เข้าสู่ระบบEP.5
อชิระผละออกมาพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ เขาหยิบบัตรเครดิตแบล็คการ์ดส่งให้พนักงานโดยไม่แม้แต่จะมองยอดเงิน ทิ้งให้ริรินดายืนกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเจ็บใจ เธอดินเชิดหน้าออกมาจากร้านเพชร ปล่อยให้อชิระถือถุงกระดาษที่มีกล่องใส่แหวนของเธอและเขาอยู่ในนั้น ขณะที่อารมณ์ขุ่นมัวยังไม่ทันจางหาย เธอก็ชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินตรงมาหาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ริน!” ชายหนุ่มคนนั้นไม่รอช้า เขาโผเข้ากอดริรินดา “คิดถึงเธอมากเลย กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกันจะได้ไปรับ” ริรินดาหัวเราะร่วน แววตาที่เคยก้าวร้าวใส่อชิระเมื่อครู่กลับกลายเป็นความสดใส และสนิทสนมอย่างที่อชิระไม่เคยได้รับ “รินก็คิดถึงขุนเหมือนกันค่ะ” หมับ! ความอบอุ่นยังไม่ทันจางหาย ข้อมือเล็กของริรินดาก็ถูกกระชากอย่างแรงจนร่างของเธอหลุดออกจากอ้อมกอดของอีกคน อชิระแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางทันที “มันเป็นใคร!” อชิระตวาดเสียงต่ำพลางรัดเอวริรินดาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ริรินดาช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอลอบยิ้มในใจเมื่อเห็น 'หมาบ้า' ที่เริ่มออกอาการของเพลย์บอยตัวพ่อ “แนะนำให้รู้จักนะคะคุณอชิระ...นี่ขุนพล เพื่อนชายที่ 'สนิทที่สุด' ของฉันค่ะ” “เราเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน สนิทกันชนิดที่ว่ามองตาก็รู้ใจกันไปหมดทุกอย่างเลยล่ะค่ะ” “เพื่อนสนิท ?” อชิระแค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยาม สายตาจ้องเขม็งไปที่ขุนพลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “เพื่อนสนิทแบบไหนถึงได้ถึงเนื้อถึงตัวกอดกันกลมกลางห้างแบบนี้! อย่าลืมนะรินว่าเธอเป็น ‘คู่หมั้น’ ของฉัน” ริรินดาเหยียดยิ้มมุมปาก เธอขยับตัวเข้าไปชิดเขา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบ เพราะไม่อยากให้ขุนพลได้ยิน “นี่คุณหึงฉันเหรอ ? ขุนเขาก็แค่....ผู้ชายคนนึงน่า ยังไงซะผู้ชายที่ฉันยอมให้กระแทกทั้งคืนก็มีแค่คุณอยู่แล้ว” อชิระขบฟันจนขึ้นกรามเป็นสันนูน เมื่อริรินดาเอาคืน มือแกร่งกระชากร่างริรินดาให้เดินตามไปที่รถสปอร์ตของเขาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมหันไปทิ้งสายตาคาดโทษใส่ขุนพล “หมดเวลาทักทายคนสนิทแล้ว คืนนี้ฉันมีเรื่องต้อง 'เคลียร์' กับเธอให้ยาวกว่าเมื่อคืนแน่!” อชิระเหยียบคันเร่งจนสุด เขาไม่ได้ขับไปส่งเธอที่บ้าน แต่กลับหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าข้างทางที่เป็นมุมอับใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะเหยียบเบรกจนร่างของริรินดาถลาไปข้างหน้า “คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย ขับรถภาษาอะไรของคุณ” ยังไม่ทันสิ้นเสียงด่า อชิระก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วโถมตัวเข้าหาเธอทันที มือแกร่งทั้งสองข้างยันเบาะที่นั่งเอาไว้ อชิระขังร่างบางไว้ภายใต้อ้อมแขน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด “สนิทที่สุดงั้นเหรอ ? มองตาก็รู้ใจกันทุกอย่างงั้นเหรอริน!” เขาตะคอกถามเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ “แล้วที่ฉัน ‘กระแทก’ เธอทั้งคืนนั่นล่ะ...มันยังไม่ชัดเจนพอใช่ไหมว่า ‘ร่องรอย’ บนตัวเธอเป็นของใคร” “ปล่อยนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกิริยาต่ำ ๆ แบบนี้ใส่ฉัน” ริรินดาพยายามผลักไสแผงอกหนา แต่ยิ่งดิ้นอชิระก็ยิ่งเบียดกายเข้าหาจนความร้อนจากร่างกายซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าหากัน “ขุนพลเขาให้เกียรติฉันมากกว่าคุณร้อยเท่า พันเท่า!” “ให้เกียรติเหรอ ? เหอะ!” อชิระแค่นหัวเราะ ก่อนจะก้มลงบดจูบริรินดาอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ มือแกร่งเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามปลีขาขาวภายใต้เดรสกระโปรงของเธอ เขาแทรกปลายนิ้วเข้าไปสัมผัสผิวเนื้ออ่อนด้านในจนริรินดาสะดุ้งเฮือก “อื้อ...หยุดนะ...” เสียงประท้วงเริ่มแผ่วลงเปลี่ยนเป็นเสียงครางแผ่วเบา เมื่ออชิระถอนริมฝีปากออกมาแล้วซุกไซ้ซอกคอเธออย่างหนักหน่วง เขาขบเม้มซ้ำลงบนรอยเดิมราวกับจะย้ำเตือนว่าผู้ชายคนไหนที่มีอิทธิพลต่อร่างกายเธอมากที่สุด “พูดมาได้ว่าให้เกียรติ มันก็สันดานไม่ต่างจากฉันหรอก แค่เห็นมันฉันก็รู้แล้วว่าไอ้หมอนั่นมันอยากเคลมเธอจะแย่” “แล้วทำไม ถ้าขุนเขาอยากได้ฉันแล้วมันทำไมไม่ทราบ” ริรินดาพูดประชดใส่เขา เธอเย้ยเขาด้วยน้ำเสียงท้าทาย “หรือเธออยากอ้าขาให้มันเหมือนที่เธออ้าขาให้ฉัน” ริรินดาชะงักนิ่ง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววพยศเวลานี้กลับสั่นระริกและวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธเคือง “คำก็ ‘เอา’ สองคำก็ ‘อ้า’...” ริรินดาพึมพำออกมาด้วยน้ำสั่นเครือ “ขอบคุณที่เตือนสติให้รู้ว่า สำหรับคุณ...ฉันก็แค่ ‘ที่ระบายอารมณ์’ เท่านั้น” อชิระฟังคำพูดของเธอก็เริ่มได้สติ ความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในอกเมื่อครู่เริ่มมอดลงแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดต่อคนตรงหน้า เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดรุนแรงขนาดนั้น แต่มันเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เข้ามา เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่กับไอ้หมอนั่น ยังไงมันหวังในตัวริรินดาแน่! อชิระค่อย ๆ ขยับตัวกลับไปยังเบาะคนขับโดยไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเหยียบคันเร่งแล้วหักพวงมาลัยมุ่งหน้าสู่คอนโดของริรินดา บรรยากาศภายในรถอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีบทสนทนาโต้ตอบ หรือแม้แต่สายตาที่สอดประสานกันอีก เมื่อรถสปอร์ตคันหรูมาจอดนิ่งสนิทหน้าคอนโด ริรินดาไม่คิดจะขอบคุณหรือบอกลาเขา เธอเปิดประตูรถแล้วก้าวออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง “ริน...” อชิระพยายามจะเรียกชื่อเธอ แต่มันก็สายไปเมื่อร่างบางเดินหายเข้าไปในตึกด้วยความรวดเร็ว ชายหนุ่มทุบพวงมาลัยรถด้วยความหงุดหงิดตัวเอง เขามองถุงแหวนเพชรที่วางอยู่ข้างหลังเบาะ “โถ่เว้ย!” ริรินดาทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง มือบางยกขึ้นลูบต้นคอเบา ๆ ตรงจุดที่อชิระฝากรอยจูบดิบเถื่อนเอาไว้ ยิ่งนึกถึงคำพูดดูถูกในรถที่เขาพ่นใส่เธอ ความเสียใจก็ตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ‘ให้เกียรติฉันบ้างคุณอชิระ ฉันก็มีหัวใจนะ’ เธอได้แต่ตัดพ้ออยู่ในความคิด ในขณะที่มวลความรู้สึกกำลังดิ่งลึก เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ริรินดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อ ‘ขุนพล’ ความตึงเครียดบนใบหน้าก็เริ่มผ่อนคลายลง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้ดูเข้มแข็งที่สุดก่อนกดรับสาย “ว่าไงขุน...” “ริน! เป็นยังไงบ้าง ?” น้ำเสียงปลายสายเต็มไปด้วยความร้อนรน “เขาทำอะไรรินหรือเปล่า ?” ความเป็นห่วงอย่างจริงใจของขุนพลเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงบนกองไฟในใจริรินดา เธอเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง “เขาชื่ออชิระค่ะ...เป็นคนที่จะมาแต่งงานกับรินตามที่ผู้ใหญ่ตกลงกันไว้” “แต่งงานเหรอ ? ทำไมรินไม่เคยบอกขุน” ขุนพลอุทานเสียงหลง “รินโอเคจริง ๆ เหรอที่ต้องผูกมัดกับคนแบบนี้ ? ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีแน่” “รินไม่มีทางเลือกมากนักขุน คุณพ่อคุณแม่อยากให้รินแต่ง เพราะผู้ใหญ่สองฝ่ายคุยกัน แต่รินตั้งใจว่าแต่งไปสักปีก็จะหย่า” ริรินดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว “ถ้ามีอะไรให้ขุนช่วย รินบอกเลยนะ ขุนอยู่ข้างรินเสมอ” “ขอบใจขุนมากเลยนะ คืนนี้มาเจอกันหน่อยไหม” “ได้สิ” คำพูดของเพื่อนสนิททำให้ริรินดาจุดประกายความคิดบางอย่างขึ้นมา เธอก็จะทำให้เขาได้รู้ว่า ‘คนอย่างริรินดาไม่ใช่ของไร้ค่า และเขาไม่ใช่ตัวเลือกตัวสุดท้ายในชีวิตเธอ ขุนพลนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะไม่คิดว่าเธอจะเรียกหาเขา ก่อนจะตอบตกลงด้วยอาการดีใจ “ได้สิริน ขุนจะไปหาเดี๋ยวนี้เลย” ริรินดากดวางสายพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปาก “คุณอยากเอาชนะนักใช่ไหมคุณอชิระ...งั้นเรามาดูกันว่า ระหว่าง ‘ว่าที่สามี’ กับ ‘เพื่อนสนิท’ คุณจะทนเห็นฉันให้ความสำคัญกับใครมากกว่ากัน!”EP.7อชิระซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนละเอียดอย่างจงใจจะตีตราจอง ลมหายใจหอบพร่าปะทะกับผิวเนื้อจนริรินดาต้องแอ่นอกรับอย่างลืมตัว ความเย็นของแหวนหมั้นบนนิ้วนางเธอที่เสียดสีอยู่กับข้อมือตัวเอง ยิ่งตอกย้ำความเร่าร้อนที่เขากำลังปรนเปรอให้ชายหนุ่มละริมฝีปากขึ้นมาบดจูบอย่างตะกละตะกราม มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และการลงโทษ ฝ่ามืออีกข้างที่ว่างอยู่ลูบไล้จากเอวคอดขึ้นมาบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดผ่านยอดปทุมถันจนหญิงสาวเผลอครางกระเส่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“คนอย่างอชิระ ถ้าไม่หนำใจ ฉันไม่ปล่อยให้เธอลงจากเตียงแน่”มือแกร่งจัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหวี่ยงเสื้อเชิ้ตราคาแพงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เผยให้เห็นแผงอกกำยำและลอนกล้ามท้อง“วันนี้อยากได้กี่นิ้วดีคนสวย สองนิ้ว สามนิ้ว สี่นิ้ว หรือห้านิ้วดี หืม~” เขาพึมพำชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ก่อนจะเลื่อนมือลงไปสัมผัสกับความอ่อนนุ่มเบื้องล่างที่เริ่มเปียกชื้น ทิ้งให้ริรินดาจมดิ่งอยู่กับพายุอารมณ์ที่เขาเป็นคนจุดขึ้น จนเธอทำได้เพียงหอบหายใจรวยรินและบิดกายเร่าอยู่ใต้พันธนาการที่แสนหวานนั้
EP.6เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบ ริรินดาลุกจากโซฟาไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูเปิดออก ขุนพลถึงกับยืนตะลึงค้างไปชั่วขณะ ริรินดาที่เขาคุ้นเคยในลุคโฉบเฉี่ยว ตอนนี้อยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีชมพูหวานยาวระพื้น เนื้อผ้ามันวาวเน้นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัว“เข้ามาสิขุน” เธอเอ่ยเสียงเบาพลางขยับตัวให้เพื่อนสนิทเข้ามาด้านในขุนพลเดินเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนสะดุดตาเข้ากับขวดไวน์ราคาแพงและแก้วใสที่มีน้ำสีทับทิมเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา“รินดื่มอยู่เหรอ ?”“นิดหน่อยค่ะ ขุนดื่มเป็นเพื่อนรินหน่อยสิ”เธอยื่นแก้วไวน์อีกใบให้เขาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ทั้งคู่นั่งลงข้างกันบนโซฟาหนานุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ริรินดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขที่เธอเพิ่งเมมเอาไว้ล่าสุด... อชิระริรินดากดโทรออก เธอกลับไม่ได้ยกขึ้นแนบหู แต่วางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะกระจกอย่างจงใจ แล้วหันไปชวนขุนพลคุยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและหวานหูเกินปกติ“ขุนเป็นยังไงบ้าง เราไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้ว รินคิดถึงขุนนะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยขุนดูแลรินดีมากจริง ๆ อิจฉาผ
EP.5อชิระผละออกมาพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ เขาหยิบบัตรเครดิตแบล็คการ์ดส่งให้พนักงานโดยไม่แม้แต่จะมองยอดเงิน ทิ้งให้ริรินดายืนกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเจ็บใจเธอดินเชิดหน้าออกมาจากร้านเพชร ปล่อยให้อชิระถือถุงกระดาษที่มีกล่องใส่แหวนของเธอและเขาอยู่ในนั้น ขณะที่อารมณ์ขุ่นมัวยังไม่ทันจางหาย เธอก็ชะงักกึกเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินตรงมาหาด้วยรอยยิ้มกว้าง “ริน!” ชายหนุ่มคนนั้นไม่รอช้า เขาโผเข้ากอดริรินดา“คิดถึงเธอมากเลย กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกันจะได้ไปรับ” ริรินดาหัวเราะร่วน แววตาที่เคยก้าวร้าวใส่อชิระเมื่อครู่กลับกลายเป็นความสดใส และสนิทสนมอย่างที่อชิระไม่เคยได้รับ “รินก็คิดถึงขุนเหมือนกันค่ะ” หมับ!ความอบอุ่นยังไม่ทันจางหาย ข้อมือเล็กของริรินดาก็ถูกกระชากอย่างแรงจนร่างของเธอหลุดออกจากอ้อมกอดของอีกคน อชิระแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางทันที “มันเป็นใคร!” อชิระตวาดเสียงต่ำพลางรัดเอวริรินดาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออกริรินดาช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอลอบยิ้มในใจเมื่อเห็น 'หมาบ้า' ที่เริ่มออกอาการของเพลย์บอยตัวพ่อ“แนะนำให้รู้จักนะคะคุณอชิระ...นี่ขุนพล เพ
EP.4“ดูลูกเราสองคนคุยกันสิคะคุณวัลภา กระซิบกระซาบกันใหญ่เลย สงสัยเราคงได้อุ้มหลานเร็ว ๆ นี้แน่” เปมนีย์ มารดาของริรินดาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เมื่อเห็นว่าลูกสาวคนสวยและลูกเขยในอนาคตดูจะเข้ากันได้ดี“นั่นสิ ฉันล่ะเบาใจจริง ๆ” วัลภาพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปสั่งลูกชาย “อชิระ...จบมื้อนี้แล้ว พาน้องไปหาอะไรดื่มสนุก ๆ ต่อสิลูก พาไปที่คลับของลูกก็ได้ น้องเพิ่งกลับมาจากมิลาน คงอยากเห็นบรรยากาศกลางคืนของกรุงเทพฯ บ้าง”อชิระกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เขามองใบหน้าสวยของริรินดาที่ตอนนี้ดูจะ ‘ใบ้กิน’ ไปชั่วขณะ“ได้สิครับแม่...ผมจะพา ‘น้อง’ ไปที่คลับของผมเอง” เมื่อแยกจากผู้ใหญ่ รถสปอร์ตหรูแล่นตรงไปยังคลับของอชิระอีกครั้ง ทั้งสองก้าวเข้ามาในโซน VIP ที่มีเพียงแสงไฟสลัวกับเสียงเพลงเบสหนัก ๆ อชิระก็เลิกแสดงบทสุภาพชน เขาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของคนในชุดเดรสยาวแล้วกระชากเข้าหาตัวจนริรินดาเซมาปะทะแผงอกแกร่ง“ปล่อยนะคะคุณอชิระ! ”“เมื่อคืนไม่เห็นว่าเธอจะพูดแบบนี้นะ” เสียงทุ้มพร่าดังชิดแก้มใส “แต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้ รู้ไหมว่ามันยิ่งยั่วให้ฉันอยากเห็นความเซ็กซี่ในตัวเธอมากแค่ไหน”ริรินดาข
EP.3ภาพในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ใบหน้าของริรินดา ผู้หญิงที่เขาอยากจะ ‘ทำความรู้จัก’ ต่อให้มากกว่าแค่บนเตียง แต่กลับต้องมาเสียเวลาให้กับยายผู้หญิงนิรนามที่บิดามารดายัดเยียดมาให้“หวังว่าเธอคงไม่น่าเบื่อจนฉันต้องเดินหนีตั้งแต่น้ำแก้วแรกหรอกนะ” ริรินดาสะบัดรองเท้าส้นสูงออก ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางมองเบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งเมมชื่อไว้ว่า ‘อชิระ’ แล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่รอยยิ้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเสียงเรียกเข้าจาก 'คุณแม่' ดังขัดจังหวะ“ริน อยู่ไหนลูก เย็นนี้เรามีนัดสำคัญกับครอบครัวคุณจักรินนะ”“รินอยู่ห้องค่ะแม่ รินบอกแล้วไงคะว่ารินไม่ไป รินเพิ่งกลับมาไทยได้ไม่นาน รินอยากใช้ชีวิตของรินเองนะคะ ไม่ใช่ให้รินมาแต่งงานกับคนไม่รู้จัก” ริรินดากรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย เธอเป็นดีไซเนอร์สาวโปรไฟล์ดีที่เพิ่งเรียนจบโทจากมิลาน ความมั่นใจในตัวเองที่มีเต็มเปี่ยมทำให้เธอเกลียดการถูกจับวางเหมือนตุ๊กตา“ไม่รู้จักได้ยังไง ตอนเด็ก ๆ แกเคยไปแย่งขนมพี่เขาจนเขาแอบไปร้องไห้หลังบ้าน ตอนนี้พี่เขาโตเป็นหนุ่มหล่อ แถมยังบริหารงานเก่งเป็นเจ้าของคลับด้วย สาว ๆ รุมล้อมทั้งเมืองแล้วนะ!”“หึ! คงเป็นพวกหน้าหม
EP.2เธอก็แกล้งกดสายตาลงต่ำ จ้องมองไปยังเป้ากางเกงยีนส์ของอชิระอย่างจงใจ ความนิ่งเงียบชั่วขณะนั้นทำให้อชิระถึงกับหน้าร้อนผ่าว ความเป็นชายในกายประท้วงขึ้นมาทันทีเพียงแค่ถูกเธอมองด้วยสายตาแบบนั้น“เธอนี่มัน...” อชิระกัดฟันกรอด พยายามสะกดอารมณ์หื่นกระหายที่กำลังพุ่งสูงขึ้น “สรุปจะไปไหม กินข้าวน่ะ ?”“ไปค่ะ” ริรินดาขยับตัวออกห่างพลางใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวคางของเขาเบา ๆ “แต่ฉันขอเป็นคนเลือกร้านอาหารเองนะคะ อยากกินอะไรที่มันเผ็ด ๆ ร้อน ๆ คุณก็น่าจะรู้ดีนี่” ริรินดามองสำรวจเสื้อผ้าของเขาที่ยังใส่ไม่เรียบร้อย “คุณจะไปทั้งแบบนี้เหรอคะ ?” ริรินดาเอ่ยขัดขึ้นพร้อม สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองแผงอกที่ยังเปิดเปลือยของเขา “โชว์รอยรักจากเมื่อคืนขนาดนี้ กลัวคนอื่นเขาไม่รู้เหรอคะว่าคุณ ‘จัดหนัก’ มาแค่ไหน”อชิระก้มมองสภาพตัวเองที่รีบร้อนจนดูไม่จืด เขาจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่ก็ยอมติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างรวดเร็ว ริรินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทาง ‘เสียอาการ’ ของเพลย์บอยตัวพ่ออย่างเขาทำให้เธอรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก เธอหมุนพวงกุญแจรถสปอร์ตคันหรูในมือเล่น ก่อนจะบุ้ยปากไปทางลานจอดรถ VIP“ไปรถฉันนะคะ” เธอออกคำสั่ง “คน







