เข้าสู่ระบบ#เวลาต่อมา
เพราะขนมหวานคะยั้นคะยอที่จะกลับชายหนุ่มก็เลยขัดใจเธอไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องให้ลูกน้องขับรถมาส่งเธอที่บ้าน พร้อมกับตัวเองที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย
ระหว่างเดินทางไม่มีการสนทนาอะไรแม้แต่เสี้ยวเดียว จนกระทั่งรถคันหรูขับมาจอดที่หน้ารั้วบ้านของหญิงสาว
"???" ทันทีที่มองเห็นรั้วบ้านหญิงสาวก็ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจ ก่อนออกไปทำงานเธอจำได้ว่าเธอปิดรั้วบ้านแล้ว แต่ตอนนี้มันเปิดกว้างอยู่ราวกับว่ามีคนเข้ามา
"ถึงบ้านแล้วก็ลงไปสิ อยากกลับไม่ใช่หรือไง" คนในรถเอ่ยเสียงคล้ายกับไล่ น้ำเสียงนั้นเย็นชาพร้อมกับด้วยสีหน้าที่นิ่งๆ
"อือ ขอบใจที่มาส่ง กลับดีๆ ก็แล้วกัน"
ขนมหวานลงมาจากรถจากนั้นก็เดินเข้าไปในรั้วบ้านอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งเดินเข้าไปถึงตัวบ้านและได้เห็นข้าวของกระจัดกระจาย รวมถึงประตูบ้านที่ถูกงัดแงะจนพังใช้งานต่อไม่ได้แล้ว
สภาพนี้ดูก็รู้ว่ามีโจรขึ้นบ้าน แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงรื้อข้าวของกระจัดกระจายขนาดนี้ จะเอาไปก็น่าจะขโมยไปเงียบๆ สิ
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?" ขนมหวานสบถออกมาด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด มองข้าวของที่เมื่อเช้ายังคงเรียงรายจัดเป็นที่เป็นทาง ตอนนี้มันกลับพังไม่เหลือชิ้นดีสักอันเลย
ด้านนอกชายหนุ่มยังคงให้ลูกน้องจอดรถรออยู่เงียบๆ ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องเดินออกมา และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ หญิงสาวเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก พร้อมกับมือที่กำโทรศัพท์เอาไว้แน่น
ก๊อกๆๆ ( มือเล็กเคาะกระจกรถ )
"นี่นาย"
"ว่าไงครับ ออกมาทำไม อยากกลับบ้านไม่ใช่หรือไงครับ?"
"บ้านฉันโดนโจรขึ้นบ้าน ฉันโทรแจ้งตำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวตำรวจก็คงมา"
"อ๋อ มีของอะไรหายไปบ้างครับ"
"ฉันไม่มีของมีค่าอะไรนะ พวกมันน่าจะรื้อหาของกันแหละ หาไม่เจอก็เลยพังบ้านไว้ซะเละเลย"
"แล้วจะเอายังไงต่อครับ?"
"ฉันจะไปอยู่กับเพื่อนสักพัก"
"ครับ?" สีหน้าของชายหนุ่มดูไม่พอใจในทันทีเมื่อเธอพูดอย่างนั้น ไปอยู่ที่บ้านเพื่อนอย่างนั้นเหรอ เขาอุตส่าห์คิดเอาไว้ว่าเธอจะต้องคลานกลับมาขอร้องอ้อนวอนอยู่กับเขา แต่กลับอยากไปอยู่กับคนอื่น แบบนี้มันก็น่าหงุดหงิดนะ
"กลับไปเถอะ เดี๋ยวตำรวจก็มาแล้ว"
"ขึ้นรถ"
"ห๊ะ?"
"ขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้ครับ!" น้ำเสียงออกคำสั่งและสีหน้าก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิดด้วย
"อะไร ฉันต้องรอตำรวจก่อนนะ บ้านฉันโดนโจรขึ้น"
"ไหนบอกว่าโดนพังซะเละจะอยู่ยังไงครับ?"
"ฉันจะไปอยู่กับเพื่อนไง"
"ขึ้นรถครับ"
"???"
"ทำตัวดีๆ ให้มันน่ารัก ก่อนที่ผมจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้"
"อะไรของนายเนี่ย?"
"ผมจะพูดครั้งสุดท้าย ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ครับ"
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พร้อมกับสายตาดุดันที่มองหญิงสาว ทำให้ขนมหวานรีบเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งที่เดิมราวกับว่าสายตานั้นออกคำสั่งกับเธอได้
"กลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์" บอกกับคนขับรถ
"ครับ"
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง พี่อยู่เฉยๆ ก็พอ ผมไม่อยากให้ลูกของผมตกอยู่ในอันตราย"
"ตะ แต่ว่า..."
"อย่าขัดใจผม แค่พี่พูดว่าจะไปอยู่กับเพื่อนแทนที่พี่จะเลือกผม ผมก็หงุดหงิดจนแทบเป็นบ้าแล้วรู้ไหมครับ"
"......"
ขนมหวานพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะคนตรงหน้าดูน่ากลัวไปจากเดิมมาก ทั้งคำพูด ทั้งสีหน้าและสายตา มันเหมือนไม่ใช่เขาคนเดิมเลย เหมือนคนถูกผีเข้าแล้วเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ไม่นานนักก็กลับมาถึงเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูที่ขนมหวานเพิ่งมาเมื่อตอนเย็น ตอนนี้เธอได้กลับมาอีกรอบแล้ว
"ฉันจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน"
"ตลอดชีวิตครับ"
"บะ บ้า! แล้วบ้านของฉันล่ะ ของๆ ฉันที่อยู่ที่นั่นด้วย"
"ไม่เห็นจะมีอะไรเลยครับ นอกจากบ้านแล้วก็ของเก่าๆ แถวนั้นเปลี่ยวจะตาย ถ้าพี่อยู่คนเดียวอนาคตคลอดลูกมา พี่คิดว่ามันจะปลอดภัยหรือไงครับ?"
พอเขาพูดแบบนี้เธอเองก็เริ่มคิดขึ้นมา นั่นสินะอนาคตถ้าหากคลอดลูกสถานที่แบบนั้นก็คงไม่เหมาะอีกต่อไป เพราะมันทั้งเปลี่ยวและไม่มีใครเลย ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาก็คงไม่มีใครรู้
"แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้า"
"ค่อยซื้อใหม่ครับ วันนี้ใส่เสื้อผ้าผมไปก่อน ชุดชั้นในคงไม่ต้องใส่หรอก ผมเห็นหมดแล้ว" พูดพร้อมกับไล่สายตามองเรือนร่างของคนตรงหน้า ถึงแม้เธอจะกำลังท้องแต่รูปร่างก็ดูไม่เปลี่ยนเลย
"อะ ไอ้บ้า!"
"เดี๋ยวผมให้แม่บ้านพาขึ้นไปบนห้อง ผมมีงานต้องทำเดี๋ยวตามไป"
ทุกอย่างถูกจัดการแบบที่ขนมหวานไม่ทันได้ตั้งตัวเลย เธอถูกแม่บ้านพามาที่ด้านบนซึ่งเป็นห้องนอน ทีแรกก็คิดว่าจะได้นอนห้องเดี่ยวคนเดียว แต่ห้องนอนของเธอนั้นกลับเป็นห้องนอนของเด็กหนุ่มนั่นซะงั้น เธอต้องนอนห้องเดียวกับเขาอย่างนั้นเหรอ
"เอ่อ พามาผิดห้องหรือเปล่าคะ?"
"ไม่ผิดหรอกค่ะ คุณธีร์สั่งให้พามาที่ห้องนี้ค่ะ"
"......"
"ขอตัวก่อนนะคะ"
หลังจากนั้นแม่บ้านก็เดินออกไป ขนมหวานก็เดินสำรวจรอบๆ ห้องไปเรื่อยเปื่อย ทั้งโต๊ะตู้เตียงมันเป็นของหรูหรามีราคาทั้งนั้นเลย มีห้องแต่งตัวที่แยกออกไปอีกฝั่ง ห้องน้ำก็ใหญ่กว่าห้องนอนของเธอหลายเท่า อะไรๆ ก็ดูยิ่งใหญ่ไปหมดเลย นี่สินะที่เขาเรียกว่าคนรวย
ด้านนอกระเบียง ขณะที่ลูกๆ กำลังคุยกับคุณปู่ที่อยู่รัสเซียอยู่นั้น ขนมหวานก็ถือโอกาสออกมายืนรับลมอยู่ด้านนอกระเบียงเงียบๆ คนเดียว แต่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอไม่ได้เดินออกมาคนเดียว มีคนเดินตามออกมาด้วยหมับ ~"เดินตามออกมาด้วยเหรอเนี่ย?" ขนมหวานไม่ได้ตกใจมากนัก เหมือนชินไปแล้วมากกว่า เวลาเผลอทีไรชอบถูกเขากอดจากทางด้านหลังทุกที"พี่ออกมาทำไมครับ มีอะไรหรือเปล่า?" ธีร์พูดเสียงแผ่วเบา"ไม่มีอะไร ก็แค่อยากเดินออกมาสูดอากาศน่ะ""วันนี้อากาศดีจังเลยนะครับ""อื้ม...""คืนนี้เรา...เล่นผีผ้าห่มกันหน่อยไหม""อายุก็ไม่น้อยแล้วนะธีร์ ลูกก็โตหมดแล้ว นายยังมีอารมณ์คิดเรื่องแบบนี้อีกหรือไง""มีสิครับ ต่อให้ลูกโตมากกว่านี้ผมก็ยังมี ไม่เห็นจะเกี่ยวกับลูกเลย ลูกโตหรือไม่โตแล้วมันยังไงครับ""ก็ไม่ยังไงหรอก แต่นายมันหื่น!""ก็เพราะผมรักพี่ไง รักมาก รักที่สุดในโลก ต่อให้จะผ่านไปอีก 10 ปี 20 ปี ผมก็ยังรักเหมือนเดิม""เวอร์ละ!""จริงๆ นะครับ"..ขณะนั้นเอง ~"ฮั่นแน่ แอบมาทำอะไรกันคะ ลูกอยู่ตรงนี้นะ พ่อกับแม่ทำอะไรกันเอ่ย"ธีร์และขนมหวานหันกลับไปมองพร้อมกัน และก็เห็นบรรดาลูกๆ ยืนเกาะขอบประตูมองอยู่ด้วยรอยยิ้
ขณะเดียวกัน ขนมหวานกำลังจัดโต๊ะอาหารเย็นอยู่ในบ้านพร้อมกับแม่บ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะเป็นวันที่ทั้งครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ขนมหวานจึงจะรับอาสาเข้าครัวทุกครั้งเลย เพราะเธออยากทำอาหารให้ลูกๆ ได้กิน และก็รู้ได้ว่าลูกแต่ละคนนั้นชอบกินอะไรเป็นพิเศษธีมัวร์ที่ตอนนี้อายุสิบห้าปี เดินเข้ามาอย่างงัวเงีย เหมือนกับคนที่เพิ่งตื่นและไม่อยากจะตื่นสักเท่าไหร่ เป็นเด็กที่ขี้เซาตั้งแต่เริ่มโตขึ้นจนปัจจุบันก็ยังเป็นเหมือนเดิม"แม่ครับ…ผมหิวแล้ว""นี่แอบไปนอนหลับใช่ไหม ไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมเนี่ย" ขนมหวานพูดพร้อมกับยิ้ม"แม่รู้ได้ไงอ่ะ…" เขาพูดเสียงเบา พร้อมทำหน้าซึนๆ ตามสไตล์คนเท่ที่เพิ่งตื่นนอน"แม่ก็รู้หมดแหละ คนเป็นแม่ดูออกทุกอย่าง""โอเคครับ ผมยอมแพ้แม่ก็ได้ ผมแอบไปนอนหลับมาครับ ก็คนมันง่วงนี่นา อ่านหนังสือได้สามหน้าเอง เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้""ฮ่ะฮ่ะ ไม่เป็นไรครับ นั่งรอก่อนนะ แม่เตรียมอาหารใกล้เสร็จแล้ว ถ้าหิวทนไม่ไหวก็กินน้ำเต้าหู้ไปก่อนนะ""ครับแม่~" ธีมัวร์ตอบเสียงเอื่อยๆ ก่อนจะยื่นมือไปยกแก้วน้ำเต้าหู้มานั่งจิบตามคำแนะนำของผู้เป็นแม่ เพราะตอนนี้เขารู้สึกหิวมากจริงๆ และอ
8 ปีต่อมา ~เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว…จากเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นทั่วบ้าน วันนี้กลับกลายเป็นเสียงพูดคุยของวัยรุ่นที่กำลังเติบโต ไม่มีอีกแล้วความวุ่นวายเหมือนแต่ก่อน เพราะเด็กๆ ทุกคนต่างก็เติบโตจนพอจะรู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรบ้างแล้ว และทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าไม่ควรจะมาเล่นอะไรเหมือนเด็กอีกแล้วบนโต๊ะอาหารที่ทุกครั้งเวลานั่งกินข้าวด้วยกันก็จะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของเด็ก แต่ตอนนี้กลับเงียบเหมือนผู้ใหญ่ที่นั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ มีบ้างที่จะถามไถ่เกี่ยวกับการเรียน หรืออะไรต่อมิอะไรที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันธีโน่ในวัยสิบแปดปี สูงโปร่ง หล่อล่ำสัน ใบหน้าคมเหมือนพ่อไม่มีผิดเพี้ยน เขานั่งคุยกับผู้เป็นพ่ออยู่ในห้องทำงานของบริษัทที่บิดาก่อตั้งไว้"พ่อครับ เรื่องบริษัท ผมจะลองเริ่มเรียนรู้ระบบภายในให้มากขึ้น"ธีร์เงยหน้าขึ้นมองลูกชายของตัวเองที่เพิ่งจะพูดประโยคไม่น่าเชื่อออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ลูกชายคนโตมารับตำแหน่งต่อจากตัวเองหรอกนะ แต่ด้วยความที่ลูกชายก็มีสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว เขาจึงไม่อยากบังคับ"ลูกแน่ใจเหรอธีโน่? แต่เราก็มีสิ่งที่เราชอบอยู่นี่ พ่อไม่ได้อยากบังคับให้เราเลิกทำในสิ่งท
@หน้าบ้านเพ้นท์เฮ้าส์ธีโน่ วัยสิบขวบ จัดของเล่นเรียงต้อนรับคุณปู่ธีร์มัว เดินถือผ้าเช็ดมือเหมือนผู้ใหญ่ คอยตรวจความเรียบร้อยประหนึ่งตัวเองคือเจ้าของบ้านใหญ่ ( พ่อชวนไปรับคุณปู่แล้วแต่ไม่ยอมไป )ส่วนขนมผิงวัยห้าขวบถือดอกไม้ในมือเป็นสีพาสเทล ดอกไม้หลากสีที่จับมารวมๆ กันจนกลายเป็นช่อดอกไม้สีสันสวยสดใสตามสไตล์ของเด็กที่ชอบสีสันแบบนี้ไม่นานนักรถตู้หลาย 10 คันก็ขับเข้ามาในบ้านเพ้นท์เฮ้าส์ ก่อนที่รถตู้คันนึงจะเปิดประตูออก ตามด้วยผู้เป็นพ่อของพี่น้องทั้งสาม จากนั้นก็มีชายมีอายุตามหลังลงมา พร้อมกับไม้เท้าคู่ใจที่เวลาไปไหนมาไหนจะต้องติดมือไปด้วยตลอด"คุณปู่" ธีโน่ร้องเรียกด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความคิดถึง"โอ้โห ไม่ได้เจอกันไม่เท่าไหร่เอง นี่โตเป็นหนุ่มแล้วเหรอเนี่ย หล่อได้พ่อจริงๆ""คุณอาตาถึงนะครับเนี่ย เห็นไหม อันนี้เขาเรียกว่า DNA แรง""สวัสดีค่ะคุณปู่""สวัสดีครับ เด็กคนนี้ชื่ออะไรเอ่ย""เด็กคนนี้ชื่อว่า น้องขนมผิงค่ะ เรียกว่าน้องผิงเฉยๆ ก็ได้ เป็นลูกของพ่อธีร์แม่ขนมหวาน มีพี่ชายชื่อธี่โน่กับธีมัวร์ค่ะ""โอ้โห ชื่อน่ารักจังเลย งั้นเรามาทำความรู้จักกันนะครับ""หนูมีดอกไม้ม
ช่วงสายๆ ของวันหยุดณ เพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูขนมหวานกำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารสำหรับมื้อกลางวันรอต้อนรับคุณปู่จากรัสเซีย คุณปู่โคโรวิน ที่กำลังเดินทางมาที่นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลาย 10 ปีที่ไม่ได้กลับมาเช่นเดียวกับเด็กๆ ที่ตอนนี้ก็กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมของขวัญรอต้อนรับคุณปู่ที่จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ทุกคนต่างก็ตื่นเต้น ยกเว้นอยู่คนเดียว นั่งกอดอกไขว่ห้างไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร หรือเตรียมของขวัญอะไรให้กับคุณปู่เลยนั่นคือเอกลักษณ์ของเขาเลยล่ะ ธีมัวร์แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจอะไร เนื่องจากทุกคนก็วุ่นอยู่กับการเตรียมตัวต่างๆ โดยเฉพาะขนมหวานที่รับหน้าที่เป็นแม่งานในวันนี้ เนื่องจากเธอเปิดร้านเบเกอรี่ขายขนมอยู่แล้ว วันนี้จึงยกร้านมาไว้ที่บ้านวันนึง เพื่อเตรียมทำขนมและเครื่องดื่มรอต้อนรับทุกคนที่จะมา ซึ่งแปลว่าไม่ได้มาแค่คุณปู่โคโรวินเพียงคนเดียว แต่ก็ยังจะมีบอดี้การ์ดอีกไม่รู้กี่สิบชีวิตมาที่นี่"แม่ขา หนูอยากทำช่อดอกไม้" ขนมผิงเอ่ยพูดขึ้น หลังจากที่ออกไปเก็บดอกไม้ที่สวนหลังบ้านที่ตัวเองปลูกเอาไว้พร้อมกับพี่เลี้ยง เป็นดอกไม้หลากหลายชนิด และก็เป็นดอกไม้ที่เป็นสีสันสดใสด้วย"เอาสิคะลูก แต่ไปทำกับพี่จ
@เวลาต่อมา"แม่ขา~ หนูวาดรูปเสร็จแล้วค่ะ""ไหนคะแม่ขอดูหน่อย""ได้เลยค่ะ"ขนมผิงถือกระดาษวาดรูปของตัวเองไปให้ผู้เป็นแม่ได้ดู ภาพวาดในนั้นคือรูปภาพของเหล่าบอดี้การ์ดที่ทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ถึงภาพจะเป็นภาพวาดแบบการ์ตูน ฝีมือของเด็กที่เพิ่งจะอายุ 5 ขวบ แต่ถือว่าสวยเลยทีเดียว และมองรู้เลยว่าคนนี้คือใคร เพราะทุกคนต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และลูกสาวของขนมหวานก็สามารถถอดแบบเอกลักษณ์ของทุกคนมาใส่ในภาพวาดได้อย่างละเอียดยิบเลย นี่แหละความสามารถของเขา คือสามารถจดจำรายละเอียดและเอกลักษณ์ได้จนเอามาวาดเป็นภาพได้"สวยมากเลยค่ะ พวกลุงๆ ต้องชอบมากแน่ๆ เลย""แต่ว่า...มันมีภาพเดียวเอง หนูจะเอาให้คุณลุงทั้งหมดได้ยังไงคะ""ก็ให้คุณลุงเขาเอาใส่กรอบ แขวนไว้ที่ไหนสักที่ก็ได้ที่เวลาพวกเขามารวมตัวกัน จะได้เห็นภาพนี้""โอเคค่ะแม่"ระหว่างนั้นเด็กน้อยก็นั่งรออยู่ที่ด้านนอก ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานกันอยู่ด้านใน จนกระทั่งทุกคนออกมาจากห้อง ขนมผิงก็รีบเดินเอารูปภาพวาดไปให้ในทันที"หนูวาดรูปเสร็จแล้วค่ะคุณลุงคุณอา นี่ค่ะ" ยื่นกระดาษภาพวาดให้"สวยมากเลยครับคุณหนู""นี่วาดเองเหรอครับเนี่ย โอ้โห เหมือนคุณลุงกัน
@เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานรถตู้คันหรูขับเข้ามาและจอดตรงหน้าของขนมหวานขณะที่เธอกำลังจะกลับหลังเลิกงาน เธอชะงักแต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรต่อประตูรถก็เปิดตามด้วยแรงดึงมหาศาลที่ทำให้เธอนั้นต้องเข้าไปอยู่ในรถด้วย"โอ๊ย! เจ็บนะ""ประคองอยู่ ไม่เจ็บขนาดนั้นหรอก""นายอีกแล้วเหรอ?""ก็ผมน่ะสิ พี่คิดว่าเป็นใค
ขนมหวานถึงกับไปไม่เป็น จะโกรธก็ไม่รู้จะโกรธเรื่องอะไรแต่หมั่นไส้มากกว่า เขาเป็นผู้ชายที่มึนมากๆ ไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนเป็นแบบนี้มาก่อนเลย และก็ไม่เคยมีใครตามวุ่นวายกับเธอแบบนี้ด้วย"ถามจริงนะ ตัวเองก็ยังเรียนอยู่แท้ๆ แทนที่จะนึกถึงอนาคตของตัวเอง กลับมายุ่งกับผู้หญิงอย่างฉันเนี่ยนะ?""เลือกอนาคตของตัว
#ช่วงค่ำในวันเดียวกัน"ทำไมคุณยังอยู่" ขนมหวานเอ่ยถามอย่างงงๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มนั้นยังอยู่ที่บ้านของเธอ ตอนขึ้นไปอาบน้ำก็คิดว่าเขาจะกลับแล้วซะอีก ไล่ขนาดนั้นแต่ยังอยู่ยอมเลยจริงๆ"กินข้าวไม่ตรงเวลาแฮะ" ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม เขามองที่นาฬิกาตรงข้อมือของตัวเอง พร้อมกับพูดพึมพำออกมา"อะไรของคุณ?""ท้อ
เขาไม่ได้พูดกับเธอต่อ แต่หันไปบอกกับลูกน้องคนสนิทแทน ให้หาพิกัดบ้านของเธอและขับรถพาเธอกลับ ไม่นานนักก็มาถึงบ้านไม้สองชั้นหลังนึง ที่อยู่ในซอยแคบๆ ดูเหมือนจะเป็นซอยเปลี่ยวด้วย ขับรถมาก็ไม่ค่อยมีบ้านคนสักเท่าไร ส่วนมากจะเป็นป่ามากกว่า มันเป็นหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีใครอยู่แล้ว เพราะคนส่วนมากย้ายออกไปอยู่







