LOGINไป๋อี้เหยา คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ สาวงามแห่งเมืองหลวงที่มีพี่ชายเสเพลไม่ได้เรื่อง ออกไปเรียนแต่กลับมาถึงจวนใบหน้าเขียวช้ำเกือบทุกวัน จนอี้เหยานางเบื่อหน่ายเพราะพี่ชายของนางจึงไม่มีคุณชายจวนใดกล้าจะแต่งนางเข้าจวน ไป๋อี้เหยา คิดมาตลอดว่าที่พี่ชายของนางเสเพลเช่นนี้ เป็นเพราะสหายของเขา เซียวหานจวิน บุรุษเลื่องชื่อในเมืองหลวง เขาสามารถทะเลาะวิวาทกับทุกคนได้ โดยมีตระกูลเซียวคอยหนุนหลัง และฮ่องเต้ ฮองเฮาที่ทรงโปรดปรานเขาเหนือสิ่งอื่นใด
View Moreดวงตาหงส์หรี่มองออกไปนอกหน้าต่างโรงน้ำชาของชั้นสอง ภาพตรงหน้าของกลุ่มบุรุษหลายคนที่กำลังมีปากเสียงกัน หากหนึ่งในนั้นมิได้มีพี่ชายร่วมอุทรของนางอยู่ด้วย นางคงไม่สนใจอันธพาลพวกนี้เป็นแน่
“อาเหยา นั่น...พี่ชายเจ้ามิใช่หรือ” หวงอันเยว่ สหายของไป๋อี้เหยาชี้นิ้วมือไปทาง ไป๋ถิงเหวินพี่ชายของอี้เหยา
“อืม...พวกเจ้าดื่มชาต่อเถิด ข้าขอตัวกลับก่อน” นางกำมือแน่นลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องรับรองชั้นสองทันที
สหายที่อยู่ภายในห้องได้แต่มองตามแผ่นหลังของนางอย่างเป็นห่วง จะตามไปห้ามก็เกรงว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บจึงได้แต่ให้สาวใช้ของตนเอง ตามไปช่วยอี้เหยาอีกแรง
ด้วยรู้ดีว่าสหายของตนคงจะไปห้ามพี่ชายไม่ให้เข้าร่วมทะเลาะวิวาทกับบุรุษที่อยู่ด้านล่างเป็นแน่
ไป๋อี้เหยาเดินลงมาจากชั้นสอง นางยังไม่ถึงชั้นล่างดี เสียงด่าทอ โวยวายท้าตีต่อยของกลุ่มบุรุษก็ดังเรียกความสนใจจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาให้มาร่วมชมความครึกครื้น
“คุณหนู ท่านรออยู่ตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะเข้าไปตามคุณชายใหญ่ออกมาเองเจ้าค่ะ”
“หึ พี่ชายข้าเชื่อเจ้าหรือไง ไปเรียกองครักษ์ที่พามาด้วยทั้งหมด เข้าไปลากชายข้าออกมา หากเขายังดื้อรั้นก็ทุบตีเรียกสติสักสองสามทีข้าอนุญาต” นางสั่งเสี่ยวผิงสาวใช้ข้างกาย
ปากก็ร้องตะโกนเรียกชื่อพี่ชายไปด้วย เผื่อว่าเขาเห็นนางแล้วจะหยุดมือหันมาสนใจนางแทน แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อเสียงของอี้เหยาดังไปไม่ถึงหูของไป๋ถิงเหวิน
บุรุษทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าต่อตีกันอย่างถึงพริกถึงขิง ต่างก็ไม่มีผู้ใดที่สนใจเสียงห้ามปรามของผู้คน ด้วยตนนี้ข้าวของที่วางขายอยู่ข้างทางถูกพวกเขาทำให้เสียหายไปไม่น้อยแล้ว
องครักษ์ที่ให้เสี่ยวผิงไปตามยังไม่ทันมาถึง แต่กลายเป็นเจ้าหน้าที่ทางการมาถึงก่อนแทน อี้เหยาหันซ้ายหันขวาอย่างร้อนใจ หากพี่ชายนางถูกทางการจับกุมตัวไป รับรองได้ว่าท่านย่าและอาสะใภ้เอาตายแน่
“พี่ใหญ่!!!” อี้เหยาตะโกนสุดเสียงแล้วพุ่งตัวเข้าไปลากไป๋ถิงเหวินออกมา
ไป๋ถิงเหวินเหมือนจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของน้องสาวได้เสียที เขาหันกลับมามองอี้เหยาที่วิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ “เหยาเหยา” ร้องเรียกได้แค่นั้นเขาก็ถูกหมัดของผู้ใดไม่รู้ต่อยจนล้มไปกองอยู่กับพื้น
อี้เหยาตกใจไม่น้อย นางรีบสาวเท้าเข้ามาหาโดยไม่สนว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บไปด้วยหรือไม่ “เจ้าหน้าที่ทางการมาแล้ว ท่านต้องรีบหนีไปกับข้าประเดี๋ยวนี้” นางช่วยประคองไป๋ถิงเหวินลุกขึ้น
อีกฝั่งเมื่อเห็นว่าไป๋ถิงเหวินกำลังถูกประคองโดยหญิงสาวใบหน้างดงาม ก็มุ่งเข้ามาหาอย่างมาดร้าย “เจ้าจะไปที่ใด!!!” เขาร้องตะโกนออกมา
“เหยาเหยา เจ้าหนีกลับจวนไปก่อน ไม่ต้องห่วงพี่” ไป๋ถิงเหวินดันตัวน้องสาวให้หนีเอาตัวรอดไปก่อน
“ท่านต้องกลับพร้อมข้า หากท่านไม่กลับครั้งนี้ รู้หรือไม่ว่า โอ๊ย...” อี้เหยายังพูดไม่ทันจบ นางก็เหมือนถูกคนกระชากแขนเต็มแรงจนต้องร้องออกมา
“พูดมากเสียจริง” เซียวหานจวินสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะลากสองพี่น้องออกไปจากวงล้อมที่กำลังวุ่นวายอยู่
อี้เหยาทั้งสะบัดมือและแกะมือของเขาออกแต่ว่าไม่เป็นผล เซียวหานจวินยังคงลากนางวิ่งไปตามซอกซอยของร้านค้า เพื่อหลบหนีเจ้าหน้าที่ทางการและกลุ่มคนที่เขามีเรื่องด้วย
ไป๋ถิงเหวินวิ่งตามมาติดๆ พร้อมทั้งหันมองด้านหลังไปด้วย อี้เหยาไม่รู้ว่านางถูกลากมาไกลเพียงใด แต่รู้ว่าขาของนางเริ่มจะก้าวไม่ออกเสียแล้ว
“เหยาเหยา ขึ้นหลังพี่เร็วเข้า” ไป๋ถิงเหวินจะให้น้องสาวขึ้นหลังของเขา
แต่เซียวหานจวินรวบขาของนางทั้งสองข้างอุ้มพาดบ่าไปเสียก่อน “เจ้าเองก็เอาตัวไม่รอด เร็วเข้าหากช้ากว่านี้ คืนนี้ได้นอนคุกแน่”
ไป๋ถิงเหวินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย บุรุษทั้งสองต่างก็เร่งฝีเท้าเข้าไปหาที่หลบซ่อนตัว อี้เหยาทั้งโวยวายและทุบแผ่นหลังของเซียวหานจวินไปตลอดทาง จนเขาต้องตวาดให้นางเงียบปาก ด้วยกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะตามมาเจอ ถึงปากของอี้เหยาจะไม่ส่งเสียงร้องออกมาแล้ว แต่มือของนางก็ยังคงไม่หยุดทุบตีเขาด้วยความแค้นใจ
ผ่านไปไม่นาน เซียวหานจวินก็แทบจะโยนร่างบอบบางที่อยู่บนแผ่นหลังของเขาลง เมื่อมาถึงที่หลบซ่อนตัว
“ท่าน!!!” อี้เหยาถลึงตามองเขา เมื่อนางเกือบทรงตัวไม่อยู่ ดีที่ได้พี่ชายของนางประคองเอาไว้
“เหยาเหยา เจ้าเงียบสักประเดี๋ยวเถิด ให้เจ้าหน้าที่ทางการผ่านไปก่อน ข้าจะยอมให้เจ้าด่า ให้เจ้าทุบตีอีกด้วย” ไป๋ถิงเหวินขอร้องน้องสาวของตน
“ข้าทำแน่ ท่านไม่ต้องมาบอก” อี้เหยาสะบัดหน้าหนี นางเดินไปหามุมที่อยู่ห่างจากพวกเขาแล้วนั่งลง
เกาจินซีประคองใบหน้าของสามีเอาไว้ “ยี่สิบปีที่รู้จักท่าน ไม่มีวันใดที่ข้านึกเสียใจเลยสักวัน” พอสิ้นคำริมฝีปากของทั้งสองก็ประกบเข้าหากัน จุมพิตอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง เมื่อรถม้าจอดลงที่หน้าประตูจวนไป๋หลังจากนั้นไม่นานเมื่อเซียวหานจวินสอบผ่านจิ้นซื่อจนได้เป็นจอหงวนท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของคนทั่วเมืองหลวง ทางวังหลวงก็ส่งเจ้ากรมพิธีการมาประกาศราชโองการสมรสระหว่างเขากับไป๋อี้เหยาไป๋เถียนถูกแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมศาลต้าฉีทำงานอยู่ในเมืองหลวงไม่ต้องเดินทางตรวจสอบขุนนางทั่วแคว้นอีกแล้ว บ่อยครั้งที่ฉีหมิงฮวนและเซียวฮองเฮาเรียกตัวซีซีเข้าไปสนทนาในวังหลวง ขุนนางทั่วเมืองหลวงไม่มีคนใดไม่อิจฉาสองสามีภรรยาตระกูลไป๋ที่ได้รับความเมตตามากเพียงนี้แต่ถ้ารู้ว่า...ฉีหมิงฮวนฮ่องเต้ที่คนทั่วแคว้นต้องหมอบกราบถูกซีซีทุบตีเกือบทุกครั้งที่เรียกตัวนางเข้าวัง ไม่รู้ว่าจะทำหน้ากันเช่นใดฉีหมิงฮวนถึงแม้จะรู้ว่าซีซีนางกลายเป็นผู้ฝึกตนไปแล้ว แต่เขามิคิดที่จะกลายเป็นผู้ฝึกตนเช่นนาง เพราะรู้ดีว่าตำแหน่งที่ตนนั่งอยู่มิอาจจะยึดครองเอาไว้เพียงผู้เดียวได้ ย่อมต้องเปลี่ยนให้พระโอรสของตนขึ้นมานั่งแทนซีซีกับไป๋เถียนหลังจากที่ไป
ซีซีเริ่มหมดความอดทน ตั้งแต่เห็นหน้าจ้าวกงกงนางก็อยากจะถอยหลังกลับแล้ว นางดึงไป๋เถียนให้ลุกขึ้นยืน “ต้องให้ข้าพูดเช่นใด หรือต้องลงมือทุบตีท่านเล่า ถึงจะทำให้ท่านพอใจ” นางถลึงตามองเขา“เออ...นี่มันเรื่องอันใดกันซีซี” ไป๋เถียนอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้“จ้าวกงกงพาสามีข้าไปนั่งรอก่อน”“ขอรับ” จ้าวกงกงรีบดึงตัวไป๋เถียนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมถอยไป ให้ออกเดิน“ท่านจะตามหาข้าเพื่ออันใด ในเมื่อข้าพูดกับท่านไปแล้วไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่แต่งเป็นอนุของท่าน เหอะ...เดิมข้าก็คิดว่ามีฮูหยินเพียงผู้เดียวแต่นี่...” ซีซีหวนนึกถึงเรื่องเก่าก็โมโหขึ้นมา“โอ๊ยยย เบามือหน่อย...อย่าให้โดนหน้าข้า” ฉีหมิงฮวนร้องเสียงหลง คนด้านนอกได้แต่ตกใจจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ถูกจ้าวกงกงเอ่ยห้ามเอาไว้ไป๋เถียนเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ไม่คิดว่าภรรยาของตนจะกล้าลงมือกับฮ่องเต้ “นางทุบตีฝ่าบาทหรือ”“ครั้งที่สองแล้วขอรับ” จ้าวกงกงอมยิ้มมองไป๋เถียนทุบตีจนหนำใจซีซีก็นั่งลงดื่มชาโดยมีฉีหมิงฮวนนั่งหน้าเขียวช้ำอยู่ด้านข้าง“ผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว ท่านอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องเก่าขึ้นมาอีกเป็นอันขาด หากข้ารู้ว่าเจ้าเด็กแซ่เซียวนั้นเป็นบุตรชายของท่าน อย่างไร
ไป๋เถียนและซีซีพาบุตรทั้งสองติดตามไปตรวจสอบขุนนางทั่วแคว้น พอไป๋ถิงเหวินอายุได้สิบหนาวก็ถูกทิ้งเอาไว้ที่เมืองหลวงโดยมีเกาสืออยู่ข้างกายคอยดูแลเพื่อให้เขาเข้าเรียนในสำนักศึกษาเช่นเด็กวัยเดียวกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไป๋ถิงเหวินคบหาเซียวหานจวินเป็นสหาย ถึงแม้ทั้งสองจะกลายเป็นอันธพาลตัวน้อย แต่หากไม่ถูกหาเรื่องก่อนทั้งสองก็ไม่คิดจะทุบตีผู้ใด เกาสือจึงรายงานบ้างไม่รายงานบ้างให้ซีซีรู้ เพราะถึงรู้นางก็ไม่คิดที่จะว่าบุตรชายของนางเมื่อมีเหตุผลมาโต้แย้งนางมากพอไป๋อี้เหยายังคงอยู่ข้างกายบิดามารดา จนนางอายุสิบสี่หนาวก็คร้านที่จะติดตามไปทั่วแล้ว อีกเหตุผลคืออยากอยู่ข้างกายพี่ชายคอยห้ามปรามมิให้เขาทำตัวเหลวไหลก่อนจะทิ้งบุตรทั้งสองให้อยู่ที่จวน ซีซีเตือนนางพานซื่อและนางฝูซื่อเอาไว้แล้วว่าหากรักแกบุตรของนาง เมื่อนางกลับมาจะคิดบัญชี แต่พวกนางคงคิดว่าซีซีนางอยู่ข้างนอกคงไม่รู้เรื่องราวภายในจวนมากนัก เมื่อรังแกเด็กทั้งสองบ่อยเขาแต่ไม่ได้รับจดหมายจากไป๋เถียนหรือซีซีก็ยิ่งได้ใจ คอยเรียกมาตำหนิ ถากถางอยู่บ่อยครั้งจนเมื่อซีซีนางกลับมาเมืองหลวง ด้วยรู้ว่าครั้งนี้ฮ่องเต้คงแต่งตั้งไป๋เถียนอยู่เมืองหล
“ไม่ทำอันใด บุตรชายข้าจะเป็นอันธพาลก็ย่อมได้ ในเมื่อ...มีข้าคอยหนุนหลัง”“เพ้ย!!! ความคิดอันใดของท่านกัน ข้าจะพูดกับพี่เถียนให้เขาสั่งสอนบุตรชายของเขาให้ดี”“หึหึ ข้าก็คิดว่าเจ้ามาเรือนข้าเพื่ออยากพูดกับข้าเสียอีก ที่แท้...ก็อยากพูดกับสามีข้า”“จะ เจ้า...” ฝูเจินใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความอาย “ข้าจะรอดูว่าต่อไปบุตรชายของเจ้าจะกลายเป็นอันธพาลหรือไม่”“รอดูได้เลย ข้าจะสอนให้เขาเป็นอันธพาลเอง เหวินเออร์...ต่อไปเจ้าไม่ชอบผู้ใดก็ตีปากมันไปเลย แม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย” ประโยคหลังซีซีนางหันไปพูดกับบุตรชายวัยสามหนาวของนาง“ขอรับ” ไป๋ถิงเหวินยิ้มกว้างจนเห็นฟันไม่กี่ซี่ของเขาให้มารดาดูฝูเจินจำต้องกลับไปเพราะไม่อาจหาคำมาโต้เถียงกับซีซีได้ ไป๋เถียนกลับมาถึงจวนก็ถูกนางพานซื่อเรียกไปสนทนาเรื่องเด็กทั้งสองคนที่มีเรื่องกันยกใหญ่“เจ้าพูดจริงหรือว่าจะเลี้ยงให้เหวินเออร์เป็นอันธพาล” เขาถอดเสื้อคลุมออกรับตัวไป๋ถิงเหวินที่อ้าแขนให้บิดาอุ้มแล้วถามซีซีไปด้วย“จริง ข้าเป็นเจ้าสำนักหยวนซี บุตรชายข้าจะไม่เป็นอันธพาลน้อยได้อย่างไร จริงหรือไม่เหวินเออร์” นางบีบแก้มบุตรชายเบาๆไป๋เถียนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ “ซีซี เจ้











