เข้าสู่ระบบร่างสูงลงจากรถกระบะสี่ประตูคันสีดำแล้วเดินไปเปิดประตูรั้วบ้าน ชะงักไปเมื่อพบว่าใครบางคนนั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวหันมาฉีกยิ้มให้เขา
มาตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ไม่ต้องถามว่าเข้ามาทางไหน ก็คงจะลอดรั้วหนามเข้ามา
เดินกลับขึ้นรถ และขับเข้าไปจอดข้างบ้านตรงใต้หลังคา พื้นที่ที่เขาทำไว้สำหรับจอดรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์
ดับเครื่องยนต์แล้วถือกระเป๋าสะพายสีดำกับกุญแจรถติดมือลงไปด้วย เดินขึ้นบ้านเอาของไปเก็บ
บ้านเขาเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง มีสองห้องนอน กับหนึ่งห้องน้ำอยู่ตรงด้านล่างของตัวบ้าน
ห้องนอนฝั่งซ้ายเป็นของเขา ส่วนฝั่งขวาเป็นของ 'เมษา' ลูกสาวคนเดียว
ตั้งแต่อีกฝ่ายแต่งงานไป นาน ๆ ทีถึงกลับมานอนบ้าน เลยทำให้บ้านหลังนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่อยู่อาศัย
แกร๊ก...
ร่างสูงหันไปมองทางประตู กำลังจะถอดเสื้อผ้าเลยต้องหยุดก่อน
"กันตาช่วยจ้ะ" หญิงสาววัยสามสิบแปดปีเดินเข้าไปในห้องนอนของอดีตสามี พาตัวเองไปยืนอยู่ต่อหน้าคนพี่ จับกระดุมเสื้อม่อห้อมทำท่าจะแกะออก แต่โดนคนตัวโตห้ามเอาไว้
"ทำไมจ๊ะ เรากลับมาเป็นผัวเมียกันแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะพี่เมธ"
เธอกับพี่เมธเคยเป็นผัวเมียกันมาก่อน เราแต่งงานอยู่กินกันมาสามปี ตั้งแต่เธออายุสิบห้าปี ส่วนพี่เมธยี่สิบเก้าปี
ระยะเวลาสามปีที่อยู่ร่วมกันมา มีปัญหาตลอด
ปัญหาเกิดจากตัวพี่เมธที่ชอบออกไปเที่ยวดื่มอยู่บ่อย ๆ และชอบกลับมาดึกดื่น จนทำให้เราทั้งคู่ทะเลาะกัน
ที่เธอรับไม่ได้ก็คือ เขาชอบตะคอกเธอ สุดท้ายเธอทนไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายบอกเลิก และกลับไปอยู่บ้านตัวเอง
แต่ใครจะรู้ว่า เหตุการณ์ในวันนั้น มันจะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ไปตลอดกาล เมื่อพี่เมธแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งที่พ่อแม่หาให้ภายในไม่กี่วัน
หลังจากนั้นก็มีข่าวว่าเมียพี่เขาตั้งท้องลูก ปัจจุบันก็คือ 'เมษา' ลูกสาวคนเดียววัยยี่สิบสามปี
นอกจากพี่เมธจะไม่มาง้อเธอแล้ว เขายังมูฟออนไปเลย
เธอเสียใจหนักมาก และรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงขนาดต้องหนีลงไปอยู่กรุงเทพ และเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่ปี ก็พบว่าพี่เมธกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง
นายกสุเมธไม่ตอบ เดินปลีกไปอีกทาง แล้วยืนหันหลังให้ เริ่มแกะกระดุมเสื้อของตัวเองอีกที
ทุกวันเขาจะแต่งตัวไปทำงานด้วยเสื้อม่อห้อมแขนยาวสีครามที่มีลวดลายต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน กับกางเกงสแล็กซ์สีดำ สวมรองเท้าหนังสีเดียวกัน มีผ้าขาวม้าผืนหนึ่งผูกเอว
ทุกวันพุธเขาถึงจะได้สวมชุดกีฬา ด้านหลังสกรีนโลโก้เทศบาลตำบลคันคาย
และใช่แค่เขา แต่รวมถึงพนักงานทุกคนที่ทำงานในเทศบาลตำบลคันคายด้วย จะแต่งตัวเหมือนกัน
กันตาเผลอกัดปากตัวเองเบา ๆ เมื่อได้มองแผ่นหลังเปลือยของอดีตสามี ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี หุ่นพี่เมธก็ยังดูเซ็กซี่ไม่เคยเปลี่ยน
เขาไม่เคยอ้วนสักนิด และไม่เคยผอมแห้งแบบคนสุขภาพไม่ดี แต่มันกลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
ขนาดลวดลายต่าง ๆ เต็มแผ่นหลังเขา ยังไม่สามารถปกปิดความนูนของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้เลย
นายกสุเมธเดินไปหยิบเสื้อยืดสีขาวในตู้เสื้อผ้าออกมาสวม ก่อนจะนำผ้าเช็ดตัวมาพันเอว แล้วถอดกางเกงสแล็กซ์ลงไปกองที่พื้น
หยิบกางเกงกีฬาขาสั้นสีกลมเนื้อผ้าหนาประมาณหนึ่ง ความสั้นเลยเข่าขึ้นมาสวม รั้งผ้าขนหนูออกแล้วนำไปตากริมหน้าต่าง
เดินลงจากบ้านเพื่อเข้าครัว เขาทำกับข้าวกินเองแทบทุกมื้อ
วันนี้เขานึกอยากกินนึ่งปลานิล ก็เลยเปิดตู้เย็นเอาปลาสดที่หมักไว้ตั้งแต่เมื่อวานออกมาใส่หม้อนึ่ง มีผักเป็นยอดอ่อนตำลึงและฟักทอง ตำแจ่วพริกสดย่างหอม ๆ อีกถ้วย กินกับข้าวเหนียวแล้วเข้ากันดี
กันตาอมยิ้มเมื่อได้มองท่าทางของสามี นายกสุเมธเป็นคนที่มีความเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะใบหน้า รูปร่าง การงาน อีกทั้งฐานะยังร่ำรวย
ดีกรีนักศึกษาปริญญาโทด้วย แถมยังเป็นพ่อบ้านที่ชื่นชอบทำกับข้าว เธอจะหาคนที่เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ได้จากที่ไหน
บอกตัวเองว่าจากนี้ต่อไป ต่อให้สามีจะตะคอกเธอรุนแรงแค่ไหน เธอก็จะอดทน เพราะตำแหน่ง 'แม่นายกตำบลคันคาย' ต้องเป็นของเธอเท่านั้น!
@สองเดือนต่อมา“ผู้ชายทั้งคู่ครับ”สองผัวเมียมองหน้ากันทันทีเมื่อหมอบอกแบบนั้น เพราะคนทั้งคู่อยากได้ลูกชายกัน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนตั้งแต่ต้นก็คือ ของขวัญได้ลูกชายฝาแฝดนายกสุเมธรับของขวัญลงมาจากเตียงคนไข้แล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับหมอเพื่อฟังผลอื่น ๆ ต่อ“สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่างครับ”ทั้งคู่ได้ยินแบบนั้นก็พลอยสบายใจไปด้วยเสร็จจากหาหมอ ก็ไปเดินห้างกัน ว่าที่คุณพ่อพาเมียกับลูกไปกินข้าวที่ห้าง ซึ่งเมนูในวันนี้คืออาหารอีสานทุกอย่าง“สวัสดีจ้ะพ่อนายก” ชมจันทร์ เมียเจ้าของ ร้านลาบแซ่บผู้การสันต์ จำนายกเทศบาลตำบลตัวเองได้รีบเดินมาทักทาย“สบายดีไหมชมจันทร์” นายกสุเมธรีบรับไหว้ แล้วถามคนรุ่นลูกกลับ ไม่เห็นหน้าเห็นตานานเลยตั้งแต่อีกฝ่ายแต่งงานกับผู้การสันต์ไปผู้การสันต์ รุ่นน้องของเขาสองปี มีเมียเด็กอย่างชมจันทร์อายุสิบแปดปีเห็นไหม ไม่ใช่แค่เขาที่มีเมียเด็ก ผู้การสันต์ก็มีเมียเด็กเหมือนกัน เพราะมันกระชุ่มกระชวยหัวใจดี ‘พี่ขาอย่างนั้น’ ‘พี่ขาอย่างนี้’ น้ำเสียงไพเราะน่าฟัง“สบายดีจ้ะ ยินดีด้วยนะจ๊ะพ่อนายก แม่นายก”ของขวัญรู้สึกเขินเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่าแม่นายก ถึงจะถูกเรียก
ของขวัญเดินออกมาจากห้องหอ เพราะเจ้าบ่าวมาเคาะประตูเรียก หญิงสาวค่อย ๆ นั่งพับเพียบลงบนพื้นแล้วไหว้ลงบนเท้าของคนที่กำลังจะกลายมาเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายร่างสูงเห็นอย่างนั้นกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงแล้วเอามือลูบหัวของว่าที่เมีย เขารู้ว่าของขวัญคงอยากขอบคุณเขาสำหรับเรื่องราวทุกอย่างหญิงสาวมักเอ่ยกับเขาเป็นประจำ‘ถ้าไม่มารู้จักกับพี่ ไม่รู้อนาคตข้างหน้าขวัญจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีพี่ ป่านนี้ขวัญอาจต้องไปทำงานเป็นสาวโรงงานที่ไหนสักที่ก็ได้ และคงต้องใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ไม่รู้ว่าสักกี่ปีถึงจะมีเงินเก็บ และพ่อกับแม่จะได้มีชีวิตที่สุขสบายอย่างทุกวันนี้ค่ะ’มือหนาประคองไหล่ทั้งสองข้างของเจ้าสาวตัวเองในชุดม่อห้อมขึ้นมากอด จมูกโด่งหอมลงที่ข้างแก้มให้ชื่นใจ“เมียพี่”ของขวัญน้ำตารื้น คำว่า ‘เมียพี่’ ที่แปลว่าเมียจริง ๆ วันนี้เธอจะกลายเป็นเมียอย่างถูกต้องตามกฎหมายของอีกฝ่าย เพราะมีนายทะเบียนที่นายกสุเมธจ้างมาเพื่อการจดทะเบียนสมรสคู่บ่าวสาวนั่งบนพรมสีขาวข้างกัน ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ฟากบ้านของขวัญคือพ่อกับแม่ ส่วนฝั่งของนายกสุเมธคือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เคารพ
@สามวันต่อมา“เที่ยงนี้พ่อนายกจะเลี้ยงข้าวอีกแล้วขวัญ” ปุ๊กบอกกับลูกน้อง อีกทั้งยังมีความสงสัยนิด ๆ ว่าทำไมเดือนนี้นายกสุเมธเลี้ยงข้าวพนักงานบ่อยจัง ถ้าว่ากันตามตรง นับสิบวันได้แล้วนะ มากกว่าที่เคยมีมาก่อน“เลี้ยงที่ร้านไหนคะพี่ปุ๊ก” ของขวัญถามด้วยความแปลกใจ ทำไมครั้งนี้เธอไม่เห็น ทุกครั้งนายกสุเมธจะบอกเธอเป็นคนแรก“ได้ยินว่ารอบนี้ไปกินสเต๊กนะ ดีเลย พี่เองก็ไม่ได้กินมานานแล้ว”ของขวัญพยักหน้าช้า ๆ แต่ยังไม่เคลียร์ จึงหยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาแฟนตัวเอง“พี่จะเลี้ยงข้าวลูกน้องอีกแล้วเหรอคะ”ส่งไปห้านาที ทางนั้นยังไม่ตอบกลับ ของขวัญจึงส่งไปซ้ำ“อย่าเลี้ยงบ่อยสิคะ มันเปลืองตังค์นะ”(ยุ่ง!)ของขวัญอ้าปากค้างราวกับไม่เชื่อที่เห็น เธอห่วงเขา กลัวว่าเงินจะหมด แต่เขากลับไม่ห่วงตัวเอง@ร้านสเต๊กของขวัญนั่งโต๊ะกับปุ๊กและพนักงานคนอื่น ๆ อีกสี่ห้าคนเหมือนเดิม ทุกอย่างในชีวิตไม่ได้เปลี่ยนไป นอกจากการได้ทำงานเป็นพนักงานที่เทศบาลแบบเต็มตัวของขวัญสั่งสปาเกตตีเอาไว้ก่อนหน้าที่จะมา เพื่อความรวดเร็วของอาหาร นั่งกินไปด้วย คุยกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะไปด้วยคันคายบันเทิงศิลป์ คันคายบันเทิงศิลป์!ทุก
ปี๊บ!“อ๊ะ!” ของขวัญหันขวับเพราะตกใจ เมื่อจู่ ๆ ก็มีคนมาบีบสะโพก กำลังจะต่อว่า แต่พอเห็นเป็นใบหน้าของนายกสุเมธ หญิงสาวทำหน้ายู่ออกมา“เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอกค่ะ” มันใช่ที่ให้มาจับมาล้วงแบบนี้ไหม แล้วยิ่งที่ตรงนี้คือห้องครัว เกิดใครมาเห็นแย่เลย“ยังไม่มีใครมาสักหน่อย” สองมือวางค้ำ ลงไปกับเคาน์เตอร์ เอาคางเกยที่ไหล่มนของคนที่เปลี่ยนจากยูนิฟอร์มของสถานศึกษาเป็นของหมู่บ้านคันคายเสื้อแขนกระบอกสีคราม กับกระโปรงผ้าซิ่ ลายคราม ยืนบนรองเท้าคัทชูสีดำกำมะหยีขับผิวขาว ความสูงของส้นอยู่ที่หนึ่งนิ้ว กระนั้นก็ยังคงเตี้ยกว่าเขาอยู่ดีขมวดคิ้วเมื่อเห็นมือเรียวกำลังกดน้ำร้อนลงในถ้วยบะหมี่“ผัวจนเหรอ ทำไมถึงต้องกินมาม่า”ของขวัญส่ายหัว เธอไม่มีเวลาต่างหาก อะไรใกล้มือก็หามากินก่อนมือหนาจับถ้วยมาม่าทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาของขวัญ ทำเอาหญิงสาวอ้าปากค้าง“นายก!” อยู่ที่เทศบาลเธอยังเรียกอีกฝ่ายว่า ‘นายก’ เหมือนเดิม ส่วนที่บ้านหรือบนเตียงถึงจะเรียก ‘พี่ขา’“อย่ากินให้เห็นอีกนะ” ไม่บอกเปล่า แต่จูงมืออีกคนให้เดินตามมา กดไหล่มนให้นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วหยิบอะไรบางอย่างในถุงผ้าออกมาวางของขวัญมองมือหนาเปิดฝากล่องส
@สองสัปดาห์ต่อมาใกล้ค่ำชาวบ้านต่างพากันตบเท้ามาเที่ยวงานที่หมู่บ้านคันคาย ถึงจะไม่ใช่งานประจำปีของหมู่บ้าน แต่มีร้านค้าร้านขาย และเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่สามารถพาลูกพาหลานมาเที่ยวได้ เพราะมีหลากหลายกิจกรรมชิงช้า ม้าหมุน สไลเดอร์ รถบั้ม ปาลูกโป่ง ยิงปืน บ้านผีสิง ระบายสี นอกนั้นจะเป็นร้านขายของกินและเครื่องดื่ม ตั้งแถวยาวตั้งแต่ทางเข้างานจนถึงหน้าเวทีหมอลำเจ้าภาพใช้สถานที่ริมหนองน้ำของหมู่บ้านคันคายจัดงาน เนื่องด้วยมีความเหมาะสมมากกว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างเนินสามเหลี่ยม มีที่จอดรถได้หลายคัน สะดวกต่อผู้คนที่มาเที่ยวงานด้านผู้ที่ถูกเอ่ยว่าเป็นเจ้าภาพอย่างของขวัญ ลูกหลานหมู่บ้านเนินสามเหลี่ยม แต่แท้จริงแล้ว เจ้าภาพคือนายกตำบลคันคาย นายกสุเมธ แสนร้าย ที่เป็นคนอำนวยการทุกอย่างให้กับแฟนสาวเรื่องของคนทั้งคู่ยังถูกปิดเป็นความลับต่อไป เนื่องจากของขวัญยังไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้ เพราะเธอยังต้องเข้าทำงานที่เทศบาลต่อ กลัวตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน ไม่อยากให้ใครกล่าวหาว่าใช้เส้นสายของนายกสุเมธถึงจะใช้เส้นสายจริง ๆ ก็เถอะ แต่มันยังไม่ถึงเวลาอยู่ดีและคืนนี้ ทำให้ของขวัญต้องพรางตัวเพื่อมาเที่ยวงาน รว
“มึงพูดจริงเหรอ ว่าเจ้าภาพเขาจ้างหมอลำมาให้ชาวบ้านดู เพราะฉลองที่ลูกสาวเขาเรียนจบ” เข้มถามผู้กองสิงห์ที่ยืนทำกับแกล้มในครัวตรงใต้ถุนบ้าน เมื่อได้ยินเสียงรถแห่ของเทศบาลบอกว่าอีกสองสัปดาห์หมู่บ้านเราจะมีหมอลำคณะใหญ่มาให้ชม“จริงสิ กูยังพูดกับไอ้แสนอยู่เลย ว่าทำไมเจ้าภาพเขาเล่นใหญ่จัง”“เจ้าภาพเขารวยขนาดนั้นเลยเหรอวะ”“ก็ไม่รวยเท่าไหร่นะ” ตามที่ทราบมา ก็ลูกสาวคนธรรมดาทั่วไป“ไม่รวยกล้าจ้างได้ไงวะ” หมอลำหมู่ไม่ใช่คณะละหมื่นสองหมื่นบาท แต่หลักแสนบาท แถมยังไม่ใช่แสนต้น ๆ แต่แสนกลาง ๆ ด้วยซ้ำกูงึด! (เหลือเชื่อ)“ผัวเขาอาจจะรวยก็ได้” ผู้กองสิงห์ตักลาบหมูขึ้นชิม“มีผัวแล้วเหรอวะ?” เพิ่งเรียนจบเอง รีบมีไปไหนกัน“มึงจะให้กูไปถามเขาเลยไหมล่ะ” ไอ้นี่ก็อยากรู้ไปทุกเรื่อง“ถามได้ก็ดี กูอยากเสือก”“ไอ้ห่า กูพูดเล่น” ใครจะกล้าไปถามแบบนั้น มีไม่มีเดี๋ยวก็คงได้รู้ เพราะตำบลคันคาย ก็เห็นหน้ากันบ่อยอยู่ ไปมาหาสู่กันอยู่เรื่อย“ว่าแต่เมื่อไหร่ไอ้แสนจะมาวะ” เขามาถึงบ้านไอ้สิงห์นานแล้วนะ มันทำกับแกล้มให้กินหมดไปแล้วจานนึง ส่วนเครื่องดื่ม ไอ้แสนบอกจะซื้อมาไอ้สิงห์เป็นกับแกล้ม เพราะมันทำกับข้าวอร่อยส่วนไอ้แ







