Mag-log inเจ้าเมืองฉู่จิ้งตัวจริงถูกนำตัวไปอาบน้ำและเรียกหมอฝีมือดีมาตรวจรักษา ร่างกายของเสิ่นฮั่นเหลียงผ่ายผอมและทรุดโทรมลงไปอย่างมาก
“ข้าถูกพวกมันไล่ล่าจนตกลงไปจากหน้าผา มีคนมาพบและนำตัวข้าไปให้ท่านหมอผู้หนึ่งรักษา ตอนนั้นกระดูกข้าหักไปทั้งตัว ไม่นานนักก็มีคนของพวกมันไปพบเข้าแล้วชิงตัวข้ามาเอาซ่อนไว้ห้องใต้ดิน ข้าก็เพิ่งรู้ในตอนนั้นว่ามันปลอมเป็นข้าเข้ามาอยู่ในจวน ข้าร้อนใจยิ่งนักกลัวว่าน้องหญิงจะพลาดท่าหลงกลพวกมัน”
เสิ่นฮูหยินจึงเล่าเรื่องความผิดปกติที่นางรู้สึกได้จากคนผู้นั้น
“ข้าจึงไม่วางใจ จึงมิได้ให้มันเข้าใกล้นัก และน่าแปลกที่มันเองก็มิได้พยายามจะเข้าไปร่วมห้องกับข้า ช่างโชคดีนัก”
นางถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากว่ามันดึงดันจะร่วมห้องหรือใช้เล่ห์เหลี่ยมมากกว่านี้อีกนิด นางอาจจะพลาดท่ากลายเป็นภรรยาของคนเลว ถึงวันนั้นคงไม่อาจจะมีหน้ากลับไปอยู่กับท่านพี่ได้อีก คงต้องกระโดดแม่น้ำล้างความผิดให้ตนเอง
หว่านอิ๋งอิ๋งและเจียงลี่จังเองก็พากันโล่งใจเช่นกัน พวกนางถูกอุปโลกน์ให้เป็นอนุภรรยาเพียงในนามของเสิ่นฮั่นเหลียง แต่พอมาถึงจวนเทียนโต่วแห่งนี้ดูเหมือนใต้เท้าเสิ่นจะเปลี่ยนไปจากเดิม
“ข้าเองก็สงสัยเจ้าค่ะ เดิมทีใต้เท้าเสิ่นดูเหมือนจะมิได้สนใจพวกเราสองคน แต่กลับมาครั้งนี้จู่ๆ ท่านก็เหมือนจำข้ากับลี่จังไม่ได้ ซ้ำยังดูเหมือนชอบในตัวพวกเราแต่ไม่อาจร่วมเตียงได้ ช่างประหลาดนัก”
“เรื่องนี้เอาไว้ทีหลังเถิด ตอนนี้พวกเราต้องรีบเตรียมตัวรอรับคนเลวผู้นั้นกลับมาที่จวนแล้ว จะได้กระชากหน้ากากในคราวเดียว”
ใต้เท้าเสิ่นตัวปลอมที่ถูกหลอกให้ออกจากจวนเจ้าเมือง กลับมาถึงก็พบว่าเรือนของตนถูกบุกรุก ซ้ำชิงเว่ยเว่ยยังไปค้นหากระบี่เมฆาพิฆาตที่เขาซ่อนไว้ออกมาจากห้องใต้ดินด้วย
“เจ้าบังอาจสวมรอยเป็นข้า จับข้ามาขังในห้องใต้ดิน เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่ ” ใต้เท้าเสิ่นตัวจริงร้องถามออกมา
มารใต้มองเห็นเสิ่นฮั่นเหลียงตัวจริงยืนอยู่บนระเบียงพร้อมด้วยเสิ่นฮูหยินก็เดือดดาล ในขณะที่คนทั้งหมดมองคนทั้งสองที่หน้าเหมือนกันราวกับฝาแฝดด้วยความตื่นตะลึง
...มันอุตส่าห์ให้นักแปลงโฉมแซ่เหมาทำหน้ากากหนังมนุษย์ปลอมเป็นใต้เท้าเสิ่นเจ้าเมืองฉู่จิ้งจนเข้ามาอยู่ในจวนนี้ได้ ยังมีคนรู้อีก...
“ชิงเว่ยเว่ย บังอาจนัก! เจ้ากล้าช่วยมันแล้วยังชิงกระบี่ข้าอีก”
“ของที่เจ้าขโมยมาได้ จะนับเป็นของเจ้าได้อย่างไร นี่มันกระบี่เมฆาพิฆาตของอาจารย์ใหญ่หวังต่างหาก”
การต่อสู้ระหว่างใต้เท้าเสิ่นตัวปลอมและคุณหนูสกุลชิงไปเป็นอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันหว่านอิ๋งอิ๋งก็ช่วยองครักษ์ประจำตัวของชิงเว่ยเว่ยทั้งกลุ่มต่อสู้กับคนร้าย
เสิ่นฮูหยินโมโหยิ่งนัก นางประกาศจะฆ่าคนเลวผู้นั้นด้วยตนเอง เจียงลี่จังและหว่านอิ๋งอิ๋งจึงรีบกระโจนเข้าไปช่วยเสิ่นฮูหยินต่อสู้
“อย่าพูดให้มากความเลยเจ้าค่ะ เราลุยกันเลยจะดีกว่า”
อนุภรรยากำมะลอพุ่งเข้าไปหาคนของมารใต้ เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นไปทั่วทั้งจวนเทียนโต่ว
“เว่ยเว่ย! ให้ข้าสู้กับคนเลวผู้นี้เอง เจ้าถอยไป” เสิ่นฮูหยินประกาศกร้าว
“ได้! แค้นนี้ท่านชำระเองเถิดเจ้าค่ะ”
ชิงเว่ยเว่ยหันไปจัดการคนชั่วที่เหลือช่วยองครักษ์ของตน หว่านอิ๋งอิ๋งกับเจียงลี่จังคอยอารักขาเสิ่นฮูหยินอยู่ใกล้ๆ เพื่อมิให้มีคนเข้าไปขัดขวางการต่อสู้ระหว่างนางกับเจ้าตัวปลอมผู้นั้น
สุดท้ายเป็นเสิ่นฮูหยินที่ปักกระบี่เข้าไปทะลุร่างใต้เท้าเสิ่นตัวปลอมจนล้มหงายตาเหลือกลงไปสิ้นใจ นางตรงไปกระชากหน้ากากของมันออก
“มันคือผู้ใดหรือเว่ยเว่ย ”
ชิงเว่ยเว่ยเดินเข้ามาใกล้ มองคนผู้นั้นถนัดตาก็ผงักศีรษะ
“เป็นอย่างที่ข้าคาดไว้ มันคือมารใต้ หนึ่งในสี่จตุรทิศองครักษ์ของท่านข่านน้อยฉงเจ้าค่ะ มันหนีหายไปตั้งนาน ข้าไม่คิดเลยว่าจะซ่อนอยู่ในคราบของใต้เท้าเสิ่น”
เสิ่นฮูหยินมองเด็กหญิงด้วยความอัศจรรย์ใจ ที่แท้นางก็รู้เห็นเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น มิน่าเล่า…นางจึงเดาทุกอย่างออกอย่างง่ายดาย
ชิงเว่ยเว่ยติดตามหาท่านข่านน้อยฉงซึ่งเป็นบุตรชายของหัวหน้าเผ่าฉงที่กำลังรุกรานชายแดนฝั่งตะวันตกของแคว้นหมิงในยามนี้ พวกมันถูกอาจารย์ใหญ่หวังเจ้าของกระบี่เมฆาพิฆาตทำร้ายเอา เหลือมารใต้ที่หนีรอดมาได้
“เจ้าเก่งจริงๆ หากไม่มีเจ้า ข้าคงหาท่านพี่ไม่พบโดยง่าย”
ไม่นานนักข่าวจากสำนักมือปราบก็มาถึง เหมาชุ่นนักแปลงโฉมก็ถูกจับกุม ศพของพ่อบ้านซุยตัวจริงก็ถูกขุดพบ ที่แท้คนของมารใต้ก็ฆ่าเขาแล้วปลอมมาเป็นพ่อบ้าน จากนั้นๆ ค่อยๆ เปลี่ยนเอาคนของตนเข้ามาทำงานในจวนเจ้าเมืองเพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดสงสัย
หว่านอิ๋งอิ๋งเอนตัวลงนอนกับเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน เรื่องราวในจวนเจ้าเมืองในรอบเจ็ดวันนี้ช่างน่าปวดหัวยิ่งนัก
“อิ๋งอิ๋ง เจ้าจะนอนแล้วหรือ”
เสียงเล็ดลอดเข้ามาจากหน้าประตูทำเอาเจ้าของห้องพลันสะดุ้ง
“ลี่จัง เจ้าหรือ”
“ข้าเอง เปิดเร็วเข้า มีเรื่องด่วนจะเล่าให้ฟัง”
หว่านอิ๋งอิ๋งรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู เจียงลี่จังทำหน้าตาตื่นเข้ามาหา
“อย่าบอกนะว่ามีเรื่องตื่นเต้นอีกแล้ว”
“ก็มีน่ะสิ”
“ยังมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นกว่าเรื่องเจ้ามารใต้กับพ่อบ้านซุยอีกหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ ก็คุณหนูชิงกับสหายพากันลงไปสำรวจห้องใต้ดิน รู้หรือไม่ พวกนางพบคนผู้หนึ่งถูกขังไว้คนละฟากกับใต้เท้าเสิ่น นั่นคือใต้เท้าฉี นามฉีหรง ซึ่งเป็นญาติของคุณชายฉีที่หายไป”
“ไอหยา! อีกแล้วหรือ พวกเขาขึ้นมาจากห้องใต้ดินหรือยัง ”
“ขึ้นมาแล้ว รีบไปดูกันเถอะ”
อนุภรรยาทั้งสองวิ่งตามกันไปที่เรือนพักรับรองของคุณหนูชิง เด็กๆ ทั้งสี่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ม้าหินในศาลาหน้าเรือนพัก
“คนเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะคุณหนูชิง ”
“อิ๋งอิ๋ง ลี่จัง พวกเจ้านั่งลงก่อน ท่านหมอกำลังดูอาการอยู่ เขาทั้งถูกบังคับให้อดอาหาร ถูกโบย ถูกแทงและล่ามตรวน ไม่ต่างจากใต้เท้าเสิ่นหรอก”
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ
“แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง
เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ







