Masuk“ก็มารับแล้วไหมวนิดา รีบขึ้นรถมา” อคิราห์ย่นคิ้วใส่ จะมากลับกับเพื่อนอะไร เขามานั่งรอตั้งนานแล้ว พลันเร่งเร้าให้รีบขึ้นมาบนรถ
วนิดาเดินอ้อมไปอีกฝั่งหมายจะเปิดประตูรถ ทว่ามีเสียงเรียกให้ต้องหันมองเสียก่อน “นิด” “ว่าไงโอ๊ต” “มีคนมารับเหรอ” “อื้อ” วนิดายิ้มรับแล้วขยับตัวเล็กน้อยให้อคินได้เห็นสารถีของเธอ ฝ่ายอคิราห์อดจะมองคนที่น่าจะเป็นเพื่อนของวนิดาไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายนั้นผมยาว ผิวแทน ตามคำบอกของแม่หมอเป๊ะ ก่อนจะลอบกลอกตา ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมวนิดาถึงมีหนุ่มผมยาวรายล้อมรอบตัว “เราคิดว่านิดกลับคนเดียวอ่ะ เลยจะให้กลับด้วย” “ขอบใจนะ” “แต่ว่าไว้ถึงแล้วไลน์หาโอ๊ตด้วยนะ” “ได้เลย” อคินส่งยิ้มให้กับสารถีของเพื่อน แล้วถอยห่างออกมา ส่วนหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถมาตอบคำถาม “ใครอ่ะ” “เพื่อน” แม้จะพอเดาได้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนแล้วเลิกคิ้วย้ำให้แน่ใจอีกรอบ นั่นทำให้เห็นวนิดาพลิกตัวมาหาพร้อมเอ่ยคำยืนยัน “คนนี้เฟรนโซนแน่นอน ไม่หลุด ไม่กระเด็นไปโซนอื่น” เธอตอบไปอย่างไม่กั๊ก “อ้อ” คนที่ได้คำตอบสมใจทำเป็นพยักหน้าหงึกๆ แล้วเคลื่อนรถออก มือเอื้อมไปกดเปิดเพลงฟังอย่างอารมณ์ดีด้วย วนิดาแค่นั่งมองคนที่กำลังยิ้ม จังหวะนั้นเธอก็ยิ้มบ้าง กระทั่งรถคันเล็กเคลื่อนไปจอดหน้าหอพัก “อี้...” เธอยังไม่ได้ก้าวเท้าลงจากรถ แต่พลิกตัวหันไปมองหน้าอคิราห์ “หืม” คนถูกเรียกขานรับแล้วหันมอง นาทีนั้นก็เห็นตาวนิดาเป็นประกาย แต่ก็มีความประหม่าปะปนด้วยจึงทำหน้าสงสัย ก่อนจะได้คำตอบที่ทำให้ตาโต “ออกจากเฟรนโซนกันไหม...” วนิดาพูดออกไปด้วยเสียงที่ชัดเจน แต่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ฟังคำตอบก้าวเท้าลงจากรถชิ่งหนีเข้าหอพักไปแล้ว ปล่อยให้อคิราห์นั้นอ้าปากค้างอยู่กับก้อนเนื้อในอกที่เต้นไวราวกับจะทะลุออกมาบทที่ 8
NID : อี้ ARIKA : ว่า อคิราห์พิมพ์ตอบข้อความกลับไปพร้อมกับเหลือบตามองเวลาบนหน้าจอสมาร์ตโฟน ตอนนี้หกโมงห้าสิบนาที ก่อนจะบิดปากคว่ำใส่คนที่ทำให้เกิดอาการเดดแอร์ แล้วชิ่งหนีไม่ยอมรับผิดชอบกัน หนำซ้ำเขาส่งสติกเกอร์บอกฝันดีไปก็ไม่ยอมตอบกลับมา NID : กินไรยัง ARIKA : ยัง อคิราห์เวลานี้ยังไม่ลุกจากเตียงเลย เมื่อคืนนอนไม่หลับ เอาแต่คิดถึงประโยคของวนิดา แล้วหัวใจก็เต้นไวขึ้นมาอีก NID : เดี๋ยวซื้อไปให้ อคิราห์ยังไม่ได้ตอบกลับใดๆ เพราะเขาต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำและอยากจะเอาคืนคนที่ไม่ยอมตอบไลน์กัน แต่แค่ก้าวเท้าลงจากเตียงก็ได้รับอีกข้อความที่ทำให้หัวใจพองคับอก ขนลุกซูไปทั้งตัว NID : จีบน่ะตัว ARIKA : วนิดา อคิราห์ไม่รู้ว่า ยัยตัวเล็กไปกินยาเพิ่มความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน และทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกถูกจีบไม่พักเลย แล้วยกมือขึ้นแตะพวงแก้มที่เหมือนจะร้องฉ่าขึ้น ทว่าไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ เขากลับต้องเขินด้วยความหน้าแตก NID : ส่งรูปขนมจีบในถุงหิ้ว “ยัยบ้า...” คนที่คิดไปไกลถึงกับต่อว่าเสียงสะบัด ก่อนจะยกมือขึ้นทาบตรงหน้าอก “ทำไมใจสั่นขนาดนี้นังจี้” อคิราห์กลัวว่าหัวใจจะทะลุออกจากอกมาเสียจริง วนิดาน่ะวนิดามาทำให้เขาใจเต้นแรงแบบนี้ได้อย่างไรกัน กว่าจะพาตัวเองไปอาบน้ำได้เวลาก็ผ่านไปเกือบสิบนาที คนที่ไลน์มาหาก็เงียบไปแล้ว โดยเมื่อไปถึงบริษัทก็พบว่า วนิดายังมาไม่ถึง อคิราห์จึงเดินเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งในห้องทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์รอเลขาฯ คนสนิทที่วันนี้กำลังจะมาสาย “เรามาแล้วอี้”ส่วนเรื่องความรักของทั้งสองจบลงหลังจากนั้นประมาณแปดเดือน เพราะเมธานินท์ถูกครอบครัวของเขากดดันอย่างหนักหลังเจ้าตัวและอริสราตัดสินใจบอกความจริงกับมารดา เพราะไม่อยากปกปิดอีกแล้ว บวกกับไม่อยากทำให้เขาถูกต่อว่า ซึ่งมันได้ลามไปถึงครอบครัวของเจ้าตัวด้วย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะไม่อยากให้อริสราเสียใจ มารดาเขาก็ปิดปากเงียบ เพราะกลัวจะถูกมองไม่ดีที่ลูกสาวแอบมีความรัก “ที่สำคัญนะวนิดา เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” อคิราห์บอกไปด้วยเสียงหนักแน่น “ฮะ” เป็นอีกครั้งที่วนิดาร้องอุทาน สีหน้ามีแววตกตะลึงซ้ำ “เราเคยบอกตัวกับพวกเพื่อนในกลุ่มไปแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่ผู้ชายมาจีบเรา อีกอย่างยัยส้มจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ไปมาก” เมื่อพูดถึงเพื่อนต่างห้องตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็กลอกตามองบน ฝ่ายนั้นมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาชอบผู้ชายจากบุคลิกออกสาว ประกอบกับสนิทกับเมธานินท์ จึงได้กุข่าวมั่วแล้วนำไปกระจายทั่วโรงเรียน พร้อมใส่ร้ายว่าเขาแย่งคนรักตนไป เพราะแค้นที่ไม่สมหวัง แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเท่านั้น ตอนเ
“เราจะบอกตัวเรื่องเฮียแม็ต” คนฟังขบปากอีกรอบ หัวใจมีความกลัวผุดขึ้นโจมตีอย่างหนัก “หนูนิดกำลังเข้าใจผิด เรื่องของเรากับเฮียแม็ตไม่มีวันเกิดขึ้น เฮียไม่มีวันเป็นผัวเรา ไม่มีวัน” เขาเน้นเสียงประโยคท้ายเพื่อยืนยันถึงความจริง นัยน์ตานั้นมั่นคงไม่มีแววล่อกแล่ก “แต่เราเห็น…” วนิดาแย้งขึ้นมา หากไม่จริงทำไมวันนั้นเธอถึงเห็นเจ้าสิ่งนั้น “เห็นอะไร บอกมา” อคิราห์ใคร่รู้เหตุผลที่ทำให้วนิดาไม่เชื่อ “นิดเห็นถุงยาง ที่เข้าร้านสะดวกซื้อก็เพราะไปซื้อมันมาไม่ใช่เหรอ” วันนั้นที่หน้าห้องเธอเห็นเต็มสองตา ผสมกับคำพูดของธนัชชาทำให้มีข้อสงสัยในคำบอกที่ได้มา “อ้อ...งั้นเดี๋ยวเรามา” อคิราห์ลากเสียงยาว ก่อนพลิกตัวเดินหายจากห้องไปพร้อมคว้าคีย์การ์ดติดมือไปด้วย ไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมของสำคัญในมือ “กล่องนี้ใช่ไหม” มือใหญ่ยกกล่องถุงยางอนามัยชูขึ้น “อืม” วนิดาครางรับในลำคอ แล้วนึกสงสัยว่าอคิราห์ยังไม่ได้ใช้มันหรอกเหรอ หรือว่าข้อสันนิษฐานของธนัชชาจะพลาดไป “เราไม่ได้ซื้อไว้ใช้กับเฮีย” อค
“อื้ม ว่าแต่เราจะได้หลานสาวหรือหลานชายนะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ธนัชชาต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องของเธอ “ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะได้ทั้งสองเลยก็ได้ นัทตื่นเต้นอะนิด” ธนัชชาอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความดีใจที่กำลังเต็มเปี่ยม วนิดาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนธนัชชาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อความจากอคิราห์บอกว่าพี่สาวปลอดภัยแล้ว พอสามีของเพื่อนมาถึงก็ขอตัวกลับ ส่วนธนัชชานั้นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนแล้วนึกกังวลใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาอคิราห์ “นังอี้” “ว่าไง แกเป็นไงบ้าง” คนที่โล่งใจเรื่องพี่สาวแล้วขานรับและเอ่ยถาม “ฉันดีขึ้นแล้ว ว่าแต่คุยได้ปะ” “ได้ แกมีไร” ตอนนี้อคิราห์กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อห้านาทีก่อน “อยากขอคำสัญญา” ธนัชชาบอกเสียงจริงจัง “ทองน่ะซื้อรับขวัญหลานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วแกจะให้ฉันสัญญาเรื่องไร” อคิราห์ทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขั้นธนัชชาต้องเอ่ยขอ “เรื่อง
วนิดายืนนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน เมื่อคืนอคิราห์ก็เงียบหายไปด้วย เธอเองก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหา “นั่นๆ นางมาแล้ว หนูนิดลองสังเกตดูดิ...เห็นไหม” คำบอกนั้นทำให้วนิดาต้องดึงตัวออกมามอง ชั่วอึดใจเท่านั้นนัยน์ตาสวยก็ต้องสั่นระริก แล้วครางรับไปเสียงเบา “อื้อ” ฝ่ายคนที่เดินจ้ำมาถึงนั้นหรี่ตาจับผิด “กระซิบอะไรกัน” “เปล่า... ” น้ำเสียงของธนัชชาสูงเสียดฟ้า “โคตรไม่เนียนเลย” อคิราห์ว่า เสียงแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถาม เพราะหันไปสนใจกับจำนวนคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน “คนเยอะมาก” ธนัชชาเห็นบัตรคิวแล้วอ่อนใจ “รอไปจ้ะ” สิ่งที่ทั้งสามทำได้เวลานี้คือรอเท่านั้น ธนัชชาย่นจมูก ก่อนจะมองไปยังเก้าอี้พลาสติกที่ว่างอยู่ “ฉันอยากนั่งอะ แกไปหยิบเก้าอี้ให้หน่อยได้ไหมอี้” “ได้ดิ” อคิราห์ขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ให้ เข้าใจว่าวันนี้ธนัชชาคงเหนื่อย เพราะปกติเจ้าตัวชอบยืนมากกว่า ขนาดตอนไปต่อคิวดูหมอก็ยังไม่หวั่น ธนัชชายิ้มขอบคุณ ก่อนจะเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกค
“ชิ ที่แท้ก็มีคนที่อยากให้ไปช่วยแล้วนี่เอง” ธนัชชาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่เพื่อนนั้นดูมีความสุขเป็นร้อยเท่า ก่อนหันมองวนิดาที่กำลังทำหน้าคล้ายคนมีปัญหาในใจ “หนูนิด เป็นไรไหม ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “ไม่มีอะไรนัท” วนิดารีบเก็บอาการพร้อมส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม ธนัชชาหันไปเม้าท์กับอคิราห์ต่อ แล้วสองชั่วโมงต่อมาทั้งสี่ก็อิ่มท้องกับสเต๊กเนื้อแบบพรีเมียม “งั้นเราไปส่งหนูนิดก่อนละกัน ต่อด้วยนัท แล้วค่อยไปส่งเฮีย” อคิราห์เรียงลำดับตามความเหมาะสม เพราะคอนโดมิเนียมของเมธานินท์อยู่ไกลที่สุด&nb
ส้มจี๊ดคือคนที่เคยล้ออคิราห์เกี่ยวกับชื่อเรียกจีจี้ เป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่ตามหาเรื่องกันมาตลอด ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า สาเหตุก็มาจากชอบผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้า ส้มจี๊ดคิดแค้น เพราะเมธานินท์เลือกอคิราห์ พอได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตามหาเรื่องต่อ ถึงขั้นจ้างหนุ่มหล่อรุ่นพี่คนหนึ่งมาจีบอคิราห์ หวังให้รักแล้วจะหักอกภายหลัง แต่โชคดีที่อคิราห์นั้นไม่เล่นด้วย “ว่าแต่งานแกเป็นไงบ้าง” อคิราห์เอ่ยถาม เมื่อวันก่อนที่เอาของฝากไปให้ก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไร “ลากไส้มากช่วงนี้ แขกเยอะมาก” ธนัชชาทำหน้าเหนื่อยใส่เพื่อน “แล้วไม่ดี?” “ดีสิ นับเงินแทบไม่ทัน” ธนัชชาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นขยับประกอบท่าการนับเงิน เหนื่อยแ
ในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงของวันต่อมา วนิดาได้รับสายจากคนที่กำลังรออยู่ “หนูนิดเราจะถึงแล้ว รอข้างหน้านะ” “ได้ๆ” วนิดาตอบรับแล้วจัดการกดปิดคอมพิวเตอร์ “แต่วันนี้นิดต้องนั่งข้างหลังนะ” อคิราห์รีบบอก วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนิดหน่อย เพราะที่นั่งของวนิดามีค
“ตัวยังร้อนๆ อยู่เลย” เมื่อยามเช้ามาถึง แม้ตัวของวนิดาจะไม่ได้ร้อนเหมือนเมื่อคืนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้รู้สึกวางใจ พลางมองคนที่กำลังนั่งพิมพ์แชตอยู่ข้างๆ “งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า ” “นิดขอแวะซื้อของทะเลฝากนัทก่อนนะ นางอยากได้” ธนัชชาส่งข้อความมาบอกตั้งแต่เมื่อค
บทที่ 1 “คุณพีเห็นหนูนิดไหมครับ” คำถามดังขึ้นเมื่ออคิราห์ก้าวเท้ามาถึงห้องทำงานในตอนเช้าแล้วไม่พบคนสนิท ปกติวนิดาต้องมาถึงพอๆ กับเขา จึงต้องเดินไปถามพีรดา ผู้ช่วยอีกคนที่ตอนนี้ย้ายไปทำหน้าที่ดูแลทีมการตลาด หลังหัวหน้าทีมนั้นขอลาออกไปแบบกะทันหัน “ยังไม่เห็นเลยค่ะ
บทนำ “คุณนิด...เข้ามาพบผมหน่อย” เสียงเข้มๆ ดังขึ้นเมื่อเท้าหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเลขาฯ ส่วนตัวคนสนิท “ค่ะคุณอี้” วนิดารีบขานรับ จากนั้นชายที่มัดผมยาวประบ่าขึ้นกลางศีรษะก็พลิกตัวดันประตูเข้าไปด้านในห้องทำงาน แล้วทิ้งตัวลงนั่งลงบนเบาะหนังนุ่มๆ ที่ยังใหม่เอี่ยมอยู่ เพรา



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



