักเขาตอนที่จุมพิตครั้งแรกอาตงช่างเป็นบุรุษที่ไม่ละเอียดอ่อนเอาเสียเลย! “เช่นนั้น ฮองเฮาของข้าก็เตรียมใจไว้ให้ดีเถิด” ฟ่านเหว่ยตงคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวย เลื่อนเอี๊ยมตัวบางออกจากเรือนร่างขาวผ่อง “ข้าจะทำให้เจ้าหลงรักข้าทุกวัน” เขาก้มลงจุมพิตลงบนกลีบปากสวย ฉวยโอกาสที่นางอ้าปากหายใจเข้าไปตักตวงอย่างลึกล้ำ หอมหวานและร้อนแรง “เจ้าโกรธไหมที่ข้ารู้ตัวช้า” กู่หลันอิงถามเมื่อเขาเว้นช่วงให้นางได้พักหายใจ สีหน้ามีเค้าความไม่สบายใจอยู่หลายส่วน “เด็กโง่ คนซื่อบื้ออย่างเจ้าก็ยอมรับว่ารักข้าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ข้าจะกล้าโกรธเจ้าได้อย่างไร” “ข้าไม่ได้ซื่อบื้อ” นางย่นคิ้ว “ใต้หล้าแห่งนี้มีแค่เจ้าคนเดียวที่บอกว่าข้าซื่อบื้อ” “ก็เจ้าซื่อบื้อจริงๆ นี่” กู่หลันอิงเชิดใบหน้างาม นางรึก็อ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 2

    เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการแพทย์ ผู้คนจึงพากันหันไปทำอาชีพอื่น แต่ครั้นกู่หลันอิงรับการดูแลและส่งเสริมทางด้านนี้อย่างเต็มกำลัง จำนวนผู้คนที่ล้มป่วยของทั้งแคว้นเว่ยและแคว้นลี่ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โรงหมอถูกเปิดเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสำนักแพทย์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องราษฎรต่างทำมาหากินและใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข ไพร่ฟ้าตื่นมาด้วยเสียงหัวเราะและหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มบัดนี้แคว้นเว่ยและแคว้นลี่ล้วนแข็งแกร่ง ความสัมพันธ์นับวันยิ่งแน่นแฟ้น เติบโตทั้งทางด้านกำลังทรัพย์และกำลังคน กลายเป็นแคว้นมหาอำนาจที่น่าเกรงขามหญิงสาวคิดพลางยกยิ้มน้อยๆ ทุกวันนี้ทั้งนางและสามีต่างแข่งกันทำงาน จนพี่สี่ซึ่งเวลานี้ทำหน้าที่เป็นทูตแลกเปลี่ยนเริ่มบ่น‘เพราะถ้าเจ้านายทำงานหนัก ลูกน้องก็ต้องพลอยขยันทำงานหนักตามเจ้านายไปด้วย’เรื่องนี้จะโทษนางก็ไม่ได้... ในเมื่อยามเด็กพวกพี่ชายต่างเขี่ยวเข็ญให้นางรีบสร้างผลงาน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแต่งงานกับคู่หมั้นของตนเอง“เสด็จแม่ๆ ” เจ้าของเสียงเล็กกระตุกชายแขนเสื้อนางอย่างเรียกร้องความสนใจ“ว่าอย่างไร มู่เอ๋อร์” นางถามพลางหอมแก้มนุ่มยุ้ยอย่างรักใคร่“เสด็จแม่ทรงร

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้าย หลายปีต่อมา...“เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ร้องเรียกจากด้านหลัง ส่งผลให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าในชุดมังกรทองห้าเล็บละสายตาจากคู่สนทนาไปมองผู้มาใหม่ แววตาพลันอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน “อามู่” ฟ่านเหว่ยตงเรียกบุตรชายวัยสามขวบที่เดินมาหาเขาถึงห้องอักษร สีหน้าของคนตัวเล็กตุ้ยนุ้ยมุ่งมั่นจริงจัง ชวนให้นึกถึงใบหน้าของผู้เป็นภรรยาในวันเด็ก “อามู่โตขึ้นเพียงนี้เชียวหรือ” หยวนเซ่าถามพลางยกมือลูบเคราที่ไว้ยาวเพื่อให้ดูภูมิฐานตามอายุที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฮ่องเต้หนุ่มใช้พระหัตถ์ช้อนพระโอรสขึ้นมานั่งบนพระเพลาแกร่ง ฟ่านเหว่ยตงเพิ่งขึ้นครองราชย์เมื่อสามปีก่อน หลังจากฮ่องเต้องค์ก่อนซึ่งเป็นพระเชษฐาเสด็จสวรรคต ช่วงเวลาดังกล่าวมีเสียงคัดค้านมากมาย พวกเขาคาดหวังให้ผู้สืบทอดราชบัลลังก์เป็นทายาททางตรงซึ่งสืบทอดจากสายเลือดของฮ่องเต้พระองค์ก่อน บ้างก็สนับสนุนองค์ชายใหญ่ บ้างก็สนับสนุนองค์ชายรอง ทว่าในราชโองการได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องขึ้นครองราชย์คือฟ่านเหว่ยตงแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สาเหตุก็เพราะบุรุษ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 6

    กู่หลันอิงยกมือขึ้นมาแตะปิ่นปักผมที่อาตงเสียบให้เองกับมือ ใบหน้าเห่อแดงขึ้นน้อยๆ “ข้า... ข้าไม่มีของขวัญให้เจ้าหรอก”“หืม?” ทวนถามเสร็จก็เผยสีหน้าผิดหวัง “ข้าเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ได้หลับเพื่อมามอบของขวัญให้เจ้า แต่เจ้าอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายกลับไม่มีของขวัญให้ข้าเลยสักชิ้นเชียวหรือ”“เพราะข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะมา จึงไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้” นางตอบอ้อมแอ้มด้วยสีหน้ารู้สึกผิดคราวนี้ถือว่านางผิดเต็มๆผู้ที่ดีใจกับการได้พบหน้าก้มหน้ามองพื้นหงอยๆ “คะ...คราวหน้า ข้าจะชดเชยให้เจ้านะ”ฟ่านเหว่ยตงถอนหายใจ “ข้าไม่รอคราวหน้าแล้ว”กู่หลันอิงก้มหน้าต่ำกว่าเดิมจนเห็นปลายเท้าของบุรุษเบื้องหน้า “แล้วเจ้าอยากได้อะไรหรือ หากไม่เหลือกว่าแรง ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”มุมปากของผู้ที่แสร้งน้อยใจกระตุกขึ้นนิดๆ อาศัยจังหวะที่องค์หญิงน้อยมิทันตั้งตัว ยื่นมือไปรั้งคางมนให้เชยขึ้น แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของนางหญิงสาวร่างแข็งค้างประหนึ่งเป็นก้อนหิน ความแดงจากหน้าลามสู่ใบหู “จะ...เจ้า...”“ถือว่าเป็นของขวัญของเกิดของข้าก็แล้วกัน” ฟ่านเหว่ยตงยิ้มร่าเริง นัยน์ตาสีประหลาดพราวระยิบระยับ “ข้าต้องไปแล้ว”ผู้ท

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 5

    “ได้อย่างไรกัน เมื่อครู่นี้ข้ายังเห็นท่านคุยกับนางอยู่เลย!”“ก็นางไม่อยู่แล้ว”“เอ่ะ! ท่านนี่!” ผู้ที่โดนขัดยังคงมิยินยอม“น้องรองกับร้องสี่อยู่ที่ไหนเสียเล่า”“เสด็จพ่อเรียกไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัว พี่ใหญ่ ตกลงอิงอิงอยู่ที่ใดกันแน่”“ดีแล้วๆ” ผู้เป็นพี่ชายสีหน้าเรียบเฉย เสมือนคำเร่งเร้าของกู่ฉินเป็นเพียงสายลมไร้ตัวตนที่พัดผ่านไปเฉยๆบุตรสาวแม่ทัพใหญ่มองสามีกับน้องชายของเขาที่อายุมากแล้วยังพูดคุยกันเหมือนเด็กนับว่ายังโชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวน มิเช่นนั้นแคว้นเว่ยคงขายหน้าเป็นแน่“เจ้ามาก็ดีแล้ว มาช่วยข้ารับแขก” กู่ฉินมัดมือชกคนอายุน้อยกว่า“แต่ข้า...”พี่ชายคนโตไม่สนใจน้ำเสียงทักท้วงของกู่ฉิน ครั้นเห็นคนที่ใบหน้าคุ้นตาก็รีบเอ่ยปากร้องทัก “อา... ท่านอำมาตย์อยู่นี่เอง องค์ชายสามกำลังอยากปรึกษาเรื่องชลประทานกับท่านอยู่พอดี”งานเลี้ยงฉลองวันเกิดดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าผู้ที่เป็นคนจัดงานเลี้ยงในวันนี้คือผู้เป็นเจ้าของวันเกิดนั่นเองทางด้านหนึ่ง เหล่าองค์ชายกำลังช่วยรับหน้าอาคันตุกะผู้มาเยือน อีกด้านหนึ่งอี้หลานก็นำทางกู่หลันอิงมายังห้องเล็กซึ่งมีตั่งยาว เก

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 4

    หลายทิวาราตรีผ่านพ้น เวลาจากวันทบรวมกันกลายเป็นเดือน ก่อนหน้านี้มีเสียงเล่าลือกันหนาดูว่าความสัมพันธ์ของสองแว่นแคว้นเกิดความร้าวฉาน แม้ทางแคว้นลี่จะให้เหตุผลว่าองค์หญิงทรงประชวรจึงไม่ได้มาร่วมงานขององค์รัชทายาทดังปีที่ผ่านมา ทว่าผู้คนต่างก็เอาไปผูกรวมกับเรื่องเหตุการณ์ลอบสังหารที่เกิดขึ้นที่แดนใต้ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงขี้ขลาดตาขาว บ้างก็ว่าองค์รัชทายาททรงดูแลพระคู่หมั้นได้ไม่ดีพอ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงเสียโฉมจากเหตุการณ์ลอบสังหารดังกล่าว เนื่องจากเสด็จกลับแคว้นลี่ก็ไม่มีข่าวคราวว่าทรงเสด็จออกนอกวังเลยสักครั้ง แม้จะไม่มีผู้ใดกล่าวออกมาอย่างออกนอกหน้า แต่บุตรสาวของตระกูลขุนนางในแคว้นลี่คาดหวังจะให้สัญญาการหมั้นหมายระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์หญิงกู่หลันอิงถูกยกเลิก พวกนางกระหายอยากได้อำนาจ อยากรับตำแหน่งมารดาของแผ่นดิน ทั้งเพื่อขยายอิทธิพลให้กับวงศ์ตระกูลและตนเอง รวมถึงได้เป็นฮูหยินชายาของว่าที่พญามังกรผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถในอนาคต ทว่าต่อให้มีเสียงโต้แย้งร้องขอจากขุนนางมากเพียงใด ฟ่านเหว่ยตงกลั

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   ความปรารถนาสูงสุด 3

    สองเดือนหลังจากราชทูตเดินทางกลับ แคว้นลี่ก็มีจดหมายส่งตรงมาถึงฮ่องเต้แคว้นเว่ยผู้ปกครองแคว้นเว่ย กู่อาเจี๋ย เพิ่งฉลองการครองราชสมบัติครบสิบห้าปีไปเมื่อปีก่อน ปัจจุบันบุรุษวัยสามสิบแปดผู้นี้ยังคงความน่าเกรงขามในฐานะนักรบ เคราที่ไว้ยาวเพื่อเสริมให้ดูภูมิฐานส่งผลให้ใบหน้าคมคายถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงต

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   ความปรารถนาสูงสุด 2

    “องค์หญิง” ชายหนุ่มลุกออกจากเก้าอี้พลางประสานมือไว้เบื้องหน้า “ที่ผ่านมาองค์ชายฟ่านอู๋เฉียวทรงมีเนื้อแท้เป็นคนดีเสียแต่ตรงที่พระทัยร้อน ยามบ่ายทรงรู้เท่าไม่ถึงการจึงได้เผลอทำร้ายความรู้สึกขององค์หญิง ขอองค์หญิงโปรดทำพระทัยให้กว้าง ให้อภัยต่อองค์ชายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ความเงียบครอบคลุมภายในห้องรับรองอีกค

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   ความปรารถนาสูงสุด 1

    หยวนเซ่าได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจได้ในทันที องค์หญิงพระองค์เดียวแห่งแคว้นเว่ยทรงประทับอยู่หลังฉากกั้นนั่นเอง“ถวายบังคมองค์หญิง กระหม่อมหยวนเซ่า รองเสนาบดีแคว้นลี่พ่ะย่ะค่ะ”หลังจากที่เขาทำความเคารพเสร็จแล้ว นางกำนัลสองคนก็ช่วยยกเก้าอี้มาวาง ถัดจากฉากกั้นออกมาประมาณห้าก้าวหยวนเซ่ามีความคิดหนึ่งแวบเข้

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   ศักดิ์ศรีขององค์หญิง 4

    แววตาที่แสดงออกว่าผิดหวังในตัวเขา ส่งผลให้ฝ่ามือของคนเป็นหลานเย็นเฉียบ ครั้นชายหนุ่มก้าวออกจากห้อง เสียงทุ้มเข้มก็กำชับกับทหารที่เฝ้าอยู่ทางด้านนอก“หากข้ายังไม่กลับมา ห้ามมิให้องค์ชายเสด็จออกนอกตำหนักเป็นอันขาด”“ขอรับ ท่านหยวนเซ่า”ถึงแม้ว่าฟ่านอู๋เฉียวจะเป็นองค์ชาย ทว่าผู้ที่รับผิดชอบการเดินทางโ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status