登入ตอนที่ 7 ข้าจะเปลี่ยนนางเอง
โรงน้ำชาม่านฮวา ภายในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน ภายในห้องแขกพิเศชชั้นบนยังคงเป็นสี่สหายผู้สูงศักดิ์ เซียวเจิ้งยวนยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางถอนหายใจเป็นระยะ ๆ จนสหายทั้งสามที่นั่งอยู่ต้องเอ่ยถามขึ้น “นี่เจิ้งยวนเหตุใดดูเจ้าทุกข์ใจเช่นนี้” จางเฉิงฟานถามขึ้น “จะมีอะไรอีกเล่า ก็คงขอหย่าแม่ทัพกู้ไม่ได้” มู่หานอี้ตอบแทรกอย่างรู้ถึงสีหน้าของสหาย เขาทำหน้าอมทุกข์เช่นนี้ก็คงมีแค่เรื่องเดียว เซียวเจิ้งยวนส่ายหัวไปมาแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อน “ได้ใบหย่ามาแล้ว” “นั่นไงข้าว่า—” มู่หานอี้กำลังจะเสริมต่อแต่กลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันไปถามเซียวเจิ้งยวนใหม่อีกรอบ “เจ้าว่าอย่างไรนะ!” เซียวเจิ้งยวนมองไปยังสีหน้าของสหายทั้งสามคนที่กำลังอ้าปากค้างไม่เชื่อในคำพูดของเขา เขาถอนหายใจแผ่วแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะไม้เบื้องหน้า เหล่าสหายแสนดีรีบหยิบมาเปิดดู ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและความงุนงงกับสีหน้าของเซียวเจิ้งยวน “ใบหย่าก็ได้แล้ว? แล้วเหตุใดยังทำหน้าเช่นนี้อีกเล่า?” มู่หานอี้ถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงง เซียวเจิ้งยวนถอนหายใจยาวทอดสายตามองไปยังเหล่าสหายแสนดีของตนทั้งสาม ยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบเล็กน้อย “นางอาจดูแข็งกร้าวไปหน่อย ไม่มีคุณสมบัติของกุลสตรี แต่นางเป็นคนดี ซื่อตรง สตรีเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง” “ออ” สหายทั้งสามอุทานพร้อมกับแล้วยังพยักหน้ารับพร้อมกันอีกด้วย แล้วก็จ้องเซียวเจิ้งยวนรอฟังคำพูดของเขาต่อ เซียวเจิ้งยวนถูกสายตาของพวกเขามองมาจนกดดันเล็กน้อย เขาเลยตบโต๊ะเบา ๆ แก้เขินแล้วเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น “ข้าคิดว่าจะให้โอกาสนาง! ได้เปลี่ยนแปลงตนเอง” “อืม ๆ ” เหล่าสหายแสนดีตอบแล้วพยักหน้าพร้อมเพียง “เช่นนั้นก็อย่ารอช้า” เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง สายตาแน่วแน่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีแล้วก้าวพรวดออกไปจากห้องขันที เหล่าสหายแสนดี“…” …. ภายในตำหนักองค์ชายสิบสาม กู้หนิงอันในชุดทหารสายพิธีการสีแดงกุหลาบเข้ม เส้นผมนางถูกเกล้ามวยสูงติดปิ่นเงินแบบเรียบ ๆ นางกำลังฝึกดาบอยู่กลางสวนอย่างคล่องแคล่ว ผ้าคลุมไหล่สีแดงกุหลาบสะบัดไปตามการเคลื่อนไหวของนาง ท่าทางราวกำกลังร่ายรำแต่หนักแน่นทุกกระบวนท่า องครักษ์เซี่ยวซุ่นยืนเฝ้ามองอยู่ด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งท่าทางหนักแน่น ขันทีประจำตำหนักก้าวอย่างรวดเร็วเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้ากู้หนิงอัน “พระชายา พระสนมหลินกุ้ยเฟยต้องการให้พระชายาไปเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” กู้หนิงอันหยุดมือแล้วตอบรับ “อืม” กล่าวจบก็ก้าวออกมาจากสวนและส่งดาบให้องครักษ์หญิงเสี่ยวซุ่นอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็เดินมาถึงห้องของหลินกุ้ยเฟย กู้หนิงอันก้าวเข้าไปด้านในด้วยท่าทางมั่งคงและนิ่งลึก ไหล่ตั้งตรง แผ่นหลังเหยียดเรียบ ผ้าชุดสีแดงกุหลาบเข้มสะบัดเบา ๆ ตามแรงก้าว สายตาเฉียบเย็นมองตรงไปยังพระสนมหลินกุ้ยเฟยที่กำลังนั่งรออยู่ในตำแหน่งประธาน หลินกุ้ยเฟยมองดูท่าทางของกู้หนิงอันแล้วถอนหายใจแผ่วหนึ่ง ราวกับเหนื่อยใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง” สายตาของหลินกุ้ยเฟยมองตามกู้หนิงอันที่ยืนตระหง่านกลางห้อง หลังตรง ดวงตานิ่งสงบ ท่วงท่าคมกริบยิ่งกว่าบุรุษหลายคน ชุดทหารสีแดงกุหลาบเข้มพลิ้วไหวไปตามแรงลม ฝีเท้าแต่ละก้าวหนักแน่น ไม่มีความอ่อนหวานสมกับเป็นสตรีแม้แต่น้อย มีเพียงความองอาจ กล้าเกร่ง หลินกุ้ยเฟยเม้มริมฝีปากเบา ๆ ในใจอดบ่นไม่ได้ว่า แข็งแกร่งเสียจนปานนี้ เจิ้งยวนจะตกหลุมรักนางได้อย่างไรกัน? นางส่ายหน้าเล็กน้อย เหนื่อยใจกับความซื่อตรงของแม่ทัพหญิงคนนี้ไม่ได้ หลินกุ้ยเฟยยกมือขึ้นแตะขมับเบา ๆ สายตานางเหลือบมองแม่ทัพหญิงที่ยังยืนสงบนิ่งอย่างไร้เดียงสา แม้จะเป็นผู้มีฝีมือสะเทือนพรมแดน แต่เรื่องในเรือนในกลับ… ช่างว่างเปล่าเสียจริง หลินกุ้ยเฟยส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง แล้วถอนหายใจแผ่ว “แม่นมหลิวเชิญคนมา” หลินกุ้ยเฟยหันไปพูดกับแม่นมหลิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เพคะ” แม่นมหลิวตอบแล้วย่อกายคารวะอย่างนอบน้อม ใบหน้าแต้มรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหมุนกายก้าวออกไปจากห้องนั้น กู้หนิงอันยืนนิ่งอยู่กับที่ ใบหน้าสงบนิ่งแต่ในใจพลันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หลินกุ้ยเฟยจะให้นางทำอะไรกันแน่น ไม่นานแม่นมหลิวก็เดินเข้ามาพร้อมกับสตรีผู้หนึ่งที่รูปร่างอรชร แต่งกายฉูดฉาดและใบหน้าที่ดูกับราวเป็นนางจิ้งจอกแม้ไม่ได้ยิ้มมากมายแต่กลับดูน่าดึงดูด แม่นมหลิวหยุดยืนคารวะแล้วพูดขึ้น “พระสนม นี้คือแม่นางชางเหนียงจากหอฝู่อวี้เพคะ” “คารวะพระสนมกุ้ยเฟย หม่อนฉันชางเหนียงเพคะ” ชางเหนียงย่อกายลงประสานมืออย่างนอบน้อม ใบหน้าแต้มรอยยิ้มหวาน หลินกุ้ยเฟยมองนางอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าให้แม่นมหลิว เมื่อแม่นมหลิวได้รับคำบัญชาก็ก้าวตรงไปหยุดอยู่เบื้องหน้าหน้ากู้หนิงอันแล้วพูดขึ้น “พระชายากู้ นี่คือ ชางเหนียงจากหอฝู่อวี้ วันนี้นางจะมาสอนวิธีมัดใจสามีให้ท่านเพคะ” มัดใจสามี? คืออะไร? กู้หนิงอันคิดในใจแต่ใบหน้านางยังสงบสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ นางหันไปมองสตรีนางนั้นอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเล็กน้อย “อืม” “เช่นนั้นเชิญพระชายาเพคะ” แม่นมหลิวพูดพร้อมกับก้าวนำทางกู้หนิงอันและชางเหนียงออกไปยังอีกห้องหนึ่งที่เตรียมไว้ หลินกุ้ยเฟยมองตามท่าทางองอาจของสะใภ้ผู้นี้อย่างจนใจ ได้แต่คิดว่าสิ่งที่นางพอจะช่วยได้ก็ทำแล้ว หากเวลาผ่านไปแล้ว นางยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ คงต้องให้บุตรชายนางรับอนุภรรยาเพิ่ม และเมื่อถึงตอนนั้นหวังว่า กู้หนิงอันจะใจกว้างพอ …. กู้หนิงอันตามแม่นมหลิวและชางเหนียงมายังห้องหนึ่ง ชางเหนียงมอบหนังสือเล่มหนึ่งให้ กู้หนิงอันเปิดดูก็หน้าแดงจัดขึ้นทันที เพราะภาพวาดด้านในนั้นเต็มไปด้วยการร่วมรัก ชางเหนียงและแม่นมหลิวหัวเราะเบา ๆ อย่างชอบใจ ทั้งสองรู้ว่านางยังไม่ประสีประสากับเรื่องเหล่านี้ “พระชายา นี้คือสิ่งที่ต้องปรนนิบัติดูแลสามีในยามค่ำคืนนะเพคะ ท่านต้องเรียนรู้ให้มากหน่อย” กู้หนิงอันที่หน้าแดงก่ำ ได้แต่ก้มหลบสายตาของพวกนางแล้วพยักหน้ารับ ชางเหนียงก้าวเข้ามาใกล้แล้วกวาดมองเรือนร่างของกู้หนิงอันอย่างพิจารณา ก่อนจะพูดขึ้น “สตรีที่แท้จริงต้องอ่อนหวานและอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าสามี ข้าจะค่อย ๆ สอนท่านนะเพคะ” กู้หนิงอันได้แต่พยักหน้ารับ แล้วค่อย ๆ ทำตามสิ่งที่ชางเหนียงสอนมาทีละอย่างและจดจำเอาไว้ วิธีมัดใจสามีอะไรกัน ทำไมนางรู้สึกว่าช่างยุ่งยากกว่าการออกรบเสียอีก แต่ในเมื่อ นางแต่งงานเข้ามาแล้วก็ต้องเชื่อฟังแม่สามี จะได้ไม่มีเรื่องให้ปวดหัวตอนที่ 28มียาพิษเสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาในห้องของกู้หนิงอันอย่างร้อนรน เบื้องหน้ากู้หนิงอันนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเซียวเจิ้งยวนนั่งอยู่เคียงข้างนาง เขาป้อนยาสมุนไพรที่หลินเยว่ถิงเพิ่งยื่นให้ ให้กู้หนิงอันด้วยรอยยิ้ม “หยุดนะ ยานั่นมีพิษ!!”เสิ่นเทียนกู้ไม่พูดเปล่าเขาหยิบก้อนหินโยนออกไปโดนถ้วยยานั้นตกกระแทกพื้น ยาน้ำกระจายสาดออกมาเต็มพื้นแต่ในถ้วยก็ยังคงมีเศษอยู่นิดหน่อยทุกคนหันมามองเสิ่นเทียนกูด้วยความตกใจ!เสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าทั้งสามคน แล้วหันไปมองหลินเยว่ถิงด้วยสายตาดุดันพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ในยาสมุนไพรของเจ้ามีพิษ”หลินเยว่ถิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสิ้นหวัง“ท่านหาว่าข้าเป็นคนวางยาพิษพระชายาหรือ”“หรือไม่ใช่ล่ะ!”น้ำเสียงเสิ่นเทียนกู้แข็งกร้าวจนหลินเยว่ถิงสะดุ้งด้วยความตกใจ น้ำตานางเอ่อคลอ รีบยกถ้วยยาที่แตกออกนั้นขึ้นมาดื่มพิสูจน์ให้พวกเขาดูนางที่จริงแล้วไม่ได้วางยา เพราะนางเองก็ไม่กล้าทำ กู้หนิงอันเป็นคนดี นางไม่อยากทำร้ายคนดี ๆ แบบนี้ นางเพียงอยากให้เซียวเจิ้งยวนรักนางจากใจจริงเซียวเจิ้งยวนรีบลุกขึ้นมาห้ามนางและประคองตัวนางขึ้นอย่าง
ตอนที่27วางยาพิษยามเช้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาหลินเยว่ถิงที่กำลังนอนอยู่กับพื้นห้องที่เย็นยะเยือก ความเย็นแพร่กระจายไปทั่วร่างจนนางหนาวสั่นสะท้าน มือที่สั่นเทาได้แต่ยื่นไปหยิบยาขับความเย็นมากินเพื่อบรรเทาอาการเมื่ออาการของนางดีขึ้นจึงได้เปลี่ยนอาภรณ์แล้วก้าวตรงไปยังห้องปรุงยาเช่นในทุก ๆ วันนางจะปรุงยาให้เหล่าชาวบ้านรวมถึงยาของกู้หนิงอันด้วย ไม่นานนักยาของกู้หนิงอันก็ถูกปรุงเสร็จหลินเยว่ถิงประคองถาดไม้ที่มีถ้วยยาอุ่นเดินตรงไปยังห้องพักของกู้หนิงอันภายในห้องพักของเรือนรับรองที่เงียบสงบ แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามากระทบสองร่างที่นั่งเคียงกันอยู่บนเตียงนอนเซียวเจิ้งยวนนั่งพิงหัวเตียงในอ้อมกอดเขามีกู้หนิงอันที่กำลังเอนกายซบอย่างแนบชิด มือเรียวยาวของเซียวเจิ้งยวนโอบกระซับร่างของกู้หนิงอันผู้เป็นชายาอย่างทะนุถนอมเสียงพูดคุยหยอกล้อกันแผ่วเบาผสมผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองหลินเยว่ถิงที่ยืนมองผ่านบานประตูที่เปิดอยู่ นางกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว เพียงไม่นานร่างบอบบางก็ก้าวเข้าไปด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วย่อคำนับอย่างนอบน้อม“ท่านอ๋อง พระชายา ยาเพคะ”กู้หนิงอันหันมาพยักหน้ารับแล้วรับถ้ว
กู้หนิงอันขยับกายหมายจะลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนนางครางเสียงเบาแผ่ว แต่เสียงนั้นกับการขยับตัวของนางก็ปลุกให้เซียวเจิ้งยวนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเมื่อเขาเห็นกู้หนิงอันชายาของตนที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีพร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนขยับขึ้นไปประคองร่างบางของภรรยาอย่างทะนุถนอม เขาหยิบหมอนมารองหลังให้นางเอนกายนั่งพิงหัวเตียงทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง คำพูดมากมายที่อยากจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกพูดผ่านสายตาอย่างเข้าใจซึ่งกันและกันเซียวเจิ้งยวนกำมือนางแน่นพูดขึ้นถามอย่างเป็นห่วง“หิวหรือไม่”กู้หนิงอันพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เซียวเจิ้งยวนหันไปเอ่ยสั่งเสียงดัง“พระชายาฟื้นแล้ว ใครอยู่ด้านนอกไปเอาโจ๊กอุ่น ๆ มา!”“พ่ะย่ะค่ะ”เสียงขันทีเฝ้าประตูขานรับอยู่ด้านนอก ก่อนเสียงฝีเท้าด้านนอกจะวิ่งวุ่นกันไปมาไม่นานโจ๊กอุ่นและผลไม้สดก็ถูกนำเข้ามาวางในห้อง เซียวเจิ้งยวนหยิบถ้วยโจ๊กมาป้อนให้นางอย่างอ่อนโยน สายตาของทั้งสองมองกันอยู่ตลอดเวลาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขหลินเยว่ถิงถือถ้วยยาสมุนไพรก้าวเข้ามาด้านใน มองภาพนั้น
ตอนที่25แผนร้าย“หนิงอัน!!”ร่างของชายาเขาจมดิ่งสู่ใต้น้ำ เซียวเจิ้งยวนทำได้เพียงว่ายไปหานางอย่างสุดกำลังแต่เรี่ยวแรงของเขากลับไม่นำพา ทำได้เพียงมองดูนางจมลงไปใต้น้ำ น้ำตาเขาไหลรินออกมาผสมกับสายน้ำเย็น หัวใจเจ็บจุกจนไม่อาจทนไหว“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย เขาลืมตามองไปรอบ ๆ พบว่าตนเองอยู่ในเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง“ญาติผู้พี่ ท่านฟื้นแล้ว”น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าโล่งใจ ขอบตานางแดงก่ำดูเหมือนร้องให้อย่างหนักมาเซียวเจิ้งยวนยันกายลุกขึ้นนั่งความเจ็บปวดบนขมับแล่นขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมแน่น“ญาติผู้พี่ท่านยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลยเพคะ”หลินเยว่ถิงก้าวเข้าไปหาเขาแล้วช่วยประคองเขาอย่างระมัดระวัง“หนิงอัน! หนิงอันนางอยู่ที่ใด?”เซียวเจิ้งยวนถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกหลินเยว่ถิงชะงักนิ่ง นางก้มลงไม่ได้สบตาเขาและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเซียวเจิ้งยวนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “นางอยู่ที่ใด?!”น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นด้วยความร้อนใจ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลินเยว่ถิง จนนางกดดันยิ่งนัก จึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“พระชายาได้ร
ตอนที่ 24ช่างเป็นขุนนางที่ดีกู้หนิงอันก้าวออกมาจากห้องรับรองของจวนเจ้าเมือง เบื้องหน้าทหารของนางควบคุม จวนเจ้าเมืองไว้ได้หมด เหล่าบรรดาภรรยาและบุตรของเจ้าเมืองถูกจับกุมไปรวมกันที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เสิ่นเทียนกู้และหลินเยว่ถิงก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่เบื้องหน้านาง“ท่านแม่ทัพ”เสิ่นเทียนกู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกู้หนิงอันหันไปทางเขา เสิ่นเทียนกู้ยื่นสมุดบันชีและหลักฐานที่ไปรวบรวมมาให้นางด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับดูหนักแน่นยิ่งนัก“หลักฐานการโกงเงินในการสร้างเขื่อนและซ่อมแซ่มขอรับ”กู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างรวดเร็ว เป็นดังคาด เจ้าเมืองและขุนนางบางคนร่วมกันโกงเงินที่ฝ่าบาทส่งมาเพื่อบำรุงรักษาเขื่อนไปจนสิ้น ทำให้เขื่อนใหญ่ที่ควรจะแข็งแรง กลับพังทลายลงอย่าง่ายดาย การคดโกงเช่นนี้แน่นอนว่ามีคนหนุนหลังอยู่ในเมืองหลวง แต่เมื่อเรื่องถูกสืบได้ ก็จะมีเพียงขุนนางตัวเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องรับโทษ “พระชายา นี้คือทรัพย์สินของเหล่าขุนนางในเมือง เพคะ”หลินเยว่ถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยืนบันชีทรัพย์ของเหล่าขุนนางทั้งหมดให้กู้หนิงอันกู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างละเอียด ในใจหัวเราะ
ยามเย็นมาถึง ในจวนเจ้าเมืองจัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อต้อนรับจิ้นหวังอ๋องและแม่ทัพกู้หนิงอันเหล่าขุนนางต่างมาร่วมงานกันในชุดอาภรณ์เรียบง่าย ไม่ใส่เครื่องประดับที่ล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียวเซียวเจิ้งยวนในอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีปักด้วยไหมทองขับให้ร่างสูงโปร่งของเขาดูสูงส่งและสง่างามยิ่งนัก เขาก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับกู้หนิงในชุดขุนนางทหารสีกุหลาบเข้ม ผมยาวของนางถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายขับให้ใบหน้างดงามดูองอาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ในมือของนางยังกำแส่พระราชทานไว้แน่นเมื่อเห็นทั้งสองก้าวเข้ามาเหล่าขุนนางที่กำลังนั่งคุยกันอยู่รีบลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน“ท่านอ๋อง พระชายา”เซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันก้าวตรงไปนั่งลงตำแหน่งประธานของห้องโถง เซียวเจิ้งยวนไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงยกถ้วยชาที่ขันทีประจำกายเพิ่งรินให้มือเรียวยาวหมุนถ้วยชาเบา ๆ มองดูลวดลายสวยงามบนถ้วยชาอย่างไม่สนใจเหล่าขุนนางที่กำลังยืนอยู่กู้หนิงอันเองก็ไม่ได้สนใจเหล่าขุนนาง นางยกมือเรียวขึ้นจับตะเกียบแล้วมองดูอาหารตรงหน้า ในใจพลันคิดว่าช่างสมกับเป็นเมืองที่ประสบภัยจริง ๆ อาหารที่ใช้รับรองก็มีเพียงผักไม่กี่อย่างนางใช้ตะเกียบคีบเ
ตอนที่21นางช่างไม่เหมือนสตรีอื่นจริงๆหลังจากความวุ่นวายในค่าโจรป่าสงบลง เหล่าทหารที่บาดเจ็บต่างพากันนั่งรักษาบาดแผล กันอยู่ในค่ายโจรป่าที่เพิ่งถูกทำลาย กู้หนิงอันที่ได้รับบาดเจ็บที่ต้นแขน นางนั่งลงข้างกองไฟ ใบหน้างามนั้นเปรอะเปื้อนคาบเขม่าควันเล็กน้อย มือเรียวฉีกผ้าสะอาดมาปิดแผลห้ามเลือดเอาไว้ก่อ
ม้าศึกของกู้หนิงอันควบไปหยุดอยู่หน้าค่ายโจรป่าอย่างสง่างามองอาจ เสิ่นเทียนกู้ควบม้าตามมาติด ๆ พร้อมด้วยรถม้าของเซียวเจิ้งยวนและเหล่าทหารติดตามเพียงเล็กน้อย“พวกเจ้าเป็นใคร! หากไม่อยากตายก็จงหนีไปซะ!”เสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่บนกำแพงไม้ที่ถูกปักเรียงรายกันจนกลายเป็นกำแพงกู้หนิงอันเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคมก
ตอนที่ 19โจรป่าสามวันผ่านไปขบวนรถม้าขององค์ชายสิบสามตั้งขบวนยาวรออยู่หน้าวังหลวง หลินกุ้ยเฟยออกมาส่งเซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันหน้าประตูวัง ใบหน้างดงามของหลินกุ้ยเฟยอาบไปด้วยน้ำตา หลังเซียวเจิ้งยวนปลอบนางจนสบายใจขึ้นแล้ว ทั้งสองจึงขึ้นรถม้าไป ขบวนเสบียงที่จัดเตรียมไปช่วยผู้ประสบภัยที่เจียงอู่ค่
ตอนที่ 16ร้องเรียนแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในเรือนรับรองของหลินเยว่ถิง นางทรุดกายอยู่กับพื้น ร้องให้สะอึกสะอื้น ใบหน้างามเต็มไปด้วยน้ำตาสำหรับเขาแล้วนางน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือ? ไม่! ย่อมไม่ใช่แน่นอน เซียวเจิ้งยวนเป็นคนอ่อนโยนสุภาพบุรุษยิ่งนัก แน่นอนว่าเขาเพียงแค่หักห้ามใจไม่อยากทำร้ายสตรีเช่นข้า







