Masukตอนที่ 8 ยั่วสามี
ตำหนักองค์ชายสิบสาม สายลมเย็นยามราตรีพัดแผ่วเบา แสงจันทร์ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ เซียวเจิ้งยวนก้าวเดินตามทางที่มีโคมไฟส่องสว่าง ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือที่เขาตั้งใจไปค้นหามาเพื่อให้นางได้ศึกษาถึงการเป็นกุลสตรีในวังหลวงอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาเขาทอดมองไปยังห้องเบื้องหน้าที่ยังคงมีแสงโคมไฟส่องอยู่ “องค์ชาย” เสียงหนักแน่นขององครักษ์หญิงเสี่ยวซุ่นดังขึ้นเมื่อเซียวเจิ้งยวนก้าวผ่านนางเข้าไปในห้อง เขาไม่ได้หยุดเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อย แต่เมื่อถึงหน้าห้องนอนเซียวเจิ้งยวนกลับชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย ภายในห้องบรรทมแสงตะเกียงสลัวอบอวลด้วยกลิ่นกำยานหวานจัดจนผิดปกติ พระชายาของเขานั่งอยู่บนเตียงกว้าง สวมอาภรณ์สีชมพูบางเบาเผยผิวขาวอย่างตั้งใจ เกลียวผมหลุดลงมาข้างแก้มให้ดูอ่อนหวานขึ้นอย่างประหลาด นางมองเขาด้วยสายตาอ่อนหยดย้อย… แปลกเกินกว่าที่เคยเห็นนัก เมื่อสายตาของเซียวเจิ้งยวนยังนิ่งค้าง กู้หนิงอันก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วชี้กระดิกเบา ๆ เชิญชวนราวกับกำลังกวักวิญญาณให้หลงตาม “สามี” น้ำเสียงของนางนุ่มจนผิดธรรมชาติ เซียวเจิ้งยวนยืนค้างอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวเพราะตกใจมากกว่าหวั่นไหว นี่มันอะไรกัน? เขาก้าวเข้าไปสองก้าวพลางขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงงมากกว่าอย่างอื่น “เจ้าเป็นอะไรหรือ?” เขาก้มมองนางอย่างจริงจังมากกว่าจะมองความเย้ายวนใด ๆ กู้หนิงอันนิ่งไปหนึ่งอึดใจ พยายามนึกว่าจะใช้ท่าไหนต่อจากที่ถูกสอนมา ส่วนเซียวเจิ้งยวนก็มองนางอย่างไม่เข้าใจสุดขีด กำลังสงสัยว่านี่นางคือคนเดิมหรือถูกใครสลับตัวมา บรรยากาศที่ชวนลุ่มหลงกลับกลายเป็นความเงียบอันประหลาด ที่มีเพียงเซียวเจิ้งยวนยืนงงกับท่าทีชวนพิศวงของสตรีตรงหน้า กู้หนิงอันกระพริบตาปริบ ๆ ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัยชนิดหนักมาก “นี่… ท่านไม่ชอบหรือเพคะ?” กู้หนิงอันพยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวานที่สุด แต่ยังติดแข็ง ๆ จนฟังดูแปลกชวนขำ นางก้มมองชุดบางเบาของตัวเองอย่างงงงวย ชางเหนียงและแม่นมหลิวยืนยันหนักแน่นว่า สามีเห็นแล้วต้องชอบ นี่นา แล้วเหตุใดสามีของนางกลับทำหน้าเหมือนพบผู้ร้ายงง ๆ แทนล่ะ? เซียวเจิ้งยวนถอนหายใจแบบเอ็นดูสุดขีด ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างกายนางบนเตียง กวาดสายตาดูทุกอย่างตั้งแต่ผมที่ปล่อยลู่ไม่เป็นธรรมชาติ อาภรณ์ที่นางใส่แบบเก้ ๆ กัง ๆ และท่านิ้วกวักเมื่อครู่ที่ดูคล้ายการเรียกทหารเข้าประชุมมากกว่าเชื้อเชิญชายหนุ่ม ริมฝีปากของเซียวเจิ้งยวนยกขึ้น สุดท้ายก็กลั้นไม่ไหว หัวเราะออกมาเบา ๆ “ใครสอนเจ้าทำเช่นนี้” กู้หนิงอันหน้าแดงพรึ่บ แต่ยังคงทำหน้าสงบนิ่ง นางยืดหลังตรง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงแผ่วเบา “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงให้คนในหอฝู่อวี้มาสอนข้า” เซียวเจิ้งยวนหลุดขำแรงกว่าเดิม ไหลสั่นจนเตียงไหวเล็กน้อย กู้หนิงอันถลึงตาใส่เขาแบบดุ ๆ ตามนิสัย แต่เพราะหูของนางแดงก่ำ มันเลยออกมาดูน่าเอ็นดูกว่าโกรธจริง “ท่านหัวเราะข้าทำไมเล่า! ข้าก็… ก็แค่พยายามทำตัวให้ท่านพอใจตามที่กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงสั่ง!” น้ำเสียงของกู้หนิงอันเข้มเหมือนกำลังรายงานศึกไม่ใช่งอนสามี เซียวเจิ้งยวนหยิบหนังสือที่เตรียมมาวางลงบนมือของกู้หนิงอัน “เจ้าไปเรียนรู้แค่ในหนังสือนี้ก็พอแล้ว” กู้หนิงอันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มมองหนังสือเล่มหนาในมือ กุลสตรีในวังหลวง? เล่มหนาขนาดนี้เลยหรือ! กู้หนิงอันได้แต่ยิ้มแห้งแล้วพยักหน้ารับ “ไปเปลี่ยนชุดเถิด ชุดนี้แสบตาเกินไปแล้ว” เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขำเล็กน้อย “อืม” กู้หนิงอันตอบแล้วลุกขึ้นออกไป เซียวเจิ้งยวนเอนกายลงนอนบนเตียงกว้างคิดว่าวันนี้เขาจะนอนที่นี่ กู้หนิงอันเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ปกติแล้วออกมา นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นางมองใบหน้าตัวเองในกระจกแล้วมองเงาของเซียวเจิ้งยวนที่อยู่บนเตียง เห็นเขานอนนิ่งไม่ไหวติงเลยเอ่ยถามขึ้น “คืนนี้สามีนอนที่นี่หรือ เพคะ” เซียวเจิ้งยวนไม่ได้เอ่ยคำใดตอบเพียงนอนนิ่งต่อไป เขาไม่ตอบนางก็ไม่ได้สนใจอะไร มือเรียวยกขึ้นหยิบเครื่องประทินผิวมาทาลงบนผิวอย่างไม่ใส่ใจคนที่นอนอยู่บนเตียง เซียวเจิ้งยวนที่นอนอยู่บนเตียงแอบมองกู้หนิงอันที่กำลังลงครีมประทินผิวอย่างตั้งใจ สายลมพัดเบา ๆ ทำให้อาภรณ์สีขาวบางเบาของนางปลิวไหวเล็กน้อย อาภรณ์ถูกเลื่อนลงมาจากไหล่เผยผิวขาวนวลราวหิมะ ท่าทางในการทาครีมดูแล้วราวกำลังยั่วยวนเขา เซียวเจิ้งยวนเผลอกลืนน้ำลายแล้วรีบหันหนีก่อนจะหลับตาลง …..ตอนที่ 28มียาพิษเสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาในห้องของกู้หนิงอันอย่างร้อนรน เบื้องหน้ากู้หนิงอันนั่งอยู่บนเตียง ส่วนเซียวเจิ้งยวนนั่งอยู่เคียงข้างนาง เขาป้อนยาสมุนไพรที่หลินเยว่ถิงเพิ่งยื่นให้ ให้กู้หนิงอันด้วยรอยยิ้ม “หยุดนะ ยานั่นมีพิษ!!”เสิ่นเทียนกู้ไม่พูดเปล่าเขาหยิบก้อนหินโยนออกไปโดนถ้วยยานั้นตกกระแทกพื้น ยาน้ำกระจายสาดออกมาเต็มพื้นแต่ในถ้วยก็ยังคงมีเศษอยู่นิดหน่อยทุกคนหันมามองเสิ่นเทียนกูด้วยความตกใจ!เสิ่นเทียนกู้วิ่งเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าทั้งสามคน แล้วหันไปมองหลินเยว่ถิงด้วยสายตาดุดันพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ในยาสมุนไพรของเจ้ามีพิษ”หลินเยว่ถิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสิ้นหวัง“ท่านหาว่าข้าเป็นคนวางยาพิษพระชายาหรือ”“หรือไม่ใช่ล่ะ!”น้ำเสียงเสิ่นเทียนกู้แข็งกร้าวจนหลินเยว่ถิงสะดุ้งด้วยความตกใจ น้ำตานางเอ่อคลอ รีบยกถ้วยยาที่แตกออกนั้นขึ้นมาดื่มพิสูจน์ให้พวกเขาดูนางที่จริงแล้วไม่ได้วางยา เพราะนางเองก็ไม่กล้าทำ กู้หนิงอันเป็นคนดี นางไม่อยากทำร้ายคนดี ๆ แบบนี้ นางเพียงอยากให้เซียวเจิ้งยวนรักนางจากใจจริงเซียวเจิ้งยวนรีบลุกขึ้นมาห้ามนางและประคองตัวนางขึ้นอย่าง
ตอนที่27วางยาพิษยามเช้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาหลินเยว่ถิงที่กำลังนอนอยู่กับพื้นห้องที่เย็นยะเยือก ความเย็นแพร่กระจายไปทั่วร่างจนนางหนาวสั่นสะท้าน มือที่สั่นเทาได้แต่ยื่นไปหยิบยาขับความเย็นมากินเพื่อบรรเทาอาการเมื่ออาการของนางดีขึ้นจึงได้เปลี่ยนอาภรณ์แล้วก้าวตรงไปยังห้องปรุงยาเช่นในทุก ๆ วันนางจะปรุงยาให้เหล่าชาวบ้านรวมถึงยาของกู้หนิงอันด้วย ไม่นานนักยาของกู้หนิงอันก็ถูกปรุงเสร็จหลินเยว่ถิงประคองถาดไม้ที่มีถ้วยยาอุ่นเดินตรงไปยังห้องพักของกู้หนิงอันภายในห้องพักของเรือนรับรองที่เงียบสงบ แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามากระทบสองร่างที่นั่งเคียงกันอยู่บนเตียงนอนเซียวเจิ้งยวนนั่งพิงหัวเตียงในอ้อมกอดเขามีกู้หนิงอันที่กำลังเอนกายซบอย่างแนบชิด มือเรียวยาวของเซียวเจิ้งยวนโอบกระซับร่างของกู้หนิงอันผู้เป็นชายาอย่างทะนุถนอมเสียงพูดคุยหยอกล้อกันแผ่วเบาผสมผสานกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองหลินเยว่ถิงที่ยืนมองผ่านบานประตูที่เปิดอยู่ นางกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว เพียงไม่นานร่างบอบบางก็ก้าวเข้าไปด้านในด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วย่อคำนับอย่างนอบน้อม“ท่านอ๋อง พระชายา ยาเพคะ”กู้หนิงอันหันมาพยักหน้ารับแล้วรับถ้ว
กู้หนิงอันขยับกายหมายจะลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนนางครางเสียงเบาแผ่ว แต่เสียงนั้นกับการขยับตัวของนางก็ปลุกให้เซียวเจิ้งยวนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาเมื่อเขาเห็นกู้หนิงอันชายาของตนที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มดีใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีพร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนขยับขึ้นไปประคองร่างบางของภรรยาอย่างทะนุถนอม เขาหยิบหมอนมารองหลังให้นางเอนกายนั่งพิงหัวเตียงทั้งสองสบตากันอย่างลึกซึ้ง คำพูดมากมายที่อยากจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกพูดผ่านสายตาอย่างเข้าใจซึ่งกันและกันเซียวเจิ้งยวนกำมือนางแน่นพูดขึ้นถามอย่างเป็นห่วง“หิวหรือไม่”กู้หนิงอันพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ เซียวเจิ้งยวนหันไปเอ่ยสั่งเสียงดัง“พระชายาฟื้นแล้ว ใครอยู่ด้านนอกไปเอาโจ๊กอุ่น ๆ มา!”“พ่ะย่ะค่ะ”เสียงขันทีเฝ้าประตูขานรับอยู่ด้านนอก ก่อนเสียงฝีเท้าด้านนอกจะวิ่งวุ่นกันไปมาไม่นานโจ๊กอุ่นและผลไม้สดก็ถูกนำเข้ามาวางในห้อง เซียวเจิ้งยวนหยิบถ้วยโจ๊กมาป้อนให้นางอย่างอ่อนโยน สายตาของทั้งสองมองกันอยู่ตลอดเวลาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขหลินเยว่ถิงถือถ้วยยาสมุนไพรก้าวเข้ามาด้านใน มองภาพนั้น
ตอนที่25แผนร้าย“หนิงอัน!!”ร่างของชายาเขาจมดิ่งสู่ใต้น้ำ เซียวเจิ้งยวนทำได้เพียงว่ายไปหานางอย่างสุดกำลังแต่เรี่ยวแรงของเขากลับไม่นำพา ทำได้เพียงมองดูนางจมลงไปใต้น้ำ น้ำตาเขาไหลรินออกมาผสมกับสายน้ำเย็น หัวใจเจ็บจุกจนไม่อาจทนไหว“หนิงอัน!”เซียวเจิ้งยวนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย เขาลืมตามองไปรอบ ๆ พบว่าตนเองอยู่ในเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง“ญาติผู้พี่ ท่านฟื้นแล้ว”น้ำเสียงของหลินเยว่ถิงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าโล่งใจ ขอบตานางแดงก่ำดูเหมือนร้องให้อย่างหนักมาเซียวเจิ้งยวนยันกายลุกขึ้นนั่งความเจ็บปวดบนขมับแล่นขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมแน่น“ญาติผู้พี่ท่านยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลยเพคะ”หลินเยว่ถิงก้าวเข้าไปหาเขาแล้วช่วยประคองเขาอย่างระมัดระวัง“หนิงอัน! หนิงอันนางอยู่ที่ใด?”เซียวเจิ้งยวนถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกหลินเยว่ถิงชะงักนิ่ง นางก้มลงไม่ได้สบตาเขาและไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาเซียวเจิ้งยวนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “นางอยู่ที่ใด?!”น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นด้วยความร้อนใจ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหลินเยว่ถิง จนนางกดดันยิ่งนัก จึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“พระชายาได้ร
ตอนที่ 24ช่างเป็นขุนนางที่ดีกู้หนิงอันก้าวออกมาจากห้องรับรองของจวนเจ้าเมือง เบื้องหน้าทหารของนางควบคุม จวนเจ้าเมืองไว้ได้หมด เหล่าบรรดาภรรยาและบุตรของเจ้าเมืองถูกจับกุมไปรวมกันที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เสิ่นเทียนกู้และหลินเยว่ถิงก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่เบื้องหน้านาง“ท่านแม่ทัพ”เสิ่นเทียนกู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกู้หนิงอันหันไปทางเขา เสิ่นเทียนกู้ยื่นสมุดบันชีและหลักฐานที่ไปรวบรวมมาให้นางด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่กลับดูหนักแน่นยิ่งนัก“หลักฐานการโกงเงินในการสร้างเขื่อนและซ่อมแซ่มขอรับ”กู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างรวดเร็ว เป็นดังคาด เจ้าเมืองและขุนนางบางคนร่วมกันโกงเงินที่ฝ่าบาทส่งมาเพื่อบำรุงรักษาเขื่อนไปจนสิ้น ทำให้เขื่อนใหญ่ที่ควรจะแข็งแรง กลับพังทลายลงอย่าง่ายดาย การคดโกงเช่นนี้แน่นอนว่ามีคนหนุนหลังอยู่ในเมืองหลวง แต่เมื่อเรื่องถูกสืบได้ ก็จะมีเพียงขุนนางตัวเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องรับโทษ “พระชายา นี้คือทรัพย์สินของเหล่าขุนนางในเมือง เพคะ”หลินเยว่ถิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยืนบันชีทรัพย์ของเหล่าขุนนางทั้งหมดให้กู้หนิงอันกู้หนิงอันรับมาแล้วเปิดดูอย่างละเอียด ในใจหัวเราะ
ยามเย็นมาถึง ในจวนเจ้าเมืองจัดงานเลี้ยงขึ้นเพื่อต้อนรับจิ้นหวังอ๋องและแม่ทัพกู้หนิงอันเหล่าขุนนางต่างมาร่วมงานกันในชุดอาภรณ์เรียบง่าย ไม่ใส่เครื่องประดับที่ล้ำค่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียวเซียวเจิ้งยวนในอาภรณ์ผ้าไหมชั้นดีปักด้วยไหมทองขับให้ร่างสูงโปร่งของเขาดูสูงส่งและสง่างามยิ่งนัก เขาก้าวเข้ามาในงานพร้อมกับกู้หนิงในชุดขุนนางทหารสีกุหลาบเข้ม ผมยาวของนางถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายขับให้ใบหน้างดงามดูองอาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ในมือของนางยังกำแส่พระราชทานไว้แน่นเมื่อเห็นทั้งสองก้าวเข้ามาเหล่าขุนนางที่กำลังนั่งคุยกันอยู่รีบลุกขึ้นยืนแล้วทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน“ท่านอ๋อง พระชายา”เซียวเจิ้งยวนและกู้หนิงอันก้าวตรงไปนั่งลงตำแหน่งประธานของห้องโถง เซียวเจิ้งยวนไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงยกถ้วยชาที่ขันทีประจำกายเพิ่งรินให้มือเรียวยาวหมุนถ้วยชาเบา ๆ มองดูลวดลายสวยงามบนถ้วยชาอย่างไม่สนใจเหล่าขุนนางที่กำลังยืนอยู่กู้หนิงอันเองก็ไม่ได้สนใจเหล่าขุนนาง นางยกมือเรียวขึ้นจับตะเกียบแล้วมองดูอาหารตรงหน้า ในใจพลันคิดว่าช่างสมกับเป็นเมืองที่ประสบภัยจริง ๆ อาหารที่ใช้รับรองก็มีเพียงผักไม่กี่อย่างนางใช้ตะเกียบคีบเ
ตอนที่ 9กลางถนนในเมืองหลวงที่คึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมาย เซียวเจิ้งยวนและเหล่าสหายแสนดีของเขากำลังเดินตรงมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาม่านฮวา สายลมเย็นพัดโชยมาเบา ๆ กลิ่นอาหารลอยมาตามอาการเสียงพูดคุยดังปะปนกับเสียงฝีเท้า“ตาเฒ่าสุย หากเจ้ายังไม่ไปอีกข้าจะลงมือแล้วนะ!”ร่างชายชราผู้หนึ่งถูกโยนออกมากองอยู่ข้
ตอนที่ 7 ข้าจะเปลี่ยนนางเองโรงน้ำชาม่านฮวาภายในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน ภายในห้องแขกพิเศชชั้นบนยังคงเป็นสี่สหายผู้สูงศักดิ์เซียวเจิ้งยวนยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางถอนหายใจเป็นระยะ ๆ จนสหายทั้งสามที่นั่งอยู่ต้องเอ่ยถามขึ้น“นี่เจิ้งยวนเหตุใดดูเจ้าทุกข์ใจเช่นนี้”จางเฉิงฟานถามขึ้น“จะมีอะไรอีกเล่า ก็คง
ตอนที่ 6 ขอหนังสือหย่าโรงน้ำชาม่านฮวาในโรงน้ำชาคักครื้นไปด้วยผู้คน เซียวเจิ้งยวนเดินท่ามกลางผู้คนขึ้นมาบนชั้นสอง แล้วตรงไปยังห้องประจำที่เขามักมาดื่มชากันเป็นประจำกับเหล่าสหายร่วมเรียนเมื่อเปิดประตูเข้าไปสหายทั้งสามก็นั่งรอเขาอยู่แล้ว เซียวเจิ้งยวนก้าวเข้าไปนั่งลงในวงของสหายด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อย
ตอนที่ 5 ไปถวายชาเซียวเจิ้งยวนนอนหลับอยู่ในห้องหนังสืออย่างยากลำบาก พื้นเตียงที่แข็งทำให้เขานอนไม่ค่อยหลับพลิกตัวไปมาตลอดทั้งคืน“องค์ชาย องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวอู่ขันทีประจำกายของเซียวเจิ้งยวนเรียกเขาด้วยใบหน้าที่ร้อนรนเซียวเจิ้งยวนหันไปมองด้วยใบหน้าอ่อนล้าเล็กน้อย “มีอะไร”เซียวเจิ้งยวนพูดขึ้







