Mag-log in“วนิดาทะลึ่ง”
แม้จะรู้ถึงคำตอบ แต่ไม่คิดว่าวนิดาจะกล้าพูดออกมา คิดแล้วอยากหยิกแขนนุ่มเสียจริง แต่จูบหนักๆ แทนน่าจะดีกว่าจึงยื่นหน้าเข้าไปอีก
“อี้ นิดว่านิดต้องแต่งหน้าแล้วละ” ทว่าวนิดากลับผละออกห่างพร้อมยกมือขึ้นดันอกกว้าง “เดี๋ยวนิดไปไม่ทัน”
อคิราห์ตวัดตาค้อน แบบนี้แกล้งกันชัดๆ เหมือนมาทำให้อยากแล้วจากไป แต่ก็ยอมถอยออกห่าง เพราะถ้ายังจูบต่อวนิดาอาจจะไปไม่ทันจริงๆ แล้วพยักพเยิดหน้าให้ยัยตัวเล็กไปนั่งรอบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เขาขอเวลาสักสองนาทีเพื่อสงบอารมณ์
ลมถูกเป่าออกจากปากหยักลึกแรงๆ สามสี่หนกว่าเจ้าของร่างสูงจะขยับตัวไปทำหน้าที่ของตัวเอง
“ถูกใจไหมนิด”
“ถูกใจ ว่าแต่นิดสวยใช่ไหม”
วนิดาชอบฝีมือการแต่งหน้าของอคิราห์เป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ตอนนี้จึงกลายมาเป็นสาวเปรี้ยวอมหวานเข้ากับชุดเป็นอย่างมาก แถมยังมีเพชรรูปหัวใจเม็ดเล็กๆ ติดบนหน้าด้วย ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทว่าก็ยังอยากฟังคำชมเสริมความมั่นใจ
“สวยที่หนึ่ง” อคิราห์ยกนิ้วโป้งขึ้นประกอบด้วย
“จริงนะ”
“จริง เธอก็สวยสำหรับเราตลอด”
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมองว่าวนิดาไม่น่ารักหรือไม่สวยเลย ทุกคนต่างก็มีมุมความสวยในแบบฉบับของตัวเองกันทั้งนั้น แล้วมองวนิดาที่ตอนนี้สวมชุดเดรสเรียบร้อยแล้ว
“ว่าแต่งานจัดที่ไหน”
“ร้าน...” หญิงสาวบอกชื่อร้านไป
“งั้นเดี๋ยวเราไปส่ง” อคิราห์รู้ว่าร้านนั้นอยู่ค่อนข้างไกล จึงขยับตัวลุกขึ้นแล้วมองหากุญแจรถ
“ไม่ต้องหรอก นิดเรียกรถแล้ว” เมื่อครู่เธอกดเรียกรถจากแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว และวันนี้เธอก็กวนอคิราห์มากแล้วด้วย
“แล้วแต่เธอ” อคิราห์ว่าตามนั้น แล้วขยับตัวเดินไปส่งวนิดาที่ล็อบบี
“นิดไปแล้วนะ”
“ถึงแล้วบอกด้วย”
“โอเคจ้ะ”
วนิดายกมือขึ้นโบกแล้วเดินจ้ำขึ้นรถที่เรียกมา นึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกับพวกเพื่อนๆ ระหว่างทางก็เช็กความเรียบร้อยของชุดและใบหน้าอีกรอบ พอมาถึงจุดหมายก็ไม่ลืมทำตามที่รับปากไว้
NID : ถึงแล้วนะ
AKIRA : ส่งสติกเกอร์โอเค
วนิดาเดินเข้าไปในร้านอาหารขนาดกลางที่เป็นร้านของลูกพี่ลูกน้องของว่าที่เจ้าสาว ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องทักทายแล้วคลี่ยิ้มโล่งใจ
“นั่นหนูนิดมาแล้ว มานั่งตรงนี้เร็ว”
“สวัสดีทุกๆ คน”
หญิงสาวรีบเดินไปนั่งตรงที่สำหรับเธอแล้วทักทายพวกเพื่อนๆ ก่อนจะถูกเรียกหาไม่หยุด เพราะมีหลายคนที่คิดถึงกัน ว่าที่เจ้าสาวเองก็เข้ามากอดและถ่ายรูปด้วย ค่ำคืนนี้สำหรับเธอนั้นเหมือนได้ปลดล็อกตัวเองออกจากหลุมดำ แต่ก็มีบางคนที่ทำแค่ฝืนยิ้มมาให้
วนิดาไม่ได้เก็บมาคิดมาก พยายามมองอย่างเข้าใจ เพราะมันมีต้นสายปลายเหตุ ก่อนจะหันมองมือที่ยื่นแก้วเครื่องดื่มมาให้
“วิณ...”
“เป็นไงบ้างนิด”
“เราสบายดี”
วนิดาส่งยิ้มไปทักทายหัวหน้าห้องอย่างชวิณ แล้วมองอีกฝ่ายที่มาในลุคใหม่ที่เธอไม่เคยเห็น จากนั้นก็ได้เพื่อนคุยอย่างออกอรรถรส พูดถึงความหลังสมัยที่เธอขอให้อีกฝ่ายสอนการบ้าน แต่ไม่นานก็ต้องสนใจสมาร์ตโฟนที่มีการแจ้งเตือน
AKIRA : งานสนุกไหม
NID : สนุก หนุ่มๆ เยอะเลย
ระหว่างพิมพ์วนิดาก็ปรายตามองไปรอบๆ งาน เธอนับหนุ่มได้ประมาณห้าคนถ้วน ส่วนอคิราห์ที่ได้คำตอบนั้นกลอกตาเป็นเลขแปด แล้วส่งสติกเกอร์ตามความรู้สึกไป
AKIRA : ส่งสติกเกอร์มองบน
AKIRA : จะกลับไลน์บอกเราด้วย
NID : เค
เธอพิมพ์ไปเท่านั้นแล้วก็หันไปสนใจชวิณต่อ รวมถึงหันไปถ่ายคลิปยัยชมพูที่กำลังพูดขอบคุณเพื่อนๆ ที่มาปาร์ตี้ด้วยกัน นึกขอบคุณอีกฝ่ายที่ยังคิดถึงและติดต่อมาหากันเสมอ จนกระทั่งเพื่อนๆ บางส่วนเริ่มแยกย้ายกลับ เธอเองก็ขยับตัวลุกพร้อมทำตามที่รับปากไว้อีกรอบ
NID : นิดจะกลับแล้ว ถึงห้องจะโทร.เม้าท์
ระหว่างพิมพ์วนิดานั้นก็เดินตรงไปด้านหน้าร้าน แค่เสี้ยววินาทีก็ได้ข้อความตอบกลับมาให้กระตุกยิ้มนิดๆ
AKIRA : อยู่หน้าร้าน รอจนจะหลับคารถแล้ว
วนิดาเปลี่ยนจากเดินเป็นจ้ำอ้าว ไม่นานก็เห็นรถมินิคูเปอร์จอดอยู่หน้าร้าน จึงเดินไปหาพร้อมยกมือขึ้นเคาะกระจก
“ไหงถึงมารับนิดได้” หญิงสาวยิงคำถามหลังอีกฝ่ายลดกระจกลง
“ก็เห็นว่ามันไกล กลับคนเดียวอันตรายแย่” อคิราห์ที่นั่งจนก้นชาอยู่ในรถมาร่วมสองชั่วโมงให้เหตุผล
“อ้อ...” วนิดาพยักหน้า แล้วแย้งไป “แต่นิดติดรถเพื่อนกลับก็ได้”
บทพิเศษ “ป๊ะป๋าขา” เสียงเล็กใสดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ย่ำถี่ตรงไปยังห้องนอน หลังถูกมารดาพาไปอาบน้ำ “ขา” ไม่ถึงนาทีคนที่ถูกเรียกก็ขานรับเสียงหวาน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏ ก่อนจะรับลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด “ถักเปียให้หน่อยค่ะ” เด็กหญิงศนิรีบอ้อนบิดา “มาค่ะ เดี๋ยวป๊ะป๋าถักให้ แล้วหม่าม้าล่ะคะ” การถักเปียไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับอคิราห์ เมื่อเขารับหน้าที่ถักผมให้ลูกสาววัยสองขวบกว่าเป็นประจำอยู่แล้ว พลันก้มหน้ามองยัยตัวเล็กเบอร์สองบนหน้าตัก ชื่อของลูกนั้นแปลว่าดาวเสาร์ เขาตั้งมันจากความชอบดูดาวของภรรยา “ทำข้าวต้มอยู่ค่ะ” เด็กหญิงศนิทำท่าชี้นิ้วไปยังห้องครัว “โอเคค่ะ หนูนิตื่นเต้นไหมคะ” อคิราห์พูดคะขากับลูก แววตาเปี่ยมไปด้วยรัก “ตื่นเต้นค่ะ” ศนิตอบด้วยความดีใจ เพราะในวันนี้จะได้มีเพื่อนใหม่อย่างเป็นทางการ อคิราห์ยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่ไม่ค่อยกลัวสิ่งใด มีแต่คนเป็นพ่อที่แอบกังวลเมื่อในวันนี้ต้องส่งลูกสาวเข้าโรงเรียนตรียมอนุบาล เห็นเด็กน้อยในชุดนักเรียนแล้วก็ตื้นตันอยู่ไม่น
สองปีต่อมา “เจ้ อี้ว่ามุมนั้นดีกว่า” “เค” อมิตาพยักหน้าตอบรับน้องชาย แล้วยกกรอบรูปขึ้นนำไปวางตั้งไว้ในมุมด้านซ้าย ขณะน้องนั้นเดินตามติดมา ก่อนเสียงเจ้าตัวจะดังขึ้นอีก “เจ้ หรือว่ามุมเก่าดีกว่า” อคิราห์ยกมือขึ้นลูบคางแล้วเดินไปรอบกรอบรูป เกิดความลังเลใจ วินาทีนั้นก็มีเสียงแว้ดดังขึ้น “โอ๊ย สรุปว่าแกจะไว้มุมไหน เลือกมาสักมุม ฉันขยับจนเหนื่อยแล้ว” อมิตาไม่วายบ่น เธอขยับขาตั้งและกรอบรูปมารอบที่สามแล้ว แต่น้องก็ยังไม่พอใจเสียที ส่วนอลิษาและอริสราตอนนี้อยู่ในห้องครัว กำลังช่วยกันทำขนมหวานสำหรับพิธีสงฆ์ช่วงเช้า “จี้ตัดสินใจไม่ได้อะเจ้” อคิราห์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะส่งเสียงเรียกหาคนที่ช่วยตัดสินใจ “นิดจ๋า...ออกมาหาอี้หน่อย” ไม่นานเท่าไรวนิดาก็เดินตรงมาหา “เราเอารูปพรีเวดดิงไว้ตรงไหนดี” อคิราห์ชี้นิ้วบอกจุดที่จะวางภาพพรีเวดดิง ซึ่งเป็นภาพถ่ายบนเตียงนอน ที่มีกลีบกุหลาบโรยอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไทสีดำ ทำท่าถือลิปสติก ส่วนวนิดานอนเกยอยู่ที่แผ่นหลัง ผมผูกโบสีชมพู “มุมนั้นอี้” วน
บทพิเศษ วนิดาถูกพาขึ้นรถคันเล็กในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ก่อนจะมาจอดยังหน้าร้านที่มีลักษณะเหมือนคาเฟ มีตู้ขนมทำให้แปลกใจไม่น้อย “อี้พานิดมาเอาแหวนที่นี่เหรอ เหมือนเป็นคาเฟเลย” “ใช่ แต่ก่อนจะเอาได้ พวกเราต้องลงมือทำเสียก่อน ร้านนี้เปิด workshop ทำแหวนน่ะ” เจ้าของความคิดอธิบาย “นิดชอบอะ งั้นนิดทำให้อี้ อี้ทำให้นิดละกัน” วนิดาชอบความคิดนี้ของอคิราห์ และตรงตามความต้องการของเธอเป๊ะ “โอเค” นิ้วใหญ่ยกขึ้นทำท่าประกอบ แล้วทั้งสองก็พากันเข้าไปด้านในร้านที่ได้โทร.มาจองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง เมื่อไปนั่งบนเก้าอี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยขั้นตอนแรกไม่พ้นร่างแบบแหวน ทั้งสองร่างแบบลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ แล้วนำกล่องใส่พลอยออกมาเปิดดู เพราะต้องใช้ประดับลงบนแหวน “ไหนๆ ขอดูที่เธอออกแบบหน่อย สวยอ่า” อคิราห์ยื่นหน้าไปมองแหวนที่วนิดาร่างแบบ แล้วถูกใจเป็นอย่างมาก เพราะมันจะถูกประดับด้วยพลอยรูปหัวใจสีแดง ประกบข้างด้วยหัวใจเช่นกันแต่เป็นสีขาว
“นิดอยากถูกจับกินใจจะขาดแล้ว” นาทีนั้นเจ้าของร่างสูงก็ดีดตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาแสนรัก มือร้อนลูบไล้ไปมาอยู่ที่เอวคอด แต่ก็ไม่ลืมจะหยิบที่คาดผมหูกระต่ายมาสวมไว้บนศีรษะทุยสวย “อื้อ” พอวนิดาใส่ชุดกระต่ายแบบเต็มยศ เสียงคำรามกระสันซ่านก็ดังขึ้นอีก อคิราห์รู้สึกสั่นไปทั้งตัวและพึงพอใจเป็นอย่างมาก วนิดาก้มหน้ามองร่างกายของตัวเองแล้วชอบใจที่ได้ลองใส่ ก่อนเธอจะถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นให้รับจูบหวานๆ แถมยังถูกแทะเล็มด้วยฟันคมให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มือร้อนอีกข้างก็ขยำคลึงเอวคอดแล้วไล้ขึ้นลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกระชับร่างเล็กให้แนบชิดกว่าเดิม ให้บางส่วนเสียดสีกัน วนิดาหน้าร้อนกว่าเดิมเมื่อรู้ถึงสิ่งแข็งขืนที่พองโตขึ้นอย่างเร็วไว ขณะส่วนบอบบางของเธอก็เริ่มชื้นแฉะ แล้วยิ่งมีอาการเมื่อปากได้รูปเลื่อนมาวนเวียนอยู่แถวอกอิ่ม ชั่วอึดใจนั้นปลายลิ้นเย็นก็ตวัดลงบนเนื้อผ้า “อื้อ...อี้” วนิดาส่งเสียงครางแว่วหวาน สัมผัสนั้นทำให้เธอตัวสั่น แล้วยิ่งส่งเสียงเมื่ออคิราห์ใช้ปากครอบครองความนุ่มที่ยังถูกห่อหุ้
“พร้อมจนจวยสั่นแล้วเนี่ย” อคิราห์เน้นคำที่สามตอบกลับ คนอย่างเขาไม่มีคำว่าไม่พร้อม “ทะลึ่งจัง” วนิดาหยิกต้นแขนใหญ่ นับวันอคิราห์จะทะลึ่งขึ้นทุกวัน แต่ไม่ทันได้ต่อว่าอะไรก็มีเสียงข้อความดังขึ้นให้เธอพลิกตัวไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ไลน์ “ใครไลน์มา” เขาหรี่ตามอง เพราะเห็นแววตาเป็นประกายของวนิดา ทำให้นึกใคร่รู้ “มีคนส่งรูปหนุ่มมาให้ดู ไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย” วนิดาบอกแล้วพลิกโทรศัพท์หนี ไม่ยอมให้คนตัวโตได้เห็น “ตายแล้วยัยหนูนิด แล้วเธอก็ดูเหรอ ดูของเราไม่พอหรือไง ไหนเอามาดูซิ” อคิราห์ทำท่าเอาเรื่อง แล้วแบมือขอสมาร์ตโฟน วนิดาทำท่าเป็นลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ยินยอมส่งให้ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีเสียงแหลมแว้ดใส่ “ยัยบ้า นี่มันรูปหลานพวกเรา” เขาถูกวนิดาหลอกเข้าอย่างจัง เมื่อรูปที่ถูกส่งมาจากธนัชชา เป็นรูปของลูกชายที่กำลังเบ้ปากจะร้องไห้หลังถูกจับอาบน้ำ แล้วตามมาด้วยรูปใบหน้าของคุณแม่มือใหม่ที่ขอบตาดำคล้ำ “ดูหน้านางสิโทรมมาก” อคิราห์พลิกสมาร์ตโฟนให้วนิดาเห็น “ก็นอนตีสี่ทุกคืน”
“ไม่ต้องมาทำซึ้ง เดี๋ยวฉันร้องไห้” อริสราพยายามไม่อ่อนไหวตามน้อง ทั้งที่เป็นคนเซนซิทีฟอยู่พอตัว “แล้วหนูนิดให้อะไรนังจี้” อมิตาทำท่าอยากรู้ “นาฬิกาค่ะเจ้” อคิราห์เป็นคนตอบแทน แล้วยื่นแขนไปโชว์พวกพี่ “สวยไหมเจ้” ทั้งสามพยักหน้าและยิ้มเอ็นดูกับของขวัญที่ทำให้น้องยิ้มหน้าบาน ก่อนจะลงมือคีบมันหมูลงกระทะ “เรามีของขวัญให้เธออีกนะ” วนิดาเอียงหน้าไปกระซิบบอก “อะไรเหรอ ” อคิราห์คิดว่ามีแค่ชิ้นเดียวเสียอีก “เดี๋ยวคืนนี้เราให้” “ตายแล้ว แบบนี้เราตั้งตารอนะ” อคิราห์ถึงกับแอบกลืนน้ำลาย บรรยากาศแบบนี้ชวนให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย วนิดาอาจจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอนอีกก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวได้แอบหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า พลันหันไปสนใจพวกพี่สาวที่กำลังทะเลาะกันเรื่องหักไม่หักใบผักกาด เขาอมยิ้ม ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่แสนมีความสุข หลังอิ่มท้องก็พากันแยกย้ายกันเข้าห้องและไปอาบน้ำ เพราะหากรอให้มืดค่ำมากกว่านี้คงได้แข็งตายแน่ๆ “ไหนของขวัญ” อคิราห์ไม่ลืมทวงของขวัญที่ตั้งตารอหลังจากกด
ในเช้าวันใหม่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง อคิราห์และวนิดาก็ตรงไปหาเพื่อนตามนัดหมายยังร้านคาเฟที่อยู่ไม่ห่างจากกองถ่าย “หนูนิด คิดถึงจังเลย” มารตีที่รออยู่ก่อนหน้าแล้วนั้นรีบกวักมือเรียกวนิดาให้เดินเข้าไปหา ก่อนจะสวมกอดอย่างแสนคิดถึง “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างหรือไง” อคิราห์โวย เมื่อมารตี
“แดดคงหมดแล้วแน่ๆ” เขาขับเคลื่อนรถไปด้วยความเร็วไม่มากนัก โดยมีเสียงเพลงขับกล่อมไปตลอดทาง มีจอดแวะพักปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อเครื่องดื่มบ้าง กว่าจะไปถึงร้านอาหารตามรีวิวพระอาทิตย์ลูกโตก็กำลังจะลาลับขอบฟ้าพอดี “สวยเนอะนิด ว่าแต่นิดอยากกินอะไรบ้าง” เขาชื่นชมความสวยของวิวเ
“นิดไม่ได้มีใคร” วนิดายิ้มเอ็นดูแล้วบอกถึงความจริง ก่อนจะจับหัวไหล่ของคนที่ทำท่าจะล้มลงนอนบนเตียงให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ที่นิดต้องโกหก เพราะนิดอยากจะเซอร์ไพรส์อี้ วิณเป็นนักออกแบบนาฬิกา นิดเลยอยากสั่งทำให้อี้ เป็นเรือนพิเศษที่จะมีแค่อี้ที่มี ใกล้จะถึงวันเกิดอี้แล้วไง” เพราะอยากจะ
“พอแล้วนังอี้” ธนัชชาร้องปรามแล้วหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลุงเบิ้ม เจ้าของร้านยาดองที่เป็นญาติห่างๆ ของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เธอสนิทด้วย “ไม่พอ” คนเมาส่งเสียงตวาด เขาจะกิน เขาอยากลืมเรื่องคนใจร้ายที่โกหกกัน แล้วเบะปากคล้ายอยากจะร้องไห้ “ม







