LOGINตอนที่ 6 ขอหนังสือหย่า
โรงน้ำชาม่านฮวา ในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน เซียวเจิ้งยวนเดินท่ามกลางผู้คนขึ้นมาบนชั้นสอง แล้วตรงไปยังห้องประจำที่เขามักมาดื่มชากันเป็นประจำกับเหล่าสหายร่วมเรียน เมื่อเปิดประตูเข้าไปสหายทั้งสามก็นั่งรอเขาอยู่แล้ว เซียวเจิ้งยวนก้าวเข้าไปนั่งลงในวงของสหายด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ มู่หานอี้รินชาแล้ววางให้เซียวเจิ้งยวนพร้อมพูดขึ้นถามอย่างสนใจ “เป็นอย่างไรบ้าง กู้หนิงอัน นางทำร้ายเจ้าหรือไม่” เซียวเจิ้งยวนส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอนหายใจยาว “นางก็ดีอยู่ แต่ข้าไม่ได้ชอบสตรีเช่นนาง” เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นเสียงอ่อน “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้าก็บอกนางตรง ๆ เลยว่าเจ้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง เจ้าถูกบังคับ และขอหนังสือหย่าหลังครบหนึ่งปี ข้าว่านางเองก็คงคิดเช่นเจ้า รบชนะมาก็ต้องอยากได้รางวัล เจ้าเสนอแบ่งสมบัติของเจ้าครึ่งหนึ่งให้นางเป็นการตอบแทน” มู่หานอี้พูดเสนอขึ้นมา ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วสายตาทั้งหมดก็หันไปจ้องที่เซียวเจิ้งยวนทันที ใช้สายตากดดันรอคำตอบ เซียวเจิ้งยวนถูกกดดันด้วยสายตาเหล่านั้น เขารีบเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่น “ได้ข้าจะลองดู” กล่าวจบ เซียวเจิ้งยวนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เขาตั้งใจจะกลับไปทำตามแผนที่เพื่อนเสนอมา หากสำเร็จเขาก็จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับสตรีที่เขาไม่ได้รัก …. ยามค่ำ แสงโคมไฟส่องสลัวไปตามทางเดิน ในสวนกู้หนิงอันนั่งดื่มชาอยู่ ด้านข้างมีองครักษ์เสี่ยวซุ่นยืนอยู่ เซียวเจิ้งยวนมองไปยังทั้งสองก่อนจะก้าวตรงไปหาทันที เขานั่งลงเบื้องหน้ากู้หนิงอัน แล้วยกน้ำชารินใส่ถ้วย ยกขึ้นจรดริมฝีปากจิบเล็กน้อย “ท่านมีเรื่องจะพูดกับข้าหรือ” กู้หนิงอันพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางลังเลของเขา เซียวเจิ้งยวนพยักหน้าเบา ๆ แล้วรวบรวมความกล้าทั้งหมดพูดขึ้น “เจ้ากับข้าแต่งงานกันเพราะตาเฒ่าจอมบงการนั่น ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ลำบากใจ ใช่หรือไม่” กู้หนิงอันแม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่นางก็พยักหน้ารับช้า ๆ เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วรอฟังเขาต่อ เมื่อเซียวเจิ้งยวนเห็นนางพยักหน้ารับเห็นด้วยกับเขารอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาทันที “เช่นนั้นข้าว่าเรามาเขียนหนังสือหย่าเอาไว้ดีหรือไม่ หากวันหน้าเจ้าพบคนที่ถูกใจ ข้าเองก็พบคนที่ถูกใจเราทั้งสองก็จะได้ไม่ต้องลำบากใจ สมรสพระราชทานนี้มีผลเพียงหนึ่งปีเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะเป็นอิสระซึ่งกันและกัน” เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน เขาให้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างของตัวเองเพื่อโน้มน้าวนางให้คล้อยตาม กู้หนิงอันที่ไม่ประสีประสาเรื่องชายหญิง ที่เขาพูดมานางรู้เพียงว่าเขาคงหมายถึงการมีชีวิตอิสระของทั้งสองคน ความอิสระนั่นใคร ๆ ก็ต้องการ นางเองก็เช่นกัน “ได้” กู้หนิงอันตอบด้วยน้ำเสียงเห็นด้วย เดิมทีเซียวเจิ้งยวนคิดว่านางจะไม่ยอมจึงคิดจะพูดโน้มน้าวอีก แต่เขาต้องหยุดชะงัก แล้วหันไปมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ได้! ได้หรือ! ทำไมง่ายจัง “ดี เช่นนั้นไป” เซียวเจิ้งยวนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ เขาลุกพรวดแล้วดึงมือกู้หนิงอันให้ลุกขึ้นตามทันที กู้หนิงอันไม่ทันตั้งตัวถูกเซียวเจิ้งยวนพาไปยังห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว “นั่งลงตรงนี้” เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นแล้วพาร่างของกู้หนิงอันนั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะไม้ยาว ส่วนเขาก็นั่งลงข้างนางแล้วหยิบกระดาษกับพู่กันออกมาวางตรงหน้านางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แล้วเซียวเจิ้งยวนก็ช่วยนางฝนหมึกอยู่ข้าง ๆ ในหัวของเซียวเจิ้งยวนคิดถึงแต่ภาพของสาวงามอ่อนหวานรูปร่างอรชรน่าทะนุถนอมวิ่งเขามาปรนนิบัติเขาอย่างอ่อนโยน ช่างเป็นภาพที่มีความสุขยิ่งนัก รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา “สามี สามี!” เสียงของกู้หนิงอันดังขึ้น เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมองนาง กู้หนิงอันยื่นกระดาษให้เขา เซียวเจิ้งยวนรับมาในกระดาษแผ่นนั้นมีเพียงคำว่าหย่า! อยู่เพียงคำเดียว และที่สำคัญลายมือนางแย่มาก กู้หนิงอันยิ้มแห้ง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน เมื่อเห็นสายตาที่มองตัวอักษรของนาง ใครเห็นก็ทำสายตานี้กันทั้งนั้น เพราะนางเขียนได้ไม่ดีนัก ตอนเด็ก เรื่องเรียนหนังสือนางค่อยค้างช้า แต่หากเป็นเรื่องฝึกยุทธนางเป็นอันดับหนึ่ง นางจึงแค่เขียนได้และอ่านออกเท่านั้น ส่วนลายมือนั้นนางไม่ได้ใส่ใจ “เช่นนี้ได้หรือไม่” กู้หนิงอันถาม เซียวเจิ้งยวนสบตานางแล้วส่ายหัว “ไม่ใช่เขียนแค่คำว่าหย่า ต้องมีมากกว่านี้” กู้หนิงอันมองเขาด้วยแววตาสงสัยแล้วรอฟังเขาพูด “เช่น ต้องมีเหตุผลในการหย่า” กู้หนิงอันพยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อจะเขียนหนังสือหย่าต้องมีองค์ประกอบมากมายสินะ แต่นางไม่เคยหย่า ก็ไม่รู้ว่าต้องเขียนอะไร เซียวเจิ้งยวนมองนางที่กำลังทำหน้าครุ่นคิด “แต่ลายมือเจ้าแย่เกินไป” กู้หนิงอันยิ้มแห้งอย่างยอมรับ เซียวเจิ้งยวนถอนหายใจ อย่างไรเขากับนางก็จะหย่ากันแล้ว เขาก็ควรจะตอบแทนนางด้วยการสอนวิธีการเขียนตัวอักษรให้งดงามหน่อยดีกว่า หลังจากหย่ากับเขาไปแล้ว ไปมีสามีใหม่ สามีของนางจะได้ดูถูกนางไม่ได้ เซียวเจิ้งยวนมองนางแล้วพูดขึ้นอย่างตั้งใจ “เช่นนี้ข้าจะสอนเจ้า เขียนอักษรใหม่ให้ลายมือของเจ้าดีขึ้นแล้วเราค่อยเขียนใหม่” กู้หนิงอันพยักหน้ารับ แม้นางจะไม่ค่อยชอบเขียนอักษร แต่เมื่อสามีเสนอตัวช่วยสอนก็ถือว่าไม่เลว ถือว่าเรียนแก้เบื่อไปก่อน เซียวเจิ้งยวนขยับเข้ามาใกล้นางแล้ววางกระดาษแผ่นใหม่ลงเบื้องหน้ากู้หนิงอัน “ลองเขียนใหม่” เซียวเจิ้งยวนพูดพร้อมยื่นพู่กันให้กู้หนิงอันอีกครั้ง กู้หนิงอันรับพู่กันมาแล้วตวัดลงไปบนกระดาษ วาดตัวอักษรขึ้นมา เซียวเจิ้งยวนมองแวบหนึ่งก็เข้าใจว่านางผิดที่ใด เขาไม่รอช้าขยับเข้าไปอยู่ด้านหลังของนางอย่างลืมตัว แล้วยกมือขึ้นกำรอบมือกู้หนิงอันอย่างตั้งใจ เซียวเจิ้งยวนมองไปยังกระดาษก่อนจะจับมือของกู้หนิงอันแล้ววาดออกไปสองสามรอบ แสดงให้นางดูอย่างเชื่องช้า กู้หนิงอันเองก็มองตามและจับจังหวะที่มือของเซียวเจิ้งยวนพาไปไว้อย่างแม่นยำ “เจ้าลองทำดูอีกรอบ” “อืม” กู้หนิงอันตอบรับแล้วลองวาดตามจังหวะเมื่อครู่ แม้ลายมือจะยังไม่ได้สวยมากแต่ก็ทำให้นางพอใจจนยิ้มออกมาอย่างดีใจ เซียวเจิ้งยวนเมื่อเห็นลายมือนางเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เขาเองก็ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว “ดีขึ้นหรือไม่” กู้หนิงอันหันมาถามเซียวเจิ้งยวนพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ เซียวเจิ้งยวนไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อใบหน้าของกู้หนิงอันที่ใกล้เพียงลมหายใจหันมา ดวงตาเขาก็เบิกขึ้นเล็กน้อย เผลอสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางอย่างลืมตัว หัวใจพลันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวายไปหมด เขาปล่อยมือจากมือของนางแล้วพูดอย่างอ้ำอึ้งเล็กน้อย “อืมดีแล้ว เขียนต่อไป” “ได้” กู้หนิงอันตอบรับ แล้วลงมือเขียนอย่างตั้งใจ เซียวเจิ้งยวนขยับกายกลับไปนั่งข้าง ๆ กู้หนิงอันแล้วฝนหมึกให้ดังเดิม ในใจยังคงสั่นไหวและวุ่นวาย สายตาของเขายังคงแอบมองกู้หนิงอันที่กำลังตั้งใจเขียนตัวอักษรอยู่เป็นระยะ ๆ ในใจคิดเพียงว่า เขาคงจะตื่นเต้นดีใจเกินไปที่นางยอมหย่าให้ “สามี ข้าควรจะเขียนเหตุผลหย่าว่าอย่างไร?” กู้หนิงอันพูดถามเขา เพราะนางนึกไม่ออก เซียวเจิ้งยวนเป็นบัณฑิตมากความสามารถแน่นอนว่าเขาต้องคิดได้อย่างแน่นอน เซียวเจิ้งยวนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “เจ้าถามถูกคนแล้ว งั้นข้าจะช่วยคิด อืม…” เซียวเจิ้งยวนทำหน้าครุ่นคิดแล้วพูดออกไปมากหมาย ตามคำที่เขาคิดเอาไว้แล้ว กู้หนิงอันเขียนตามคำพูดของเซียวเจิ้งยวนอย่างตั้งใจ เซียวเจิ้งยวนที่กำลังพูดไปเรื่อย เผลอมองดวงตากลมใสของกู้หนิงอันที่ดูเด็ดเดี่ยว ซื่อตรงไร้แววเจ้าเล่ห์หรือมารยาใด ๆ ช่างเป็นสตรีที่แตกต่างจากที่เขาเคยเห็นมากมายในวังหลวงแห่งนี้ ริมฝีปากที่มีชาดทาอยู่บาง ๆ นั้นกลับน่าดึงดูดจนเขาเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ไม่! เขากำลังคิดอะไรอยู่! “เสร็จแล้ว” กู้หนิงอันพูดขึ้นอย่างร่าเริงแล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าเซียวเจิ้งยวน ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ เพราะนี้เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าตัวอักษรที่นางเขียนนั้นดูดีขึ้น เซียวเจิ้งยวนลืมความคิดก่อนหน้าไปจนสิ้น เมื่อเห็นใบหย่าอยู่ตรงหน้า เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หยิบขึ้นมาดู “ตัวอักษรข้า สวยหรือไม่” เสียงของกู้หนิงอันถามขึ้นพร้อมกับดวงตาคาดหวัง “ใช้ได้เลย เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เจ้าก็ค่อย ๆ หัดคัดลายมือต่อไป” เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองนาง กล่าวจบเขารีบลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกไปพร้อมกับใบหย่าในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจเขากลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา ความคิดในสมองเริ่มมีสองสาย สายหนึ่ง บอกว่า นางเองนั้นก็มีใบหน้าที่ไม่เลวนัก งดงามในแบบของนางและไร้เดียงสา อีกทั้งยังซื่อตรง ช่างเป็นสตรีที่หาได้ยากยิ่งนัก สายหนึ่ง บอกว่า นางแข็งกร้าวเกินไป ไม่ใช่สตรีในแบบที่เขาฝันถึง นางในฝันของเขาต้อง อ่อนหวาน เป็นกุลสตรี ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายไปหมดตอนที่ 28มียาพิษเสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาในห้องของกู้หนิงอันอย่างร้อนรน เบื้องหน้ากู้หนิงอันนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเซียวเจิ้งยวนนั่งอยู่เคียงข้างนาง เขาป้อนยาสมุนไพรที่หลินเยว่ถิงเพิ่งยื่นให้ ให้กู้หนิงอันด้วยรอยยิ้ม “หยุดนะ ยานั่นมีพิษ!!”เสิ่นเทียนกู้ไม่พูดเปล่าเขาหยิบก้อนหินโยนออกไปโดนถ้วยยานั้นตกกระแทกพื้น ยาน้ำกระจายสาดออกมาเต็มพื้นแต่ในถ้วยก็ยังคงมีเศษอยู่นิดหน่อยทุกคนหันมามองเสิ่นเทียนกูด้วยความตกใจ!เสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าทั้งสามคน แล้วหันไปมองหลินเยว่ถิงด้วยสายตาดุดันพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ในยาสมุนไพรของเจ้ามีพิษ”หลินเยว่ถิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสิ้นหวัง“ท่านหาว่าข้าเป็นคนวางยาพิษพระชายาหรือ”“หรือไม่ใช่ล่ะ!”น้ำเสียงเสิ่นเทียนกู้แข็งกร้าวจนหลินเยว่ถิงสะดุ้งด้วยความตกใจ น้ำตานางเอ่อคลอ รีบยกถ้วยยาที่แตกออกนั้นขึ้นมาดื่มพิสูจน์ให้พวกเขาดูนางที่จริงแล้วไม่ได้วางยา เพราะนางเองก็ไม่กล้าทำ กู้หนิงอันเป็นคนดี นางไม่อยากทำร้ายคนดี ๆ แบบนี้ นางเพียงอยากให้เซียวเจิ้งยวนรักนางจากใจจริงเซียวเจิ้งยวนรีบลุกขึ้นมาห้ามนางและประคองตัวนางขึ้นอย่าง
ตอนที่27วางยาพิษยามเช้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาหลินเยว่ถิงที่กำลังนอนอยู่กับพื้นห้องที่เย็นยะเยือก ความเย็นแพร่กระจายไปทั่วร่างจนนางหนาวสั่นสะท้าน มือที่สั่นเทาได้แต่ยื่นไปหยิบยาขับความเย็นมากินเพื่อบรรเทาอาการเมื่ออาการของนางดีขึ้นจึงได้เปลี่ยนอาภรณ์แล้วก้าวตรงไปยังห้องปรุงยาเช่นในทุก ๆ วันนางจะปรุงยาให้เหล่าชาวบ้านรวมถึงยาของกู้หนิงอันด้วย ไม่นานนักยาของกู้หนิงอันก็ถูกปรุงเสร็จหลินเยว่ถิงประคองถาดไม้ที่มีถ้วยยาอุ่นเดินตรงไปยังห้องพักของกู้หนิงอันภายในห้องพักของเรือนรับรองที่เงียบสงบ แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามากระทบสองร่างที่นั่งเคียงกันอยู่บนเตียงนอนเซียวเจิ้งยวนนั่งพิงหัวเตียงในอ้อมกอดเขามีกู้หนิงอันที่กำลังเอนกายซบอย่างแนบชิด มือเรียวยาวของเซียวเจิ้งยวนโอบกระซับร่างของกู้หนิงอันผู้เป็นชายาอย่างทะนุถนอมเสียงพูดคุยหยอกล้อกันแผ่วเบาผสมผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองหลินเยว่ถิงที่ยืนมองผ่านบานประตูที่เปิดอยู่ นางกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว เพียงไม่นานร่างบอบบางก็ก้าวเข้าไปด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วย่อคำนับอย่างนอบน้อม“ท่านอ๋อง พระชายา ยาเพคะ”กู้หนิงอันหันมาพยักหน้ารับแล้วรับถ้ว
กู้หนิงอันขยับกายหมายจะลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนนางครางเสียงเบาแผ่ว แต่เสียงนั้นกับการขยับตัวของนางก็ปลุกให้เซียวเจิ้งยวนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเมื่อเขาเห็นกู้หนิงอันชายาของตนที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีพร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนขยับขึ้นไปประคองร่างบางของภรรยาอย่างทะนุถนอม เขาหยิบหมอนมารองหลังให้นางเอนกายนั่งพิงหัวเตียงทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง คำพูดมากมายที่อยากจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกพูดผ่านสายตาอย่างเข้าใจซึ่งกันและกันเซียวเจิ้งยวนกำมือนางแน่นพูดขึ้นถามอย่างเป็นห่วง“หิวหรือไม่”กู้หนิงอันพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เซียวเจิ้งยวนหันไปเอ่ยสั่งเสียงดัง“พระชายาฟื้นแล้ว ใครอยู่ด้านนอกไปเอาโจ๊กอุ่น ๆ มา!”“พ่ะย่ะค่ะ”เสียงขันทีเฝ้าประตูขานรับอยู่ด้านนอก ก่อนเสียงฝีเท้าด้านนอกจะวิ่งวุ่นกันไปมาไม่นานโจ๊กอุ่นและผลไม้สดก็ถูกนำเข้ามาวางในห้อง เซียวเจิ้งยวนหยิบถ้วยโจ๊กมาป้อนให้นางอย่างอ่อนโยน สายตาของทั้งสองมองกันอยู่ตลอดเวลาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขหลินเยว่ถิงถือถ้วยยาสมุนไพรก้าวเข้ามาด้านใน มองภาพนั้น
ตอนที่25แผนร้าย“หนิงอัน!!”ร่างของชายาเขาจมดิ่งสู่ใต้น้ำ เซียวเจิ้งยวนทำได้เพียงว่ายไปหานางอย่างสุดกำลังแต่เรี่ยวแรงของเขากลับไม่นำพา ทำได้เพียงมองดูนางจมลงไปใต้น้ำ น้ำตาเขาไหลรินออกมาผสมกับสายน้ำเย็น หัวใจเจ็บจุกจนไม่อาจทนไหว“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย เขาลืมตามองไปรอบ ๆ พบว่าตนเองอยู่ในเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง“ญาติผู้พี่ ท่านฟื้นแล้ว”น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าโล่งใจ ขอบตานางแดงก่ำดูเหมือนร้องให้อย่างหนักมาเซียวเจิ้งยวนยันกายลุกขึ้นนั่งความเจ็บปวดบนขมับแล่นขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมแน่น“ญาติผู้พี่ท่านยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลยเพคะ”หลินเยว่ถิงก้าวเข้าไปหาเขาแล้วช่วยประคองเขาอย่างระมัดระวัง“หนิงอัน! หนิงอันนางอยู่ที่ใด?”เซียวเจิ้งยวนถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกหลินเยว่ถิงชะงักนิ่ง นางก้มลงไม่ได้สบตาเขาและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเซียวเจิ้งยวนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “นางอยู่ที่ใด?!”น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นด้วยความร้อนใจ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลินเยว่ถิง จนนางกดดันยิ่งนัก จึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“พระชายาได้ร
ตอนที่ 24ช่างเป็นขุนนางที่ดีกู้หนิงอันก้าวออกมาจากห้องรับรองของจวนเจ้าเมือง เบื้องหน้าทหารของนางควบคุม จวนเจ้าเมืองไว้ได้หมด เหล่าบรรดาภรรยาและบุตรของเจ้าเมืองถูกจับกุมไปรวมกันที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เสิ่นเทียนกู้และหลินเยว่ถิงก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่เบื้องหน้านาง“ท่านแม่ทัพ”เสิ่นเทียนกู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกู้หนิงอันหันไปทางเขา เสิ่นเทียนกู้ยื่นสมุดบันชีและหลักฐานที่ไปรวบรวมมาให้นางด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับดูหนักแน่นยิ่งนัก“หลักฐานการโกงเงินในการสร้างเขื่อนและซ่อมแซ่มขอรับ”กู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างรวดเร็ว เป็นดังคาด เจ้าเมืองและขุนนางบางคนร่วมกันโกงเงินที่ฝ่าบาทส่งมาเพื่อบำรุงรักษาเขื่อนไปจนสิ้น ทำให้เขื่อนใหญ่ที่ควรจะแข็งแรง กลับพังทลายลงอย่าง่ายดาย การคดโกงเช่นนี้แน่นอนว่ามีคนหนุนหลังอยู่ในเมืองหลวง แต่เมื่อเรื่องถูกสืบได้ ก็จะมีเพียงขุนนางตัวเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องรับโทษ “พระชายา นี้คือทรัพย์สินของเหล่าขุนนางในเมือง เพคะ”หลินเยว่ถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยืนบันชีทรัพย์ของเหล่าขุนนางทั้งหมดให้กู้หนิงอันกู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างละเอียด ในใจหัวเราะ
ยามเย็นมาถึง ในจวนเจ้าเมืองจัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อต้อนรับจิ้นหวังอ๋องและแม่ทัพกู้หนิงอันเหล่าขุนนางต่างมาร่วมงานกันในชุดอาภรณ์เรียบง่าย ไม่ใส่เครื่องประดับที่ล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียวเซียวเจิ้งยวนในอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีปักด้วยไหมทองขับให้ร่างสูงโปร่งของเขาดูสูงส่งและสง่างามยิ่งนัก เขาก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับกู้หนิงในชุดขุนนางทหารสีกุหลาบเข้ม ผมยาวของนางถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายขับให้ใบหน้างดงามดูองอาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ในมือของนางยังกำแส่พระราชทานไว้แน่นเมื่อเห็นทั้งสองก้าวเข้ามาเหล่าขุนนางที่กำลังนั่งคุยกันอยู่รีบลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน“ท่านอ๋อง พระชายา”เซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันก้าวตรงไปนั่งลงตำแหน่งประธานของห้องโถง เซียวเจิ้งยวนไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงยกถ้วยชาที่ขันทีประจำกายเพิ่งรินให้มือเรียวยาวหมุนถ้วยชาเบา ๆ มองดูลวดลายสวยงามบนถ้วยชาอย่างไม่สนใจเหล่าขุนนางที่กำลังยืนอยู่กู้หนิงอันเองก็ไม่ได้สนใจเหล่าขุนนาง นางยกมือเรียวขึ้นจับตะเกียบแล้วมองดูอาหารตรงหน้า ในใจพลันคิดว่าช่างสมกับเป็นเมืองที่ประสบภัยจริง ๆ อาหารที่ใช้รับรองก็มีเพียงผักไม่กี่อย่างนางใช้ตะเกียบคีบเ
ตอนที่ 9กลางถนนในเมืองหลวงที่คึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมาย เซียวเจิ้งยวนและเหล่าสหายแสนดีของเขากำลังเดินตรงมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาม่านฮวา สายลมเย็นพัดโชยมาเบา ๆ กลิ่นอาหารลอยมาตามอาการเสียงพูดคุยดังปะปนกับเสียงฝีเท้า“ตาเฒ่าสุย หากเจ้ายังไม่ไปอีกข้าจะลงมือแล้วนะ!”ร่างชายชราผู้หนึ่งถูกโยนออกมากองอยู่ข้
ตอนที่ 8 ยั่วสามีตำหนักองค์ชายสิบสามสายลมเย็นยามราตรีพัดแผ่วเบา แสงจันทร์ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ เซียวเจิ้งยวนก้าวเดินตามทางที่มีโคมไฟส่องสว่าง ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือที่เขาตั้งใจไปค้นหามาเพื่อให้นางได้ศึกษาถึงการเป็นกุลสตรีในวังหลวงอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาเขาทอดมองไปยังห้องเบื้
ตอนที่ 7 ข้าจะเปลี่ยนนางเองโรงน้ำชาม่านฮวาภายในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน ภายในห้องแขกพิเศชชั้นบนยังคงเป็นสี่สหายผู้สูงศักดิ์เซียวเจิ้งยวนยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางถอนหายใจเป็นระยะ ๆ จนสหายทั้งสามที่นั่งอยู่ต้องเอ่ยถามขึ้น“นี่เจิ้งยวนเหตุใดดูเจ้าทุกข์ใจเช่นนี้”จางเฉิงฟานถามขึ้น“จะมีอะไรอีกเล่า ก็คง
ตอนที่ 5 ไปถวายชาเซียวเจิ้งยวนนอนหลับอยู่ในห้องหนังสืออย่างยากลำบาก พื้นเตียงที่แข็งทำให้เขานอนไม่ค่อยหลับพลิกตัวไปมาตลอดทั้งคืน“องค์ชาย องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวอู่ขันทีประจำกายของเซียวเจิ้งยวนเรียกเขาด้วยใบหน้าที่ร้อนรนเซียวเจิ้งยวนหันไปมองด้วยใบหน้าอ่อนล้าเล็กน้อย “มีอะไร”เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้







