Home / รักโบราณ / สาปรักบุษบัน / กับดักของคนเป็น

Share

กับดักของคนเป็น

last update publish date: 2026-09-19 22:10:47

ท่ามกลางดงป่ารกชัฏและซากปรักหักพังอันโสโครก ผิวพรรณของหล่อนกลับผุดผ่องนวลเนียนสะอ้านตาเหลือใจ น่าพิศน่าชมประหนึ่งดอกบัวสวรรค์ที่โผล่พ้นตมขึ้นมาโดยไม่เคยแตะต้องละอองดินโคลนแม้แต่รอยเดียว

หาญหรี่ตาคมกริบ ลอบพินิจสายเชือกป่านเส้นเขื่องที่หล่อนกำลังขึงตึงระหว่างตอไม้ใหญ่ ปลายเชือกนั้นต่อโยงซ่อนเข้าไปในพุ่มหนามกับกระบอกไม้ไผ่เหลากระเดื่องกลที่พร้อมจะลั่นปลิดชีพผู้มาเยือน

หึ... ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ผีสางเทวดาที่ไหน แต่เป็นกับดักของคนเป็นๆ ที่จงใจวางล่อเอาชีวิตเสียนี่กระไร

มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนโทสะ พ่อหมอหนุ่มผ่อนฝีเท้าย่างสุขุมปานเสือย่อง เงียบกริบจนใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าไม่กล้าส่งเสียง เขาแทรกกายเข้าประชิดแผ่นหลังบางในระยะเผาขน กลิ่นดอกบัวหอมเยือกเย็นที่ลอยเตะจมูกเมื่อครู่ แท้จริงแล้วกำจายออกมาจากซอกคอขาวผ่องของแม่หญิงตรงหน้านี่เอง

หาญแกล้งกระแอมกระไอขึ้นมาเบาๆ พอให้สะเทือนอก

"แค่ก ๆ"

ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนไหล่ไหว ทว่าไม่ยอมหันกลับมาประจันหน้า มือเรียวยังแสร้งทำทีดึงเชือกกลไว้แน่น หาญเห็นดังนั้นจึงกอดอก เอียงคอพูดลอยชายด้วยน้ำเสียงยียวนระคนขบขัน

"ผีบ้านผีเรือนแถวนี้ช่างขยันขันแข็งเสียจริงหนอ..."

มือเรียวชะงักกึกทันควัน

"กลางวันแสกๆ แดดยังเปรี้ยงกบาลแท้ๆ ยังอุตส่าห์แปลงกายมาขึงเชือกดักหลอกคนเล่นได้อีก"

คราวนี้เจ้าหล่อนตวัดกายขวับ หันมาสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตากลมโตคู่งามวาวโรจน์ราวกับแม่เสือสาว ดวงหน้ารูปไข่ผุดผาดสะคราญตาจนหาญถึงกับใจกระตุกวาบ แต่แววตานั้นฉายความไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด

"แกน่ะสิผี!"

เสียงหวานจัดหากแต่แหลมสูงขึ้นด้วยโทสะ อกอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ หาญหลุดหัวเราะในลำคอ ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ด้วยความคึกคะนองประสาชายชาตรี

"อ้าว... ผีที่ไหนจะรูปร่างกำยำ หล่อล่ำปานทองแดงหล่อเยี่ยงข้ากันเล่า?"

"หลงตัวเอง!"

หล่อนตอกกลับทันควัน นัยน์ตาค้อนขวับ

"ถ้าไม่ให้หลงตัวเอง... จะให้ข้าไปหลงเสน่ห์แม่หญิงคนไหนเล่า?"

สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ดวงหน้างามจรดเอวคอดกิ่วอย่างเปิดเผยและเปี่ยมชั้นเชิง

หญิงสาวทำหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง สองมือเท้าสะเอวคอดอย่างไม่เกรงกลัว

"ไปให้พ้น!"

"ไล่ข้าหรือ?"

หาญแสร้งเลิกคิ้ว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มเนียน

"แล้วคิดว่าข้ากำลังไล่หมาที่ไหนอยู่ล่ะ!"

หล่อนเชิดหน้าท้าทาย สบสายตาชายหนุ่มอย่างไม่ยอมลงให้แม้แต่ก้าวเดียว

"ถ้าข้าไม่ไปเล่า?"

หาญย้อนถามพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม นัยน์ตาพราวระยับจ้องมองทรวดทรงองค์เอวรัดรึงไม่วางตา

"เอ็งก็จะได้เจอดีน่ะสิ!"

สิ้นเสียงสะบัดห้วน ร่างระหงก็เบี่ยงกายวูบเดียวกลืนหายไปในดงไม้รกชัฏปานภูตพราย ไร้ร่องรอยให้จับทิศ ปล่อยให้พ่อหมอหนุ่มยืนยิ้มกริ่ม ส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับความเปรี้ยวจัดของแม่กวางสาวตัวงาม

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงจนวังเวงชวนสะท้านสันหลัง สายลมหยุดนิ่งคล้ายป่าทั้งป่าหยุดหายใจ

เมื่อฝูงนกป่าแตกรังพากันกระพือปีกบินพรึ่บพั่บขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับพุ่มไม้รกทึบเบื้องหน้าพ่นควันสีขาวพวยพุ่งฟู่ใหญ่ออกมาเป็นสาย ลอยคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นฉุนกึกคละคลุ้ง ก่อนที่จะมีเสียงหวีดร้องโหยหวนชวนสะพรึงกลัว ดังก้องกังวานสะท้อนเวิ้งป่า

“ช่วยด้วย... ช่วยข้าด้วย...”

เสียงโหยหวนดั่งผีเปรตอสุรกายทำเอาคณะผู้ว่าจ้างที่แอบซุ่มอยู่ด้านหลังถึงกับแหกปากร้องลั่นลนลาน

"ผี! ผีเจ้านางเมืองกชหลอกพวกเราเข้าแล้วโว้ย!"

ต่างคนต่างพากันถอยกรูดก้นจ้ำเบ้า ล้มลุกคลุกคลานแทบเหยียบกันตาย

ทว่าหาญกลับปักหลักยืนตระหง่านดั่งเสาหิน สายตาคมกริบกวาดมองม่านควันสลัวอย่างรู้แกว เขายกมือลูบปลายคางสาก มองกระบอกไม้ไผ่ที่ซ่อนอยู่ตามกอไม้ ก่อนจะตวัดสายตาไปหยุดตรงโคนต้นไม้ใหญ่ ที่ซึ่งร่างงามกำลังแอบชะโงกหน้าออกมายิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สาปรักบุษบัน   นิ้วพี่คงเอาไม่อยู่แล้ว

    “อ๊ะ...!”บุษย์สะดุ้งโหยงแอ่นตัวขึ้นสุดเหยียด ใบหน้างามแดงก่ำเมื่อปลายนิ้วหนาบดขยี้ลงบนติ่งเกสรอวบ ก่อนจะคลี่แหวกสองแคมขาวนวลให้แบะอ้าออกจากกัน ความรู้สึกที่โดนชายหนุ่มแตะต้องตรงนั้น ทำให้ช่องทางคับแคบขมิบตอดรัวระริก ด้วยความเสียวซ่านทรมานปานใจจะขาด“พี่หาญ...”เสียงหวานครางครวญแผ่วเบา เรียวขาขาวผ่องสั่นสะท้านอ้ากว้าง ราวกับจะอ้อนวอนให้เขาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าอันร้อนรุ่ม คันยุบยิบทว่ายังไม่ทันที่หล่อนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปากหยักและปลายลิ้นร้อนสากก็โฉบลงปาดเลียร่องสวาทที่เผยออ้า ตวัดชอนไชดูดกลืนน้ำหวานฉ่ำเยิ้มอย่างตะกรุมตะกราม จนธารน้ำรักสีใสแตกซ่าน พุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าหล่อเหลาแม้ว่าร่างบางจะดิ้นเร่าทุรนทุรายจนสติแทบแตกกระเจิง แต่ชายหนุ่มก็ยิ่งย่ามใจไม่ยอมหยุดรังแก ปากหนาอ้าครอบดูดดึงเม็ดละมุดอวบอิ่ม รัวลิ้นสะกิดยอดเกสรจนเนื้อสาวบวมเป่งแดงก่ำ ฝ่ามือหยาบกร้านบีบเค้นแก้มก้นแน่นหนั่นของหล่อนอย่างเมามัน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากอบกุมสองเต้าอวบอัดคัดตึง นวดขยำเคล้นคลึงจนเนื้อนุ่มหยุ่นยวบทะลักล้น“พี่หาญ... พี่หาญจ๋า...” หญิงสาวร้องครางเสียงหวาน สองมือเรียวบางสอดขยุ้มเส้นผมดกหนาข

  • สาปรักบุษบัน   สีชมพูชูชัน

    จนกระทั่งคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำ...พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงสีเงินยวบยาบทะลุม่านไม้ลงมายังสระบัวหลวง ผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาจันทร์กระจ่างดั่งกระจกเงาบานยักษ์หาญนั่งเหยียดกายอยู่ริมตลิ่ง บนแผงอกเปลือยเปล่าตึงแน่นมีเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ข้างกายมีบุษย์ในชุดสไบแพรบางเบานั่งเคียงชิด กลิ่นดอกจำปาหอมจรุงใจโชยมาตามสายลมชื้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาวอันเย้ายวน ชวนให้เลือดลมในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม“บุษย์...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทำลายความเงียบงัน“จ๊ะพี่?”“ถ้าพี่ชวนเอ็งออกไปจากดงอาถรรพ์นี่ ไปสร้างเรือนอยู่กินกันบนแผ่นดินใหญ่... เอ็งจะยอมไปกับพี่หรือไม่?”รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้างามพลันอ่อนจางลง ดวงตากวางคู่งามทอดมองไปยังผืนน้ำสีนิลของสระบัวหลวง แววตาหม่นแสงลงคล้ายซ่อนความลับอันหนักอึ้งไว้จนล้นอก“ข้าไปไม่ได้ดอก...”“เพราะเหตุใด?”บุษย์นิ่งเงียบไปนาน นานจนได้ยินเพียงเสียงยอดหญ้าเสียดสีกันไปมาตามแรงลมราตรี กว่าหล่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยโศกเศร้าลึกล้ำ“สักวันหนึ่ง... พี่หาญจะรู้เอง”หาญจ้องมองดวงหน้าสะคราญอย่างแสนรัก แทนที่จะซักไ

  • สาปรักบุษบัน   รักจนยอมตายแทนได้

    “โกรธพี่รึแม่คุณ...”หาญกระซิบเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกกหูขาวผ่อง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความกระหายอยากครอบครอง“พี่แค่ร้อนวิชา อยากรีบหาย... จะได้มีแรงกอดเอ็งให้หนำใจเสียที”“คนบ้า! เลือดยังไหลไม่หยุด ยังจะมาพูดจาลามก”บุษย์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนา แม้เรือนร่างของหล่อนจะบอบบางกว่าเขามาก ทว่าคราวนี้หญิงสาวกลับออกแรงฉุดกระชากอย่างไม่เกรงใจ“ขึ้นเรือน!” เสียงหวานสะบัดห้วน แววตาวาวโรจน์ราวกับแม่เสือ“บุษย์... พี่เดินเองได้” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ยอมก้าวตามแรงดึงทั้งที่ร่างสูงใหญ่กว่าหล่อนเป็นเท่าตัว“ก็เดินสิ! แต่ถ้าแผลปริเลือดทะลักออกมาอีก ข้าจะเอาไม้เรียวฟาดเสียให้เข็ด”หาญหัวเราะหึในลำคออย่างชอบใจ“เป็นห่วงพี่หรือแม่คุณ?”“ข้ารำคาญต่างหาก”“รำคาญจนขอบตาแดงก่ำ เหมือนคนจะร้องไห้เชียวหรือ?”หญิงสาวชะงักงัน กัดริมฝีปากอิ่มแน่น “ใครร้อง”“ตาเอ็งแดงก่ำจนปิดไม่มิด”“เพราะข้าโมโหพี่หาญน่ะสิ”“อ้อ...” หาญลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาคมพราวระยับ ปล่อยให้ร่างนุ่มนิ่มลากจูงขึ้นเรือนไปแต่โดยดี“นั่งลง” หล่อนสั่งเสียงเขียว ผลักแผงอกตึงให้นั่งลงบนตั่งไม้“พี่ไม่ได้เป็น

  • สาปรักบุษบัน   ยิ้มแห้งเอาใจ

    ทว่าหาญมีสัญชาตญาณนักสู้ที่ว่องไวกว่าไอ้เศรษฐีร่างท้วมที่วันๆ เอาแต่นอนเสวยสุขบนฟูกนวมหลายขุมนักก่อนที่นิ้วสั่นระริกของขุนเรืองจะทันได้เหนี่ยวไก หาญก็เบี่ยงกายหลบพ้นวิถีกระสุนพร้อมสืบเท้าพุ่งเข้าประชิด มือแกร่งปานคีมเหล็กคว้าข้อมือขุนเรืองแล้วบิดหักกระชากลงล่าง เสียงกระดูกข้อมือลั่นเป๊าะจนปืนร่วงหล่น ก่อนที่หมัดขวาของพ่อหมอหนุ่มจะซัดตูมเข้ายอดอกจนขุนเรืองจุกแอ้กล้มทั้งยืน"ไอ้เศษสวะ... สันดานชั่วช้าเยี่ยงมึง อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน!"คราวนี้ขุนเรืองสิ้นท่าหมดทางสู้ แข้งขาสั่นพั่บๆ ปัสสาวะราดรดกางเกงแพรเนื้อดีจนเปียกโชก กลิ่นคาวเยี่ยวคละคลุ้ง มันละล่ำละลักทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าหาญปลกๆ สองมือพนมไหว้งกๆ หน้าผากโขกดินจนเลือดซิบ"พ่อหาญ! อย่าฆ่ากูเลยนะพ่อ กูยอมแล้ว! มึงอยากได้ทองคำกี่หีบกูจะยกให้หมด... ทรัพย์สมบัติที่บ้านกูมีเป็นร้อยชั่ง กูจะเอามากองให้ตรงนี้ อย่าเอาชีวิตกูเลยนะพ่อคุณ!"หาญยันกายลุกขึ้นยืนตระหง่าน แววตาดุดันเย็นเยียบปานพญายมราชผู้ไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้าประชิดตัวไอ้คนชั่วช้าที่ไร้สัจจะ"เงินทองของมึง... จงเอาไปใช้ในนรกเถิด"สิ้นเสียงห้าวห้วน ฝ่าเท้าหนักหน่วงปาน

  • สาปรักบุษบัน   หนึ่งรุมสาม

    "ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากตัวหล่อน... เดี๋ยวนี้!"เสียงห้าวห้วนทรงอำนาจดั่งลั่นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวง ดังก้องกังวานออกมาจากแนวพงชัฏเบื้องล่างพวกสารเลวทั้งสามหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่กำยำของหาญ ยืนตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ ไหล่กว้างข้างหนึ่งพาดคันธนูไม้มะค่าขนาดเขื่อง ด้านหลังสะพายซากกวางป่าที่เพิ่งล่ามาสดๆใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากไอแดดลม ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุดันและกระหายเลือด จ้องเขม็งมาราวกับจะควักตับไตไส้พุงของพวกมันออกมาสับเป็นชิ้นๆ แม้แต่พรานดำผู้เจนจัดในไสยเวทมนตร์ดำยังถึงกับสะท้านเยือก วาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน"ไอ้หาญ!"พรานดำตะคอกเสียงหลง ละล่ำละลักจำหน้าจอมขมังเวทหนุ่มได้ทันควัน "เอ็ง... เอ็งยังไม่ตาย ยังเสือกกบดานอยู่ที่นี่อีกรึ!""ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วมิใช่รึ... ว่าอย่าได้เสนอหน้ากลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของหาญราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีอำมหิตรุนแรงจนบรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บปานน้ำแข็งขุนเรืองผู้ถือดีว่าตนมีพวกมากกว่าและพกอาวุธปืนผาหน้าไม้มาครบมือ แค่นหัวเราะเย้ยหยัน"ฮ่าๆๆ ไอ้หมอผีกระจอกเนื้อตัวมอมแม

  • สาปรักบุษบัน   คนร้ายกว่าผี

    เปรี้ยง !เสียงปืนดังขึ้นจากชายป่า ฝูงนกแตกฮือกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างย่ามใจของชายฉกรรจ์ต่างถิ่นคณะนักล่าสมบัติกลุ่มใหม่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเกาะกช คราวนี้ขนกำลังคนมามากกว่าเดิม และเตรียมอาวุธมาพร้อมสรรพผู้นำขบวนคือ ขุนเรือง เศรษฐีหนุ่มร่างท้วมผู้มั่งคั่งจนแทบไม่เคยต้องเดินด้วยเท้าตนเอง เขาสวมเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีเกินกว่าจะเหยียบย่างเข้าพงชัฏ มีสายสร้อยทองคำเส้นโตคล้องคอปานโซ่ล่ามช้างแกว่งไกวอยู่บนอก ปากก็คอยกำชับสั่งลูกสมุนซ้ำๆซากๆ มุ่งมั่นจะขุดกรุสมบัติโบราณขึ้นมาครอบครองให้เกลี้ยงแผ่นดินข้างกายคือ พรานดำ พรานป่าผู้เหี้ยมเกรียมและเจนจัดในเชิงไสยดำ คอยสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย ขณะที่ ไอ้แมน สมุนหนุ่มเลือดร้อนจอมห่าม ถือปืนยาวเดินอาดๆ ตามหลังมาติดๆ"พวกชาวบ้านมันลือกันหนาหู ว่าที่นี่มีผีหวงสมบัติเฮี้ยนนักนะนาย" ไอ้แมนเอ่ยปากพลางหัวเราะร่าเย้ยหยันฟ้าดินพรานดำถ่มน้ำลายเหนียวลงพื้น “ผีสางหรือคนเป็น ถ้ามีของดีฝังอยู่ใต้ตีนกู กูจะขุดมันขึ้นมาให้เหี้ยน!”ขุนเรืองหัวเราะร่วนอย่างสบอารมณ์ หารู้ไม่ว่าบนคาคบไม้สูงตระหง่านเหนือกระหม่อม มีสายตาคมกริบดุจนางเสือสมิงคู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status