Mag-log inวันแรกของการเข้าหอที่แสนจะขมขื่นสำหรับเจ้าสาวที่ถูกเจ้าบ่าวเททิ้งออกจากคืนห้องหอ น้ำค้างพอเตรียมใจเอาไว้เนิ่นๆ ว่าวันนั้นจะต้องมาถึง
ตั้งแต่เจมส์หายหน้าหายตาขับรถออกจากบ้านใหญ่ เขาก็ยังไม่กลับเข้ามาอีกเลย ร่างเปลือยเปล่าถอดชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ออก เดินหายเข้าไปห้องน้ำ จากสิบนาทีขยับมาเป็นยี่สิบนาทีจึงจะออกมาในชุดใหม่
ถึงแม้ว่าน้ำค้างจะตบแต่งเป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านจรูญเพทาย ก็ไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งเลขาของท่านประธานเจต์จะลดน้อยถอยลงไปหรอกนะ เรื่องงานก็ส่วนหนึ่ง เธอแยกแยะมันออก
“หนูน้ำค้าง...เมื่อคืนหลับสบายดีอยู่หรือเปล่า ทำไมตื่นเช้านักล่ะ”
น้ำค้างแค่นยิ้ม ขณะอีกมือหอบแฟ้มเอกสารที่นำกลับมาทำที่บ้านของพ่อสามี(เปลี่ยนสถานะชั่วข้ามคืน) ยังคงใส่ชุดฟอร์มเลขาเหมือนเดิม เข้ามานั่งโต๊ะถัดไปของประมุขใหญ่
“ค่ะ”
ดูเหมือนสายตาเฉียบแหลมคมของผู้บริหารใหญ่จะไม่ค่อยเชื่อหูเท่าไหร่ เรื่องระหว่างลูกชายเขากับเลขาสาวรุ่นลูก มีหรือคนเป็นพ่อจะไม่ทราบ
“แล้วเนี่ยลูกชายเกเรของฉันยังไม่ตื่นอีกเหรอ สงสัยต้องปรับเปลี่ยนเวลาตื่นของมันแล้วสิ ไม่ใช่เด็กที่จะต้องนอนตื่นสายก้นโด่ง”
“เอ่อ...”
“มีใครนินทาผมอยู่หรือเปล่าครับ”
ทว่าไม่ทันที่น้ำค้างจะโพล่งปากพล่ามพูดเรื่องสามีที่ทิ้งเธอจมปลักอยู่กับน้ำตา ร่างสูงเดินเข้ามาภายในห้องอาหาร และที่น่าแปลกใจคือมาด้วยชุดสูทหนุ่มหล่อสุดฮ็อต
แม้จะถึงหล่อเหลาขนาดไหน แต่ถ้าสันดานเลวก็หมดอารมณ์ได้เช่นกัน
“เมื่อคืนแกหายหัวไปไหนมา ปล่อยให้เจ้าสาวต้องอยู่ห้องหอคนเดียว” คนเป็นพ่อทักทายลูกชายยามเช้า ซึ่งก็เป็นแบบนี้ประจำเพราะเขาชินแล้วเจมส์ย่างก้าวเดินเข้ามาใกล้กันกับคนตัวเล็กที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาแต่ง นัยน์ตาคมเข้มเหลือบมองเห็นนิ้วนางข้างซ้ายไร้แหวนแต่งงานเมื่อวาน
“โอ๊ย!”
ก็ใครใช้คนบ้าอำนาจดึงข้อมือของเธอฉุดดึงออกไปเต็มแรง น้ำค้างนิ่วหน้า หันมาทางสามีด้วยตาขวาง ยอมรับตามตรงว่าไม่ชอบการกระทำรุนแรงของเขา
“อะไรของคุณ มาจับมือฉันทำไม?!”
ไหนบอกว่ารังเกียจ ขยะแขยง เธอสลัดข้อมือออกจากการตอกตรึงของเขา
“ทำไมเธอไม่ใส่แหวนแต่งงาน”
ได้ยินคำถามน้ำค้างขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนยกนิ้วตัวเองไร้ร่องรอยแหวนเพชรเมื่อวานก่อนจะบอกกระจ่าง ไม่ต้องรอให้เขาทวนถามเธอซ้ำ แค่ขี้เกียจตอบหลายรอบ
“ก็น้ำค้างจะไปทำงานก็ต้องถอดแหวนออก คุณเจมส์บอกเองว่าเรื่องงานแต่งให้เก็บเป็นความลับ คุณจะได้ดีใจซะอีกที่น้ำค้างไม่ทวงสิทธิ์ภรรยาของคุณ ขอตัวก่อนนะคะ”
“เธอจะไปไหนไม่ได้ โอ๊ย!”
น้ำค้างไม่ได้ตั้งใจจะผลักน้ำร้อนที่ป้าญาวีเข้าใส่เสื้อของเขา เธอพยายามเอ่ยขอโทษ ลนลานหาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำจากเสื้อสูทออก แต่เขากลับฉุดดึงข้อมือพาไปห้องน้ำแรงบีบข้อมือจากคนตัวโตทำเอาเธอเจ็บร้องคราง ขอร้องให้เขาปล่อยมือเธอลง
“พี่เจมส์” แต่คำพูดนั้นกลับทำเอาคนฟังถลึงตาใส่
“ใครบอกให้เรียกฉันว่าพี่!” เขาโกรธที่เธอเรียกชื่อตนเองสนิทสนมแบบนั้น
“คุณเจมส์ ปล่อยมือน้ำค้างเถอะค่ะ”
“ไม่ปล่อย! จนกว่าเธอจะล้างตัวให้ฉัน นั่นเป็นหน้าที่เมียอย่างเธอไม่ใช่เหรอ”
“ละ ล้างตัว” กว่าจะควานหาเสียงตัวเองเจอก็พบว่าเขาถอดเสื้อสูทด้านนอกออก
มีรอยเปื้อนเป็นวงกว้างด้านในเสื้อเชิ้ต น้ำหยดแหมะๆ ปากหยักมุมปากยิ้มเป็นประกายเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นท่าทีของเมียตรงหน้า
“ทำตัวเหมือนสาวซิง ไม่เคยเห็นผู้ชายแก้ผ้าเปลือยไปได้ คนแรดร่านอย่างเธอคงผ่านมาหมดจนข้างในหลวมหมดแล้วล่ะ เห็นแค่นี้ยังเอียงอาย”
“ก็น้ำค้างไม่เคยเห็นนี่น่า” เธอไม่ได้โกหกหรือทึกทักเอาเอง ขณะเลี่ยงสบตาคนเป็นสามี
“หึ!”
เจมส์หัวเราะต่ำในลำคอพลางดึงข้อมือเล็กเอาไว้แน่น อีกมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเห็นซิกซ์แพค ผิวขาวเนียนน่าสัมผัส ยกเว้นเธอไม่กล้าหลุบตาต่ำก้มมองดูมัน
“เธอต้องรับผิดชอบฉันด้วยการล้างตัว เปิดก๊อกน้ำสิ”
“ค่ะ” สูดน้ำมูกเข้าแรงๆ น้ำค้างเปิดก๊อกน้ำในซิงค์อ่างล้างหน้า วักน้ำเบาๆ ล้างตัวสามีเอาแต่ใจที่ตัวเปื้อนน้ำร้อนดูเหมือนจะช้าไม่ทันใจเขา...
“ว้าย!” ขาเรียวเล็กเสียการทรงตัว เซหลักล้มลง เอาหน้าซบแผงอกใหญ่ สมองเธอคล้ายจะหยุดทำงานไปเลยเมื่อเจอความอบอุ่นจากข้างใน
เดี๋ยวๆ ไม่ใช่เวลามาเคลิบเคลิ้มมันสิ ก็แค่อารมณ์มันพาไป...
“คิดลามกอะไรกับฉันหรือเปล่า” พูดพร้อมผลักดันหัวเธอออกไปให้ห่าง มองลงด้วยสายตาคาดคั้น
“เอ่อ...เปล่านะคะ คือน้ำค้าง” เสียหลักทรงตัวไม่อยู่...อืม พอจะถูไถไปได้แหละนะ เธอไม่กล้าสบตาเขา
“จะบอกว่าหกล้มแล้วบังเอิญชนฉันเหรอ ทีหน้าทีหลังก็คิดหาเหตุผลให้มันดีๆ หน่อย ผู้หญิงอะไรน่ารำคาญ!”
น้ำค้างอยากจะร้องปล่อยโฮ ระบายมันออกภายในห้องน้ำคนเดียว หลังจากถูกคนเป็นสามีใจดำพูดตอกหน้าเธอเจ็บแสบ ทีหน้าทีหลังจะพยายามกลั้นเอาไว้
เมีย...เมียที่(กำลัง)ถูกเขาทิ้งอย่างนั้นน่ะเหรอ!
ท่านประธานเจต์ไม่ค่อยเชื่อหูกับคำพูดจริงจังจากปากลูกชายคนเดียวของท่านเสียเท่าไหร่ ปกติเจมส์เป็นผู้ชายเพลย์บอย หลอกฟันผู้หญิงไปทั่ว ทำแต่ธุรกิจส่วนตัว ไม่ยอมกลับมาช่วยงานบริษัทตัวเอง
แล้วอะไรที่ทำให้ลูกชายเขาต้องเปลี่ยนแปลงไป?
“ป๊าไม่เชื่อใจผมเหรอครับว่าผมยอมกลับมาทำงานที่ป๊าบอกแล้ว แต่ผมขอ...” สายตาคมเข้มหันมองเลขาของพ่อก่อนจะพูดว่า “ต้องให้เมียผมมาช่วยสอนงานผมคนเดียว เพราะผมไม่ไว้วางใจพวกผู้ชายอื่นที่จ้องจะคาบเมียผมไปกินครับ”
น้ำค้างอึดอัดกับแววตาคมเข้มจับจ้องมอง เมื่อไม่สามารถทนอยู่กับสามีตัวเองได้ วางช้อนส้อมลง เอี้ยวตัวว่าจะเอาแฟ้มเอกสารออกไป
“อ้าว หนูน้ำค้างยังไม่แตะข้าวเลยนะ”
ก็ใช่ไง...แต่เธอกลืนข้าวไม่ลง
“น้ำค้างยังไม่หิวค่ะ” ตอบสั้นๆ ก่อนเดินผ่านสองพ่อลูกออกจากห้องอาหาร
พอเห็นดังนั้น เจมส์กำลังจะลุกเดินตามหลังยายเลขาของพ่อตัวเอง ทว่านึกอะไรบางอย่างหันมาบอกให้พ่อตัวเองทราบ
“เมื่อกี้ผมไม่ได้ขอน้ำค้างจากป๊านะครับ ผมแค่มาบอกให้ป๊ารู้” ว่าจบกลับตวัดขายาวเดินผ่านออกไปห้องอาหารตามหลังน้ำค้าง
“อืม ตามใจแกแล้วกัน”
คนเป็นพ่อเลือกหันไปยกแก้วกระดกดื่มกาแฟดำรวดเดียว ไม่เอ่ยอะไรมาก เพราะสายตาดูท่าทางของสองสามีภรรยาก็พอเดาออก แต่ไม่พูดมันออกมา เป็นเรื่องส่วนบุคคล
น้ำค้างว่าจะเดินเข้าไปเปิดประตูรถตัวเองอย่างรวดเดียว แต่ช้ากว่าฝ่ามือคู่ใหญ่ยึดจับข้อมือเรียวเล็ก เธอไม่ทันระวังเผลอทำแฟ้มเอกสารหลุดออกจากอีกมือ
“เอ๊ะ! คุณเจมส์” เธอหันมาแว้ดใส่เขา
“มาขึ้นรถฉันดีกว่า ไหนๆ เราสองคนก็จะไปทางเดียวกัน ประหยัดน้ำมันดีออก และเธอต้องนั่งรถกับฉันไปบริษัทป๊าทุกวัน”
“แต่น้ำค้างไม่ต้องการจะไปกับคุณเจมส์ ใครกันที่เป็นคนพูดตั้งแต่แรกว่าให้เราต่างคนต่างอยู่!”
มือหนาจึงออกแรงบีบข้อมือเล็กแน่นขึ้น ด้วยความที่น้ำค้างมีผิวขาวเนียนนุ่มจนเกิดเป็นรอยแดงเป็นปื้น โดยเฉพาะจุดเด่นกำลังปรากฏให้เห็น
“โอ๊ย! นี่คุณฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง”
“ฟังออก แต่ไม่ทำตาม”
“เอ๊ะ!” น้ำค้างชักจะหมดความอดทนกับสามีโมโหร้าย เขาผีเข้าผีออกหรืออย่างไรกัน ถึงได้พาลอาละวาดใส่เธอฝ่ายเดียว
ทว่าเจมส์ไม่รอให้อีกฝ่ายถูกด่ากลับ ฝ่าเท้าเธอถูกลอยหวือขึ้นพร้อมดันร่างเลขาหน้าติ๋มๆ ยัดเข้าไปด้านในรถสปอร์ต ร้องเสียงหลงได้ไม่นานกลับเงียบปากลง
“ขืนเธอหันไปฟ้องป๊าฉันแม้แต่คำเดียว ฉันจะปิดปากเธอเอง”“คนอย่างคุณไม่กล้าหรอก!” ตอบไม่หันหน้ามามอง
เจมส์กำมือแน่นเพราะรู้ดีว่าจะไม่แตะต้องลูกสะใภ้โปรดของพ่อ เขาเคยพูดไว้ แต่ก็เพราะเธอเป็นคนที่พ่อเขาเอ็นดูมากกว่าลูกแท้ๆ จึงจำเป็นต้องทำ
อย่าหวังว่าจะใช้มารยาประจบประแจงพ่อเขาเพื่อหวังยกบริษัทนั้น เธอจะไม่มีวันได้มัน
“ตอนนี้เธอเป็นคนของฉัน ไม่ใช่คนของป๊า ต่อจากนี้เราจะไปบริษัทพร้อมกันในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง ห้ามขัดขืน ฉันจะตามเธอทุกฝีก้าว!”
“คุณเป็นบ้ารึไง อย่าลืมสิว่างานแต่งงานเป็นความลับ”
“ความลับ?” เจมส์ย่นคิ้วแปลกใจ
ขนอ่อนของน้ำค้างลุกชันวาบเมื่อใบหน้าคมคายหันมาเอี้ยวตัวมาใกล้กัน ช่องทางระยะลดห่างกันเรื่อยๆ จนปลายจมูกเกือบชนกัน เธอหลับตา ตัวเกร็ง คิดว่าเขาจะทำเรื่อง...อย่างว่า
เสียงกดปิดคาดเข็มขัดนิรภัยดังขึ้น เธอลืมตาก่อนจะพบว่าเขาโน้มตัวกลับฝั่งทางคนขับ
“คิดว่าฉันจะจูบเธอเหรอ แค่หน้า ฉันก็ไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้แล้ว”
น้ำค้างเกือบเก็บเศษหน้าที่แตกไม่ทัน เธอหันหน้าหนีทางอื่น ขณะรถยนต์เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านใหญ่
เกือบแล้วไหมล่ะ น้ำค้าง
ผู้ชายอย่างเขาไม่มีทางแตะต้องตัวเธอหรอก แค่ยอมแต่งงานกับเธอภายในระยะเวลาหนึ่งปีมันก็มากเกินพอแล้ว!
อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะรักเธอ...
คำว่าสามีสายเปย์ไม่เกินจริง แปดเดือนถัดมา น้ำค้างถูกเขาจับมาเป็นภรรยาที่เขารัก และยังพาเธอและลูกชายแฝดสองคนออกไปเที่ยว หลังจากเสร็จงานแต่งงานอลังการสมฐานะของทายาทสายตรงครอบครัวจรูญเพทายแล้วนั้น บ้านสองชั้นสีขาวหลังใหญ่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่บดบัง แต่ด้วยบรรยากาศแสนรื่นร่มและสดชื่นทำให้ครอบครัวสี่คนพ่อแม่ลูกย้ายเข้ามา น้ำค้างเพิ่งรู้ว่าห้าปีนั่น เจมส์แอบสร้างเรือนหอแยกออกมาจากบ้านจรูญเพทาย โดยเขาให้เหตุผลที่เธอขัดแย้งไม่ลง ‘ห้าปีที่ผ่านมาพี่ทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหน นับวันรอเวลาที่ไม่อาจรู้ว่าพี่จะเจอหนูกับพวกลูกได้เมื่อไหร่ พี่เคยขอพรอธิษฐาน ถ้าหากว่าเราสองคนเป็นเนื้อคู่แท้จริง ขอให้พรหมลิขิตชักนำพาหนูเจอกับพี่ แล้วพี่สัญญาว่าจะรัก ดูแล ไม่ทำให้คนที่พี่รักต้องเสียใจเพราะการกระทำอันโง่เขลาของพี่’ ‘....’ ถ้าเป็นแต่ก่อนน้ำค้างไม่เชื่อ และหาว่าเขาโกหก เพราะเขาไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เสียเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เธอเริ่มเชื่อแล้ว ‘หนูเป็นคนเดียวที่เข้ามาทำให้พี่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ขอบคุณนะ น้ำค้าง’ ‘แต่น้ำเห็นว่าพี่เจมส์ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเลยนะคะ เรื่องความชวนพาน้ำลากขึ้นเตียงเนี่ย!’
งานแต่งงานรอบสองซึ่งเกิดจากความรักและความเข้าใจของคนสองคน เพียงไม่กี่เดือนที่น้ำค้างยอมมอบใจ เชื่อและไว้วางใจพ่อของลูกแฝด ตกปากรับคำตกลงจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วยความเต็มใจจากคนที่เธอคิดว่าจะฝากชีวิตไว้ให้กับเขาดูแล ทั้งคืนน้ำค้างตื่นเต้น แทบนอนไม่หลับ ซึ่งแตกต่างจากงานแต่งงานครั้งแรกที่เกิดจากบังคับ จวบจนกระทั่งตีสามกว่าก็ถูกปลุกขึ้นมาแต่งหน้าและทำผม โดยสามีสายเปย์จ้างช่างแต่งหน้าชื่อดังฝีมือดี ราคาแพงแค่ไหน เจมส์จ่ายไหว ขอแค่เมียเขาสวยที่สุดก็พอ “เจ้าสาวสวยมากเลยค่ะ” ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้ากระจก มีรอยยิ้มแย้มกว้าง สีหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความสุขล้นอก สายตาคู่สวยไร้แว่นตากรอบหนาเตอะกลับดูสวยมากในสายตาผู้ชายทุกคนที่พบเห็นนั่นใช่น้ำค้างหรือเปล่า... “ขอบคุณมากค่ะ” “หม่ามี้แฮะ!” เสียงเรียกของลูกชายสองแฝดที่น้ำค้างคิดถึงสุดหัวใจดังจากทางด้านหลัง ช่างแต่งหน้าทำผมต่างหันมามองหน้ากันอย่างรู้หน้าที่ดีรีบเดินเลี่ยงออกจากห้องแต่งตัวเจ้าสาว เพราะแต่งตัวให้น้ำค้างกลายเป็นเจ้าสาวสวยงดงามในงานนี้เสร็จแล้ว “เชาว์ ชาวิน” อ้าแขนสองข้างรอรับลูกชายสองคนต่างวิ่งเข้ามาสวมกอดแนบแน่นด้วยความคิดถึง ส
ก่อนที่สองสามีภรรยากำลังจะคืนดีกัน ภายในห้องน้ำ เจมส์ยกบั้นท้ายของน้ำค้างเหนือขึ้นกว่านี้ ก่อนจับท่อนเอ็นอุ่นร้อนผงาดชูชันพร้อมทำศึกรักตลอดเวลา สอดเสยเข้าไปในกายสาวลึก ออกคำสั่งให้หญิงสาวกระแทกก้นลงมาสุดแรงทำให้นิ่วหน้า ทั้งเจ็บทั้งจุกในท้องน้อยคราวเดียวกัน “อ๊ะ พี่เจมส์” น้ำหวานล่อลื่นผสมผสานน้ำสีขาวขุ่นใสของเขาทำให้ลำเอ็นร้อนกดแช่ค้างนิ่งไว้ด้านในโพรงสาวช่างดูดรัดเขาจนแทบแตกคาร่อง “อย่าเพิ่งหนีบขาพี่ อ๊าส์...น้ำค้าง” ท่อนขาเรียวสวยสองข้างแยกกว้างกว่านี้เพื่อรองรับตัวตนของเขาดันผ่านเข้าลึกสุด สัมผัสกลีบเนื้อดังครูดจนเธอเสียวซ่าน โอบรัดดูดกลืนด้านในจนใบหน้าคมคายอดกลั้นไม่ไหว เงยหน้าสูดปากครางร้องเรียกชื่อแต่น้ำค้าง เสียงครางกระเส่าถูกลบกลืนไปด้วยเสียงน้ำไหลจากฝักบัวที่ไหลแรงกว่าปกติ ทุกช่วงจังหวะขยับเขยื้อนเข้าออกอย่างช้าๆ ยังไม่ต้องการให้เมียรักเจ็บตอนนี้ “แรงอีกได้มั้ย ดีขึ้นรึเปล่าครับ” เจอคำถามแบบนั้น น้ำค้างผงกหัวตอบ แก้มแดงนวลร้อนผ่าวด้วยความขวยเขิน จากความเจ็บระบมทีแรกกลับร้อนวูบวาบภายในท้องน้อย “ดูดของผัวมาก” พูดได้แค่นี้ นิ้วกร้านหยาบอีกข้างไล้เลื่อนขึ้นมาหยุด
บ้านจรูญเพทาย ในเวลาสองชั่วโมงต่อมา “เบบี๋จ๋า ฟังผัวก่อนสิ ผัวรู้ว่าหนูโกรธพี่มาก แต่ตอนนั้นผัวไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขาเลยนะ” “ไม่ต้องมายุ่งกับน้ำ พี่เจมส์ไม่เคยรู้หรอกว่าตลอดห้าปีที่น้ำต้องยอมอุ้มท้องลูกของคนสันดานปากหมา ก็มีแต่คุณภรุจคนเดียวที่เสียสละเวลาอันมีค่าของงานเพื่อมาคอยดูแล เลี้ยงดูลูกแฝด ขณะที่น้ำออกไปเปิดร้านขายน้ำชาไต้หวันไข่มุกนะ ถ้ารู้แต่แรก น้ำไม่น่าใจอ่อนให้กับพี่หรอก” “น้ำค้าง” สายตาของเจมส์เงยหน้ายืนมองดูแผ่นหลังของเมียพฤตินัยเดินสะบัดเชิดหน้าขึ้นเข้าไปจัดห้องเหมือนเดิมพร้อมป้าญาวี หลังพาลูกชายแฝดเข้ามาแนะนำตัวให้พ่อตัวเองรู้จัก ซึ่งคนอยากมีหลานมานานอย่างเจต์ ตื่นเต้นดีใจ เห็นหน้าหลานชายสองคนก่อนตาย ก่อนหน้านั้นน้ำค้างหันมาเคลียร์เรื่องที่เธอแอบได้ยินเขาคุยกับภรุจ สุดท้ายหญิงสาวโกรธอดีตสามีอารมณ์ร้อนไปพาลอาละวาด ชกต่อยหมัดภรุจจนมีรอยช้ำตรงมุมปากในวันนั้นที่เธอเห็น น้ำค้างให้อภัยเจมส์ไม่ได้ “สมน้ำหน้า ทำกับเขาไว้เยอะ พอผลกรรมตกมาที่แกก็กลายเป็นหมาหงอยนั่งขอความรัก ฉันไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชเวทนาแกจริง ๆ” เจต์ลาออกจากตำแหน่งท่านประธานบริหารสูงสุด ยกบริษัท
“หม่ามี้แฮะ! พวกผมหาชุดของตัวเองไม่เจอ” สองแฝดวิ่งออกจากห้องน้ำในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อนอย่างไม่อายใคร เพราะคิดว่าตัวเองอยู่กับแม่คนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ชอบทำกัน และน้ำค้างค่อนข้างคุ้นชินกับเจ้าหนอนน้อยสองคนแสบซน ทว่า...มีคนอื่นเข้ามาอยู่ในนี้ด้วยสิ แถมยังเห็นภาพที่พวกเด็กวัยนี้ไม่สมควรดู “เชาว์ ชาวิน!” น้ำค้างผลักอกแกร่งของอดีตสามีออกห่าง รีบลุกจากเตียงแล้วก้มลงจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อย ส่วนคนตีหน้ามึนยังยืนอยู่เฉย เจมส์ไม่สะทกสะท้านหรือมียางอายเสียด้วยซ้ำ ยักคิ้วเจ้าเล่ห์เสมือนเป็นต่อจนพวกสองแฝดรีบถลาดึงตัวแม่ตนเองถอยห่างจากผู้ชายอันตราย น้ำค้างยกมือขึ้นมานวดเคล้นคลึงกุมขมับตัวเอง เกือบลืมไปว่าข้างในห้องนี้มีลูกชายฝาแฝดอยู่ เธอหน้าร้อน ทำตัวไม่ถูกทันท่วงที “อ้าว คิดจะโชว์หนอนน้อยให้แด๊ดดูหรอก ปะ เดี๋ยวแด๊ดจะโชว์ปืนกลใหญ่ให้เชาว์กับชาวินดู แค่นี้เล็กน้อย อนาคตแด๊ดจะได้ลูกสะใภ้มั้ยเนี่ย” ทว่า...สองแฝดยังคงมีทิฐิ อคติในใจของพ่อแท้จริงหลีกเลี่ยง หลบหนีทางอื่น “ผมกับน้องอาบน้ำแล้วครับ” พูดจบทำหน้าบึ้งตึงใส่ แต่คนมองลอบยิ้มขบขัน ไม่โกรธถือสาสักนิดเดียว “อาบแล้วก็อาจจ
แม้ว่าการเจอกันครั้งแรกระหว่างสายสัมพันธ์สามคนสองพ่อลูกแฝดชายจะไม่ค่อยลงตัวดีเสียเท่าไหร่ ทว่าเจมส์หงายไพ่การ์ดสุดท้ายทำเอาเด็กชายเชาว์และน้องชาวินจำนนยอมเปิดรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เข้ามาสู่ครอบครัวจรูญเพทายเหมือนเดิม ‘ตลอดที่ผ่านมา แด๊ดเจ็บปวดและรู้สึกผิดกับแม่ของพวกลูกมาตลอด มันจะเป็นไปได้มั้ยถ้าหากแด๊ดดี้คนนี้ขออยู่ชดใช้ความผิดที่เคยทิ้งพวกหนู แด๊ดรักเชาว์ ชาวินและหม่ามี้มากเลยนะครับ’ น้ำค้างลอบเลียงเคียงถามความสมัครใจของลูกชายฝาแฝดค่อนข้างหัวดื้อรั้นเล็กน้อย ไม่ค่อยเชื่อใจคนแปลกหน้าอะไรง่ายๆ ว่าจะยอมย้ายเข้าไปอยู่บ้านพ่อตัวจริงของพวกแกหรือเปล่า และคำตอบที่ได้รับมาเธอหยุดนิ่ง ทบทวนความรู้สึกตัวเองสักสิบวินาที ‘ถ้าหม่ามี้ยังรักแด๊ดดี้คนนี้อยู่ ไม่รักแด๊ดดี้รุจแล้ว พวกผมแอบสงสารแด๊ดรุจนะครับ’ นี่คือคำตอบของชาวิน แฝดผู้น้อง ‘ถ้าหากหม่ามี้ยอมไป พวกผมจะไปตามติดหม่ามี้ทุกที่เลยครับ’ “ว่ายังไง เธอจะยอมกลับไปอยู่กับพี่ได้มั้ย น้ำค้าง” จากตอนนี้ห้าทุ่มเกือบใกล้เที่ยงคืน หลังน้ำค้างส่งลูกชายฝาแฝดเข้าห้องอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งมีเรเปล ทำหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นเกลี้ยกล่อมนอน แน่น







