Share

บทที่ 8 ห้องใต้ดิน

last update publish date: 2026-08-04 23:52:27

         “เหตุใดจึงพากันไปห้องใต้ดินอีกเล่าเจ้าคะ”

         “พวกเราอยากไปสำรวจดูน่ะ พวกเขาสามคนอยากเห็น ข้าจึงพาเข้าไป ไม่คิดเลยว่าจะเจอท่านอาฉีเข้า”

         หัวหน้าองครักษ์หลิวที่ยืนอยู่ด้านหลังชิงเว่ยเว่ยมองหว่านอิ๋งอิ๋งกับเจียงลี่จังสลับกัน เดิมทีเขาคิดว่าพวกนางอาจจะเป็นแค่สาวใช้ที่มาคอยช่วยเหลือเสิ่นฮูหยินไม่คิดว่าฝีมือของพวกนางทั้งสามจะร้ายกาจจนองครักษ์อย่างเขาไม่อาจจะประมาทได้

         หว่านอิ๋งอิ๋งรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกจับจ้อง นางเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายตาจับผิดของหลิวเฉิงเข้าพอดี...เหตุใดเขาจึงมองนางด้วยสายตาไม่วางใจ

         “คืออย่างนี้นะ อนุหว่าน ท่านอาของข้าถูกสวมรอยมาพักใหญ่แล้ว พวกเรากลุ่มฉีหลินสืบเรื่องนี้จนรู้ชัดว่าเอี้ยชุนคือคนที่ปลอมเป็นท่านอาของข้า ต่อมามันหนีไปแต่เรายังหาท่านอาไม่เจอ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะพบโดยบังเอิญเช่นนี้”

         “กลุ่มฉีหลินคืออันใดหรือเจ้าคะ ”

         ฉีเหยียนมองหน้าหว่านอิ๋งอิ๋งแล้วยิ้มแฉ่ง

         “มาๆ อนุหว่านข้าจะเล่าให้ท่านฟังเอง”

         ระหว่างที่เด็กชายฉีเหยียนสหายสนิทผู้หนึ่งของชิงเว่ยเว่ยเล่าที่มาของการตั้งกลุ่มฉีเหยียนให้หว่านอิ๋งอิ๋งฟัง หลิวเฉิงยืนนิ่งไม่กระดุกกระดิก พอฟังจนจบเด็กกลุ่มฉีหลินก็พากันออกไปสืบเรื่องภายนอกต่อ

         “คุณหนูชิง ให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ ”

         “อนุหว่าน วรยุทธ์ของท่านดียิ่ง ข้าอยากไหว้วานท่านให้ช่วยดูแลความปลอดภัยให้ใต้เท้าฉีในยามที่ข้าไม่อยู่เจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนเกินไปหรือไม่ ”

         “ยินดีๆ เดี๋ยวข้าจะมาดูแลที่นี่ระหว่างที่พวกท่านออกไปข้างนอก”

         หว่านอิ๋งอิ๋งยังคงสงสัยเรื่องของมารใต้ในช่วงที่ปลอมเป็นใต้เท้าเสิ่นทำตัวเหมือนอยากแตะต้องพวกนางทั้งสามแต่ไม่กล้า นางคิดว่าบางทีอาจจะความลับซ่อนอยู่จึงนำเรื่องนี้ไปหารือกับคุณหนูชิง

         “ท่าทางของมันดูอยากจะหลับนอนกับพวกท่าน แต่กลับไม่เรียกพวกท่านให้ร่วมหอห้อง ข้าว่าก็ดูผิดปกติอยู่นะ”

         “เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง คุณหนูลองสืบดูสักหน่อยเถิด เผื่อว่าอาจจะมีเบาะแสบางอย่างเพิ่มเติม”

ชิงเว่ยเว่ยจึงให้หัวหน้าองครักษ์หลิวเฉิงเป็นคนไปสืบ สุดท้ายจึงได้รู้ว่าสาเหตุที่เจ้ามารใต้คือผู้ที่ปลอมมาเป็นใต้เท้าเสิ่นฝึกวิชาลึกลับวิชาหนึ่งที่ไม่อาจจะร่วมเตียงกับสตรีได้

         “ในยุทธภพมีวิชาเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ ”

         “โชคดีเป็นของพวกท่าน หากว่ามันไม่ฝึกวิชานี้ล่ะก็ บางทีเสิ่นฮูหยินก็อาจจะตกเป็นของคนชั่ว”

         “จริงของท่าน เดิมทีพวกข้าก็เป็นแค่ตัวหลอกเท่านั้น หากว่าเจ้ามารใต้คิดจะเรียกเข้าห้องหอ พวกเราก็ไม่มีทางยินยอม”

         “คนของพวกมันยังหลบหนีอยู่อีกหลายคน ข้าจะพยายามหาตัวพวกมันออกมารับโทษให้หมดทุกคน”

         “คุณหนูชิง ปณิธานท่านช่างยิ่งใหญ่ ผดุงคุณธรรม กำจัดคนชั่ว ข้าหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ทำงานร่วมกับท่าน”

         “ไม่ดีกระมังขอรับ ” เสียงของหลิวเฉิงดังขึ้น “สกุลชิงไม่เคยรับองครักษ์หญิงเพราะยากจะดูแล ให้นางอยู่ที่จวนเจ้าเมืองนี้ดีอยู่แล้วขอรับ”

         หว่านอิ๋งอิ๋งหันขวับไปมองคนที่พูดอยู่ข้างหลัง

         “ท่านอคติไปหรือไม่  สตรีเป็นองครักษ์ไม่ได้หรือไร ”

         “เสี่ยงภัยเกินไป ไม่เหมาะสม อีกอย่างที่สกุลชิงมีแต่องครักษ์บุรุษ หากเพิ่มสตรีเข้ามาคงจะยุ่งยาก”

         ใบหน้าขององครักษ์หญิงสกุลโม่ชาขึ้นมาทันที

         “ยุ่งยากอย่างไรกัน  ท่านก็เห็นฝีมือของข้าแล้ว ฝีมือกระบี่ของข้าไม่นับเป็นรองผู้ใด ซ้ำยังขว้างมีดได้แม่นยำ หากไปเป็นมือปราบก็คงไม่เหมาะ ฝีมืออย่างข้าน่าจะเป็นองครักษ์เสื้อแพร ท่านว่าจริงหรือไม่ ”

         หลิวเฉิงถูกหว่านอิ๋งอิ๋งสวนกลับเช่นนั้นก็ถึงกับชะงัก

         “อนุหว่าน ท่านจะเก่งอย่างไรก็ช่าง แต่ก็ไม่เหมาะจะมาเป็นองครักษ์ที่สกุลชิงหรอก อยู่เป็นคนสกุลโม่นั่นล่ะดีแล้ว”

         “ข้าไม่ใช่อนุหว่านนะ ท่านเลิกเรียกอย่างนี้ได้แล้ว”

         “ขออภัย ข้าเรียกจนชินปากแล้ว”

         “หึ! คนอย่างท่านนี่...ช่างเป็นบุรุษที่น่ารำคาญเสียจริง”

         ชิงเว่ยเว่ยนั่งมองคนทั้งสองทะเลาะกันแล้วก็นึกขำ นางรีบยกมือห้ามคนทั้งสอง จากนั้นก็รีบให้หลิวเฉิงออกไปสืบข่าว

         หว่านอิ๋งอิ๋งจึงได้รู้ว่าตอนนี้ชิงเว่ยเว่ยกับหัวหน้าองครักษ์หลิวกำลังทำคดีใหญ่ นั่นคือการสืบหาท่านข่านน้อยฉง ผู้ทำให้เกิดสงครามชายแดน เพราะท่านข่านน้อยผู้นี้คือบุตรชายคนโตของท่านข่านแห่งเผ่าฉงที่มีเป้าหมายอยากจะแย่งชิงดินแดนแคว้นหมิงมานานแล้ว โดยเฉพาะเมืองฉู่จิ้งซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดฝั่งตะวันออกของแคว้นหมิงและเมืองสำคัญทางการค้าซึ่งมีเส้นทางสายไหมมาถึง

         เผ่าฉงอยากจะครอบครองเมืองนี้จึงได้หาหนทางก่อสงครามชายแดนขึ้นมาและท่านข่านน้อยเป็นผู้ที่คอยสืบข่าวไปทั่วแคว้นหมิงเพื่อหาจุดอ่อน

       “เจ้าทำหน้าเช่นนี้...โดนผู้ใดเหยียบเท้ามาหรือ ” เจียงลี่จังมองหน้าสหายที่ใบหน้าบูดบึ้งเดินลงส้นเท้าตึงๆ เข้ามาในเรือนด้วยความสนใจ

“ลี่จัง ข้าโมโหยังไม่หายเลยนะ”

         “เรื่องอันใดหรือ ”

         “หัวหน้าองครักษ์ตาผีจมูกสุนัขของเจ้านั่นล่ะ เขาพูดออกมาเองว่าสตรีไม่อาจจะเป็นองครักษ์ในสกุลชิงได้”

         เจียงลี่จังได้ยินก็หัวเราะหึๆ

         “เจ้าจะเดือดร้อนไปไย พวกเราอยู่สกุลโม่อยู่แล้วนี่  จู่ๆ เจ้าจะอยากย้ายไปอยู่สกุลชิงด้วยเหตุใด  มิใช่ว่า...เกิดสนใจในตัวองครักษ์หนุ่มสกุลชิงขึ้นมาหรอกนะ”

         “ไม่มีทาง! เจ้าคนน่าทุบให้ตายผู้นั้น ต่อให้ทั่วห้าแคว้นนี้ไร้บุรุษข้าก็ไม่มีทางจะให้คนเช่นนี้มาเป็นสามีเด็ดขาด”

         “อิ๋งอิ๋งเจ้าอย่าเพิ่งโมโห! คำกล่าวที่หมู่บ้านข้าเคยว่าไว้ เกลียดสิ่งใดมักจะได้อยู่ใกล้สิ่งนั้น หากเจ้าเกลียดชังหัวหน้าหลิวมากๆ เข้าระวังเจ้าจะหลีกหนีเขาไม่พ้น”

         หว่านอิ๋งอิ๋งสะดุ้ง “ข้ารู้แล้วๆ ต่อไปข้าจะเกลียดเขาให้น้อยๆ ลง ไม่สิ ข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาจะดีกว่า”

         “ไหนๆ เจ้าเล่าให้ข้าฟังที เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ ”

         เจียงลี่จังฟังจนจบก็เลิกคิ้วสูง “พวกเขาสืบคดีใหญ่นี่  สุดยอดเก่งๆ คุณหนูชิงผู้นี้ สมแล้วที่เจ้าอยากจะติดตามนาง ด้วยฐานะของบุตรีเจ้ากรมกลาโหม นางมีทั้งคนในมือและอำนาจของบิดา เรื่องนี้น่าจะสำเร็จได้ไม่ยาก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีข้าจะคุ้มครองท่านเอง    บทที่ 54 งานแต่ง (ตอนจบ)

    “บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ

  • สามีข้าจะคุ้มครองท่านเอง    บทที่ 53 เต็มใจแต่ง

    “อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว

  • สามีข้าจะคุ้มครองท่านเอง    บทที่ 52 ไห่ฮ่าวกับหลินเต๋อ

    “หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว

  • สามีข้าจะคุ้มครองท่านเอง    บทที่ 51 พลอดรัก

    ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ

  • สามีข้าจะคุ้มครองท่านเอง    บทที่ 50 ผงนิทรา

    “แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง

  • สามีข้าจะคุ้มครองท่านเอง    บทที่ 49 คู่หมั้น

    เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status