LOGINบรรยากาศในบ้านวรโชติเมธีกลับมาคึกคักอีกครั้ง มาตินนั่งแกะกล่องรถแข่งกับลุงคินและลุงทามไทอย่างสนุกสนาน ส่วนมิลินก็ถูกรุมล้อมด้วยป้าเปรมและป้าพัดที่กำลังช่วยกันประกอบบ้านตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ และเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่คบกันมานานอชิระกระชับอ้อมกอดภรรยามองภาพความวุ่นวายตรงหน้า “พี่ว่าพี่ต้องสั่งห้ามไอ้คินไม่ให้ซื้อของเล่นเพิ่มแล้วล่ะ แค่คุณพ่อคุณแม่เราสองคนก็แทบจะไม่มีที่ให้เดินแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่คงต้องขยายบ้านอีกหลังเพื่อเก็บของเล่นลูกแน่ ๆ”ริรินดาหัวเราะร่วน พลางมองดูมาตินที่พยายามบังคับรถให้ชนขาปะป๊า และมิลินที่พยายามเอาชุดมาสวมใส่ให้กับตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงหัวเราะของลูก ๆ และเพื่อน ๆ ริรินดากับอชิระที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนโซฟากลับเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั้งคู่หันมาสบตากับครู่หนึ่งราวกับรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดสายตาของริรินดาจับจ้องไปที่เปรมมิกา เพื่อนสนิทของเธอที่ปกติจะต้องส่งเสียงแซวภาคิน หรือไม่ก็จิกกัดกันตามประสาคู่กัดขาประจำ แต่ในวันนี้เปรมมิกากลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นบ้านตุ๊กตากับน้องมิลินอย่างใจจดใจจ่อจนเธอรู้สึกผิดปกตอส่วนภาคินเอง ถึงแม้จะ
Special 2สองปีต่อมา...สมาชิกใหม่ของบ้านวรโชติเมธีได้ลืมตาดูโลกเพิ่มมาอีก 1 คนและเริ่มก้าวสู่วัยหัดเดินที่แสนจะวุ่นวาย“น้องมิลิน! เอาลิปสติกม่ามี๊คืนมาน้าาา!” เสียงของมาตินวัยสี่ขวบดังลั่นห้องเด็กหญิง “มิลิน” วัยสองขวบที่มีดวงตากลมโตและผมลอนหยักศกเหมือนริรินดาเปี๊ยบ กำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กหนีพี่ชาย ในมือป้อม ๆ ถือลิปสติกแท่งหรูของมารดาที่เจ้าตัวแอบเอามาละเลงจนเต็มปากและแก้ม กลายเป็น 'นางเอกงิ้วตัวน้อย' ที่ดูตลกมากกว่าสวย“ไม่ให้! มิลินจาสวย! มิลินจาเปนเจ้าหญิง!” ยัยตัวเล็กเถียงเสียงใสพลางวิ่งไปหลบหลังปะป๊าอชิระที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา“ปะป๊าดูน้อน! น้อนดื้อ น้อนขโมยของม่ามี๊!” มาตินยืนเท้าเอวฟ้อง พยายามจะทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีแต่หน้าตากลับบูดบึ้งเพราะโดนน้องสาวป่วนทั้งวัน อชิระและริรินดาจะสอนมาตินให้คอยช่วยเหลือและดูแลน้องสาว อชิระเงยหน้าจากแฟ้มงาน มองลูกชายที่ยืนทำหน้าดุกับลูกสาวที่เกาะขาเขาแน่นพลางส่งยิ้มหวานประจบ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว...นี่มันกรรมตามสนองชัด ๆ สมัยก่อนเขาเคยหวงริรินดาขนาดไหน ตอนนี้เขาก็ต้องมารับมือกับลูกชายที่หวงของแทนมารดา และลูกสาวที่ขี้อ้อนจนเขาใจอ่อนวันล
อชิระ: ริน! มาหาพี่ที่บริษัทด่วนที่สุด! มาตินแผลงฤทธิ์หนักมาก พี่คุมไม่อยู่แล้ว รีบมาเอาตัวแสบไปรอที่ห้องทำงานพี่ที ก่อนที่บอร์ดบริหารจะกินหัวพี่“มาตินลูก...นิ่งก่อนครับ ดูสิเนี่ย ลุง ๆ ป้า ๆ เขามองมาตินกันหมดแล้วนะ ไม่น่ารักเลยลูก” อชิระพยายามเจรจาขั้นสุดท้าย“ไม่ร๊ากกกก! มาตินจาเปนเด็กดื้อ! ฮือออออ!” เจ้าลูกชายตัวดีประกาศอุดมการณ์ความแสบออกมาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต มาตินเริ่มดิ้นจนหลุดจากมือพ่อแล้วลงไปนอนกลิ้งกับพื้นหน้าโต๊ะประชุมคณะกรรมการ พลางส่งเสียงหวีดร้องประท้วงที่ไม่ได้เจอหน้าแม่ อชิระได้แต่ยืนกุมขมับอย่างหมดสภาพมาดนักธุรกิจจอมเฮี้ยบ“ขอโทษทุกท่านด้วยจริง ๆ ครับ...ผมว่าวันนี้เราคงต้อง...”ยังไม่ทันที่อชิระจะสั่งเลื่อนการประชุม ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างระหงของริรินดาที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“มาติน! ทำอะไรลูก!”เสียงสวรรค์ของริรินดาทำให้เสียงหวีดร้องหยุดลงชะงัด มาตินที่กำลังนอนดิ้นอยู่บนพื้นดีดตัวลุกขึ้นยืนราวกับติดสปริง ใบหน้าที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทันที“ม่ามี๊! ม่ามี๊มาเย่ว!” เด็กชายตัวแสบถ
Special 1เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จากทารกตัวน้อยในอ้อมกอดวันนั้น ตอนนร้ได้กลายเป็น “น้องมาติน” เด็กชายวัยสองขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากอชิระราวกับพิมพ์เดียวกัน ผิวขาวจัด แก้มป่องแดงระเรื่อ และดวงตาใสแจ๋วที่ฉายแววฉลาดแกมโกงเหมือนบิดสไม่มีผิดวันนี้อชิระตัดสินใจรับหน้าที่ ‘คุณพ่อฟูลไทม์’ หนึ่งวัน เพื่อเปิดโอกาสให้ริรินดาได้ออกไปพักผ่อนช้อปปิ้งกับเปรมมิกาและพัดชา รวมถึงแวะไปหาครอบครัวของเธอหลังจากที่ทุ่มเทเลี้ยงลูกมานานรองประธานหนุ่มแห่งวรโชติเมธี หิ้วกระเป๋าแพมเพิร์สพร้อมจูงมือลูกชายตัวแสบเข้าบริษัทมาด้วยมาดเข้ม ทว่าในห้องทำงานสุดหรู ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรสนามเด็กเล่นย่อม ๆ มีทั้งสไลเดอร์ขนาดเล็ก คอกกั้นบอล และกองทัพรถของเล่นวางระเกะระกะอยู่เต็มพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“มาตินลูก...นั่งเล่นรถรอปะป๊าแป๊บนึงนะ เดี๋ยวปะป๊าเซ็นเอกสารเสร็จจะพาไปกินติม ๆ นะ” อชิระพยายามเจรจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด“ม่ามี๊...มาตินจาหา ม่ามี๊!” เด็กชายวัยสองขวบที่กำลังง่วนอยู่กับรถแข่งสีแดง จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาทำปากยื่น น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาโต“ม่ามี๊ไปซื้อของครับ เดี๋ยวก็มา มาเล่นรถกับปะป๊าก่อนเร
EP.34หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับจากวันที่ได้ยินข่าวดี ข่าวการตั้งครรภ์ของริรินดากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนรักอิสระอย่างอชิระยอมทิ้งชีวิตแสงสีที่คลับยามค่ำคืน เพื่อกลับมาดูแลภรรยาที่บ้านทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เขาไม่อยากคลาดสายตาจากเธอแม้แต่นาทีเดียว เพราะถึงแม้จะเพิ่งเริ่มตั้งท้องได้ไม่นาน แต่ริรินดากลับดูสวยสะพรั่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีออร่าจนใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองวันนี้อชิระทำหน้าที่สารถีจำเป็น ขับรถพาภรรยาสาวมาที่สตูดิโอ “RIRINDA Brand” ด้วยตัวเอง ทันทีที่มาถึง บรรยากาศภายในร้านก็เต็มไปด้วยความคึกคัก“คุณรินคะ ทางกองถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่ที่เพิ่งติดต่อมาเมื่อวาน คอสตูมเขามาถึงแล้วค่ะ เขาบอกว่าอยากได้ชุดคอลเลกชันล่าสุดไปให้นางเอกใส่เข้าฉากสำคัญ” พนักงานคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่เพียงแต่กองถ่ายซีรีส์เท่านั้น ภายในสตูดิโอยังมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้ากันอีกมาก ริรินดายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่แบรนด์ของเธอได้รับการตอบรับดีเกินความคาดหมาย เธอพยายามจะเดินเข้าไปต้อนรับและให้คำแนะนำลูกค้าด้วยตัวเองตามสไตล์ดีไซเนอร์ที่รักงานนี้สุดหัวใจ ทว่ากลิ่นน้ำหอมปนเปจากลูกค้าห
อชิระพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางประคองร่างที่อ่อนแรงขึ้นแนบอก“ผมจะพารินไปโรงพยาบาลครับ” อชิระบอกกับแม่ของริรินดาด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ เขาพาเธอเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่รถยนต์คันหรู วางร่างของเธอลงที่เบาะข้างคนขับ ปรับเอนเบาะให้เธอนอนสบายที่สุด ก่อนจะรีบอ้อมไปประจำที่คนขับแล้วมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลทันทีตลอดทางอชิระคอยเอื้อมมือมากุมมือริรินดาไว้แน่น เขาลูบหลังมือเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม“ไหวอยู่ไหม” อชิระถามเสียงนุ่ม ริรินดาพยักหน้าเบาๆ อาการพะอืดพะอมเริ่มทุเลาลงบ้าง แต่ความสงสัยและตื่นเต้นกลับเข้ามาแทนที่ เธอหันไปมองหน้าสามีที่ตอนนี้ตั้งใจขับรถเป็นอย่างมาก แววตาของเขาดูคาดหวังจนเธอสัมผัสได้ณ โรงพยาบาลหลังจากผ่านการซักประวัติและตรวจเช็กอย่างละเอียด ริรินดาก็ถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจโดยมีอชิระเข้าไปในห้องด้วยชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างริรินดา เขากุมมือเธอไว้อีกครั้ง ใจเต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะรักเมื่อคืนเสียอีก คุณหมอวัยกลางคนเงยหน้าจากแฟ้มประวัติแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างใจดี“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ ตอนนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 สัปดาห์แล้วค่ะ”คำยืนยันจากปากหมอทำเอาโลกทั้งใบของอชิระเห







