ANMELDENตอนที่ 9
กลางถนนในเมืองหลวงที่คึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมาย เซียวเจิ้งยวนและเหล่าสหายแสนดีของเขากำลังเดินตรงมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาม่านฮวา สายลมเย็นพัดโชยมาเบา ๆ กลิ่นอาหารลอยมาตามอาการเสียงพูดคุยดังปะปนกับเสียงฝีเท้า “ตาเฒ่าสุย หากเจ้ายังไม่ไปอีกข้าจะลงมือแล้วนะ!” ร่างชายชราผู้หนึ่งถูกโยนออกมากองอยู่ข้างหน้าของเซียวเจิ้งยวนและเหล่าสหายแสนดีของเขา ทุกคนชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองยังคนที่โยนชายชราออกมา โรงพนัน! ใคร ๆ ต่างรู้ดีว่าโรงพนันนี้เป็นของเสนาบดีซ่งที่แอบทำกำไรอยู่เบื้องหลัง เสนาบดีซ่งมีคนหนุนหลังคือองค์ชายรองการค้าพวกนี้ราชวงศ์ไม่อาจยื่นมือไปทำได้ เสนาบดีซ่งจึงทำลับ ๆ แล้วส่งผลประโยชน์ให้องค์ชายรอง แต่ใครจะกล้าตรวจสอบพวกเขากันล่ะ เมื่อคนหนุนหลังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ เซียวเจิ้งยวนเองก็รู้ดีถึงเรื่องนี้ พระมารดาของเขาย้ำเตือนอยู่เสมอว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจเหล่านั้นใช้เขาใช้ชีวิตที่สุขสบายแล้ววันหน้าขอออกจากเมืองหลวงไปเป็นอ๋องประจำการสักเมืองหนึ่งก็พอแล้ว “ท่านปู่ช่วยด้วย!” เด็กหญิงตัวเล็กร้องให้ขณะที่ถูกชายฉกรรจ์นายหนึ่งกำลังดึงแขนนางหมายจะลากเจ้าไปในโรงพนันนั้น ชายชราที่กองอยู่กับพื้นพยายามฝืนร่างกายลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาหลานสาวตัวน้อยของเขา คุกเข่าอ้อนวอนด้วยน้ำตาพร้อมกับกอดขาของชายฉกรรจ์ไว้แน่น “เจ้าต้องโทษบุตรชายเจ้าที่ติดพนันแล้วหนีไป ตอนที่มันมากู้เงินได้ทำสัญญาขายหลานสาวเจ้าให้โรงพนันแล้ว! ถ้าอยากได้นางคืนก็ไปหาเงินมาใช้หนี้!” ชายฉกรรจ์พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจปนกับรำคาญ เซียวเจิ้งยวนยืนนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปมองเหล่าสหายแสนดีของเขา ทั้งสามส่ายหน้าฉับพลัน มองเขาด้วยสายตาเดียวกันแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน “ข้าไม่มีเงิน!” เซียวเจิ้งยวนยกยิ้มแล้วพูดขึ้น “งั้นเราก็เข้าไปหาเงินกัน” คำพูดของเซียวเจิ้งยวนทำให้ใบหน้าของเหล่าสหายที่แสนดีของเขาปรากฏความงุนงงขึ้นอย่างพร้อมเพรียง แต่เซียวเจิ้งยวนก็ไม่ได้อธิบายอะไร เขาก้าวตรงไปหาชายฉกรรจ์ที่กำลังรังแกคนแก่กับเด็กอยู่ เมื่อชายผู้นั้นเห็นก็กำลังจะด่าเขา แต่เซียวเจิ้งยวนรีบหยิบเงินขึ้นมา “หนี้ของพวกเขาข้าจะใช้ให้เอง” ชายฉกรรจ์เมื่อเห็นเงินดวงตาก็เบิกว้างด้วยความยินดีแล้วปล่อยมือจากเด็กหญิงทันที เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งตรงไปหาท่านปู่ที่กำลังทรุดลงกับพื้น แล้วช่วยประคองชายชราให้ลุกขึ้นนั่ง ชายชรากับเด็กหญิงรีบคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอบคุณ เซียวเจิ้งยวนอย่างไม่หยุดจนเขาเองก็รำคาญ “พอได้แล้ว พวกเจ้ารีบไปเถอะ” เมื่อกล่าวจบชายชราก็พาเด็กหญิงออกไปจากตรงนั้นทันที ชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่รีบยื่นมือจะไปหยิบตำลึงเงินที่เซียวเจิ้งยวนกำลังถืออยู่ แต่เซียวเจิ้งยวนกลับดึงมือกลับก่อน จนทำให้ชายฉกรรจ์ผู้นั้นไม่พอใจ ยกมือชี้นิ้วจะด่าเขา “หยุดก่อน ข้าจะใช้หนี้แทนพวกเขาแน่ แต่ไม่ใช้เงินตำลึงนี้” “เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” ชายฉกรรจ์พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ เซียวเจิ้งยวนหันไปทางโรงพนันแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าจะไปเอาเงินในนั้นมาใช้หนี้ให้พวกเขาแทน” ชายฉกรรจ์มองตามสายตาเขาก็เข้าใจว่าเขาคิดจะไปเล่นการพนัน แน่นอนเมื่อเข้าไปในโรงพนันแล้วไม่มีใครที่กลับออกมาได้หากไม่สิ้นเนื้อประดาตัว ดูจากการแต่งตัวแน่นอนว่าคงเป็นคุณชายเสเพลจากตระกูลใหญ่เป็นแน่น ชายฉกรรจ์หัวเราะออกมาแล้วพูดขึ้นอย่างประจบประแจง “เป็นเช่นนี้เอง เชิญคุณชายขอรับ” “ไป!” เซียวเจิ้งยวนหันไปเรียกเหล่าสหายแสนดีของเขา แล้วก็ก้าวเข้าไปด้านในพร้อมกับชายฉกรรจ์ที่นำทางเขา เสียงจอแจของโรงพนันดังลั่นตั้งแต่หน้าประตู กลิ่นเหล้าจาง ๆ ปะปนกับเสียงหัวเราะหยาบโลนลอยผ่านเสาไม้ แต่ทันทีที่เซียวเจิ้งยวนก้าวเข้าไป สายตาทุกคู่ก็เหลือบมองอย่างสนใจ เขาดูไม่เข้ากับบรรยากาศที่นี่เลย ชายฉกรรจ์หันมาพูดขึ้น แววตาเจ้าเล่ห์ “คุณชาย ท่านอยากจะเล่นอะไรหรือ” เซียวเจิ้งยวนมองเขาแวบหนึ่งก่อนยิ้มบาง ๆ ท่าทางสงบแบบที่ทำให้คนตรงหน้าคิดว่าง่ายต่อการล่อลวงอย่างยิ่ง “ถ้าข้าอยากลอง” เซียวเจิ้งยวนพูดเสียงเรียบ “เจ้ามีเกมใดแนะนำบ้าง?” ชายฉกรรจ์ผู้นั้นแววตาเป็นประกาย นี่มันเหยื่อชั้นดีชัด ๆ คนแต่งตัวหรู ไม่เคยเข้าบ่อน ดูอ่อนประสบการณ์สุด ๆ “เชิญทางนี้ ๆ เกมลูกเต๋าล่ะเป็นอย่างไร? เข้าใจง่าย ได้เสียไว… ” เซียวเจิ้งยวนพยักหน้าอย่างสุขภาพ แต่ใแววตาแอบมีประกายสนุกแบบที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เมื่อไม่มีใครสามารถเข้ามาตรวจสอบเรื่องโกงของพวกเขาได้เช่นนั้น ข้าจะใช้วิธีโกงนี่แหละกอบโกยให้โรงพนันนี้ปิดตัวไปเลย เซียวเจิ้งยวนไม่รีรอก้าวเข้าไปในวงทันที ลูกเต๋าถูกเขย่า เสียงกระทบภาชนะดังกังวาน ทุกคนจ้องมาที่เซียวเจิ้งยวนด้วยสายตาเดียวกัน เขาวางเงินลงอย่างไม่ลังเล ชายฉกรรจ์ผู้นั้นยิ้มอย่างมั่นใจ วันนี้คุณชายผู้นี้ต้องหมดตัวแน่ แต่เมื่อลูกเต๋าเปิด… เซียวเจิ้งยวนชนะ เสียงซุบซิบดังขึ้นเล็กน้อย ชายฉกรรจ์ผู้นั้นแอบขมวดคิ้วนิด ๆ แต่ยังยิ้มอยู่ “มือขึ้นนะขอรับ ลองอีกตาไหม?” “ต่อ” เซียวเจิ้งยวนตอบทันที ในใจหัวเราะอย่างพึงพอใจ ถ้าหากจะกล่าวถึงผลงาน แน่นอนว่าเขาไม่มี แต่ถ้าเรื่องพวกนี้เขาถนัด เพราะร่างกายอ่อนแอ พระมารดาเลยให้อยู่แต่ในห้องหนังสือ หลังสือทุกเล่มล้วนอ่านจนจำขึ้นใจ กลโกงเล็กน้อยพวกนี้แน่นอนว่าสำหรับเขาแล้วง่ายมาก ทุกครั้งที่เปิดผล เซียวเจิ้งยวนชนะเรียบ ชนะชนิดที่ทำเอาผู้คนในโรงพนันเริ่มหันมาสนใจเขา ชายฉกรรจ์ผู้นั้นค่อย ๆ เสียหน้า เหงื่อเริ่มผุดที่ขมับ แต่ยังฝืนพูด “คะ… แค่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ปัญหา ลองเปลี่ยนโต๊ะไหมขอรับ?” เซียวเจิ้งยวนยิ้มบาง รอยยิ้มดูสุภาพ แต่เหมือนกำลังบอกว่า ข้ารู้ทันเจ้าอยู่ตั้งนานแล้วกลโกงเล็กน้อยพวกนี้ไม่คนามือข้าหรอก โต๊ะสุดท้าย เซียวเจิ้งยวนวางเดิมพันสูงสุด คนในโรงพนันรุมเข้ามาดูจนแน่น ในขณะนั้นบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาเขาคือผู้ดูแลโรงพนันแห่งนี้ และแน่นอนเมื่อเห็นเซียวเจิ้งยวนเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นองค์ชายสิบสาม เขาไม่รีรอรีบเข้าไปแจ้งกับคนที่อยู่ด้านในสุด บุรุษลึกลับที่เป็นผู้คุมที่นี่แล้วคอยส่งเงินให้จวนเสนาบดีซ่งและตำหนักองค์ชายรอง เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกน้องรายงานก็เพียงแค่หัวเราะ แล้วออกคำสั่งให้ไล่เขากลับ เพราะกลัวความลับจะรั่วไหลเมื่อเขาปรากฏตัว เดิมทีเขาจะมาที่นี่เพียงบางครั้ง แต่วันนี้กลับมาพอดีกับองค์ชายสิบสามเสียได้ แถมองค์ชายสิบสามยังมาเล่นจนโรงพนันของเขาเกือบหมดตัว ดีที่องค์ชายสิบสามยังไม่เห็นเขานั่งอยู่ที่นี่ คนดูแลรีบก้าวออกมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเซียวเจิ้งยวนแล้วพูดขึ้น “คุณชายแน่นใจหรือว่าจะเล่นต่อ?” “แน่ใจสิ” เขาวางเงินทั้งหมดลงบนโต๊ะ มือเรียบเยือกเย็นอย่างคนมั่นใจในผลล่วงหน้า พอลูกเต๋าหยุด เงียบไปชั่วอึดใจ แล้วเสียงโห่ร้องก็ดังระเบิดไปทั่วทั้งโรงพนัน เซียวเจิ้งยวนชนะอีกครั้ง ผู้ดูแลกัดฟันแทบแตก เซียวเจิ้งยวนลุกขึ้นยืน เก็บเงินอย่างสงบกับเหล่าสหายที่แสนดีของเขา เสียงโวยวายดั่งลั่นขึ้นหบังจากเซียวเจิ้งยวนกวาดเงินไปจนแทบหมดโต๊ะ ทันทีที่ผู้ดูแลเห็นว่าองค์ชายสิบสามจะนั่งลงเล่นอีกตา เขาก็ใบหน้าซีดเผือดทันที “คุณชาย วันนี้ดวงท่านดีเกินไปแล้วขอรับ พอเถอะนะขอรับ เชิญกลับ!” เซียวเจิ้งยวนกอดถุงเงินแน่น พูดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ “ไม่ ข้ายังอยากจะเล่นต่อ” ยังไม่ทันจบประโยค ชายฉกรรจ์สามคนก็เดินเข้ามาดักหน้าเขาไว้ด้วยใบหน้าดุดัน “ไปที่อื่นซะ!” เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งจนถุงเงินสั่น เขารีบกอดแน่นกว่าเดิม “โอ๊ย ๆ ไปก็ได้ อย่ามาขู่ข้า!” กล่าวจบเซียวเจิ้งยวนก็หันหลังพร้อมกับเหล่าสหายแสนดีของเขา หากอยู่ต่อก็คงแต่ต้องโดนชายฉกรรจ์พวกนี้เล่นงานสู้กลับก่อนดีกว่าอย่างไรเสียวันนี้ก็ถือว่าได้กำไรไม่น้อย ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงหวดอากาศ ฟึ่บ! ก็ดังขึ้นตามหลัง เพียะ! เสียงแส่ฟาดดังสนั่นจนทั้งโรงพนันเงียบกริบ หนึ่งในชายฉกรรจ์เมื่อครู่ถูกแส่ฟาดจนกระเด็นลอยไปไกล ร่างล่วงลงกองกับพื้นในสภาพเวทนา ทุกคนในโรงพนันหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน กู้หนิงอันยืนตรงอยู่ตรงประตู ท่วงท่าสบาย ๆ แต่สายตาคมเฉียบราวจะเชือดคนได้ แส่ในมือนางยังสั่นคลอนราวกับกำลังเรียกร้องเหยื่อรายต่อไป เซียวเจิ้งยวนมองนางตาแป๋ว เสียงสั่นเล็กน้อย “เจ้า เจ้ามาได้อย่างไร!” กู้หนิงอันก้าวยาว ๆ มาถึงตรงหน้าเซียวเจิ้งยวนมองเขาแล้วพูดขึ้น “สามี ท่านเป็นอะไรหรือไม่” เซียวเจิ้งยวนส่ายหัวเบา ๆ แล้วรีบชี้ไปที่ชายฉกรรจ์เหล่านั้นที่ยืนแข็งเป็นหิน “พวกนั้น! เขาจะไล่ข้า!” “อืม ๆ” เหล่าสหายแสนดีรีบพยักหน้ารับพร้อมเพรียงเพื่อยืนยันอีกเสียง แล้วขยับเข้าไปอยู่ด้านหลังเซียวเจิ้งยวนอย่างนิ่ง ๆ กู้หนิงอันหันไปทางชายฉกรรจ์พวกนั้นแล้วเอ่ยสั้น ๆ ชัดถ้อยชัดคำ “จงเล่นกับสามีข้าต่อ จนกว่าเขาจะพอใจ” ผู้ดูแลโรงพนันหน้าซีดเผือด เขาจะไม่รู้หรือว่านางเป็นใคร แม่ทัพหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ และแส่นี้ก็คือของพระราชทานที่นางได้รับรางวัลมาจากฮ่องเต้ “ท่านแม่ทัพ… ของ… ของเรามีไม่มากแล้วขอรับ—” นางเหลือบตาเพียงเสี้ยวเดียว ผู้ดูแลรีบกลืนลงคอ “ละ… เล่น! เล่นต่อ! เชิญ คุณชายขอรับ!!” แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนคาดเดา เซียวเจิ้งยวนลงเล่นอีกตาชนะอีกตา ชนะรวดจนผู้ดูแลร้องให้เป็นสายน้ำ ของมีค่า ทั้งเงินทั้งทอง อัญมณี ภาพวาด หนังสือ โต๊ะบางตัวเกือบถูกยกไปด้วย ทั้งโรงพนันโดนเซียวเจิ้งยวนกวาดเรียบจนกลวงโบ๋ เซียวเจิ้งยวนยืนกอดถุงเงินกองโต ตาเป็นประกายสดใส “ข้าพอใจแล้ว! ไปกันเถอะ!” กู้หนิงอันเพียงพยักหน้า ช่วยเขายกถล่องอัญมณีแล้วก้าวจากไปอย่างสง่างามพร้อมกับเหล่าสหายแสนดีของเขา เหลือไว้เพียงโรงพนันที่พังพินาศ และ เหล่าผู้ดูแลทรุดลงกับพื้นร้องให้ …..ตอนที่ 28มียาพิษเสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาในห้องของกู้หนิงอันอย่างร้อนรน เบื้องหน้ากู้หนิงอันนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเซียวเจิ้งยวนนั่งอยู่เคียงข้างนาง เขาป้อนยาสมุนไพรที่หลินเยว่ถิงเพิ่งยื่นให้ ให้กู้หนิงอันด้วยรอยยิ้ม “หยุดนะ ยานั่นมีพิษ!!”เสิ่นเทียนกู้ไม่พูดเปล่าเขาหยิบก้อนหินโยนออกไปโดนถ้วยยานั้นตกกระแทกพื้น ยาน้ำกระจายสาดออกมาเต็มพื้นแต่ในถ้วยก็ยังคงมีเศษอยู่นิดหน่อยทุกคนหันมามองเสิ่นเทียนกูด้วยความตกใจ!เสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าทั้งสามคน แล้วหันไปมองหลินเยว่ถิงด้วยสายตาดุดันพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ในยาสมุนไพรของเจ้ามีพิษ”หลินเยว่ถิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสิ้นหวัง“ท่านหาว่าข้าเป็นคนวางยาพิษพระชายาหรือ”“หรือไม่ใช่ล่ะ!”น้ำเสียงเสิ่นเทียนกู้แข็งกร้าวจนหลินเยว่ถิงสะดุ้งด้วยความตกใจ น้ำตานางเอ่อคลอ รีบยกถ้วยยาที่แตกออกนั้นขึ้นมาดื่มพิสูจน์ให้พวกเขาดูนางที่จริงแล้วไม่ได้วางยา เพราะนางเองก็ไม่กล้าทำ กู้หนิงอันเป็นคนดี นางไม่อยากทำร้ายคนดี ๆ แบบนี้ นางเพียงอยากให้เซียวเจิ้งยวนรักนางจากใจจริงเซียวเจิ้งยวนรีบลุกขึ้นมาห้ามนางและประคองตัวนางขึ้นอย่าง
ตอนที่27วางยาพิษยามเช้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาหลินเยว่ถิงที่กำลังนอนอยู่กับพื้นห้องที่เย็นยะเยือก ความเย็นแพร่กระจายไปทั่วร่างจนนางหนาวสั่นสะท้าน มือที่สั่นเทาได้แต่ยื่นไปหยิบยาขับความเย็นมากินเพื่อบรรเทาอาการเมื่ออาการของนางดีขึ้นจึงได้เปลี่ยนอาภรณ์แล้วก้าวตรงไปยังห้องปรุงยาเช่นในทุก ๆ วันนางจะปรุงยาให้เหล่าชาวบ้านรวมถึงยาของกู้หนิงอันด้วย ไม่นานนักยาของกู้หนิงอันก็ถูกปรุงเสร็จหลินเยว่ถิงประคองถาดไม้ที่มีถ้วยยาอุ่นเดินตรงไปยังห้องพักของกู้หนิงอันภายในห้องพักของเรือนรับรองที่เงียบสงบ แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามากระทบสองร่างที่นั่งเคียงกันอยู่บนเตียงนอนเซียวเจิ้งยวนนั่งพิงหัวเตียงในอ้อมกอดเขามีกู้หนิงอันที่กำลังเอนกายซบอย่างแนบชิด มือเรียวยาวของเซียวเจิ้งยวนโอบกระซับร่างของกู้หนิงอันผู้เป็นชายาอย่างทะนุถนอมเสียงพูดคุยหยอกล้อกันแผ่วเบาผสมผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองหลินเยว่ถิงที่ยืนมองผ่านบานประตูที่เปิดอยู่ นางกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว เพียงไม่นานร่างบอบบางก็ก้าวเข้าไปด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วย่อคำนับอย่างนอบน้อม“ท่านอ๋อง พระชายา ยาเพคะ”กู้หนิงอันหันมาพยักหน้ารับแล้วรับถ้ว
กู้หนิงอันขยับกายหมายจะลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนนางครางเสียงเบาแผ่ว แต่เสียงนั้นกับการขยับตัวของนางก็ปลุกให้เซียวเจิ้งยวนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเมื่อเขาเห็นกู้หนิงอันชายาของตนที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีพร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนขยับขึ้นไปประคองร่างบางของภรรยาอย่างทะนุถนอม เขาหยิบหมอนมารองหลังให้นางเอนกายนั่งพิงหัวเตียงทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง คำพูดมากมายที่อยากจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกพูดผ่านสายตาอย่างเข้าใจซึ่งกันและกันเซียวเจิ้งยวนกำมือนางแน่นพูดขึ้นถามอย่างเป็นห่วง“หิวหรือไม่”กู้หนิงอันพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เซียวเจิ้งยวนหันไปเอ่ยสั่งเสียงดัง“พระชายาฟื้นแล้ว ใครอยู่ด้านนอกไปเอาโจ๊กอุ่น ๆ มา!”“พ่ะย่ะค่ะ”เสียงขันทีเฝ้าประตูขานรับอยู่ด้านนอก ก่อนเสียงฝีเท้าด้านนอกจะวิ่งวุ่นกันไปมาไม่นานโจ๊กอุ่นและผลไม้สดก็ถูกนำเข้ามาวางในห้อง เซียวเจิ้งยวนหยิบถ้วยโจ๊กมาป้อนให้นางอย่างอ่อนโยน สายตาของทั้งสองมองกันอยู่ตลอดเวลาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขหลินเยว่ถิงถือถ้วยยาสมุนไพรก้าวเข้ามาด้านใน มองภาพนั้น
ตอนที่25แผนร้าย“หนิงอัน!!”ร่างของชายาเขาจมดิ่งสู่ใต้น้ำ เซียวเจิ้งยวนทำได้เพียงว่ายไปหานางอย่างสุดกำลังแต่เรี่ยวแรงของเขากลับไม่นำพา ทำได้เพียงมองดูนางจมลงไปใต้น้ำ น้ำตาเขาไหลรินออกมาผสมกับสายน้ำเย็น หัวใจเจ็บจุกจนไม่อาจทนไหว“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย เขาลืมตามองไปรอบ ๆ พบว่าตนเองอยู่ในเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง“ญาติผู้พี่ ท่านฟื้นแล้ว”น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าโล่งใจ ขอบตานางแดงก่ำดูเหมือนร้องให้อย่างหนักมาเซียวเจิ้งยวนยันกายลุกขึ้นนั่งความเจ็บปวดบนขมับแล่นขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมแน่น“ญาติผู้พี่ท่านยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลยเพคะ”หลินเยว่ถิงก้าวเข้าไปหาเขาแล้วช่วยประคองเขาอย่างระมัดระวัง“หนิงอัน! หนิงอันนางอยู่ที่ใด?”เซียวเจิ้งยวนถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกหลินเยว่ถิงชะงักนิ่ง นางก้มลงไม่ได้สบตาเขาและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเซียวเจิ้งยวนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “นางอยู่ที่ใด?!”น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นด้วยความร้อนใจ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลินเยว่ถิง จนนางกดดันยิ่งนัก จึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“พระชายาได้ร
ตอนที่ 24ช่างเป็นขุนนางที่ดีกู้หนิงอันก้าวออกมาจากห้องรับรองของจวนเจ้าเมือง เบื้องหน้าทหารของนางควบคุม จวนเจ้าเมืองไว้ได้หมด เหล่าบรรดาภรรยาและบุตรของเจ้าเมืองถูกจับกุมไปรวมกันที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เสิ่นเทียนกู้และหลินเยว่ถิงก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่เบื้องหน้านาง“ท่านแม่ทัพ”เสิ่นเทียนกู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกู้หนิงอันหันไปทางเขา เสิ่นเทียนกู้ยื่นสมุดบันชีและหลักฐานที่ไปรวบรวมมาให้นางด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับดูหนักแน่นยิ่งนัก“หลักฐานการโกงเงินในการสร้างเขื่อนและซ่อมแซ่มขอรับ”กู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างรวดเร็ว เป็นดังคาด เจ้าเมืองและขุนนางบางคนร่วมกันโกงเงินที่ฝ่าบาทส่งมาเพื่อบำรุงรักษาเขื่อนไปจนสิ้น ทำให้เขื่อนใหญ่ที่ควรจะแข็งแรง กลับพังทลายลงอย่าง่ายดาย การคดโกงเช่นนี้แน่นอนว่ามีคนหนุนหลังอยู่ในเมืองหลวง แต่เมื่อเรื่องถูกสืบได้ ก็จะมีเพียงขุนนางตัวเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องรับโทษ “พระชายา นี้คือทรัพย์สินของเหล่าขุนนางในเมือง เพคะ”หลินเยว่ถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยืนบันชีทรัพย์ของเหล่าขุนนางทั้งหมดให้กู้หนิงอันกู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างละเอียด ในใจหัวเราะ
ยามเย็นมาถึง ในจวนเจ้าเมืองจัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อต้อนรับจิ้นหวังอ๋องและแม่ทัพกู้หนิงอันเหล่าขุนนางต่างมาร่วมงานกันในชุดอาภรณ์เรียบง่าย ไม่ใส่เครื่องประดับที่ล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียวเซียวเจิ้งยวนในอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีปักด้วยไหมทองขับให้ร่างสูงโปร่งของเขาดูสูงส่งและสง่างามยิ่งนัก เขาก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับกู้หนิงในชุดขุนนางทหารสีกุหลาบเข้ม ผมยาวของนางถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายขับให้ใบหน้างดงามดูองอาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ในมือของนางยังกำแส่พระราชทานไว้แน่นเมื่อเห็นทั้งสองก้าวเข้ามาเหล่าขุนนางที่กำลังนั่งคุยกันอยู่รีบลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน“ท่านอ๋อง พระชายา”เซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันก้าวตรงไปนั่งลงตำแหน่งประธานของห้องโถง เซียวเจิ้งยวนไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงยกถ้วยชาที่ขันทีประจำกายเพิ่งรินให้มือเรียวยาวหมุนถ้วยชาเบา ๆ มองดูลวดลายสวยงามบนถ้วยชาอย่างไม่สนใจเหล่าขุนนางที่กำลังยืนอยู่กู้หนิงอันเองก็ไม่ได้สนใจเหล่าขุนนาง นางยกมือเรียวขึ้นจับตะเกียบแล้วมองดูอาหารตรงหน้า ในใจพลันคิดว่าช่างสมกับเป็นเมืองที่ประสบภัยจริง ๆ อาหารที่ใช้รับรองก็มีเพียงผักไม่กี่อย่างนางใช้ตะเกียบคีบเ
ตอนที่21นางช่างไม่เหมือนสตรีอื่นจริงๆหลังจากความวุ่นวายในค่าโจรป่าสงบลง เหล่าทหารที่บาดเจ็บต่างพากันนั่งรักษาบาดแผล กันอยู่ในค่ายโจรป่าที่เพิ่งถูกทำลาย กู้หนิงอันที่ได้รับบาดเจ็บที่ต้นแขน นางนั่งลงข้างกองไฟ ใบหน้างามนั้นเปรอะเปื้อนคาบเขม่าควันเล็กน้อย มือเรียวฉีกผ้าสะอาดมาปิดแผลห้ามเลือดเอาไว้ก่อ
ม้าศึกของกู้หนิงอันควบไปหยุดอยู่หน้าค่ายโจรป่าอย่างสง่างามองอาจ เสิ่นเทียนกู้ควบม้าตามมาติด ๆ พร้อมด้วยรถม้าของเซียวเจิ้งยวนและเหล่าทหารติดตามเพียงเล็กน้อย“พวกเจ้าเป็นใคร! หากไม่อยากตายก็จงหนีไปซะ!”เสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่บนกำแพงไม้ที่ถูกปักเรียงรายกันจนกลายเป็นกำแพงกู้หนิงอันเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคมก
ตอนที่ 19โจรป่าสามวันผ่านไปขบวนรถม้าขององค์ชายสิบสามตั้งขบวนยาวรออยู่หน้าวังหลวง หลินกุ้ยเฟยออกมาส่งเซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันหน้าประตูวัง ใบหน้างดงามของหลินกุ้ยเฟยอาบไปด้วยน้ำตา หลังเซียวเจิ้งยวนปลอบนางจนสบายใจขึ้นแล้ว ทั้งสองจึงขึ้นรถม้าไป ขบวนเสบียงที่จัดเตรียมไปช่วยผู้ประสบภัยที่เจียงอู่ค่
ตอนที่ 16ร้องเรียนแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในเรือนรับรองของหลินเยว่ถิง นางทรุดกายอยู่กับพื้น ร้องให้สะอึกสะอื้น ใบหน้างามเต็มไปด้วยน้ำตาสำหรับเขาแล้วนางน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือ? ไม่! ย่อมไม่ใช่แน่นอน เซียวเจิ้งยวนเป็นคนอ่อนโยนสุภาพบุรุษยิ่งนัก แน่นอนว่าเขาเพียงแค่หักห้ามใจไม่อยากทำร้ายสตรีเช่นข้า







