Masuk“ความลับที่ข้ายังไม่ได้บอกพวกท่าน เพราะพวกท่านเมาหลับกันไปก่อนก็คือ ข้าเป็นสายลับสำนักข่าวนกกระจิบและมีวรยุทธ์พอตัว”
สตรีทั้งสามรีบรวมศีรษะเข้าหารือ พวกนางไม่วางใจในตัวชิงเว่ยเว่ยเพราะนางเป็นเพียงเด็กสิบเอ็ดขวบ หว่านอิ๋งอิ๋งจึงเสนอให้ทดสอบฝีมือ
เสิ่นฮูหยินคิดอยากให้จะเจียงลี่จังประลองฝีมือกระบี่กับไห่ฮ่าวองครักษ์ประจำตัวของชิงเว่ยเว่ย ทว่าเด็กหญิงกลับโพล่งขึ้นมา
“เอาอย่างนี้ พวกเรามาทดสอบการปากมีดในห้องนี้จะดีกว่า”
“ก็ดี หากผู้ใดปามีดได้แม่นยำที่สุดผู้นั้นจะมีสิทธิ์ตัดสินใจในแผนการทั้งหมด”
เสิ่นฮูหยินยิ้มกว้าง ยังไม่มีผู้รู้ว่าคนของนางนับว่าเป็นมือขว้างมีดที่หาตัวได้ยาก นางรีบรับคำแล้วให้คนจัดการติดเป้าใส่ที่ผนังและเตรียมมีดสั้นมา
เจียงลี่จังทำหน้าที่ขว้างมีดเป็นคนที่หนึ่ง แต่นางกลับปาไม่เข้าจุดกึ่งกลางเลยสักเล่ม นางจึงหันไปบอกกับหว่านอิ๋งอิ๋ง
“ฝีมือข้าแย่นัก เจ้ามาแก้ตัวแทนข้าที”
หว่านอิ๋งอิ่งยิ้มกว้าง หญิงสาวยืนหลังตรงมองตรงไปยังเป้า
ฟิ้ว! ฉึก!
เมื่อมีดสั้นเล่มนั้นปักเข้าไปในจุดดำที่มีขนาดสามตารางชุ่นอย่างแม่นยำ คนทั้งหมดก็ถึงกับตกตะลึง
“ฝีมือเจ้าร้ายกาจจริงอนุเจียง”
เจียงลี่จังยิ้มกว้างค้อมศีรษะลงขอบคุณทุกคน จากนั้นก็ยืนหลับตาปามีดออกไปอีกครั้ง
ปลายมีดเล่มที่สองปักลงไปใกล้มีดเล่มแรก นางปาต่อไปอีกจนกระทั่งครบห้าเล่ม มีดทั้งห้าของนางปักซ้อนกันอยู่บนเป้าตรงกลาง
“คุณหนูขอรับ ฝีมือนางร้ายกาจมาก ไม่คิดเลยว่าอนุหว่านจะมีฝีมือเช่นนี้” ไห่ฮ่าวก้มหน้ากระซิบกับคุณหนูของตนเอง
“นางเก่งจริงๆ แต่เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”
ชิงเว่ยเว่ยปลอบใจองครักษ์ของตนแล้วเดินไปยืนในตำแหน่งพร้อมจะปามีด แต่ที่เหนือความคาดหมายของฝ่ายภรรยาเจ้าเมืองก็คือ เด็กหญิงเรียกให้สาวใช้เอาผ้ามาคาดปิดตานาง
“ปิดตา!” สตรีทั้งสามที่รอดูตกใจอย่างมาก
“ขอรับ คุณหนูฝึกอย่างนี้เป็นประจำ” ไห่ฮ่าวหันไปตอบอย่างเย่อหยิ่ง
สตรีทั้งสามจ้องเขม็ง มองดูมีดสั้นอันแรกถูกปาออกไปปักที่กลางเป้าอย่างแม่นยำ แต่ยังไม่ทันจะปรบมือยินดี ชิงเว่ยเว่ยกลับปามีดอันที่สอง สาม สี่ และห้าออกไป
ฟิ้ว! ฉึก! ฟิ้ว! ฉึก!
ยังไม่มีผู้ใดได้ปรบมือ ชิงเว่ยเว่ยก็ปามีดไปจนหมด มีดเล่มที่หนึ่งถึงสามเบียดกันแน่นอยู่กลางเป่าส่วนเล่มที่สี่กับเล่มที่ห้าเสียบต่อท้ายจากมีดสามเล่มแรก
ภรรยาของใต้เท้าเสิ่นทั้งสามถึงกับยืนขึ้นจ้องมองที่เป้าแล้วอ้าปากค้าง
“น้องเว่ยเว่ยฝีมือเจ้าร้ายกาจนัก”
“คุณหนูชิง ท่านปามีดเก่งกว่าเจ้าสำนักของข้าเสียอีก” หว่านอิ๋งอิ๋งถึงกับกล่าวชื่นชม นางที่เป็นมือปามีดอันดับหนึ่งในหมู่มวลศิษย์สำนักยุทธ์ยังยอมพ่ายด้วยความจริงใจ
“ถ้าพวกท่านยอมแพ้แล้ว เราก็มาวางแผนบุกห้องใต้ดินกันเถอะ”
ชิงเว่ยเว่ยกับไห่ฮ่าวนำคนของตนเองสวมชุดดำปกปิดใบหน้าบุกเข้าไปในเรือนของใต้เท้าเสิ่น พวกเขาแอบงัดหน้าต่างฝั่งที่อยู่ทางสวนเข้าไป เสิ่นฮูหยินกับอนุภรรยาทั้งสองแอบซุ่มรออยู่ด้านนอก
“ครั้งนี้เราน่าจะหาใต้เท้าเสิ่นพบนะเจ้าคะ”
พวกนางทั้งสามคนทำหน้าที่รอคอยอยู่ด้านนอกเพื่อป้องกันมิให้องครักษ์ของเสิ่นฮั่นเหลียงรู้ตัวหรือบุกเข้าไปด้านในหากมีความเปลี่ยนแปลง
ผ่านไปร่วมครึ่งชั่วยาม ชิงเว่ยเว่ยกับไห่ฮ่าวก็นำตัวของเสิ่นฮั่นเหลียงออกมาจากห้องใต้ดินได้สำเร็จ เมื่อเห็นพ่อบ้านซุยนำองครักษ์เข้าไปต่อสู้กับชิงเว่ยเว่ยและคนของนาง เสิ่นฮูหยินกับอนุภรรยาทั้งสองจึงเข้าไปช่วย
พ่อบ้านซุยเป็นพ่อบ้านประจำจวนเจ้าเมืองเห็นคนชุดดำจำนวนมากบุกเข้ามาก็ตวาดเสียงดัง
“พวกเจ้าที่บุกมาครั้งก่อนใช่หรือไม่ ดีๆ คราวนี้มาพร้อมกันจะฆ่าทิ้งเสียในคราวเดียว”
หว่านอิ๋งอิ๋งที่ปกปิดหน้ามิดชิดจ้องมองพ่อบ้านซุยอย่างแปลกใจ
“เจ้าเองก็รู้ใต้เท้าเสิ่นผู้นี้เป็นตัวปลอมแต่ยังทำงานรับใช้เขา หรือว่าแท้จริงเจ้าเองก็ใช่พ่อบ้านซุย ”
“ฮ่าๆ ดูออกแล้วหรือ ใช่! ข้าไม่ใช่พ่อบ้านหน้าโง่ผู้นั้น น่าเสียดายที่เจ้าคงไม่อาจจะหนีออกไปบอกผู้ใดได้อีกแล้ว”
หว่านอิ๋งอิ๋งเข้าไปช่วยชิงเว่ยเว่ยกับไห่ฮ่าวต่อสู้ นางใช้กระบี่ไล่ฆ่าองครักษ์ที่มาพร้อมกับพ่อบ้านซุยอย่างดุเดือด เสิ่นฮูหยินโมโหอย่างมากที่เห็นสามีตนเองอยู่ในสภาพโทรมราวกับศพ ก็บุกฝ่าเข้าไปจนถึงตัวสามีของนาง
“ท่านพี่! นี่ข้าเอง โม่จางลี่”
ใต้เท้าเสิ่นที่ถูกจับไปขังในห้องใต้ดินเรือนนอนของตนเองนานนับเดือนถึงกับน้ำตาคลอ ภรรยาของเขาเป็นคนฉลาด ดีจริงที่นางมิได้หลงกลคนเลวผู้นั้น
“ข้าสกปรกอยู่เลย เจ้าอย่าเพิ่งกอดข้า”
“ท่านพี่ ข้าขอกอดท่านหน่อยเถิด ข้าตามหาท่านทุกหนทุกแห่ง เจ้าคนบัดซบผู้นั้นมันปลอมเป็นท่านแต่ข้ารู้สึกว่าเขาแปลกๆ จึงไม่วางใจ”
หัวหน้าองครักษ์หลิวกำกระบี่แน่นเข้าต่อสู้กับองครักษ์ของพ่อบ้านซุยอยู่พักใหญ่ หว่านอิ๋งอิ๋งดึงผ้าปิดหน้าออกด้วยความหงุดหงิด เมื่อได้เห็นตัวของใต้เท้าเสิ่นแล้วนางก็รู้สึกสบายใจ
“ลี่จัง สู้กับพวกมันให้ถึงที่สุด มันไม่ใช่คนของทางการ”
พ่อบ้านซุยหันมาแสยะยิ้ม
“เจ้าพูดถูกแล้ว หว่านอิ๋งอิ๋ง พวกเขาคือคนของข้าที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่ขัดขวางแผนของเรา”
หว่านอิ๋งอิ๋ง เจียงลี่จัง และไห่ฮ่าวพร้อมเหล่าองครักษ์ของสกุลชิงเข้าปะทะกับคนของพ่อบ้านซุยตัวปลอม พวกมันมากกว่าครึ่งสิ้นชีพไป อีกครึ่งต่างก็รักตัวกลัวตายจนยอมจำนน
“มัดพวกมันใส่เสาไว้ก็แล้วกัน รอมือปราบมาจับตัวไปเข้าคุกให้หมด”
เสิ่นฮูหยินหันไปมองพ่อบ้านซุยด้วยความโมโห นางพุ่งเข้าไปต่อสู้กับคนผู้นั้น ทั้งสองต่อสู้กันอยู่นานพอสมควร เสิ่นฮูหยินก็ฆ่าคนผู้นั้นได้สำเร็จ
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ
“แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง
เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ







