LOGINนายกสุเมธเข้าที่ทำงานเช้ากว่าทุกวัน และรู้สึกอยากได้เครื่องดื่มร้อน ๆ จึงเดินเข้าครัว ทว่ากลับเจอใครบางคนนั่งกินข้าวอยู่ในนี้ด้วย พยักหน้ารับเมื่อเธอยกมือไหว้เขามา
ของขวัญนั่งกินข้าวเงียบ ๆ ด้วยความประหม่า พอเห็นท่านหยิบถ้วยกาแฟจึงรีบถาม
"พ่อนายกจะกินกาแฟหรือเปล่าคะ"
นายกสุเมธเหลือบไปมองทางด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าออกมา ยังไม่มีใครมาทำงานสักคน เขาก็ต้องทำเอง
"เดี๋ยวขวัญทำให้ค่ะ" ของขวัญรีบลุกเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างเพื่อจะชงกาแฟ พี่ปุ๊กกับเลขานายกสุเมธมอบหมายหน้าที่นี้ให้เธอแล้วนี่ และเธอจะทำมันให้ดี
ถึงเหตุการณ์เมื่อวานยังไม่สามารถเอาออกไปจากหัวได้ แต่เธอยังต้องทำงานร่วมกันกับท่านนี่ คิดว่าการไม่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อท่านมันคงดีกว่า
นายกสุเมธพยักหน้าแล้วถอยออกมาเล็กน้อย ยืนกอดอกรอเอากาแฟ ระหว่างนั้นลอบมองคนตัวเล็กสลับกับมือเรียวของเธอไปด้วย
นี่สินะ เขาถึงว่า 'คนสวย' มองจากมุมไหนก็สวย ไม่ว่าจะด้านหน้า หรือด้านหลัง ของขวัญดูดีไปหมด
หาตำหนิอะไรก็ไม่เจอ ไม่มีสักนิด ไม่มีเลย สวยคือสวย ไม่มีคำใดมาเทียบแทน
"ได้แล้วค่ะ" ไม่มีอะไรซับซ้อน กาแฟของนายกสุเมธ แค่กาแฟเพียว ๆ สองช้อนชา ชงกับน้ำร้อน ชงยังไงก็อร่อย
"ขอบใจ" นายกสุเมธเอ่ยพลางยื่นมือออกไปรับ แต่ใช่จับแค่จานรองแก้ว แต่มันเลยไปถึงนิ้วขาว ๆ นุ่ม ๆ ของเธอด้วย
ของขวัญชะงักไปเล็กน้อย แต่พยายามเก็บอาการเอาไว้ รออีกคนจับจานรองเต็มมือถึงจะถอยออก ทว่า...
นายกสุเมธกลับไม่ปล่อยมือเรียว กลับกันยังเอาแต่มองใบหน้าของขวัญไม่วาง จนคนที่ถูกมองทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"คนเมื่อวานที่เจอ...แค่คนข้างบ้าน"
ของขวัญมองค้อน รู้ได้ยังไงว่าเธออยากได้คำตอบในเรื่องนั้น มานั่งในใจเธอหรือไง
"ไม่ได้เป็นอะไรกัน" นายกสุเมธบอกด้วยท่าทีสบาย ๆ กลั้นยิ้มในใจลึก ๆ เมื่อเห็นท่าทีของขวัญ
ทั้งคืนคงมีคำถามเต็มหัว เผลอ ๆ คงสาปส่งเขาในใจเรียบร้อย เพราะเขาเองก็จามทั้งคืน แทบไม่ได้นอนเหมือนกัน
"ขวัญไม่ได้อยากรู้สักหน่อยค่ะ" ถึงปากบอกไปแบบนั้น ทว่าใจกลับเต้นแรงมาก แค่คนข้างบ้านงั้นเหรอ
นายกสุเมธกำลังทำให้เธอคิดอีกแล้วนะ ว่าท่านกำลังห่วงใยความรู้สึกเธอ กลัวเธอจะคิดไปไกล ถึงได้หยิบยกเรื่องนี้มาพูด มาอธิบายให้เธอหายเคลือบแคลงใจ
"หายข้องใจแล้วใช่ไหม"
"ขวัญไม่ได้ข้องใจอะไรสักหน่อยค่ะ" ของขวัญทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็สบายใจจริง ๆ ว่าเธอไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสามีใคร
"ป้อนหน่อยได้ไหม อยากกินกาแฟจากมือเธอ"
"คะ" ของขวัญตกใจ ก่อนจะส่ายหัวออกมา แล้วพยายามจะดึงมือกลับ ทว่าฝ่ายนั้นกลับไม่ยอมปล่อย
"พ่อนายก"
"เรียกพี่"
"มะ...ไม่เอาค่ะ" ของขวัญใจเต้นแรง รีบปฏิเสธทันที
"ทำไม"
"หากขวัญเรียกแบบนั้น คนอื่นมองไม่ดีแน่ค่ะ" ทุกคนในที่นี้ต่างเรียกท่านว่า 'พ่อนายก' กันทั้งนั้น จะให้เธอเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ได้ไง
"ก็เอาไว้เรียกตอนอยู่แค่สองคนไง อย่างเช่นเวลานี้"
ของขวัญหน้าแดง อีกแล้วนะ ท่านทำให้เธอคิดไปไกลอีกแล้ว อยากจะบ้าตาย!
"ไหนลองเรียกให้ฟังหน่อย"
ของขวัญส่ายหน้า ยังไงก็ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด
นายกสุเมธขยับเดินไปข้างหน้า ทำให้ขวัญต้องถอยหลังกลับเมื่อระยะห่างของเราทั้งคู่มันน้อยลง และถ้วยกาแฟที่อยู่ในมือ กลัวมันหกรดเสื้อนักศึกษาจึงรีบเอ่ยห้าม
"ยะ...อย่าค่ะ!"
"พี่เมธ ไหนลองเรียกซิ" เอ่ยเสียงทุ้ม พยักพเยิดหน้าให้อีกคนพูดตาม พอของขวัญไม่พูด เขาจึงโน้มใบหน้าลงต่ำ
ของขวัญหลับตาปี๋ เธอไม่สามารถถอยหลังไปไหนได้อีก เพราะสะโพกเธอติดเคาน์เตอร์เรียบร้อย กาแฟในถ้วย ก็ทำท่าจะหก หากเธอเอนหลังลงไปอีก
"พี่เมธ ไหนลองเรียก" ใบหน้าอยู่ใกล้เธอหน่อยเดียว จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
ของขวัญได้กลิ่นบุหรี่ปะปนมากับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ มันไม่ได้เหม็นแบบนั้น แต่กลับดึงดูดให้เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แทน
และนอกจากกลิ่นของน้ำหอมกับบุหรี่แล้ว เธอยังได้กลิ่นผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นครีมอาบน้ำ แป้ง โลชั่น หลาย ๆ อย่างรวมกัน
เธอแยกไม่ออกหรอกว่ากลิ่นไหนเป็นของผลิตภัณฑ์อะไร แต่รวม ๆ แล้วมันสะอาด ดึงดูด เดินผ่านเธอคงมีเหลียวหลังแน่นอน และคงคิดว่าทำไมผู้ชายคนนี้ตัวหอมจัง
"พะ...พี่เมธ"
นายกสุเมธอมยิ้มอย่างพึงพอใจ มองริมฝีปากอวบอิ่มด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว นุ่มนิ่มราวกับเยลลีสีหวาน จนอดโน้มใบหน้าลงต่ำเอาฟันไปกัดเบา ๆ ไม่ได้ แลบลิ้นร้อนออกมาเลียตามกลีบปากอวบ นุ่มหอม ได้กลิ่นสตรอว์เบอร์รีี
ของขวัญหยุดหายใจไปเลย ไม่คิดว่าอีกคนจะทำแบบนี้ แต่พอโดนขบปากมาเบา ๆ อีกที เธอถึงได้สติกลับมา หลุดถอนหายใจดังเฮือก แล้วรีบโกยอากาศเข้าปอด
นายกสุเมธดึงตัวอีกคนขึ้น แล้วหยิบถ้วยกาแฟติดมือไป เดินออกจากห้องครัวอย่างอารมณ์ดี ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบไปตามทาง
"หวัดดีครับพ่อนายก วันนี้มาทำงานเช้าจังเลยนะครับ" เซฟเอ่ยทักพร้อมทั้งยกมือไหว้ผู้บังคับบัญชา แปลกนะ นายกสุเมธมาทำงานเช้ากว่าปกติ
"มากินกาแฟรสสตรอว์เบอร์รี"
"ครับ?"
นายกสุเมธยกถ้วยกาแฟขึ้นให้เลขาดู ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองอย่างไม่ขยายความใด ๆ ต่อ
เซฟทำหน้างง อะไร กาแฟรสสตรอว์เบอร์รี เจอหน้าของขวัญรีบถามทันที
"มีกาแฟรสสตรอว์เบอร์รีด้วยเหรอขวัญ"
"คะ?" ของขวัญทำหน้างง อะไร กาแฟรสสตรอว์เบอร์รี
"ก็พ่อนายกบอกมีกาแฟรสสตรอว์เบอร์รี พี่ก็เลยอยากลอง" วางกระเป๋าลงแล้วค้นหาบนชั้น ไม่มี ก็มีแต่แบบปกติเหมือนเคยกินทุกวัน
ของขวัญเห่อร้อนตามใบหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น กัดปากตัวเองเบา ๆ เพราะรู้สึกหมั่นไส้คนที่บอกพี่เซฟ
กาแฟรสสตรอว์เบอร์รีงั้นเหรอ ก็ลิปมันที่เธอใช้ไง หอมหวานกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"พ่อนายกคงอำพี่เซฟเล่นค่ะ"
"พี่ก็ว่า มีที่ไหนกาแฟรสสตรอว์เบอร์รี"
ของขวัญทำเพียงอมยิ้มให้คนพี่นิด ๆ ส่วนใจจริงนึกสาปส่งคนที่เดินออกไปก่อนหน้านี้แล้ว
@สองเดือนต่อมา“ผู้ชายทั้งคู่ครับ”สองผัวเมียมองหน้ากันทันทีเมื่อหมอบอกแบบนั้น เพราะคนทั้งคู่อยากได้ลูกชายกัน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนตั้งแต่ต้นก็คือ ของขวัญได้ลูกชายฝาแฝดนายกสุเมธรับของขวัญลงมาจากเตียงคนไข้แล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับหมอเพื่อฟังผลอื่น ๆ ต่อ“สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่างครับ”ทั้งคู่ได้ยินแบบนั้นก็พลอยสบายใจไปด้วยเสร็จจากหาหมอ ก็ไปเดินห้างกัน ว่าที่คุณพ่อพาเมียกับลูกไปกินข้าวที่ห้าง ซึ่งเมนูในวันนี้คืออาหารอีสานทุกอย่าง“สวัสดีจ้ะพ่อนายก” ชมจันทร์ เมียเจ้าของ ร้านลาบแซ่บผู้การสันต์ จำนายกเทศบาลตำบลตัวเองได้รีบเดินมาทักทาย“สบายดีไหมชมจันทร์” นายกสุเมธรีบรับไหว้ แล้วถามคนรุ่นลูกกลับ ไม่เห็นหน้าเห็นตานานเลยตั้งแต่อีกฝ่ายแต่งงานกับผู้การสันต์ไปผู้การสันต์ รุ่นน้องของเขาสองปี มีเมียเด็กอย่างชมจันทร์อายุสิบแปดปีเห็นไหม ไม่ใช่แค่เขาที่มีเมียเด็ก ผู้การสันต์ก็มีเมียเด็กเหมือนกัน เพราะมันกระชุ่มกระชวยหัวใจดี ‘พี่ขาอย่างนั้น’ ‘พี่ขาอย่างนี้’ น้ำเสียงไพเราะน่าฟัง“สบายดีจ้ะ ยินดีด้วยนะจ๊ะพ่อนายก แม่นายก”ของขวัญรู้สึกเขินเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่าแม่นายก ถึงจะถูกเรียก
ของขวัญเดินออกมาจากห้องหอ เพราะเจ้าบ่าวมาเคาะประตูเรียก หญิงสาวค่อย ๆ นั่งพับเพียบลงบนพื้นแล้วไหว้ลงบนเท้าของคนที่กำลังจะกลายมาเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายร่างสูงเห็นอย่างนั้นกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงแล้วเอามือลูบหัวของว่าที่เมีย เขารู้ว่าของขวัญคงอยากขอบคุณเขาสำหรับเรื่องราวทุกอย่างหญิงสาวมักเอ่ยกับเขาเป็นประจำ‘ถ้าไม่มารู้จักกับพี่ ไม่รู้อนาคตข้างหน้าขวัญจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีพี่ ป่านนี้ขวัญอาจต้องไปทำงานเป็นสาวโรงงานที่ไหนสักที่ก็ได้ และคงต้องใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ไม่รู้ว่าสักกี่ปีถึงจะมีเงินเก็บ และพ่อกับแม่จะได้มีชีวิตที่สุขสบายอย่างทุกวันนี้ค่ะ’มือหนาประคองไหล่ทั้งสองข้างของเจ้าสาวตัวเองในชุดม่อห้อมขึ้นมากอด จมูกโด่งหอมลงที่ข้างแก้มให้ชื่นใจ“เมียพี่”ของขวัญน้ำตารื้น คำว่า ‘เมียพี่’ ที่แปลว่าเมียจริง ๆ วันนี้เธอจะกลายเป็นเมียอย่างถูกต้องตามกฎหมายของอีกฝ่าย เพราะมีนายทะเบียนที่นายกสุเมธจ้างมาเพื่อการจดทะเบียนสมรสคู่บ่าวสาวนั่งบนพรมสีขาวข้างกัน ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ฟากบ้านของขวัญคือพ่อกับแม่ ส่วนฝั่งของนายกสุเมธคือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เคารพ
@สามวันต่อมา“เที่ยงนี้พ่อนายกจะเลี้ยงข้าวอีกแล้วขวัญ” ปุ๊กบอกกับลูกน้อง อีกทั้งยังมีความสงสัยนิด ๆ ว่าทำไมเดือนนี้นายกสุเมธเลี้ยงข้าวพนักงานบ่อยจัง ถ้าว่ากันตามตรง นับสิบวันได้แล้วนะ มากกว่าที่เคยมีมาก่อน“เลี้ยงที่ร้านไหนคะพี่ปุ๊ก” ของขวัญถามด้วยความแปลกใจ ทำไมครั้งนี้เธอไม่เห็น ทุกครั้งนายกสุเมธจะบอกเธอเป็นคนแรก“ได้ยินว่ารอบนี้ไปกินสเต๊กนะ ดีเลย พี่เองก็ไม่ได้กินมานานแล้ว”ของขวัญพยักหน้าช้า ๆ แต่ยังไม่เคลียร์ จึงหยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาแฟนตัวเอง“พี่จะเลี้ยงข้าวลูกน้องอีกแล้วเหรอคะ”ส่งไปห้านาที ทางนั้นยังไม่ตอบกลับ ของขวัญจึงส่งไปซ้ำ“อย่าเลี้ยงบ่อยสิคะ มันเปลืองตังค์นะ”(ยุ่ง!)ของขวัญอ้าปากค้างราวกับไม่เชื่อที่เห็น เธอห่วงเขา กลัวว่าเงินจะหมด แต่เขากลับไม่ห่วงตัวเอง@ร้านสเต๊กของขวัญนั่งโต๊ะกับปุ๊กและพนักงานคนอื่น ๆ อีกสี่ห้าคนเหมือนเดิม ทุกอย่างในชีวิตไม่ได้เปลี่ยนไป นอกจากการได้ทำงานเป็นพนักงานที่เทศบาลแบบเต็มตัวของขวัญสั่งสปาเกตตีเอาไว้ก่อนหน้าที่จะมา เพื่อความรวดเร็วของอาหาร นั่งกินไปด้วย คุยกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะไปด้วยคันคายบันเทิงศิลป์ คันคายบันเทิงศิลป์!ทุก
ปี๊บ!“อ๊ะ!” ของขวัญหันขวับเพราะตกใจ เมื่อจู่ ๆ ก็มีคนมาบีบสะโพก กำลังจะต่อว่า แต่พอเห็นเป็นใบหน้าของนายกสุเมธ หญิงสาวทำหน้ายู่ออกมา“เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นหรอกค่ะ” มันใช่ที่ให้มาจับมาล้วงแบบนี้ไหม แล้วยิ่งที่ตรงนี้คือห้องครัว เกิดใครมาเห็นแย่เลย“ยังไม่มีใครมาสักหน่อย” สองมือวางค้ำ ลงไปกับเคาน์เตอร์ เอาคางเกยที่ไหล่มนของคนที่เปลี่ยนจากยูนิฟอร์มของสถานศึกษาเป็นของหมู่บ้านคันคายเสื้อแขนกระบอกสีคราม กับกระโปรงผ้าซิ่ ลายคราม ยืนบนรองเท้าคัทชูสีดำกำมะหยีขับผิวขาว ความสูงของส้นอยู่ที่หนึ่งนิ้ว กระนั้นก็ยังคงเตี้ยกว่าเขาอยู่ดีขมวดคิ้วเมื่อเห็นมือเรียวกำลังกดน้ำร้อนลงในถ้วยบะหมี่“ผัวจนเหรอ ทำไมถึงต้องกินมาม่า”ของขวัญส่ายหัว เธอไม่มีเวลาต่างหาก อะไรใกล้มือก็หามากินก่อนมือหนาจับถ้วยมาม่าทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาของขวัญ ทำเอาหญิงสาวอ้าปากค้าง“นายก!” อยู่ที่เทศบาลเธอยังเรียกอีกฝ่ายว่า ‘นายก’ เหมือนเดิม ส่วนที่บ้านหรือบนเตียงถึงจะเรียก ‘พี่ขา’“อย่ากินให้เห็นอีกนะ” ไม่บอกเปล่า แต่จูงมืออีกคนให้เดินตามมา กดไหล่มนให้นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วหยิบอะไรบางอย่างในถุงผ้าออกมาวางของขวัญมองมือหนาเปิดฝากล่องส
@สองสัปดาห์ต่อมาใกล้ค่ำชาวบ้านต่างพากันตบเท้ามาเที่ยวงานที่หมู่บ้านคันคาย ถึงจะไม่ใช่งานประจำปีของหมู่บ้าน แต่มีร้านค้าร้านขาย และเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่สามารถพาลูกพาหลานมาเที่ยวได้ เพราะมีหลากหลายกิจกรรมชิงช้า ม้าหมุน สไลเดอร์ รถบั้ม ปาลูกโป่ง ยิงปืน บ้านผีสิง ระบายสี นอกนั้นจะเป็นร้านขายของกินและเครื่องดื่ม ตั้งแถวยาวตั้งแต่ทางเข้างานจนถึงหน้าเวทีหมอลำเจ้าภาพใช้สถานที่ริมหนองน้ำของหมู่บ้านคันคายจัดงาน เนื่องด้วยมีความเหมาะสมมากกว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างเนินสามเหลี่ยม มีที่จอดรถได้หลายคัน สะดวกต่อผู้คนที่มาเที่ยวงานด้านผู้ที่ถูกเอ่ยว่าเป็นเจ้าภาพอย่างของขวัญ ลูกหลานหมู่บ้านเนินสามเหลี่ยม แต่แท้จริงแล้ว เจ้าภาพคือนายกตำบลคันคาย นายกสุเมธ แสนร้าย ที่เป็นคนอำนวยการทุกอย่างให้กับแฟนสาวเรื่องของคนทั้งคู่ยังถูกปิดเป็นความลับต่อไป เนื่องจากของขวัญยังไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้ เพราะเธอยังต้องเข้าทำงานที่เทศบาลต่อ กลัวตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน ไม่อยากให้ใครกล่าวหาว่าใช้เส้นสายของนายกสุเมธถึงจะใช้เส้นสายจริง ๆ ก็เถอะ แต่มันยังไม่ถึงเวลาอยู่ดีและคืนนี้ ทำให้ของขวัญต้องพรางตัวเพื่อมาเที่ยวงาน รว
“มึงพูดจริงเหรอ ว่าเจ้าภาพเขาจ้างหมอลำมาให้ชาวบ้านดู เพราะฉลองที่ลูกสาวเขาเรียนจบ” เข้มถามผู้กองสิงห์ที่ยืนทำกับแกล้มในครัวตรงใต้ถุนบ้าน เมื่อได้ยินเสียงรถแห่ของเทศบาลบอกว่าอีกสองสัปดาห์หมู่บ้านเราจะมีหมอลำคณะใหญ่มาให้ชม“จริงสิ กูยังพูดกับไอ้แสนอยู่เลย ว่าทำไมเจ้าภาพเขาเล่นใหญ่จัง”“เจ้าภาพเขารวยขนาดนั้นเลยเหรอวะ”“ก็ไม่รวยเท่าไหร่นะ” ตามที่ทราบมา ก็ลูกสาวคนธรรมดาทั่วไป“ไม่รวยกล้าจ้างได้ไงวะ” หมอลำหมู่ไม่ใช่คณะละหมื่นสองหมื่นบาท แต่หลักแสนบาท แถมยังไม่ใช่แสนต้น ๆ แต่แสนกลาง ๆ ด้วยซ้ำกูงึด! (เหลือเชื่อ)“ผัวเขาอาจจะรวยก็ได้” ผู้กองสิงห์ตักลาบหมูขึ้นชิม“มีผัวแล้วเหรอวะ?” เพิ่งเรียนจบเอง รีบมีไปไหนกัน“มึงจะให้กูไปถามเขาเลยไหมล่ะ” ไอ้นี่ก็อยากรู้ไปทุกเรื่อง“ถามได้ก็ดี กูอยากเสือก”“ไอ้ห่า กูพูดเล่น” ใครจะกล้าไปถามแบบนั้น มีไม่มีเดี๋ยวก็คงได้รู้ เพราะตำบลคันคาย ก็เห็นหน้ากันบ่อยอยู่ ไปมาหาสู่กันอยู่เรื่อย“ว่าแต่เมื่อไหร่ไอ้แสนจะมาวะ” เขามาถึงบ้านไอ้สิงห์นานแล้วนะ มันทำกับแกล้มให้กินหมดไปแล้วจานนึง ส่วนเครื่องดื่ม ไอ้แสนบอกจะซื้อมาไอ้สิงห์เป็นกับแกล้ม เพราะมันทำกับข้าวอร่อยส่วนไอ้แ







