เข้าสู่ระบบ“นิดไม่ได้มีใคร” วนิดายิ้มเอ็นดูแล้วบอกถึงความจริง ก่อนจะจับหัวไหล่ของคนที่ทำท่าจะล้มลงนอนบนเตียงให้หันมาเผชิญหน้ากัน
“ที่นิดต้องโกหก เพราะนิดอยากจะเซอร์ไพรส์อี้ วิณเป็นนักออกแบบนาฬิกา นิดเลยอยากสั่งทำให้อี้ เป็นเรือนพิเศษที่จะมีแค่อี้ที่มี ใกล้จะถึงวันเกิดอี้แล้วไง”
เพราะอยากจะเซอร์ไพรส์เขา สองวันที่ผ่านมาเธอเลยจำใจต้องโกหกเพื่อไปพบกับชวิณและนำแบบร่างนาฬิกาไปให้เจ้าตัวดู แล้วเพื่อนก็ได้พาเธอไปเลือกตัวเรือนนาฬิกาด้วยตัวเอง
“ม่ายเชื่อ” คนเมาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ยังคงงอแงไม่เลิก
“ตามใจ”
วนิดาไม่คะยั้นคะยอให้เชื่อ เพราะรู้ดีว่าเวลานี้อคิราห์กำลังเมาหนัก พูดอะไรไปก็มีแต่จะโวยวายยกใหญ่“เธอไม่ง้อเรา ใช่สิ เดี๋ยวนี้เราไม่สำคัญแล้ว” อคิราห์เบะปากมากกว่าเดิม ทำท่าจะร้องไห้ หัวใจเจ็บแปลบขึ้นอีกระลอก
“สรุปอยากให้นิดง้อไหม” หญิงสาวส่ายศีรษะอย่างเอาใจไม่ถูก แต่ก็นึกเอ็นดูไม่น้อย
“เราอยากจูบนิด” อคิราห์บอกในสิ่งที่ต้องการ
“นิดถามว่าอยากให้ง้อไหม” วนิดาท้วงเมื่ออีกฝ่ายตอบไม่ตรงคำถาม แล้วเห็นเจ้าตัวมองจ้องที่กลีบปากของเธอพร้อมกับกลืนน้ำลาย
“ทำไมเราต้องอยากจูบนิดด้วย โคตรอยากเลย” อคิราห์ก้มหน้าต่ำลงคล้ายถามตัวเองในใจ แล้วทำหน้าบูดหน้าบึ้ง
“คงเพราะอี้เพิ่งเคยจูบผู้หญิงมั้ง” วนิดาว่า
“ครายว่า เธอไม่ใช่คนแรก” คนเมาส่ายหน้าใส่คนขี้ตู่
“อี้ไปจูบกับใครมา”
หญิงสาวถึงกับร้องถามตาโต เพราะไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แล้วต้องกระตุกแขนคนที่ทำเป็นอมพะนำ “อี้ บอกนิดมานะ”“ชะนีน้อย” อคิราห์ให้คำตอบแล้วมุ่ยหน้าใส่ คล้ายไม่ได้ชอบใจสักเท่าไร
“น้องแพมเหรอ ยังไงอี้” เธอยกมือขึ้นมาทาบอก ไม่รู้ว่าอคิราห์ไปจูบกับพลิตาตอนไหนกัน ภายในอกมีอาการร้อนวูบเข้ามา
“จำม่ายได้ นานแย้ว” อคิราห์ส่ายหน้า เขาจำได้เพียงเท่านี้ แล้วโวยไปอีก “แต่ทำมายเราไม่เห็นติดใจเหมือนจูบนิดเลย นิดมาทำให้เราคลั่งทำไม”
ความรู้สึกต่างกันคนละขั้ว กับวนิดาเรียกว่าแค่ปากเฉี่ยวๆ กันเท่านั้น แต่เขากลับรู้สึกติดใจจนไม่อาจลืมเลือน
วนิดาใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วต้องร้องถามไปอีก “จะไปไหนอี้”
“ปล่อยเรา”
“อี้”
วนิดาหน้าเสียเมื่ออคิราห์สะบัดมือที่เธอจับออก แล้วเจ้าตัวก็เดินโซเซหายออกไปจากห้อง ไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดตู้เย็น
“ยังจะดื่มอีกหรือไง” วนิดาทำท่าจะขยับลุกไปห้าม แต่คนเมากลับมาเสียก่อนพร้อมของในมือที่ทำให้เธอขมวดคิ้วมอง
“เอาไป” อคิราห์ยื่นของที่ตั้งใจเดินไปหยิบมาให้คนที่เขาห่วงสุดหัวใจแต่กลับโกหกกัน
วนิดางุนงง ยังคงไม่ยื่นมือไปรับ
“ทำไมเดี๋ยวนี้รับ...ความหวังดีจากเราไม่ได้ เราอุตส่าห์เก็บน้ำมนต์ไว้ให้เธอ เราอยากให้เธอคลาดแคล้ว”อคิราห์ทำท่าสะอื้นฮัก รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะวนิดาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด
“อี้...” วนิดาก้มมองขวดในมืออคิราห์แล้วทำท่าจะแย้งไป แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเสียงอู้อี้ก็สวนมา
“นิดจะไม่กินเหรอ นิดไม่อยากได้ความห่วงใยจากเราแล้วใช่ไหม” น้ำมนต์นี้มีเพียงขวดเดียว เขาจึงเลือกจะเก็บไว้ให้วนิดาแทนที่จะกินเสียเอง
วนิดาเกือบหลุดขำ แต่กลัวว่าจะทำให้อคิราห์ขัดเคืองใจอีก พลันมองขวดนมเปรี้ยวที่อยู่ในมือหนา มันใช่น้ำมนต์เสียที่ไหน กระนั้นก็ยื่นไปหยิบมันมาเปิดฝาแล้วยกดื่ม ก่อนจะมีคนเสียใจไปมากกว่านี้
“ปากนิดเปื้อนแล้ว” อคิราห์ยิ้มนิดๆ หลังวนิดารับความห่วงใยนั้น แล้วขยับตัวไปใกล้ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเช็ดที่กลีบปากสวย พลางลูบไล้ไปมา
“อี้” วนิดาครางเสียงเบาหวิว รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา ดวงตากลมใสเฝ้ามองคนที่จ้องมองกันอยู่
“นิด” อคิราห์เรียกชื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ว่าไง” วนิดาขานรับ ก่อนจะได้ยินประโยคที่ทำให้เผยรอยยิ้มดีใจ
“เราหวงนิด เราไม่อยากให้นิดใกล้ใคร” นับวันเขายิ่งรู้สึกมากขึ้นเป็นหมื่นเท่า มือหนายกขึ้นไปลูบแก้มนุ่มอย่างหวงแหนและเอ็นดู
“เพื่อนที่ไหนเขาหวงกัน” วนิดาโยนคำถามกลับไป
“อื้อ” อคิราห์ขานรับเสียงเบาพร้อมทั้งทบทวนความรู้สึกและคำพูด ก่อนจะพูดออกมาอีก แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ประโยคคำถามเหมือนวนิดา
“เพื่อน...ที่ไหนหวงกัน”
คนฟังนั้นเก็บยิ้มไว้ไม่อยู่ พร้อมสบตาคมเข้มที่เวลานี้มีภาพเธอสะท้อนอยู่
“อย่ามาทำให้เราใจสั่น” อคิราห์บอกเสียงดุ วนิดากำลังเล่นกับใจเขาอีกแล้ว มือหนายกขึ้นไปทาบหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง
“นิดแค่ยิ้ม” เธอกำลังดีใจจนหุบยิ้มไม่อยู่
“ไม่ให้ยิ้ม” อคิราห์สั่งห้าม ทว่าหญิงสาวยังคงดื้อส่งยิ้มที่ทำให้โลกสดใสทั้งใบ แล้วรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย จึงยื่นหน้าเข้าไปประกบปากอิ่มอย่างเร็วไว จนวนิดาต้องส่งเสียงครางในลำคอ
“อื้อ...”
บทพิเศษ “ป๊ะป๋าขา” เสียงเล็กใสดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ย่ำถี่ตรงไปยังห้องนอน หลังถูกมารดาพาไปอาบน้ำ “ขา” ไม่ถึงนาทีคนที่ถูกเรียกก็ขานรับเสียงหวาน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏ ก่อนจะรับลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด “ถักเปียให้หน่อยค่ะ” เด็กหญิงศนิรีบอ้อนบิดา “มาค่ะ เดี๋ยวป๊ะป๋าถักให้ แล้วหม่าม้าล่ะคะ” การถักเปียไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับอคิราห์ เมื่อเขารับหน้าที่ถักผมให้ลูกสาววัยสองขวบกว่าเป็นประจำอยู่แล้ว พลันก้มหน้ามองยัยตัวเล็กเบอร์สองบนหน้าตัก ชื่อของลูกนั้นแปลว่าดาวเสาร์ เขาตั้งมันจากความชอบดูดาวของภรรยา “ทำข้าวต้มอยู่ค่ะ” เด็กหญิงศนิทำท่าชี้นิ้วไปยังห้องครัว “โอเคค่ะ หนูนิตื่นเต้นไหมคะ” อคิราห์พูดคะขากับลูก แววตาเปี่ยมไปด้วยรัก “ตื่นเต้นค่ะ” ศนิตอบด้วยความดีใจ เพราะในวันนี้จะได้มีเพื่อนใหม่อย่างเป็นทางการ อคิราห์ยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่ไม่ค่อยกลัวสิ่งใด มีแต่คนเป็นพ่อที่แอบกังวลเมื่อในวันนี้ต้องส่งลูกสาวเข้าโรงเรียนตรียมอนุบาล เห็นเด็กน้อยในชุดนักเรียนแล้วก็ตื้นตันอยู่ไม่น
สองปีต่อมา “เจ้ อี้ว่ามุมนั้นดีกว่า” “เค” อมิตาพยักหน้าตอบรับน้องชาย แล้วยกกรอบรูปขึ้นนำไปวางตั้งไว้ในมุมด้านซ้าย ขณะน้องนั้นเดินตามติดมา ก่อนเสียงเจ้าตัวจะดังขึ้นอีก “เจ้ หรือว่ามุมเก่าดีกว่า” อคิราห์ยกมือขึ้นลูบคางแล้วเดินไปรอบกรอบรูป เกิดความลังเลใจ วินาทีนั้นก็มีเสียงแว้ดดังขึ้น “โอ๊ย สรุปว่าแกจะไว้มุมไหน เลือกมาสักมุม ฉันขยับจนเหนื่อยแล้ว” อมิตาไม่วายบ่น เธอขยับขาตั้งและกรอบรูปมารอบที่สามแล้ว แต่น้องก็ยังไม่พอใจเสียที ส่วนอลิษาและอริสราตอนนี้อยู่ในห้องครัว กำลังช่วยกันทำขนมหวานสำหรับพิธีสงฆ์ช่วงเช้า “จี้ตัดสินใจไม่ได้อะเจ้” อคิราห์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะส่งเสียงเรียกหาคนที่ช่วยตัดสินใจ “นิดจ๋า...ออกมาหาอี้หน่อย” ไม่นานเท่าไรวนิดาก็เดินตรงมาหา “เราเอารูปพรีเวดดิงไว้ตรงไหนดี” อคิราห์ชี้นิ้วบอกจุดที่จะวางภาพพรีเวดดิง ซึ่งเป็นภาพถ่ายบนเตียงนอน ที่มีกลีบกุหลาบโรยอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไทสีดำ ทำท่าถือลิปสติก ส่วนวนิดานอนเกยอยู่ที่แผ่นหลัง ผมผูกโบสีชมพู “มุมนั้นอี้” วน
บทพิเศษ วนิดาถูกพาขึ้นรถคันเล็กในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ก่อนจะมาจอดยังหน้าร้านที่มีลักษณะเหมือนคาเฟ มีตู้ขนมทำให้แปลกใจไม่น้อย “อี้พานิดมาเอาแหวนที่นี่เหรอ เหมือนเป็นคาเฟเลย” “ใช่ แต่ก่อนจะเอาได้ พวกเราต้องลงมือทำเสียก่อน ร้านนี้เปิด workshop ทำแหวนน่ะ” เจ้าของความคิดอธิบาย “นิดชอบอะ งั้นนิดทำให้อี้ อี้ทำให้นิดละกัน” วนิดาชอบความคิดนี้ของอคิราห์ และตรงตามความต้องการของเธอเป๊ะ “โอเค” นิ้วใหญ่ยกขึ้นทำท่าประกอบ แล้วทั้งสองก็พากันเข้าไปด้านในร้านที่ได้โทร.มาจองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง เมื่อไปนั่งบนเก้าอี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยขั้นตอนแรกไม่พ้นร่างแบบแหวน ทั้งสองร่างแบบลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ แล้วนำกล่องใส่พลอยออกมาเปิดดู เพราะต้องใช้ประดับลงบนแหวน “ไหนๆ ขอดูที่เธอออกแบบหน่อย สวยอ่า” อคิราห์ยื่นหน้าไปมองแหวนที่วนิดาร่างแบบ แล้วถูกใจเป็นอย่างมาก เพราะมันจะถูกประดับด้วยพลอยรูปหัวใจสีแดง ประกบข้างด้วยหัวใจเช่นกันแต่เป็นสีขาว
“นิดอยากถูกจับกินใจจะขาดแล้ว” นาทีนั้นเจ้าของร่างสูงก็ดีดตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาแสนรัก มือร้อนลูบไล้ไปมาอยู่ที่เอวคอด แต่ก็ไม่ลืมจะหยิบที่คาดผมหูกระต่ายมาสวมไว้บนศีรษะทุยสวย “อื้อ” พอวนิดาใส่ชุดกระต่ายแบบเต็มยศ เสียงคำรามกระสันซ่านก็ดังขึ้นอีก อคิราห์รู้สึกสั่นไปทั้งตัวและพึงพอใจเป็นอย่างมาก วนิดาก้มหน้ามองร่างกายของตัวเองแล้วชอบใจที่ได้ลองใส่ ก่อนเธอจะถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นให้รับจูบหวานๆ แถมยังถูกแทะเล็มด้วยฟันคมให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มือร้อนอีกข้างก็ขยำคลึงเอวคอดแล้วไล้ขึ้นลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกระชับร่างเล็กให้แนบชิดกว่าเดิม ให้บางส่วนเสียดสีกัน วนิดาหน้าร้อนกว่าเดิมเมื่อรู้ถึงสิ่งแข็งขืนที่พองโตขึ้นอย่างเร็วไว ขณะส่วนบอบบางของเธอก็เริ่มชื้นแฉะ แล้วยิ่งมีอาการเมื่อปากได้รูปเลื่อนมาวนเวียนอยู่แถวอกอิ่ม ชั่วอึดใจนั้นปลายลิ้นเย็นก็ตวัดลงบนเนื้อผ้า “อื้อ...อี้” วนิดาส่งเสียงครางแว่วหวาน สัมผัสนั้นทำให้เธอตัวสั่น แล้วยิ่งส่งเสียงเมื่ออคิราห์ใช้ปากครอบครองความนุ่มที่ยังถูกห่อหุ้
“พร้อมจนจวยสั่นแล้วเนี่ย” อคิราห์เน้นคำที่สามตอบกลับ คนอย่างเขาไม่มีคำว่าไม่พร้อม “ทะลึ่งจัง” วนิดาหยิกต้นแขนใหญ่ นับวันอคิราห์จะทะลึ่งขึ้นทุกวัน แต่ไม่ทันได้ต่อว่าอะไรก็มีเสียงข้อความดังขึ้นให้เธอพลิกตัวไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ไลน์ “ใครไลน์มา” เขาหรี่ตามอง เพราะเห็นแววตาเป็นประกายของวนิดา ทำให้นึกใคร่รู้ “มีคนส่งรูปหนุ่มมาให้ดู ไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย” วนิดาบอกแล้วพลิกโทรศัพท์หนี ไม่ยอมให้คนตัวโตได้เห็น “ตายแล้วยัยหนูนิด แล้วเธอก็ดูเหรอ ดูของเราไม่พอหรือไง ไหนเอามาดูซิ” อคิราห์ทำท่าเอาเรื่อง แล้วแบมือขอสมาร์ตโฟน วนิดาทำท่าเป็นลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ยินยอมส่งให้ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีเสียงแหลมแว้ดใส่ “ยัยบ้า นี่มันรูปหลานพวกเรา” เขาถูกวนิดาหลอกเข้าอย่างจัง เมื่อรูปที่ถูกส่งมาจากธนัชชา เป็นรูปของลูกชายที่กำลังเบ้ปากจะร้องไห้หลังถูกจับอาบน้ำ แล้วตามมาด้วยรูปใบหน้าของคุณแม่มือใหม่ที่ขอบตาดำคล้ำ “ดูหน้านางสิโทรมมาก” อคิราห์พลิกสมาร์ตโฟนให้วนิดาเห็น “ก็นอนตีสี่ทุกคืน”
“ไม่ต้องมาทำซึ้ง เดี๋ยวฉันร้องไห้” อริสราพยายามไม่อ่อนไหวตามน้อง ทั้งที่เป็นคนเซนซิทีฟอยู่พอตัว “แล้วหนูนิดให้อะไรนังจี้” อมิตาทำท่าอยากรู้ “นาฬิกาค่ะเจ้” อคิราห์เป็นคนตอบแทน แล้วยื่นแขนไปโชว์พวกพี่ “สวยไหมเจ้” ทั้งสามพยักหน้าและยิ้มเอ็นดูกับของขวัญที่ทำให้น้องยิ้มหน้าบาน ก่อนจะลงมือคีบมันหมูลงกระทะ “เรามีของขวัญให้เธออีกนะ” วนิดาเอียงหน้าไปกระซิบบอก “อะไรเหรอ ” อคิราห์คิดว่ามีแค่ชิ้นเดียวเสียอีก “เดี๋ยวคืนนี้เราให้” “ตายแล้ว แบบนี้เราตั้งตารอนะ” อคิราห์ถึงกับแอบกลืนน้ำลาย บรรยากาศแบบนี้ชวนให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย วนิดาอาจจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอนอีกก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวได้แอบหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า พลันหันไปสนใจพวกพี่สาวที่กำลังทะเลาะกันเรื่องหักไม่หักใบผักกาด เขาอมยิ้ม ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่แสนมีความสุข หลังอิ่มท้องก็พากันแยกย้ายกันเข้าห้องและไปอาบน้ำ เพราะหากรอให้มืดค่ำมากกว่านี้คงได้แข็งตายแน่ๆ “ไหนของขวัญ” อคิราห์ไม่ลืมทวงของขวัญที่ตั้งตารอหลังจากกด
“ไม่มี นิดแค่คิดถึงย่าเฉยๆ ไว้วันอื่นนะ” “ก็ได้ๆ” อคิราห์ว่าตามนั้น ก่อนจะเผยอปากหมายจะเอ่ยอีกประโยค “นิดไปเองได้อี้” แค่มองตาเธอก็รู้ประโยคถัดไปของอคิราห์แล้ว “ตามใจละกัน” เขาเบื่อคนรู้ทัน แล้วเหลือบมองดวงหน้าสวยหลายหน เริ่มรู้สึกตงิดขึ้นมา กลัววนิดาจะเผชิญหน้ากับปัญห
“แกชวนหนูนิดจริงปะ” “จริง หนูนิดไม่ว่าง ไปหาย่า” เขาตวัดตาค้อน สรุปว่าอีกฝ่ายเป็นพี่สาวของใครกันแน่ แต่ลึกๆ นั้นคือความดีใจที่ทุกคนเอ็นดูวนิดาของเขา “หาย่าที่ไหน ฉันเห็นหนูนิดอยู่กะหนุ่ม” อริสราส่ายหน้าใส่คำบอกนั้น “เจ้จำผิดคนแล้ว” “ไม่ผิด” “แต่หนูน
“สวัสดีค่ะเจ้ลี่” อคิราห์พนมมือขึ้นไหว้อลิษา พี่ใหญ่ของบ้าน แล้วเห็นพี่สาวคนรองอย่างมี่ อมิตากำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ ก่อนจะมองหาใครอีกคน “แล้วเจ้อิงไปไหน” “ไปซื้อขนมของโปรดแก ของหนูนิดด้วย เสียดายไม่ได้เจอ” อมิตาส่งเสียงมา “แล้วชวนน้องมาออกกำลังกายเนี่ยนะ” อคิ
บทที่ 9 “อี้” เสียงนุ่มเล็กๆ ดังขึ้นเรียกคนที่มาถึงบริษัทก่อนเธอ จากนั้นก็เห็นอีกฝ่ายละสายตาจากเอกสารมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้วตั้งคำถาม “เมื่อไหร่จะเอาชุดนอนนิดมาให้” ผ่านมาสี่วันแล้ว แต่ชุดนอนที่อีกฝ่ายอาสาจะนำไปซักให้นั้นยังไม่ถูกส่งกลับมาถึงมือเสียที อคิราห์ก







