LOGIN“เฮียไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับอี้ที่นี่” ชายที่ไว้ผมทรงเปิดข้างยิ้มสำแดงอาการดีใจแบบสุดๆ พลางพิจารณามองอคิราห์ที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี “อี้ก็เหมือนกันค่ะ” คนถูกเรียกขานนั้นมีอาการดีใจไม่ต่างกัน เขาไม่ได้ข่าวอีกฝ่ายเลยหลังย้ายไปอยู่ต่างประเทศ “ว่าแต่เฮียมาเที่ยวเหรอคะ” “อื้อ แล้วเราล่ะ” “อี้มาทำงานและเที่ยวด้วยค่ะ” อคิราห์ตอบกลับเร็วไว คำพูดคำจานั้นยังใช้คะขาเหมือนที่เคยใช้กับอีกฝ่าย “แล้ว... ” เมธานินท์เหลือบมองผู้หญิงที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง “นี่หนูนิดไงคะ เพื่อนอี้ที่เรียนห้องเดียวกันอะค่ะ” อคิราห์ขยับตัวไปหยุดยืนอยู่ข้างวนิดาแล้วบอกเล่าถึงความหลัง&nb
ในเช้าวันใหม่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง อคิราห์และวนิดาก็ตรงไปหาเพื่อนตามนัดหมายยังร้านคาเฟที่อยู่ไม่ห่างจากกองถ่าย “หนูนิด คิดถึงจังเลย” มารตีที่รออยู่ก่อนหน้าแล้วนั้นรีบกวักมือเรียกวนิดาให้เดินเข้าไปหา ก่อนจะสวมกอดอย่างแสนคิดถึง “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างหรือไง” อคิราห์โวย เมื่อมารตีไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลยสักนิด “ไม่อะ คิดถึงแต่หนูนิด คนดีของรตี” มารตีส่ายหน้า แล้วให้วนิดานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ กัน ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเธอนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอคิราห์ ชอบหาเรื่องหยอกกัดกันเป็นประจำ โดยมีวนิดาคอยห้ามทัพ และเจ้าตัวยังเป็นคนช่วยให้ผ่านวิชาสำคัญมาได้ หลังติดเอฟคนเดียวในกลุ่ม “นิดก็คิดถึงรตี” วนิดาทำหน้าอ้อนใส่พร้อมกับซบอก สายตานั้นมองไปยังคนที่กำลังหน้าบึ้งบอกอาการอิจฉา “ชิ ไปหวานกันไกลๆ เลย” อคิราห์ยกมือขึ้นสะบัดไล่สองครั้ง “งั้นฉันขอยัยหนูนิดมาช่วยงานได้ปะ ในเมื่อแกไล่แล้ว” มารตีเริ่มออกฤทธิ์ เพราะรู้ว่าอคิราห์หวงวนิดาที่หนึ่งยิ่งกว่าหมาหวงกระดูกเสียอีก “อย่าคิดมาพรากหนูนิดไปจากฉัน ถ้าแกไม่อยากถูกกัดจนแผลเหวอะ” อ
“แดดคงหมดแล้วแน่ๆ” เขาขับเคลื่อนรถไปด้วยความเร็วไม่มากนัก โดยมีเสียงเพลงขับกล่อมไปตลอดทาง มีจอดแวะพักปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อเครื่องดื่มบ้าง กว่าจะไปถึงร้านอาหารตามรีวิวพระอาทิตย์ลูกโตก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าพอดี “สวยเนอะนิด ว่าแต่นิดอยากกินอะไรบ้าง” เขาชื่นชมความสวยของวิวเบื้องหน้าแค่ผิวเผิน เพราะเวลานี้ท้องกำลังร้องประท้วง “กุ้งเผากับปูนึ่งนมสด” วนิดาบอกเมนูตามที่มีคนรีวิวไว้ “ไม่อยากกินปลาหมึกเหรอ” อคิราห์จำได้ว่าเมื่อก่อนวนิดาชอบกินปลาหมึกเป็นอันดับหนึ่ง “อี้แพ้” วนิดาบอกเหตุผล หลังจากรู้ว่าอคิราห์แพ้ปลาหมึก เธอก็ไม่ค่อยได้กินมันอีกเลย “เธอก็กินไปสิ เราแค่ไม่กิน เอาปลาหมึกด้วยค่ะน้อง” เขาอยากให้วนิดาได้กินของที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องมาอดเพื่อเขาเลย “ขอบคุณนะอี้ แต่อี้ระวังด้วยนะ” เธอยิ้มขอบคุณ ดวงตาเป็นประกาย “ว่าแต่เธอจำเรื่องของเราได้ทุกอย่างเลยนะ” อคิราห์ลองมาคิดทบทวนดู วนิดาจำได้ดีกว่าเขาเสียอีก “ก็อี้เป็นคนสำคัญของนิด” หญิงสาวยกมือขึ้นมาเท้าคางแล้วมองสบตา น้ำเสียงนั้นมีความจริงจังไม่น้อย
“พอแล้วอี้” วนิดารีบเบรกหลังเห็นอีกฝ่ายมองมา เท่านี้เธอก็จะเดินขาสั่นแล้ว หากมีอีกรอบคงไม่พ้นต้องเปลี่ยนเป็นคลานแน่ “อะไร เราจะถามว่าตัวเองลุกไหวไหม จะให้ไปอาบน้ำ เดี๋ยวเราต้องไปทะเลกัน” อคิราห์ตวัดตาค้อนคนคิดไปไกล ทว่าจังหวะนั้นก็ทำท่านึกเสียดายขึ้นมา “ทะเล?” วนิดาทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “พอดียัยรตีโทร.มาขอเลื่อนนัด เด็กมันมีถ่ายซ่อมงานที่หัวหินเลยจะมาขอเลื่อนเรา อี้ก็เลยจะไปคุยกับนางที่นั่น และจะพานิดไปเที่ยวทะเลด้วย” เขาตั้งใจจะบอกกับเธอตอนแวะไปหาที่หอ แต่กลับเจอเรื่องนั้นเสียก่อน แล้วจึงตั้งคำถามไป “ว่าแต่พ่อหนุ่มคนนั้นเพื่อนแน่นะ” “เพื่อนย่ะ เฮ้อ ของขวัญของนิดเลยไม่เซอร์ไพรส์เลย” วนิดานึกเสียดาย เธออยากจะเก็บไว้เป็นความลับจนถึงวันเกิดของอคิราห์แท้ๆ “อี้ขอโทษ ก็อี้ไม่รู้นี่ ว่าแต่นิดเจ็บมากไหม” เขาโล่งใจไปได้เมื่อได้รับคำยืนยันอีกรอบพลันมองอย่างห่วงใย “ไม่มาก เราไหวอี้” “ถึงขั้นนี้แล้วเรียกเราจี้ได้แล้ว” อคิราห์นึกอยากได้ยินชื่อที่วนิดาไม่ยอมเรียก “ไม่ งั้นนิดไปอาบน้ำก่
“อื้ม” วนิดาเห็นร่างกำยำค่อยๆ ขยับตัวอีกครั้งอย่างเนิบนาบ จนในที่สุดความรู้สึกเหล่านั้นก็จางหายไป แทนที่ด้วยความสยิวและคลื่นปรารถนาพัดวน อคิราห์โน้มใบหน้าลงไปจูบปากอิ่มเป็นการปลอบประโลม แล้วค่อยๆ ขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า เข้าออกเป็นจังหวะ ฟังเสียงครางหวานที่เขารู้สึกว่ามันเพราะดี “อื้อ อี้” วนิดาถูกโอบกอดด้วยแรงสวาท ปากเปิดออกให้อคิราห์ส่งลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัด มือเล็กปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังกว้าง คนที่มีความกังวลเวลานี้กำลังเมามันกับรสชาติหวานล้ำ พลันเลื่อนหน้าต่ำไปขบยอดถันราวดูดกลืนไอศกรีมแสนอร่อยจนอกละมุนยกขึ้นสูงตาม พลันดันขาเรียวเล็กให้อ้ากว้างอีกเพื่อกระแทกลงลึกมากกว่าเดิม อคิราห์ปลดปล่อยเสียงคำรามอย่างพึงพอใจ แล้วเป็นฝ่ายรับปากเล็กที่ยื่นมาจูบประทับบ้าง วนิดารู้สึกเหมือนได้ล่องลอยอยู่กลางท้องฟ้า แล้วรู้สึกกระหายไม่หยุด ก่อนเธอจะถูกจับพลิกให้หันข้าง อคิราห์ดึงมือนุ่มเล็กมาไล่จูบตามนิ้วสวย สะโพกยังคงเคลื่อนไหวและแนบลึกยิ่งกว่าเดิม “อี้” วนิดาส่งเสียงร้อง พลางเอื้อมไปจับต้นแขนใหญ่ ทำใ
“นิดอยากทำเอง” มาถึงขั้นนี้แล้วเธอก็อยากลองทำเหมือนกับอคิราห์ แล้วเห็นเจ้าตัวกำมือแน่น ใบหน้าเอียงหลบไปด้านซ้าย เพราะเริ่มมีอาการอายขึ้นมา วนิดาหลุดขำแล้วยิ้มเอ็นดู พลันสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า ชั่วอึดใจหนึ่งก็ยื่นมือไปแตะขอบกางเกงยีนส์ ส่งผลให้อคิราห์เกร็งตัวพร้อมกัดปากแน่น มองมือนุ่มตาไม่กะพริบ แล้วต้องแก้มแดงซ่านเมื่อกางเกงถูกดึงร่นลงไปอยู่ที่หัวเข่า คนตัวเล็กมองสิ่งที่พองโตอยู่ในบ็อกเซอร์สีขาวแล้วรู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ขณะที่คนเป็นเจ้าของกลับยิ้มภูมิใจ เธอจึงส่งค้อนไปให้ “ก็เราเคยบอกนิดไปแล้วว่าของเราใหญ่” อคิราห์อวด วนิดาไม่กล้าเถียง เพราะสิ่งที่เห็นอยู่นี้เป็นไปตามที่อคิราห์อวดอ้าง แล้วตัดสินใจยื่นมือไปดึงสิ่งที่ห่อหุ้มความใหญ่โตออกพร้อมทั้งผลักร่างใหญ่ให้เอนตัวไปด้านหลัง เมื่อโยนกางเกงและบ็อกเซอร์ทิ้งข้างเตียงแล้ว วนิดาก็เปลี่ยนมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงขาของคนที่มีอาการตัวแดงจากทั้งฤทธิ์ของยาดองและความสยิวซ่าน “อึก” หญิงสาวกลืนน้ำลายหนึ่งหนแล้วค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสกับสิ่งที่กำลังร้อนจัดและพอง







