Share

ตอนที่ 2 หมู่บ้านไพรพนา

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-05 11:23:19

เธอนั่งนิ่งสักพักและเพิ่งเข้าใจความจริงทุกอย่าง ความจริงที่ว่าเธอได้ตายจากโลกเดิมมาแล้ว เธอกวาดสายตามองไปรอบตัวอีกครั้ง ชายหนุ่มคนที่ฉุดดึงเธอวิ่งหนีเสือมาด้วยกันกับเจ้าของร่างนี้ยังนอนสลบอยู่ถัดขึ้นไปจากเธอ ศีรษะของเขายังแนบอยู่บนก้อนหิน ซึ่งเป็นก้อนเดียวกันกับที่ศีรษะเธอกระแทกเข้าไป ขาข้างซ้ายของเขายังติดอยู่ซอกต้นไม้สองต้น และดูเหมือนว่ามันจะผิดรูปไป เธอเข้าใจในทันทีว่าขาข้างนั้นของเขาหักเสียแล้ว

            ยังไม่มีเวลาไตร่ตรองเรื่องที่เกิดขึ้นดี มันหอมคนใหม่ตัดสินใจลุกขึ้นไปช่วยเขาทันที เธออุ้มผู้ชายตัวโตออกมาวางไว้บนพื้นราบ มองหาสมุนไพรในความทรงจำเดิมที่พ่อเคยสอนเพื่อห้ามเลือดที่ศีรษะของเธอกับเขา จากนั้นนำไม้มาดามขาข้างที่หัก ระหว่างนั้นคนที่นอนไม่ได้สติก็ลืมตาสะลืมสะลือขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยดวงตาพร่าเลือน เขารู้เพียงว่าผู้หญิงที่กำลังทำอะไรอยู่กับขาของเขาหน้าตางดงามนัก เป็นคนคนเดียวกันที่เขาฉุดรั้งเธอวิ่งตามมา หลังจากนั้นเขาก็สลบไปอีกครั้ง

มันหอมแบกเขากลับหมู่บ้านตามความจำเดิมที่มีอยู่ทั้งหมด โดยไม่รู้ว่าการกระทำครั้งนี้จะนำพาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่ชีวิตเธอไปตลอดกาล

            คนตัวเล็กแบกร่างชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บไม่ได้สติทั้งเดินทั้งวิ่งมาตามทางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มองเห็นบ้านของตัวเองอยู่ไกล ๆ รอยยิ้มจึงผุดขึ้นมาคราหนึ่ง ดวงหน้าขาวเนียนเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตหลั่งไหลออกมาไม่หยุด แต่เธอไม่มีเวลาสนใจมัน

            เธอก้าวขาขึ้นบันไดบ้านด้วยความว่องไว พ่อกับแม่และน้องอีกสองคนเข้ามารุมล้อมด้วยความตกใจเมื่อเห็นมันหอมแบกผู้ชายร่างใหญ่กว่าตัวเองลงมาจากภูเขา ตะกร้าไม้ไผ่สานกับมีดที่นำขึ้นเขาไปเมื่อเช้าไม่ได้นำกลับมาด้วย พ่อกับแม่กำลังเตรียมตัวจะเข้าป่าเพื่อไปตามหาลูกสาว เพราะชาวบ้านที่กลับมาก่อนบอกว่าสงสัยมันหอมจะหลงป่า ตะโกนเรียกหาจนทั่วแล้วก็ไม่ส่งเสียงตอบกลับ พวกเขาจึงลงเขากลับมาก่อน เพื่อมาบอกผู้ใหญ่บ้านและพ่อเฒ่าให้คนไปช่วยกันค้นหา ให้เข้าป่าครั้งเดียวก็เกิดเรื่องเสียแล้ว แต่บัดนี้มันหอมกลับมาแล้วก็เป็นเรื่องดี เพียงแต่ปัญหาในตอนนี้คือเธอนำบุรุษแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านด้วย

            มันหอมวางร่างชายแปลกหน้าผู้นั้นลงบนเสื่อที่ชานบ้านอย่างแผ่วเบา

            สามีภรรยาหันมองหน้ากันด้วยความลำบากใจ ถึงจะประหลาดใจกับลูกสาวที่แบกชายตัวโตคนนี้ลงมาจากภูเขาได้แต่เขาก็เก็บงำเอาไว้ก่อน เอ่ยถามเรื่องที่สำคัญกว่านั้นทันที

            “เกิดอะไรขึ้น” สภาพของทั้งสองมอมแมม บนศีรษะของคนทั้งคู่มีรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่เล็กน้อยคล้ายกับมีคราบยาสมุนไพรแปะไว้เพื่อห้ามเลือด ขาข้างซ้ายของชายผู้นั้นมีไม้ไผ่ดาม แสดงว่าสิ่งที่เขาเคยสอนไว้ มันไม่ได้สูญเปล่า

            มันหอมเงยหน้ามองทุกคนที่จ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว “เอ่อคือ…ผู้ชายคนนี้เขาวิ่งหนีเสือผ่านมาทางที่ฉันกำลังเก็บเห็ดอยู่พอดี เขาก็เลยฉุดฉันวิ่งหนีเสือมาด้วยกัน แล้วก็… ตกเขามาด้วยกันจนหัวแตกแบบนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะเป็นหนักกว่า” มันหอมบอกทุกคนพร้อมกับมองไปที่ร่างของชายคนนั้น

            ขุนเดชคิ้วขมวดเอื้อมมือไปอังจมูกชายปริศนาคนนั้น “ยังไม่ตาย”

            “แล้วเอ็งแบกมาได้ยังไง ตัวเขาออกใหญ่โตขนาดนี้” มาลาผู้เป็นมารดาถามบุตรสาวที่มีร่างกายบอบบางและสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรเท่านั้น แต่พ่อหนุ่มคนที่นอนสลบไสลอยู่นี้น่าจะสูงมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นติเมตรเป็นแน่

            “เอ่อ… ฉันก็ไม่รู้หมือนกัน อาจเป็นเพราะฉันตกใจมากไปหน่อย” เธอตกใจจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่เธออุ้มผู้ชายคนนี้ เธอทำได้อย่างสบายราวกับเขาเป็นเพียงปุยนุ่นกระสอบหนึ่ง

            “น่าจะไม่ใช่คนในหุบเขาพญาคีรี” ขุนเดชพึมพำออกมาหัวคิ้วเดี๋ยวขมวดเดี๋ยวคลายอยู่เช่นนั้น รูปร่างหน้าตาและผิวพรรณผ่องแผ้วราวสตรีผู้หนึ่ง เขาหยุดความสงสัยในตัวลูกสาวและชายคนนี้ไว้ก่อน หันไปสั่งลูกชายคนรอง “สายไปตามผู้ใหญ่บ้านกับพ่อเฒ่าขวานมาที่นี่ที”

            “ครับพ่อ” สายน้ำรับคำและวิ่งจากไปโดยด่วน

            ขุนเดชหันไปสั่งการภรรยากับลูกสาวคนเล็กอีกครั้ง “เอ็งกับบุษไปก่อไฟเตรียมต้มน้ำไว้ให้พ่อเฒ่าเถอะ”

            “จ้ะ”

            ขุนเดชมองลูกสาวคนโตจอมขี้เกียจที่ยังนั่งคุกเข่ามองชายตรงหน้าตาไม่กะพริบด้วยความรู้สึกชื่นชมปนแปลกใจ ที่วันนี้เธอมีน้ำใจแบกชายบาดเจ็บที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้ากลับมาบ้าน ทั้งที่ก่อนหน้าเธอไม่เคยสนใจผู้คนรอบข้างด้วยซ้ำว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ยิ่งไม่มีทางที่จะแบกของหนักกลับมาให้ลำบากตัวเอง “เอ็งก็ไปล้างตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและกินข้าวกินปลาเสียเถอะ พ่อเฒ่ามาถึงเขาจะได้ทำแผลให้”

            “ค่ะพ่อ”

            ขุนเดชมองตามหลังลูกสาวด้วยแววตาฉงน เหตุใดสำเนียงการพูดการจาของลูกสาวถึงแปลกไปจากคนที่นี่

            เมื่ออยู่เพียงลำพัง ดวงตากลมกวาดมองไปรอบบริเวณด้านในบ้านของตัวเองอีกครั้ง บ้านทำจากไม้กระดานที่ไม่ได้เรียบมากนัก ทั้งผนังและพื้นบ้านย่อมปูไม่สนิท ทำให้มีแสงลอดผ่านเข้ามาได้ บ้านหลังนี้มีสามห้องนอน แต่ละห้องมีผนังที่ทำจากไม้ไผ่สานกั้นไว้ และเพื่อให้มันแข็งแรงจึงยาแนวด้วยยางไม้จากต้นเต็ง ต้นยางและต้นพลวงรวมกันอีกครั้ง มีหนึ่งห้องโถง และมีชานที่ยื่นออกไปด้านหน้าอีกหนึ่งห้องใหญ่ ด้านข้างเป็นห้องครัว หลังคาบ้านมุงด้วยหญ้าคา

สายตาจับจ้องที่ปฏิทินบนเสากลางบ้าน มุมปากค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เมื่อเห็นรูปภาพบนปฏิทินที่แขวนอยู่ยังเป็นพระบรมพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้า ไล่สายตาลงมาจึงเห็นเป็นปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบเก้า ถึงจะย้อนกลับมาในอดีต แต่อย่างน้อยก็ยังอยู่ในประเทศไทย หมู่บ้านไพรพนาเป็นหมู่บ้านอาถรรพ์ที่มีมนต์พรางตาบดบังไว้ คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นทางเข้า พวกเขาจึงไม่อาจเข้ามายังหมู่บ้านนี้ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 24 ตกควาย

    พวกเขาพากันเดินกลับ พอถึงจุดที่มีทากปาริชาติก็ขี่หลังพลากรอีก เขาจึงฝากกระเป๋าเพื่อนไว้กับเจ้าหน้าที่ แต่พอพ้นเขตทากดูดเลือดปาริชาติกลับเงียบกริบ “ปอย” เงียบสนิท แถมคางยังเกยอยู่ที่ไหล่เขา “คุณปอยหลับไปแล้วครับคุณกร” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตอบแทน พลากรขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมใจอ่อนกับเธอเด็ดขาด ผู้หญิงอะไรหลับได้แม้กระทั่งอยู่บนหลังผู้อื่น ไม่ใช่ผู้อื่นธรรมดาแต่เป็นหลังผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนตัวเองด้วย เกือบจะถึงที่พักปาริชาติจึงงัวเงียตื่น พลากรพาเธอเข้าไปในห้องพัก “เธอพักห้องนี้แล้วกัน ส่วนพี่จะไปพักทางโน้น” “ค่ะ” เธออายเล็กน้อยที่ทำขายหน้า นอนยาวหลายชั่วโมงบนหลังเขา พลากรเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ปาริชาติมองห้องพักตัวเองด้วยความหวาดกลัว ห้องพักคล้ายกับรีสอร์ต ห้องของเธออยู่ห่างจากคนอื่น คืนนี้เธอจะนอนยังไง พลากรกำลังจะล้มหัวลงนอน ก๊อก ก๊อก ก๊อก เขาดีดตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตู ก็เจอกับยายตัวยุ่งยืนอยู่ “มีอะไร ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีก” “ปอยกลัวค

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 23 ออกเดินทาง

    หลังจากนั้นสองวันพลากรก็เริ่มประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสี่จังหวัดที่มีเขตติดต่อกับภูเขาพญาคีรี ให้ช่วยประสานงานกับสถานีตำรวจและนายอำเภอทุกพื้นที่ ครั้งก่อนที่ตรวจสอบพวกเขาตรวจแค่อำเภอที่อยู่ติดกับภูเขาพญาคีรี ตอนนี้ต้องตรวจสอบใหม่ทั้งหมด เริ่มจากจังหวัดที่เขาไปเที่ยวกับเพื่อนวันนั้นก่อน ทำธุระที่สถานีตำรวจเสร็จก็มุ่งหน้าไปที่อุทยานป่าไม้ เพื่อขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็มีผู้ช่วยตามมาด้วยจนได้ “พี่กรกับพี่อินมาเที่ยวกันไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” ตอนที่อินทรบอกว่าจะออกเดินป่าครั้งนั้น เขาไม่ได้บอกว่าจะไปไหน เธอก็ไม่ได้ซักไซ้ถาม “อือ” พลากรตอบอย่างขอไปที บอกว่าไม่ต้องมา ๆ ก็ยังรั้นจะตามมา เดี๋ยวพาไปนอนกลางป่าให้ยุงดูดเลือดเล่นสักคืนสองคืน หรือจะพาไปเดินป่าให้ทากดูดเลือดดีนะ จะได้เข็ดหลาบสักที วิ่งตามเป็นเด็กไปได้ พลากรจอดรถเมื่อมาถึงอุทยาน เดินเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ เขาคุยอยู่นาน ก่อนจะเดินออกมาหาคนที่นั่งรออยู่ข้างนอก “พี่จะขึ้นเขาไปกับเจ้าหน้าที่ ปอยรออยู่ที่นี่นะ ตรงนั้นมีร้านกาแฟ มุมโน้นมีหนังสือให้อ่าน

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 22 ตามหาอีกครั้ง

    มันหอมตกใจตาเบิกกว้าง เข่าขาว ๆ ของเขาเป็นจ้ำสีม่วงเขียวคล้ำและถลอกจนเลือดซิบ จากโกรธก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง “เจ็บมากไหม” มือน้อย ๆ ลูบแผลเขาอย่างเบามือ “เดี๋ยวฉันเอายาที่พ่อปู่ให้มาทาให้นะ” “เจ็บมากกว่านี้ก็ยอม” มือสองข้างกุมไหล่บางไว้ จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ริมฝีปากขยับอยากจะถามอยากจะพูดอีกหลายคำแต่เขาก็ละทิ้งความคิดนั้นไป เขากลัว… กลัวคำตอบเรื่องนี้ ไม่ถาม ไม่รับรู้ย่อมไม่เจ็บ แต่มันทรมานเล็กน้อย หรืออีกอย่างคือเธอเลือกที่จะไม่บอกความจริงกับเขา เห็นเขาเอาแต่จ้องหน้าอยู่นานมันหอมจึงถามออกไป “มีอะไรเหรอคะ” “… พี่… พี่รักหอม” มองเธอด้วยสายตาที่อธิบายได้ยากแต่ก็มีความมรักอยู่เต็มหัวใจ โน้มกายเธอเข้ามากอดแน่น เขาอยากกอดเธอให้นาน ๆ สองแขนเรียวเล็กโอบกอดเขาไว้เช่นกัน “ฉันก็รักพี่” ถ้าวันหนึ่งเขาต้องไปจริง ๆ เธอจะอยู่อย่างไร เขารู้สึกได้ว่าสิ่งที่เธอพูดคือความจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอทำให้เขาเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ ให้เขาขี่หลังไปทุกที่ที่เขาอยากไปด้วย ดูแลเอาใจใส่ไม่เคยห่าง แต่เธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกเขา เช

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 21 พ่ออยากมีหลาน

    เย็นวันนั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จ ขุนเดชก็เรียกลูกสาวอยู่คุยด้วย “พ่อมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ” “พ่ออยากมีหลานสักคน” ตอนนี้ฐานะพวกเขาก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว ถ้ามีหลานอีกสักคนก็คงไม่ทำให้พวกเขาลำบาก อีกทั้งพวกเขามีสมาชิกหลายคน ทั้งตายาย ทั้งพ่อกับแม่มัน อีกทั้งยังมีน้าทั้งสอง ช่วยกันเลี้ยง หลานย่อมไม่ลำบาก และนี่ก็เป็นวิธีที่จะรั้งตัวสิงขรเอาไว้ได้ ถ้าวันนั้นมาถึง “แม่ก็อยากมี” มาลาเอ่ยสำทับ เธอเห็นด้วยกับสามีที่เล่าว่าหากวันหนึ่งสิงขรต้องจากไป แล้วมันหอมจะอยู่อย่างไร มาลามองออกว่าลูกสาวของเธอรักสิงขรมาก แม้ร่างกายเขาพิการถึงสามส่วนแต่เธอก็ยังเฝ้าทะนุถนอมสามีเป็นอย่างดี ไม่เคยบ่นหรือด่าสามีสักคำ “แต่ว่าขาพี่สิงยังไม่หายดี” เธอพูดไม่เต็มเสียงนัก ขุนเดชรู้ได้ทันทีว่านั่นคือข้ออ้างของลูกสาว “ถ้าเกิดไอ้สิงมันจำทุกอย่างได้แล้วทิ้งเอ็งไป เอ็งจะอยู่กับใคร จะยอมให้มันจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” มันหอมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าถ้าวันนั้นมาถึงแล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไร มันหอมหลุบตาลง ริมฝีปากเธอเม้มแน่น “พ่อก

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 20 ขี่ควาย

    ช่วงเย็นพลากรเพื่อนของอินทรแวะเข้ามาเยี่ยมจินดาที่บ้านแต่เอกมรบอกว่าเธอออกไปทำบุญกับปาริชาติ “คงไม่ไปดูดวงอีกหรอกนะครับ” พลากรกล่าว “พ่อว่าน่าจะไม่พลาดนะ” เอกอมรว่า “พี่ก็คิดเช่นนั้น” อันดาเสริมขึ้น “แต่ก็ดีนะคะ อย่างน้อยปอยก็ทำให้คุณแม่ออกจากบ้านได้บ้าง” ม่านมุกมองเห็นข้อดีในเรื่องนี้ ทุกคนเห็นด้วย เพราะถ้าไม่มีปาริชาติ จินดาก็ไม่เคยคิดออกจากบ้านเลย เบื่อทั้งอาหารเบื่อทั้งผู้คน เสียงรถปาริชาติเลี้ยวเข้ามาจอดไม่นาน ปาริชาติกับจินดาก็เดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “วันนี้คงมีเรื่องดี” เอกอมรว่า “ดีมากเลยค่ะคุณ วันนี้หมอดูบอกว่าลูกเราจะกลับมาภายในหนึ่งเดือนนี้ค่ะ” เอกมรแค่นยิ้มแกมเวทนาภรรยาอยู่บ้าง เธออยู่ได้ก็เพราะคำทำนายของหมอดู “ก็ดีแล้ว ผมก็อยากเจอลูกเร็ว ๆ เหมือนกัน” “แล้วแม่เสียค่าครูไปเท่าไรครับ” อันดาถาม จินดาเสียเงินกับค่าดูหมอไปหลายแสนในระยะเวลาสามเดือน “สองหมื่น” เธอว่าหน้าระรื่น ดวงตาเปล่งประกายมีความสุข น้ำเสียงไม่ได้ทุกข์ร้อน “ถ้าอินกลับมา

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 19 ลูกชายหาย

    เก็บเกี่ยวแตงกวาเสร็จก็ต่อด้วยกะหล่ำปลี ตัดกะหล่ำปลีในช่วงเย็น นำไปขายในตอนเช้า คนที่ไปขายของที่ตลาดต้องออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยงคืน ระหว่างวันคนที่อยู่บ้านก็ดูแลแปลงข้าวโพด และเตรียมพื้นที่ปลูกถั่วฝักยาวและผักกาดขาวต่อ ชีวิตในแต่ละวันล้วนไม่ได้ว่างเว้น พวกเขาทำงานทั้งวัน แต่กลับมีความสุข ถัดจากกะหล่ำปลีก็เก็บเกี่ยวแตงโมต่อ แตงโมผลใหญ่เนื้อข้างในสีแดงจัดมีรสหวานฉ่ำ แม้ไม่ได้ใช้สารเคมีสักหยด คนในหมู่บ้านแลกเปลี่ยนผลผลิตให้ได้กินกันอย่างถ้วนหน้า วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านไปสำรวจตลาดข้างนอกมาและกลับมาแจ้งลูกบ้านว่าตอนนี้ผักกำลังขาดตลาด เพราะที่อื่นมีน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องดีของหมู่บ้านไพรพนาที่จะขายผักในราคาที่สูงขึ้นกรุงเทพมหานคร สามเดือนแล้วที่ลูกชายคนเล็กหายตัวไปจากป่าอย่างไร้ร่องรอย จินดาผู้เป็นแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายเริ่มซูบผอมลงจนน่าใจหาย “คุณกินอะไรบ้างเถอะ” เอกอมร ผู้เป็นสามีเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่ลูกชายคนเล็กไปเดินป่ากับเพื่อนและหายสาบสูญไปเพราะเจอเสือในป่าวันนั้น ภรรยาของเขาก็เหมือนจะตรอมใจเพราะคิดถึงลูก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status