เข้าสู่ระบบของขวัญยังคงยืนอยู่ในห้องเพราะไม่กล้าเดินออกไป เผื่อนายกสุเมธยังคุยกับเธอไม่จบ
หรือเธอจะลองถามท่านดู ว่ามีอะไรจะคุยกับเธออีกหรือเปล่า มันจะเป็นการเสียมารยาทไหมนะ
"มีแฟนหรือยัง?"
"คะ!?" ของขวัญชาไปทั้งตัว เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ออกมาจากปากนายกเทศบาลตำบลคันคาย ถามเธอมาแบบนี้ ท่านหมายความว่ายังไง
"ตอบสิ หรือไม่มีแฟน แต่มีสามี" ถามใหม่ก็ได้ เผื่อมันไม่ตรงใจของขวัญ "มีสามีหรือยัง?"
ของขวัญหน้ายู่ แฟนเธอยังไม่มี ให้เอาที่ไหนไปมีสามี ที่ยังเห็นเธอนิ่งไม่ตอบ เพราะไม่คิดว่าจะโดนถามคำถามแบบนี้ต่างหาก
นายกสุเมธกระตุกยิ้มมุมปาก ยังไม่มีสินะ วางถ้วยกาแฟลงอย่างอารมณ์ดี
"โสดมานานแค่ไหนแล้วของขวัญ" ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ของขวัญจะได้เลิกประหม่าสักที
เขาน่ากลัวขนาดไหน ของขวัญถึงมีท่าทางไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ
ตัวสั่น น่ารักน่าเอ็นดู
คนตัวเล็กขมวดคิ้ว ที่ถามเธอว่ามีแฟนไหม ก็ตกใจพอควรแล้วนะ แต่ถามเธอว่า โสดมานานแค่ไหนแล้ว มัน...
"ก็ถามแบบนี้ทุกคนไหม" บอกให้เข้าใจก็ได้ว่าใช่ถามแค่ของขวัญเพียงคนเดียว
“ทำไม หรือไม่สะดวกตอบ?”
"ขะ...ขวัญยังไม่เคยมีแฟนมาก่อนค่ะ" ตอบก็ได้ ท่านบอกถามทุกคนนี่นา
คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างไม่ค่อยเชื่อ สวยขนาดนี้น่ะเหรอ บอกยังไม่เคยมีแฟนมาก่อน
"ขวัญพูดความจริงค่ะ" บอกย้ำเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ ทำไมล่ะ หรือหน้าตาเธอไม่เหมือนคนโสด นายกสุเมธดูจากอะไรกัน
"แล้วคิดว่าจะมีเมื่อไหร่ของขวัญ"
"ขะ...ขวัญยังไม่ทราบเหมือนกันค่ะ" ของขวัญยิ้มแหยออกมา เพราะเธอยังไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก่อน ในหัวเธอมีแค่เรื่องเรียน ว่าเรียนจบจะไปทำงานที่ไหนดี เพื่อในอนาคตจะได้มีเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ยามท่านแก่เฒ่า
"ทำไมถึงไม่ทราบล่ะ หรือยังไม่อยากมี" ไม่วางแผนอนาคตไว้หน่อยเหรอว่า จะแต่งงานมีลูกตอนอายุกี่ปี วัยของขวัญควรคิดเรื่องนี้ได้แล้วนะ
แต่อันดับแรก ควรหาแฟนก่อน และควรเป็นคนที่โตกว่าด้วย สักยี่สิบสามสิบปี แบบนี้มีโอกาสอยู่กินสบายกว่าการคบคนวัยเดียวกันหรือเด็กกว่า
และต้องเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน หรือหมู่บ้านใกล้ ๆ เท่านั้น แบบนี้ไปมาหาสู่สะดวกมากกว่า
"พ่อกับแม่ยังไม่อนุญาตให้มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบค่ะ"
"พ่อกับแม่หวงว่างั้น?" นายกสุเมธเลิกคิ้วถาม แต่ก็น่าหวง มีลูกสาวสวยขนาดนี้ ใครไม่หวงก็บ้า
ขนาดเขาไม่ใช่พ่อแม่แท้ ๆ ยังรู้สึกหวงแทนเลย
"ไม่เชิงหวงค่ะ แต่ท่านอยากให้ขวัญเรียนจบเสียก่อน"
"หากเรียนจบแล้วมีได้ว่างั้น?"
"นะ...น่าจะได้ค่ะ" ของขวัญตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะจริง ๆ แล้ว พ่อกับแม่เธอไม่ได้ห้ามหรอก อยากมีก็มี แต่เป็นเธอเองที่ยังไม่พร้อมมีใคร
หากพ่อแม่ยังไม่สบาย เธอไม่กล้าหนีไปสบายคนเดียวแน่นอน
"ชอบคนแก่ไหม?"
"คะ!?" คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม นายกสุเมธถามแบบนี้หมายความว่ายังไง
ร่างสูงมองคนตัวเล็กนิ่ง เขาก็ว่าตัวเองพูดชัดนะ แต่ถามอีกทีก็ได้ เผื่อของขวัญไม่ได้ยินจริง ๆ
"ถามว่าชอบคนแก่หรือเปล่า"
"กะ...แก่แบบไหนเหรอคะ" ของขวัญถามเสียงตะกุกตะกัก แก่ของท่านอายุกี่ปี
"ก็แก่สักสี่สิบห้าสิบปี"
"อะ...เออ...ขวัญยังไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าตัวเองชอบไหม เพราะยังไม่เคยมีคนแก่ขนาดนั้นมาจีบค่ะ" มีแต่คนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ก็รุ่นพี่ รุ่นน้อง ถึงขนาดแก่คราวพ่อยังไม่เคยมี
"แต่ถ้ามีมาจีบ ก็ไม่ติดงั้นสิ?"
ของขวัญเม้มปากเบา ๆ พลางมองสบตากับท่าน ยอมรับว่าตอนนี้เธอคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว คนแก่ที่ว่า นายกสุเมธหมายถึงใครกันแน่
คงไม่ได้กำลังหมายถึงตัวท่านเองหรอกใช่ไหม เพราะเธอได้ยินจากพี่ปุ๊กมาว่านายกตำบลคันคายโสด แถมโสดมานานแล้วด้วย
ถึงอีกฝ่ายจะเคยมีครอบครัวมาก่อน และมีลูกรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่ภรรยาท่านก็ตายไปนานมากแล้ว
ปัจจุบันก็ยังไม่เคยเอาใครมาแทนที่แม่ของลูก ถึงแม้ว่าสองข้างทางจะเต็มไปด้วยผู้หญิงรายล้อมรอบก็ตาม แต่ท่านก็ไม่เคยคิดจริงจังกับใคร
"ตอบไม่ได้เลยเหรอของขวัญ" แค่ตอบว่า 'ได้' หรือ 'ไม่ได้' เขาไม่คิดว่ามันยากเกินที่จะตอบ
"คือขวัญ..." จะให้เธอตอบว่ายังไงดี เพราะเธอยังไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนจริง ๆ เลยไม่อยากตอบออกไปแบบส่ง ๆ
"ไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไร มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ" นายกสุเมธบอกกลับเสียงเรียบ แล้วทำท่าจะทำงานต่อ แต่กลับได้ยินประโยคจากปากเรียวถามมา
"พ่อนายกโกรธขวัญหรือเปล่าคะ" ยอมรับว่าได้ยินอย่างนั้นรู้สึกใจไม่ดี ถึงเธอจะรู้สึกโล่งที่ท่านไม่ถามต่อ แต่ประโยคและน้ำเสียงมันทะแม่ง ๆ เดาว่าอีกคนกำลังไม่พอใจเธอ
แบบนี้มันจะกระทบเรื่องการฝึกงานของเธอไหมนะ หากว่าท่านรู้สึกไม่ดีกับเธอขึ้นมา อาจไม่อนุมัติให้เธอผ่านฝึกงาน และคงไม่จบพร้อมเพื่อนแน่ ๆ
"ทำไมถึงคิดว่าฉันโกรธล่ะ" ตาคมมองที่เอกสาร ทว่าปากพูดคุยกับอีกคน มานั่งในใจเขาหรือไง ทำไมถึงได้รู้ดีไปหมด
มันสิทธิ์ของขวัญหรือเปล่าที่จะตอบไม่ตอบ เขาจะไปว่าอะไรเธอได้
ของขวัญเงียบปาก นั่นสิ ทำไมนายกสุเมธต้องโกรธเธอด้วยเล่า
"มันจะไม่กระทบต่อเรื่องฝึกงานของขวัญใช่ไหมคะ" ถามออกไปตรง ๆ หากเป็นเช่นนั้น เธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่ก็คงโทรกลับไปหาอาจารย์ว่าขอย้ายที่ฝึกงานได้ไหม แต่หากไม่ได้ เธอจะยอมรับมัน
"คิดว่าฉันไม่พอใจแล้วจะไม่อนุมัติให้ขวัญผ่านการฝึกงานว่างั้น?"
"..."
"ฉันไม่เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกันหรอก"
“คะ?” เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าเรื่องทั้งหมดที่นายกสุเมธถามเธอมามันคือเรื่องส่วนตัว
แล้วไหนท่านบอกถามอย่างนี้ทุกคนไง หรือว่าท่านโกหก
เมื่อคิดได้อย่างนั้นใบหน้าสวยกลับเห่อร้อนขึ้นมา หรือว่าท่านกำลังสนใจเธอ
"ออกไปเถอะ ฉันจะทำงานแล้ว"
"เอ่อ..."
ตาคมเหลือบมองอีกคนเล็กน้อย เมื่อเห็นของขวัญยังไม่ไป ท้ายที่สุด หญิงสาวจำต้องพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องมาเงียบ ๆ
ของขวัญเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เธอเองก็คงไม่ได้กำลังรู้สึกอะไรแบบนั้นกับท่านอยู่หรอกใช่ไหม
ไม่ได้ เธอรู้สึกไม่ได้ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาเธอนะ แล้วหากเรื่องนี้ถึงหูใครขึ้นมา เธอและท่านอาจเดือดร้อนได้
เธอฝึกงานไม่ผ่าน และท่านอาจจะโดนปลดจากตำแหน่งนายกเทศบาลตำบลคันคาย เผลอ ๆ เป็นข่าวถึงหูพ่อกับแม่ให้อับอายผู้คน
"เป็นไงบ้างขวัญ เข้าไปนานเลย พ่อนายกถามอะไรขวัญหรือเปล่า" หัวหน้าฝ่ายกองคลังถามด้วยความเป็นห่วง เข้าไปเสิร์ฟกาแฟเพียงอย่างเดียว ไม่น่านานขนาดนั้น หรือของขวัญจะโดนรับน้องจากท่านนายกสุเมธ อีกฝ่ายยิ่งขี้แกล้งอยู่ด้วย
"พะ...พอดีพ่อนายกถามอะไรขวัญนิดหน่อยค่ะ ถามว่าขวัญอยู่หมู่บ้านอะไร"
"อ๋อ...คงเป็นห่วงแหละ กลัวขวัญเดินทางไปมาไม่สะดวก" แบบนี้ทุกคน ใครที่มาบรรจุใหม่นายกสุเมธก็ถามหมด บางคนยังหาที่อยู่ไม่ได้ถึงขนาดให้ไปพักฟรีที่ 'คันคายรีสอร์ต'
‘นายกสุเมธ แสนร้าย’ ใช่เป็นแค่นายกตำบลคันคาย แต่ท่านมีธุรกิจทางบ้านก็คือ 'รีสอร์ต'
ปัจจุบันรีสอร์ตของท่านได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีแขกมาพักไม่ขาด เต็มแทบทุกห้อง ปัจจุบันขยับขยายพื้นที่ลงไปไกลถึงกลางทุ่งนา
"ค่ะ" ของขวัญพยักหน้ายิ้ม ๆ พยายามไม่คิดอะไรมาก ตราบใดที่ท่านยังไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ เธอจะไม่คิดเข้าข้างตัวเองเด็ดขาด ว่าท่านชอบเธอ
@สองเดือนต่อมา“ผู้ชายทั้งคู่ครับ”สองผัวเมียมองหน้ากันทันทีเมื่อหมอบอกแบบนั้น เพราะคนทั้งคู่อยากได้ลูกชายกัน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนตั้งแต่ต้นก็คือ ของขวัญได้ลูกชายฝาแฝดนายกสุเมธรับของขวัญลงมาจากเตียงคนไข้แล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับหมอเพื่อฟังผลอื่น ๆ ต่อ“สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่างครับ”ทั้งคู่ได้ยินแบบนั้นก็พลอยสบายใจไปด้วยเสร็จจากหาหมอ ก็ไปเดินห้างกัน ว่าที่คุณพ่อพาเมียกับลูกไปกินข้าวที่ห้าง ซึ่งเมนูในวันนี้คืออาหารอีสานทุกอย่าง“สวัสดีจ้ะพ่อนายก” ชมจันทร์ เมียเจ้าของ ร้านลาบแซ่บผู้การสันต์ จำนายกเทศบาลตำบลตัวเองได้รีบเดินมาทักทาย“สบายดีไหมชมจันทร์” นายกสุเมธรีบรับไหว้ แล้วถามคนรุ่นลูกกลับ ไม่เห็นหน้าเห็นตานานเลยตั้งแต่อีกฝ่ายแต่งงานกับผู้การสันต์ไปผู้การสันต์ รุ่นน้องของเขาสองปี มีเมียเด็กอย่างชมจันทร์อายุสิบแปดปีเห็นไหม ไม่ใช่แค่เขาที่มีเมียเด็ก ผู้การสันต์ก็มีเมียเด็กเหมือนกัน เพราะมันกระชุ่มกระชวยหัวใจดี ‘พี่ขาอย่างนั้น’ ‘พี่ขาอย่างนี้’ น้ำเสียงไพเราะน่าฟัง“สบายดีจ้ะ ยินดีด้วยนะจ๊ะพ่อนายก แม่นายก”ของขวัญรู้สึกเขินเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่าแม่นายก ถึงจะถูกเรียก
ของขวัญเดินออกมาจากห้องหอ เพราะเจ้าบ่าวมาเคาะประตูเรียก หญิงสาวค่อย ๆ นั่งพับเพียบลงบนพื้นแล้วไหว้ลงบนเท้าของคนที่กำลังจะกลายมาเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายร่างสูงเห็นอย่างนั้นกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงแล้วเอามือลูบหัวของว่าที่เมีย เขารู้ว่าของขวัญคงอยากขอบคุณเขาสำหรับเรื่องราวทุกอย่างหญิงสาวมักเอ่ยกับเขาเป็นประจำ‘ถ้าไม่มารู้จักกับพี่ ไม่รู้อนาคตข้างหน้าขวัญจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีพี่ ป่านนี้ขวัญอาจต้องไปทำงานเป็นสาวโรงงานที่ไหนสักที่ก็ได้ และคงต้องใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ไม่รู้ว่าสักกี่ปีถึงจะมีเงินเก็บ และพ่อกับแม่จะได้มีชีวิตที่สุขสบายอย่างทุกวันนี้ค่ะ’มือหนาประคองไหล่ทั้งสองข้างของเจ้าสาวตัวเองในชุดม่อห้อมขึ้นมากอด จมูกโด่งหอมลงที่ข้างแก้มให้ชื่นใจ“เมียพี่”ของขวัญน้ำตารื้น คำว่า ‘เมียพี่’ ที่แปลว่าเมียจริง ๆ วันนี้เธอจะกลายเป็นเมียอย่างถูกต้องตามกฎหมายของอีกฝ่าย เพราะมีนายทะเบียนที่นายกสุเมธจ้างมาเพื่อการจดทะเบียนสมรสคู่บ่าวสาวนั่งบนพรมสีขาวข้างกัน ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ฟากบ้านของขวัญคือพ่อกับแม่ ส่วนฝั่งของนายกสุเมธคือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เคารพ
@สามวันต่อมา“เที่ยงนี้พ่อนายกจะเลี้ยงข้าวอีกแล้วขวัญ” ปุ๊กบอกกับลูกน้อง อีกทั้งยังมีความสงสัยนิด ๆ ว่าทำไมเดือนนี้นายกสุเมธเลี้ยงข้าวพนักงานบ่อยจัง ถ้าว่ากันตามตรง นับสิบวันได้แล้วนะ มากกว่าที่เคยมีมาก่อน“เลี้ยงที่ร้านไหนคะพี่ปุ๊ก” ของขวัญถามด้วยความแปลกใจ ทำไมครั้งนี้เธอไม่เห็น ทุกครั้งนายกสุเมธจะบอกเธอเป็นคนแรก“ได้ยินว่ารอบนี้ไปกินสเต๊กนะ ดีเลย พี่เองก็ไม่ได้กินมานานแล้ว”ของขวัญพยักหน้าช้า ๆ แต่ยังไม่เคลียร์ จึงหยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาแฟนตัวเอง“พี่จะเลี้ยงข้าวลูกน้องอีกแล้วเหรอคะ”ส่งไปห้านาที ทางนั้นยังไม่ตอบกลับ ของขวัญจึงส่งไปซ้ำ“อย่าเลี้ยงบ่อยสิคะ มันเปลืองตังค์นะ”(ยุ่ง!)ของขวัญอ้าปากค้างราวกับไม่เชื่อที่เห็น เธอห่วงเขา กลัวว่าเงินจะหมด แต่เขากลับไม่ห่วงตัวเอง@ร้านสเต๊กของขวัญนั่งโต๊ะกับปุ๊กและพนักงานคนอื่น ๆ อีกสี่ห้าคนเหมือนเดิม ทุกอย่างในชีวิตไม่ได้เปลี่ยนไป นอกจากการได้ทำงานเป็นพนักงานที่เทศบาลแบบเต็มตัวของขวัญสั่งสปาเกตตีเอาไว้ก่อนหน้าที่จะมา เพื่อความรวดเร็วของอาหาร นั่งกินไปด้วย คุยกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะไปด้วยคันคายบันเทิงศิลป์ คันคายบันเทิงศิลป์!ทุก
ปี๊บ!“อ๊ะ!” ของขวัญหันขวับเพราะตกใจ เมื่อจู่ ๆ ก็มีคนมาบีบสะโพก กำลังจะต่อว่า แต่พอเห็นเป็นใบหน้าของนายกสุเมธ หญิงสาวทำหน้ายู่ออกมา“เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอกค่ะ” มันใช่ที่ให้มาจับมาล้วงแบบนี้ไหม แล้วยิ่งที่ตรงนี้คือห้องครัว เกิดใครมาเห็นแย่เลย“ยังไม่มีใครมาสักหน่อย” สองมือวางค้ำ ลงไปกับเคาน์เตอร์ เอาคางเกยที่ไหล่มนของคนที่เปลี่ยนจากยูนิฟอร์มของสถานศึกษาเป็นของหมู่บ้านคันคายเสื้อแขนกระบอกสีคราม กับกระโปรงผ้าซิ่ ลายคราม ยืนบนรองเท้าคัทชูสีดำกำมะหยีขับผิวขาว ความสูงของส้นอยู่ที่หนึ่งนิ้ว กระนั้นก็ยังคงเตี้ยกว่าเขาอยู่ดีขมวดคิ้วเมื่อเห็นมือเรียวกำลังกดน้ำร้อนลงในถ้วยบะหมี่“ผัวจนเหรอ ทำไมถึงต้องกินมาม่า”ของขวัญส่ายหัว เธอไม่มีเวลาต่างหาก อะไรใกล้มือก็หามากินก่อนมือหนาจับถ้วยมาม่าทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาของขวัญ ทำเอาหญิงสาวอ้าปากค้าง“นายก!” อยู่ที่เทศบาลเธอยังเรียกอีกฝ่ายว่า ‘นายก’ เหมือนเดิม ส่วนที่บ้านหรือบนเตียงถึงจะเรียก ‘พี่ขา’“อย่ากินให้เห็นอีกนะ” ไม่บอกเปล่า แต่จูงมืออีกคนให้เดินตามมา กดไหล่มนให้นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วหยิบอะไรบางอย่างในถุงผ้าออกมาวางของขวัญมองมือหนาเปิดฝากล่องส
@สองสัปดาห์ต่อมาใกล้ค่ำชาวบ้านต่างพากันตบเท้ามาเที่ยวงานที่หมู่บ้านคันคาย ถึงจะไม่ใช่งานประจำปีของหมู่บ้าน แต่มีร้านค้าร้านขาย และเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่สามารถพาลูกพาหลานมาเที่ยวได้ เพราะมีหลากหลายกิจกรรมชิงช้า ม้าหมุน สไลเดอร์ รถบั้ม ปาลูกโป่ง ยิงปืน บ้านผีสิง ระบายสี นอกนั้นจะเป็นร้านขายของกินและเครื่องดื่ม ตั้งแถวยาวตั้งแต่ทางเข้างานจนถึงหน้าเวทีหมอลำเจ้าภาพใช้สถานที่ริมหนองน้ำของหมู่บ้านคันคายจัดงาน เนื่องด้วยมีความเหมาะสมมากกว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างเนินสามเหลี่ยม มีที่จอดรถได้หลายคัน สะดวกต่อผู้คนที่มาเที่ยวงานด้านผู้ที่ถูกเอ่ยว่าเป็นเจ้าภาพอย่างของขวัญ ลูกหลานหมู่บ้านเนินสามเหลี่ยม แต่แท้จริงแล้ว เจ้าภาพคือนายกตำบลคันคาย นายกสุเมธ แสนร้าย ที่เป็นคนอำนวยการทุกอย่างให้กับแฟนสาวเรื่องของคนทั้งคู่ยังถูกปิดเป็นความลับต่อไป เนื่องจากของขวัญยังไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้ เพราะเธอยังต้องเข้าทำงานที่เทศบาลต่อ กลัวตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน ไม่อยากให้ใครกล่าวหาว่าใช้เส้นสายของนายกสุเมธถึงจะใช้เส้นสายจริง ๆ ก็เถอะ แต่มันยังไม่ถึงเวลาอยู่ดีและคืนนี้ ทำให้ของขวัญต้องพรางตัวเพื่อมาเที่ยวงาน รว
“มึงพูดจริงเหรอ ว่าเจ้าภาพเขาจ้างหมอลำมาให้ชาวบ้านดู เพราะฉลองที่ลูกสาวเขาเรียนจบ” เข้มถามผู้กองสิงห์ที่ยืนทำกับแกล้มในครัวตรงใต้ถุนบ้าน เมื่อได้ยินเสียงรถแห่ของเทศบาลบอกว่าอีกสองสัปดาห์หมู่บ้านเราจะมีหมอลำคณะใหญ่มาให้ชม“จริงสิ กูยังพูดกับไอ้แสนอยู่เลย ว่าทำไมเจ้าภาพเขาเล่นใหญ่จัง”“เจ้าภาพเขารวยขนาดนั้นเลยเหรอวะ”“ก็ไม่รวยเท่าไหร่นะ” ตามที่ทราบมา ก็ลูกสาวคนธรรมดาทั่วไป“ไม่รวยกล้าจ้างได้ไงวะ” หมอลำหมู่ไม่ใช่คณะละหมื่นสองหมื่นบาท แต่หลักแสนบาท แถมยังไม่ใช่แสนต้น ๆ แต่แสนกลาง ๆ ด้วยซ้ำกูงึด! (เหลือเชื่อ)“ผัวเขาอาจจะรวยก็ได้” ผู้กองสิงห์ตักลาบหมูขึ้นชิม“มีผัวแล้วเหรอวะ?” เพิ่งเรียนจบเอง รีบมีไปไหนกัน“มึงจะให้กูไปถามเขาเลยไหมล่ะ” ไอ้นี่ก็อยากรู้ไปทุกเรื่อง“ถามได้ก็ดี กูอยากเสือก”“ไอ้ห่า กูพูดเล่น” ใครจะกล้าไปถามแบบนั้น มีไม่มีเดี๋ยวก็คงได้รู้ เพราะตำบลคันคาย ก็เห็นหน้ากันบ่อยอยู่ ไปมาหาสู่กันอยู่เรื่อย“ว่าแต่เมื่อไหร่ไอ้แสนจะมาวะ” เขามาถึงบ้านไอ้สิงห์นานแล้วนะ มันทำกับแกล้มให้กินหมดไปแล้วจานนึง ส่วนเครื่องดื่ม ไอ้แสนบอกจะซื้อมาไอ้สิงห์เป็นกับแกล้ม เพราะมันทำกับข้าวอร่อยส่วนไอ้แ







