LOGINหว่านอิ๋งอิ๋งเป็นองครักษ์หญิงที่ถูกหัวหน้าองครักษ์แห่งสกุลชิงโกรธเพราะนางเคยทำให้เขาอับอาย แต่หลังจากที่นางรู้ว่าเขากับนางคือคู่หมั้น ทำให้นางต้องคิดหาทางไปช่วยดูแลคุ้มครองเขาในฐานะว่าที่สามี
View More“นางน่าสงสัย ช่วยกันจับตาดูให้ดี”
“นั่นน่ะ อนุภรรยาของใต้เท้าเสิ่นนะหัวหน้าหลิว จะไปจับตามองด้วยเหตุอันใด ประเดี๋ยวก็ถูกหาว่าอยากเป็นชู้ก็ยุ่งกันพอดี ข้าไม่อยากถูกขังในกรงหมูเอาไปถ่วงน้ำหรอกนะ”
ไห่ฮ่าวทำท่าขนลุกขนชัน ตอนนี้การตัดสินคดีชู้สำหรับชาวบ้านแล้วพวกเขาจะใช้วิธีการจับบุรุษและสตรีที่ทำผิดจารีตใส่ในตระกร้าสานตาห่างๆ แล้วเอาไปถ่วงน้ำ ซึ่งแน่นอนว่ายากจะหาผู้รอดชีวิต
...การคบชู้ไม่เพียงผิดคุณธรรมหากแต่ยังผิดกฎหมายด้วย...
“ข้าว่านางดูแปลกๆ สายตาของนางกับของอนุเจียงดูเหมือนไม่ได้สนใจใต้เท้าเสิ่นอย่างที่ควรจะเป็น” หลิวเฉิงขมวดคิ้ว
ไห่ฮ่าวองครักษ์ประจำตัวคุณหนูชิงเว่ยเว่ย[1]มองหัวหน้าองครักษ์ด้วยความประหลาดใจ เขารู้ว่าหลิวเฉิงเป็นคนเคร่งครัดในหน้าที่และหูตาว่องไว
“ท่านไม่เคยมีภรรยามิใช่หรือ เหตุใดจึงได้รู้ว่าสายตาของนางมิได้ใส่ใจสามีเล่า นางเป็นเพียงอนุภรรยาย่อมไม่กล้าทำตัวเกินหน้าฮูหยินเอกอยู่แล้ว ท่านจะให้นางกล้าไปเอาใจสามีต่อหน้าเสิ่นฮูหยินได้อย่างไร ”
หลิวเฉิงส่ายหน้า “เจ้ามันตาฟางเสียแล้ว สงสัยจะคอยสังเกตแค่คุณหนูสี่กับหลินเต๋อล่ะสินะ”
“ข้า! ข้าน่ะหรือคอยสังเกตหลินเต๋อ ” องครักษ์หนุ่มร่างสูงชี้นิ้วเข้าหาตนเอง ซ้ำยังทำตาโตด้วยความโมโห “เจ้าองครักษ์จอมหาเรื่องคนนั้น ข้าจะไปคอยสังเกตมันทำไม ”
หัวหน้าองครักษ์หลิวยกมือขึ้นตบบ่าสหายองครักษ์เบาๆ
“ไม่ต้องอายน่า ข้ารู้ว่าเจ้ากับเขาแค่มองตาก็รู้ใจ”
ใบหน้าของไห่ฮ่าวตึงขึ้นมาทันที พอนึกถึงองครักษ์หนุ่มของคุณหนูสกุลซิวที่มักจะมาวอแวกับเขาบ่อยๆ ก็กระพริบตาถี่เพื่อขับไล่ความรู้สึกบางอย่างที่คุกรุ่นขึ้นมา
คนผู้นั้นเป็นบุรุษหน้าขาวร่างโปร่ง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีเสมอ ทุกครั้งที่พบกันกับเขาจะต้องเขามาป้วนเปี้ยนพูดคุยกับเขา สุดท้ายก็ท้าไปประลองยุทธ์กัน ผ่านไปสามคราระหว่างเขากับหลินเต๋อยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ เจ้าคนแซ่หลินนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ คอยหาโอกาสมาท้าประลองอยู่ร่ำไป
“หน้าเจ้าเป็นสีชมพูแล้ว ไม่ต้องคิดแก้ตัว ข้าขอไปดูนางก่อนดีกว่า คุยกับเจ้าไม่ได้ความคืบหน้าอยู่ดี”
ไห่ฮ่าวคิดจะอ้าปากแย้งหลิวเฉิง ทว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มก็หายตัวไปแล้ว....เขาไม่ได้ชอบบุรุษเสียหน่อย เห็นทีต้องพูดกับหัวหน้าหลิวให้รู้เรื่อง
หลิวเฉิงทำทีไปพูดคุยกับองครักษ์ที่เฝ้าจวนเจ้าเมือง ที่พำนักของใต้เท้าเสิ่นแห่งนี้ เดิมทีก็คือวังของท่านอ๋องสี่ผู้เป็นพระเชษฐาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หลังจากที่ท่านอ๋องสี่ก่อกบฏและถูกฆ่าตาย วังเทียนโต่วก็ถูกยึดมาใช้เป็นจวนของเจ้าเมืองฉู่จิ้ง
“อนุภรรยาของใต้เท้าเสิ่นมาจากสกุลใดหรือ ”
องครักษ์ของจวนเจ้าเมืองถึงกับหัวเราะ
“ท่านคงล้อเล่นกระมัง เรื่องนี้ผู้ใดก็รู้กันทั่ว อนุเจียงกับอนุหว่านน่ะเป็นสาวใช้ในจวนสกุลโม่ นางคอยดูแลนายหญิงมาก่อน สกุลโม่เกรงว่าใต้เท้าจะต้องรับอนุภรรยาเพิ่มจึงได้ส่งพวกนางมา”
หลิวเฉิงพยักหน้าหงึกๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยในสกุลใหญ่ๆ ยามที่คุณหนูออกเรือน มักจะให้สาวใช้คนสนิทมาเป็นอนุภรรยาด้วย เพื่อมิให้สามีไปรับอนุภรรยามาจากครอบครัวอื่น
“ข้าไม่คิดว่าสกุลโม่จะยินยอมให้ใต้เท้าเสิ่นมีอนุภรรยา”
“ข้าก็คิดเหมือนเจ้า เสิ่นฮูหยินเป็นคนบุคลิกสง่างามดูน่ายำเกรง ใต้เท้าเสิ่นเองก็เกรงใจภรรยายิ่งนัก ดูแล้วไม่น่าจะมีอนุภรรยาได้ แต่ก็อย่างว่า ใต้เท้าเสิ่นเป็นถึงเจ้าเมือง หากจะมีอนุสักสี่ห้าคนก็เป็นเรื่องธรรมดา”
หลิวเฉิงทำหน้าคล้อยตามทว่าในใจกลับรู้สึกสงสัยในสถานะของอนุภรรยาทั้งสอง โดยเฉพาะหว่านอิ๋งอิ๋งนั่น ท่าทางของนางดูกระโดกกระเดก มิได้อ่อนช้อยอย่างอนุเจียงเลยสักนิด
...สตรีที่ดูกระด้างเช่นนี้ สกุลโม่ยังกล้าส่งมาเป็นอนุภรรยาเจ้าเมืองอีก...
รอจนถึงหัวค่ำหัวหน้าองครักษ์หนุ่มก็ย่องไปยังเรือนพักอนุภรรยาทั้งสอง โดยมากอนุภรรยามักจะไม่ถูกกัน พวกนางมักจะแยกกันอยู่คนละเรือน แต่อนุเจียงกับอนุหว่านกลับพักด้วยกันแค่ห้องอยู่คนละฟากของห้องโถง
‘พวกนางไม่เพียงไม่แย่งชิง ซ้ำยังร่วมมือร่วมใจกันอย่างดี ผิดวิสัยสตรีที่มีสามีคนเดียวกัน’
หลิวเฉิงกระโจนขึ้นบนหลังคา เขาค่อยๆ เลื่อนกระเบื้องดินเผาดูว่าพวกนางยังอยู่ที่ห้องโถงหรือไม่ พลันเสียงพูดคุยก็ดังขึ้น
“เจ้าเห็นบุรุษที่มากับสกุลชิงหรือไม่ ”
“ผู้ใด ”
“อาจารย์หนุ่มทั้งสองคนนั่น”
“ก็หล่อเหลาองอาจดีนะ”
“ลี่จัง เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายความถึงเรื่องเช่นนั้น”
“ได้ๆ พวกเขามีวรยุทธ์ เราต้องระวังให้ดี”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มถึงกับหูกระดิก พวกนางมีลับลมคมในจริงๆ ถึงกับคอยจับตามองคนในขบวนของสกุลชิง
“เจ้าหัวหน้าองครักษ์นั่น เจ้ายิ่งต้องระวัง”
“เขาก็ดูดีนะ เคร่งขรึม รูปร่างแข็งแกร่งกำยำ”
“ลี่จัง! ข้าหมายถึงเขาดูเหมือนจะเป็นพวกตาผีจมูกสุนัขต่างหาก”
หลิวเฉิงที่อยู่บนหลังคาแทบอยากจะซัดมีดสั้นลงมาใส่สตรีสองคนที่นั่งพูดคุยอยู่โต๊ะกลมกลางห้องข้างล่าง
อนุเจียงหัวเราะร่า “ตาเขาเรียวดั่งตาหงส์ จมูกโด่งปลายรั้นน้อยๆ ต่างหาก เจ้าพูดเสียจนคนรูปหล่อกลายเป็นคนขี้ริ้ว”
“หึ! จะรูปงามราวเทพเซียนลงมาก็ช่าง ยามนี้หน้าที่ของเราคือต้องระวังภัยให้ดี เดิมทีใต้เท้าเสิ่นเองก็ดูแปลกๆ อยู่แล้ว ยังจะมีกลุ่มคนสกุลชิงมาเพิ่มอีก”
“เราควรออกไปตรวจดูรอบๆ เรือนสักหน่อยเถอะ เผื่อพวกเขาแอบส่งคนมาสอดแนมจะได้ระวังตัว”
หลิวเฉิงอาศัยจังหวะที่พวกนางลุกขึ้นยืนรีบเลื่อนกระเบื้องดินเผาเข้าไปที่เดิม ก่อนจะกระโจนไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วผลุบลงไปที่พุ่มไม้ด้านหลัง
หว่านอิ๋งอิ๋งมองเห็นชายหนุ่มที่โผล่มาจากพุ่มไม้เพียงลำพังก็ทำหน้าประหลาดใจ นางจำได้ว่าคนผู้นี้คือหัวหน้าองครักษ์ที่คอยดูแลชิงเว่ยเว่ย
“เหตุใดท่านจึงมาโผล่แถวนี้เล่า ”
[1] ชิงเว่ยเว่ย นางเอกจากเรื่อง “เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ”
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ











