Share

สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
Penulis: กัญจารีย์

ตอนที่ 1 วิ่งหนีเสือ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-05 11:21:49

ฝนฟ้าเริ่มห่างหายเมื่อวันคืนเคลื่อนคล้อยเข้าสู่กลางเดือนตุลาคม บรรยากาศช่วงกลางดึกจนถึงเช้าตรู่ปกคลุมไปด้วยไอหมอกหนา มองอยู่บนภูเขาสูงชันคล้ายมีปุยเมฆสีขาวนวลคลอเคล้าอยู่กับสายลมบางเบา ผู้คนที่ขึ้นเขามาหาของป่าสูดรับอากาศอันบริสุทธิ์เข้าปอดลึก แม้ช่วงนี้ฝนเริ่มตกเบาบางเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตหุบเขาพญาคีรีอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ทอดยาวกลืนกินพื้นที่กว่าสี่จังหวัดแห่งนี้ ก็ยังคงขึ้นเขาหาของป่าและล่าสัตว์เพื่อดำรงชีพต่อไปทุกวัน

            ก่อนหน้าในป่าใหญ่แห่งนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่า พืชพรรณนานาชนิด แต่สองสามปีมานี้ของป่าเริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ชาวบ้านไพรพนาจึงต้องเดินเท้าเข้าป่าลึกมากขึ้น

            มันหอมเองก็เช่นกัน วันนี้เธอกับชาวบ้านในหมู่บ้านหลายคนเข้าป่าเพื่อหาเผือกมันและพืชพรรณทุกอย่างที่สามารถกินได้ เดิมทีเธอเป็นคนเกียจคร้านแม้อายุจะย่างเข้าปีที่ยี่สิบ แต่มันหอมก็ยังเป็นหญิงไม่เอาถ่าน งานการในบ้านในเรือนหยิบจับอย่างขอไปที เธอมีดีเพียงหน้าตางดงามเท่านั้น หลังจากชมม่านหมอกด้วยกันกับคนในหมู่บ้านอย่างอิ่มหนำ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป อีกราวสามชั่วโมงพวกเขาจะกลับมารวมกันที่นี่อีกครั้ง

            มือน้อย ๆ นิ้วเรียวยาวขาวเนียน เก็บเห็ดป่าใส่ตะกร้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา ยิ่งไกลออกไปมากเท่าไร เห็ดป่าเหล่านั้นยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอลืมเวลาที่นัดไว้กับพวกลุงป้าน้าอาทั้งหลาย รู้ตัวอีกทีหน้าก็เกือบคะมำตกเขาลงไปแล้ว เพราะพื้นที่ที่เธออยู่นั้นมันลาดชันค่อนข้างมาก เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็หลงลืมทิศทางไปชั่วขณะ มันหอมแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ที่อยู่เกือบกึ่งกลางศีรษะพอดี เธอร้องอาขึ้นมาในใจคำหนึ่ง ป่านนี้พวกลุง ๆ ป้า ๆ คงรอเธอนานแล้ว หรือไม่ก็อาจจะกลับลงไปในหมู่บ้านก่อนแล้วก็เป็นได้ อย่างไรเธอก็เป็นถึงลูกสาวนายพรานที่เก่งกาจคนหนึ่งในหมู่บ้าน อย่างไรก็คงไม่หลงป่าง่าย ๆ หรือถ้าหลงป่าจริงก็คงมีวิธีพาตัวเองออกมาได้อย่างปลอดภัย เพราะพ่อของเธอคงถ่ายทอดวิชาให้จนหมดแล้ว เว้นเสียแต่มันหอมจะไม่นำมันเข้าสมอง

            เธอพยายามเดินกลับไปในทิศทางเดิม คิดว่าคงใช่เพราะยังมีรอยเท้าที่เธอเหยียบดินที่เปียกชื้นเพราะน้ำค้างและรอยย่ำเห็ดป่าดอกที่เน่าเปื่อยพอให้เห็นอยู่บ้าง มันหอมเดินมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เธอเงยหน้ามองหาเสียงนั้น อาจจะเป็นชาวบ้านที่มาด้วยกัน

            แต่ยังไม่ทันเห็นว่าเป็นใครก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น

            “ช่วยด้วย!”

            เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชาย วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาใกล้ขึ้น

            “ช่วยด้วย เสือ!”

            ชายหนุ่มแปลกหน้าวิ่งมาทางเธอแบบไม่คิดชีวิต มันหอมยืนตะลึงงัน ขาน้อย ๆ แต่กลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก

            เสืออย่างนั้นเหรอ! ขากำลังจะก้าววิ่งออกกลับไปทางเดิม ผู้ชายที่วิ่งมาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ทั้งมองทางทั้งเหลียวหลังกลับไปมองเสือที่วิ่งตามมาก็ชนเธอเข้าอย่างจัง

            อัก! ทั้งสองล้มกลิ้งไปกับพื้นคนละทิศละทาง เห็ดที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่สานกระจัดกระจายไปทั่ว ผู้ชายคนนั้นได้สติก่อนเห็นว่าตนวิ่งชนผู้หญิงเข้าก็ลุกขึ้นไปฉุดแขนเธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เขาจูงมือเธอวิ่งโดยไม่กล่าวคำใด

            มันหอมตกใจเบิกตากว้างเมื่อเขาฉุดกระชากให้เธอวิ่งตาม เธอกล่าวขึ้นอย่างตื่นกลัว

            “พี่จะพาฉันไปไหน”

            ชายคนนั้นยังไม่ทันฉุกคิดอะไรก็ตอบออกไปเร็วพลัน “หนีเสือ”

            “เสืออยู่ที่ไหน” เธอยังไม่เห็นเสือสักตัว

            เขาไม่ตอบแต่ลากเธอวิ่งตามไปอย่างทุลักทุเล

            ด้วยความที่ไม่รู้ว่าทางด้านหน้านั้นลาดชัน ชายคนนั้น ลากเธอวิ่งตามแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง พอถึงจุดที่มันหอมเก็บเห็ดเป็นครั้งสุดท้ายร่างทั้งสองก็ลื่นไถลกลิ้งตกลงไปด้านล่างอย่างไม่เป็นท่า

            ปึก!

            อัก!

            ในที่สุดเสียงทุกอย่างก็เงียบลง ร่างทั้งคู่หยุดการเคลื่อนไหวทุกสัดส่วน มีเพียงเสียงนกหลากหลายสายพันธุ์โห่ร้องจนก้องป่า

            เกือบสิบนาทีที่ทั้งคู่สลบไป หูของเธอได้ยินเสียงนกตัวหนึ่งร้องขึ้นว่า ‘ตื่นได้แล้ว ๆ’ อยู่ข้างหู อีกทั้งยังเสียงน้ำไหลรินอยู่ไม่ไกลมากนัก

            เธอรู้สึกปวดศีรษะจนมันแทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ ตายังปิดสนิทแต่พยายามพลิกร่างตัวเองนอนหงายแผ่แขนขาทั้งสองข้างออกอย่างหมดแรง นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะรอดชีวิตมาได้ เมื่อคืนเธอนอนหลับไปเพียงสองชั่วโมงเพราะต้องเตรียมข้อมูลนำเสนอเจ้านายในที่ประชุมตอนเช้าเมื่อวาน การประชุมช่วงเช้าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เจ้านายชมเธอว่าบริหารงานได้ดีเยี่ยม สิ้นปีนี้จะเพิ่มโบนัสให้อีก เธอดีใจมากกลับมาที่สาขายังไม่ได้พักก็ต้องรีบออกมาส่งของให้ลูกค้า ความจริงเธอเป็นถึงผู้จัดการเขตของบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในประเทศ หน้าที่นี้เธอไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่เพราะสงสารลูกน้องจึงอาสาออกมาส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนลูกน้องที่งานยุ่งจนหัวฟูอยู่เช่นเดียวกัน ไม่คิดว่าตัวเองจะหลับใน พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งรถยนต์ของเธอก็ประสานงากับรถสิบล้อเสียแล้ว

            เธอช่างโชคดี เธอยังไม่ตาย

            แต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงรถบนท้องถนนเลยล่ะ ทำไมบรรยากาศโดยรอบมันเย็นสบายเช่นนี้ ไม่มีกลิ่นน้ำมัน ไม่มีฝุ่นละอองลอยเข้ามาในจมูกเลยสักนิด             ไม่มีแม้แต่คนจะมาแตะต้องตัวเธอ หรือรถของโรงพยาบาลยังมาไม่ถึง น่าจะใช่กระมัง มุมปากคลี่ยิ้มเลื่อนลอยให้กับความโชคดีของตนแม้ร่างกายปวดระบมไปหมด

            แต่เสียงนกพวกนี้มาจากไหน

เปลือกตาอันหนักอึ้งเปิดขึ้นอย่างคนขี้เกียจ

            เบื้องหน้ามีแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านใบไม้ลงมาให้เห็นรำไร ดวงตากลอกมองไปรอบทิศ เธอลืมความเจ็บปวดทั่วร่างกายไปชั่วขณะเมื่อตรงหน้ามีแต่ป่า เผลอดีดตัวลุกพรวดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ แต่เพียงไม่นานก็มีเรื่องราวมากมายถูกส่งผ่านเข้ามาในสมองของเธอจนอัดแน่นไปหมด

            ทั้งชื่อพ่อชื่อแม่และน้อง ๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัว และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย รวมถึงเหตุการณ์ที่เจ้าของร่างนี้ขึ้นมาเก็บเห็ดกับคนในหมู่บ้านและวิ่งหนีเสือที่ไม่เห็นตัว กระทั่งตกลงมาตรงนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 24 ตกควาย

    พวกเขาพากันเดินกลับ พอถึงจุดที่มีทากปาริชาติก็ขี่หลังพลากรอีก เขาจึงฝากกระเป๋าเพื่อนไว้กับเจ้าหน้าที่ แต่พอพ้นเขตทากดูดเลือดปาริชาติกลับเงียบกริบ “ปอย” เงียบสนิท แถมคางยังเกยอยู่ที่ไหล่เขา “คุณปอยหลับไปแล้วครับคุณกร” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตอบแทน พลากรขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมใจอ่อนกับเธอเด็ดขาด ผู้หญิงอะไรหลับได้แม้กระทั่งอยู่บนหลังผู้อื่น ไม่ใช่ผู้อื่นธรรมดาแต่เป็นหลังผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนตัวเองด้วย เกือบจะถึงที่พักปาริชาติจึงงัวเงียตื่น พลากรพาเธอเข้าไปในห้องพัก “เธอพักห้องนี้แล้วกัน ส่วนพี่จะไปพักทางโน้น” “ค่ะ” เธออายเล็กน้อยที่ทำขายหน้า นอนยาวหลายชั่วโมงบนหลังเขา พลากรเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ปาริชาติมองห้องพักตัวเองด้วยความหวาดกลัว ห้องพักคล้ายกับรีสอร์ต ห้องของเธออยู่ห่างจากคนอื่น คืนนี้เธอจะนอนยังไง พลากรกำลังจะล้มหัวลงนอน ก๊อก ก๊อก ก๊อก เขาดีดตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตู ก็เจอกับยายตัวยุ่งยืนอยู่ “มีอะไร ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีก” “ปอยกลัวค

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 23 ออกเดินทาง

    หลังจากนั้นสองวันพลากรก็เริ่มประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสี่จังหวัดที่มีเขตติดต่อกับภูเขาพญาคีรี ให้ช่วยประสานงานกับสถานีตำรวจและนายอำเภอทุกพื้นที่ ครั้งก่อนที่ตรวจสอบพวกเขาตรวจแค่อำเภอที่อยู่ติดกับภูเขาพญาคีรี ตอนนี้ต้องตรวจสอบใหม่ทั้งหมด เริ่มจากจังหวัดที่เขาไปเที่ยวกับเพื่อนวันนั้นก่อน ทำธุระที่สถานีตำรวจเสร็จก็มุ่งหน้าไปที่อุทยานป่าไม้ เพื่อขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็มีผู้ช่วยตามมาด้วยจนได้ “พี่กรกับพี่อินมาเที่ยวกันไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” ตอนที่อินทรบอกว่าจะออกเดินป่าครั้งนั้น เขาไม่ได้บอกว่าจะไปไหน เธอก็ไม่ได้ซักไซ้ถาม “อือ” พลากรตอบอย่างขอไปที บอกว่าไม่ต้องมา ๆ ก็ยังรั้นจะตามมา เดี๋ยวพาไปนอนกลางป่าให้ยุงดูดเลือดเล่นสักคืนสองคืน หรือจะพาไปเดินป่าให้ทากดูดเลือดดีนะ จะได้เข็ดหลาบสักที วิ่งตามเป็นเด็กไปได้ พลากรจอดรถเมื่อมาถึงอุทยาน เดินเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ เขาคุยอยู่นาน ก่อนจะเดินออกมาหาคนที่นั่งรออยู่ข้างนอก “พี่จะขึ้นเขาไปกับเจ้าหน้าที่ ปอยรออยู่ที่นี่นะ ตรงนั้นมีร้านกาแฟ มุมโน้นมีหนังสือให้อ่าน

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 22 ตามหาอีกครั้ง

    มันหอมตกใจตาเบิกกว้าง เข่าขาว ๆ ของเขาเป็นจ้ำสีม่วงเขียวคล้ำและถลอกจนเลือดซิบ จากโกรธก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง “เจ็บมากไหม” มือน้อย ๆ ลูบแผลเขาอย่างเบามือ “เดี๋ยวฉันเอายาที่พ่อปู่ให้มาทาให้นะ” “เจ็บมากกว่านี้ก็ยอม” มือสองข้างกุมไหล่บางไว้ จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ริมฝีปากขยับอยากจะถามอยากจะพูดอีกหลายคำแต่เขาก็ละทิ้งความคิดนั้นไป เขากลัว… กลัวคำตอบเรื่องนี้ ไม่ถาม ไม่รับรู้ย่อมไม่เจ็บ แต่มันทรมานเล็กน้อย หรืออีกอย่างคือเธอเลือกที่จะไม่บอกความจริงกับเขา เห็นเขาเอาแต่จ้องหน้าอยู่นานมันหอมจึงถามออกไป “มีอะไรเหรอคะ” “… พี่… พี่รักหอม” มองเธอด้วยสายตาที่อธิบายได้ยากแต่ก็มีความมรักอยู่เต็มหัวใจ โน้มกายเธอเข้ามากอดแน่น เขาอยากกอดเธอให้นาน ๆ สองแขนเรียวเล็กโอบกอดเขาไว้เช่นกัน “ฉันก็รักพี่” ถ้าวันหนึ่งเขาต้องไปจริง ๆ เธอจะอยู่อย่างไร เขารู้สึกได้ว่าสิ่งที่เธอพูดคือความจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอทำให้เขาเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ ให้เขาขี่หลังไปทุกที่ที่เขาอยากไปด้วย ดูแลเอาใจใส่ไม่เคยห่าง แต่เธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกเขา เช

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 21 พ่ออยากมีหลาน

    เย็นวันนั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จ ขุนเดชก็เรียกลูกสาวอยู่คุยด้วย “พ่อมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ” “พ่ออยากมีหลานสักคน” ตอนนี้ฐานะพวกเขาก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว ถ้ามีหลานอีกสักคนก็คงไม่ทำให้พวกเขาลำบาก อีกทั้งพวกเขามีสมาชิกหลายคน ทั้งตายาย ทั้งพ่อกับแม่มัน อีกทั้งยังมีน้าทั้งสอง ช่วยกันเลี้ยง หลานย่อมไม่ลำบาก และนี่ก็เป็นวิธีที่จะรั้งตัวสิงขรเอาไว้ได้ ถ้าวันนั้นมาถึง “แม่ก็อยากมี” มาลาเอ่ยสำทับ เธอเห็นด้วยกับสามีที่เล่าว่าหากวันหนึ่งสิงขรต้องจากไป แล้วมันหอมจะอยู่อย่างไร มาลามองออกว่าลูกสาวของเธอรักสิงขรมาก แม้ร่างกายเขาพิการถึงสามส่วนแต่เธอก็ยังเฝ้าทะนุถนอมสามีเป็นอย่างดี ไม่เคยบ่นหรือด่าสามีสักคำ “แต่ว่าขาพี่สิงยังไม่หายดี” เธอพูดไม่เต็มเสียงนัก ขุนเดชรู้ได้ทันทีว่านั่นคือข้ออ้างของลูกสาว “ถ้าเกิดไอ้สิงมันจำทุกอย่างได้แล้วทิ้งเอ็งไป เอ็งจะอยู่กับใคร จะยอมให้มันจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” มันหอมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าถ้าวันนั้นมาถึงแล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไร มันหอมหลุบตาลง ริมฝีปากเธอเม้มแน่น “พ่อก

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 20 ขี่ควาย

    ช่วงเย็นพลากรเพื่อนของอินทรแวะเข้ามาเยี่ยมจินดาที่บ้านแต่เอกมรบอกว่าเธอออกไปทำบุญกับปาริชาติ “คงไม่ไปดูดวงอีกหรอกนะครับ” พลากรกล่าว “พ่อว่าน่าจะไม่พลาดนะ” เอกอมรว่า “พี่ก็คิดเช่นนั้น” อันดาเสริมขึ้น “แต่ก็ดีนะคะ อย่างน้อยปอยก็ทำให้คุณแม่ออกจากบ้านได้บ้าง” ม่านมุกมองเห็นข้อดีในเรื่องนี้ ทุกคนเห็นด้วย เพราะถ้าไม่มีปาริชาติ จินดาก็ไม่เคยคิดออกจากบ้านเลย เบื่อทั้งอาหารเบื่อทั้งผู้คน เสียงรถปาริชาติเลี้ยวเข้ามาจอดไม่นาน ปาริชาติกับจินดาก็เดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “วันนี้คงมีเรื่องดี” เอกอมรว่า “ดีมากเลยค่ะคุณ วันนี้หมอดูบอกว่าลูกเราจะกลับมาภายในหนึ่งเดือนนี้ค่ะ” เอกมรแค่นยิ้มแกมเวทนาภรรยาอยู่บ้าง เธออยู่ได้ก็เพราะคำทำนายของหมอดู “ก็ดีแล้ว ผมก็อยากเจอลูกเร็ว ๆ เหมือนกัน” “แล้วแม่เสียค่าครูไปเท่าไรครับ” อันดาถาม จินดาเสียเงินกับค่าดูหมอไปหลายแสนในระยะเวลาสามเดือน “สองหมื่น” เธอว่าหน้าระรื่น ดวงตาเปล่งประกายมีความสุข น้ำเสียงไม่ได้ทุกข์ร้อน “ถ้าอินกลับมา

  • สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ   ตอนที่ 19 ลูกชายหาย

    เก็บเกี่ยวแตงกวาเสร็จก็ต่อด้วยกะหล่ำปลี ตัดกะหล่ำปลีในช่วงเย็น นำไปขายในตอนเช้า คนที่ไปขายของที่ตลาดต้องออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยงคืน ระหว่างวันคนที่อยู่บ้านก็ดูแลแปลงข้าวโพด และเตรียมพื้นที่ปลูกถั่วฝักยาวและผักกาดขาวต่อ ชีวิตในแต่ละวันล้วนไม่ได้ว่างเว้น พวกเขาทำงานทั้งวัน แต่กลับมีความสุข ถัดจากกะหล่ำปลีก็เก็บเกี่ยวแตงโมต่อ แตงโมผลใหญ่เนื้อข้างในสีแดงจัดมีรสหวานฉ่ำ แม้ไม่ได้ใช้สารเคมีสักหยด คนในหมู่บ้านแลกเปลี่ยนผลผลิตให้ได้กินกันอย่างถ้วนหน้า วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านไปสำรวจตลาดข้างนอกมาและกลับมาแจ้งลูกบ้านว่าตอนนี้ผักกำลังขาดตลาด เพราะที่อื่นมีน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องดีของหมู่บ้านไพรพนาที่จะขายผักในราคาที่สูงขึ้นกรุงเทพมหานคร สามเดือนแล้วที่ลูกชายคนเล็กหายตัวไปจากป่าอย่างไร้ร่องรอย จินดาผู้เป็นแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายเริ่มซูบผอมลงจนน่าใจหาย “คุณกินอะไรบ้างเถอะ” เอกอมร ผู้เป็นสามีเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่ลูกชายคนเล็กไปเดินป่ากับเพื่อนและหายสาบสูญไปเพราะเจอเสือในป่าวันนั้น ภรรยาของเขาก็เหมือนจะตรอมใจเพราะคิดถึงลูก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status