Se connecter“ฉันก็ไม่อยากจะได้เธอมาเป็นเมียหรอก รสนิยมกูไม่ชอบกินกล้วยบวชชีเหมือนยัยป้าเฉิ่มนั่น!” เพราะไม่อยากเสียบริษัทตัวเองให้คู่หมั้นตามสัญญา เจมส์ จีรกิตต์ จำใจแต่งงานกับน้ำค้าง นรินดา ลูกสาวเพื่อนสนิทของป๊าเขาด้วยพันธะสัญญาการหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็ก การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงการแต่งเพื่อธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง ครบสัญญาหนึ่งปีเมื่อไหร่ เขาหย่ากับเธอแน่! เธอชอบเขา แต่เขาไม่ชอบ เธอยิ้ม เขาทำหน้าบึ้ง เธอชอบกินลูกอม เขาชอบกินสาวสวย เธอไม่ตรงสเปค แต่เขากลับตกตะลึงความสวยจากข้างในของนอกสเปคคนนี้...
Voir plusบนชั้นสองของไนต์คลับอลองเซส ซึ่งข้างในแยกห้องนอนส่วนตัวของเจ้าของคลับหรูชื่อดังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เจมส์ตวัดขายาวพาดลงจากเตียงยับยู่ยี่ หัวคิ้วเข้มขมวดเป็นปมบ่งบอกว่าเขากำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง
“Shit! แม่งเอ๊ย!”
พลางเดินเข้าห้องน้ำด้วยสภาพเปลือยเปล่าทั้งตัว แผ่นหลังกว้างที่มีรอยเล็บขีดข่วนจากพวกผู้หญิงชั่วข้ามคืน อีกมือคว้าจับผ้าขนหนูมาเช็ดตัวลวกๆ หลังจากอาบน้ำให้ตัวเขาสดชื่น
เจมส์เปลี่ยนชุดลำลองใหม่กลายเป็นชุดเสื้อยืดคอกลมพร้อมกับกางเกงสแล็กส์สีดำ เงยหน้ามองดูเส้นปัดนาฬิกาที่บอกเวลาตอนนี้ว่าเกือบครึ่งค่อนวัน
“เมื่อคืนนี้ปวดเอวชะมัด เห็นทีต้องหาหมอนวดสวยๆ มานวดให้หายปวดเอวเสียแล้วสิ”
ใกล้จะเที่ยงแล้ว แต่เสือเพลย์บอยตัวพ่อยังไม่หิว ว่าจะเข้าไปตรวจเช็คบัญชีของไนต์คลับเสียหน่อยอย่างที่เคยทำประจำ
เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งติดต่อกัน สงสัยคงจะเป็นเรเปล คนสนิทของเขา ก่อนจะตวัดขายาวเดินไปเปิดประตูห้องออกพร้อมพ่นคำพูดเสียงห้วน
“มึงมีอะไรวะ?” เขาโวย
“ขอโทษครับคุณเจมส์ แต่ผมขัดคำสั่งคุณท่านไม่ได้ คือ...คุณท่านต้องการให้คุณเจมส์ช่วยกลับเข้าไปในบ้านใหญ่ตอนนี้ครับ ไม่อย่างนั้นคุณเจมส์จะต้องเดือดร้อน”
เรเปล ลูกน้องคนสนิทหันมองรอบห้องซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าพริ้ตตี้สาวหมวย ผิวขาวที่เจ้านายหิ้วขึ้นมากินข้างในไม่อยู่ในห้อง และปกติเจมส์จะชอบออกไปพาสาวยังคอนโดฯ ส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการจับตาดูของพ่อ
แต่ด้วยเรื่องอย่างว่าไม่เข้าใครออกใคร เสือผู้หญิงอดทนรอไม่ไหว พาพริ้ตตี้หมวยผิวขาวเนียนนุ่มขึ้นไปหาความสุขใส่ตัว ความสัมพันธ์น้ำแตกแล้วแยกทาง จ่ายด้วยเช็คเงินสด วินกันทั้งสองฝ่าย
ซึ่งเขาชอบแบบนั้น...
“ป๊ากู?” แค่นหัวเราะทำเหมือนไม่อยากเชื่อหู
เรเปลพยักหน้ารับ “ครับคุณเจมส์”
“คิดเหรอว่ากูจะกลับบ้านง่ายๆ วะ?”
เพราะพันธะสัญญาบ้าบอที่เขาไม่ต้องการอะไรนั่น ทำเอาเจมส์ต้องหมกตัวอยู่ข้างในไนต์คลับ ติดพันเรื่องเซ็กซ์ ปลดปล่อยอารมณ์เหมือนผู้ชายกลางคืนทั่วไป
ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องเข้าร้าน ดูแลธุรกิจตัวเอง อีกส่วนก็เพราะป๊ากรอกหูอยู่ทุกวันตั้งแต่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยจนจบ ว่าจัดงานแต่งงานกับคู่หมายตามสัญญารุ่นพ่อ
ป๊ากรอกหูว่าจะเอาน้ำค้างมาเป็นเมียเขา
แค่คิดก็ขนอ่อนลุกวาบ!
และเรื่องนี้ทำเอาเจมส์ทะเลาะกับพ่อทุกวัน เพราะเขาเคยเจอลูกสาวเพื่อนสนิทครั้งหนึ่ง หลังสิบกว่าปีที่ต้องย้ายบ้าน หลีกเลี่ยงเด็กแก่แดดขโมยจูบแรกวัยเด็ก จำได้ว่าตอนนั้นเขาต้องใช้ผ้าขยี้เช็ดหลายรอบกว่าจะลบรอยหาย
‘เด็กเฉิ่ม ใส่แว่นหนาเตอะ เจอกันอีกกี่ปีก็ยังคงเชยเหมือนเดิม พวกผู้หญิงในโลกหมดแล้วรึไง ป๊ากับพ่อหล่อนถึงทำสัญญาการหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็ก เรื่องบ้าเหี้...อะไร ถ้าเป็นผู้หญิงสวย เขาเต็มใจแต่ง แต่นี่อะไรเด็กแก่แดด ป้าเฉิ่มแว่นหนาเตอะ ใส่ชุดปกปิดลงไปถึงข้อเท้าเล็ก’
ถ้าจะเป็นขนาดนี้ ไปบวชชีเถอะ!
“แต่ครั้งนี้คุณท่านเจต์เอาจริงจังมากเลยครับ ขนาดน้ำเสียงสั่งที่กรอกใส่หูผมยังทำให้ผมแอบร้อนๆ หนาวๆ กลัวแทนคุณเจมส์เลยครับ”
“เออ! กูกลับบ้านก็ได้!”
ถึงอย่างไรพ่อผู้ชอบคลุงถุงชนการแต่งงานก็ต้องมาลากตัวลูกชายดื้อรั้นกลับบ้านอยู่ดี
จะกลับตอนนี้หรือยื้อเวลายาวไปอีกเรื่อยๆ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน
เรเปลก้มค้อมศีรษะ “ครับคุณเจมส์”
เจมส์ถอนหายใจยืดยาว หันกลับเข้าไปข้างในห้องอีกครั้ง สักพักก็คว้าหยิบเอากุญแจรถสปอร์ตคันหรู ก้าวขายาวๆ เดินผ่านลูกน้องคนสนิทไปเลย
“อ้อ มึงไม่ต้องตามกูไป อยู่เฝ้าที่นี่แหละ อีกไม่นานกูก็กลับมาแล้ว” ยังไม่วายออกคำสั่งกำชับ เรเปลน้อมรับคำสั่งอย่างไม่อิดออด
ลองไม่ทำตามดูสิ เขาตบลูกน้องให้หัวแตกแน่!
จากนั้นเจมส์เดินผ่านทางด้านหลังไนต์คลับอลองเซส รถคันหรูซึ่งเป็นลูกรัก ที่เขาเพิ่งถอยรถสปอร์ตป้ายแดงใหม่เอี่ยม ผ่านมาไม่ถึงสิบนาทีก็มีเสียงรถวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาอยากจะรู้นักว่าเธอประจบประแจงวิธีไหน ป๊าเขาถึงได้ส่งคู่หมั้นคู่หมายที่เขาเห็นแล้วอยากจะอ้วก มาคอยควบคุมพฤติกรรมส่ำสอนของตน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก...หลายครั้งแล้วที่เธอกับเขาเคยโต้กลับดุเดือด ป้าเฉิ่มจืดชืด แว่นหนาเตอะ เจอกันอีกทีก็ยังแต่งตัวเหมือนเดิม
คิดเหรอว่าเขาจะเอารสนิยมจืดชืดมาทำเมีย อย่างนี้ก็เสียภาพลักษณ์หนุ่มโสดสุดฮ็อตน่ะสิ...
“แสบนักนะ น้ำค้าง!”
บ้านของเจมส์มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย แต่เขาไม่ค่อยชอบกลับมาบ้านใหญ่หรือเรียกมันว่าคฤหาสน์เสียเท่าไหร่ ทว่าบ้านจะหรูหราหรือสวยงามมากขนาดไหน แต่ถ้าใจอยู่ไม่เป็นสุข คิดหรือว่าชายหนุ่มจะอยู่ให้จับคู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก“คุณท่าน คุณเจมส์กลับมาแล้วค่ะ”
ร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคาย ผิวขาวเนียนกว่าพวกผู้หญิงเหล่านางแบบที่ชอบดูแลตัวเองเสียที อาจเป็นเพราะหลายเดือนมาเขาหมกตัวอยู่แต่ภายในไนต์คลับ กิน หลับ นอนและเที่ยว เพื่อหลบเลี่ยงคนของพ่อเขาลากกลับมาบ้าน
แล้วทำไมวันนี้เจมส์ถึงยอม...
ไม่ใช่เชิงว่ายอมหรอก ก็แค่จะมาคัดค้านเรื่องสัญญาหมั้นหมายกับผู้หญิงเชยเฉิ่ม ไร้เสน่ห์ดึงดูดนั่นต่างหาก
“สวัสดีครับคุณท่าน ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีมั้ยครับ”
เจมส์ยกมือไหว้พ่อตัวเองลวกๆ เสื้อยืดคอกลมเก่าคร่ำครึก กางเกงสแล็กส์และที่สำคัญ จากรองเท้าสูทกลายเป็นว่าใส่รองเท้าแตะหูหนีบขาดๆ ทำเอาคนเป็นพ่อเกือบเป็นลม เดือดร้อนเลขาสาวเฉิ่มเบอะเข้ามารับประคองเอาไว้
“ฉันจะเป็นลม หนูน้ำค้างดูคู่หมั้นของหนูสิ ตัวเองเป็นทายาทสายตรงของบริษัทยักษ์ใหญ่โตซะเปล่า กลับแต่งตัวเหมือนยาจกขอทาน นี่ฉันมีลูกชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
คนถูกถามไม่ตอบกลับยิ้มแหยๆ เหลือบสายตาหันมองคู่หมั้นคู่หมายไว้ ความจริงน้ำค้างก็ไม่อยากแต่งงานกับคนที่เขาไม่รักเธอหรอก ทว่าเพราะเป็นความต้องการของฝ่ายผู้ใหญ่สองคนทำเอาเธอหลีกเลี่ยงมันไม่ได้
และมีเหตุผลส่วนหนึ่งด้วย...
“พอรู้ว่าผมกลับมาก็รีบแจ้นออกมาต้อนรับเลยหรือครับป๊า”
สภาพทายาทคนเดียวคงเป็นยากจนอย่างที่พ่อเขาว่า รองเท้าแตะหูหนีบกาวตราช้างดาวก็เห็นในถังขยะข้างทรงก็เลยเอามาใส่เล่นๆ
เขาอยากจะรู้นักว่าคู่หมั้นหน้าเงินมาเห็นสภาพยาจกแบบนี้ ไม่มีเงินสด(มีแต่ฝากไว้ในบัญชี)แบบนี้ ยังจะกล้าหน้าด้านหน้าทนแต่งงานกับทายาทมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทยไหม
“แกอย่ามายอกย้อนฉัน เข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วมาคุยกันกับฉันที่ห้องทำงาน”
“ผมไม่เปลี่ยน! ยังไงซะผมก็ต้องกลับคลับของผมอยู่ดี” เขาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเข้ม ส่งสายตาเขียวปัดมาทางเลขาเฉิ่มเบอะของป๊า
“ไอ้เจมส์!” ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกโดยสายเลือด เจต์คงป้องตบเข้ากกหูลูกชายหัวดื้อด้านสักที!
ก่อนที่สองพ่อลูกจะทำสงครามเย็นกัน คนกลางอย่างน้ำค้างสอดแทรกบทสนทนาหวังให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ต้นเหตุที่เขาไม่ค่อยถูกกับพ่อตัวเองก็เพราะเธอเสียมากกว่า
“ป้าญาวีรบกวนช่วยพาคุณเจต์เข้าไปข้างในก่อนดีกว่าค่ะ ส่วนทางนี้น้ำค้างขอคุยกับเขาสักครู่”
เธอขอเกลี้ยกล่อมคู่หมายตัวเอง หันมาเผชิญหน้ากับเขาทั้งๆ ที่ใจเต้นตุบๆ
ไม่ใช่เพราะหัวใจเต้นแรง...แต่เพียงสั่นกลัวเล็กน้อย
“เธออยากแต่งงานเอาเงินจากป๊าฉันมากสินะ ถึงได้ใช้หน้าที่ตำแหน่งเลขาของป๊าประจบประแจงเพื่อให้ได้สิ่งที่หล่อนต้องการ ลองหัดส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่าหน้าเฉิ่มแบบนี้ ใครเขาจะเอาเธอมาทำเป็นเมีย!”
คำด่าแต่ละคำจากปากผู้ชายร้ายกาจพ่นออกมาใส่ตรงหน้าเธอ...น้ำค้างยิ้มรับเข้าสู้ ค่อนข้างชินชาแล้ว หลายครั้งที่เธอยอมทำตามคำสั่งท่านประธานของบริษัทJKL Group คนปัจจุบันไปควบคุมพฤติกรรมส่ำสอนลูกชายท่าน
และเธอก็ไม่ใช่เลขาเฉิ่มเบอะที่มีดีแค่เรื่องงาน ฝีปากโต้กลับคู่หมั้นปากเสียก็ไม่แพ้กัน
“แล้วใครกันที่ไม่อยากแต่งงานกับน้ำค้าง ทำไมถึงยอมกลับมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องถูกคุณท่านจับแต่งงานอยู่ดี”
คนถูกย้อนจากยัยเด็กปากกล้าสะอึก “นี่เธอ!” ว่าพลางชี้นิ้วมาทางร่างบางยืนกอดอก จ้องมองอย่างไม่เกรงกลัว
“น้ำค้างเองก็ไม่อยากแต่งงานหรอกค่ะ ถ้าคนนั้นไม่เคยรักตอบกลับ”
ว่าจบกลับตวัดขาเรียวยาวเดินหายเข้าไปข้างในบ้านจรูญเพทาย ตั้งแต่พ่อของน้ำค้างเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุสิบแปดปีก็ถูกเพื่อนสนิทของพ่อให้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่พร้อมเจอกับเจอลูกชายปากเน่า ปากเสีย
แต่ก่อนเคยโง่ที่เผลอปลื้มลูกชายท่าน แต่...ตอนนี้น้ำค้างกลับหายโง่แล้ว
เจมส์กำมือแน่น หัวเสียอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้าตอบโต้กลับได้เท่านี้อีกแล้ว
น้ำค้าง...คือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะไม่แต่งงานด้วย
ถ้าเขาได้แต่งงานกับเธอ มหัตภัยของจริงแน่!
ทีหลังบ้าอะไรกัน ไร้เหตุผลที่สุด น้ำค้างเม้มปากสั่นระริกไว้แน่น เขาสั่งให้เธอนั่งคุกเข่า เธอจำใจทำตามและจงใจบีบๆ นวดเคล้น แต่อีกฝ่ายตำหนิด้วยเสียงดุเข้มขึ้น เลขาสาวทั้งกลัวและประหม่า “ไม่มีแรงนวดรึไง” น้ำค้างแอบเบ้ปากใส่คนหลับตาแน่น เอนหลังพิงเก้าอี้บุนวม ก่อนเธอจะออกแรงบีบจุดตรงส่วนนั้นไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ ตามคำสั่ง เธอเกลียดรอยยิ้มที่น่าชังจากบอสบ้าอำนาจมากที่สุด “อ๊า…ไล่ขึ้นอีก แบบนั้นแหละ” เขาร้องครางออกมาอย่างห้ามกลั้นไว้ไม่อยู่ เมื่อมือน้อยของเธอแตะตรงจุดส่วนกลางของความเป็นชายแข็งขึงสู้รับจนอีกฝ่ายตกใจ แต่มุมปากหนายกยิ้มร้าย ลืมตาขึ้นแล้วรวบตัวร่างเมียสมรสที่เคยเกลียดชังเพียงเพราะอคติ หาว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงินเอาไว้ในอ้อมอก ทว่าเขาปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อตัวเธอหอมละมุน ทำให้คนสูดดมผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานได้ดี ”อ๊ะ พี่เจมส์ ไหนบอกว่าแค่นวด?” หันกลับมาหรี่ตามองต้องการคำตอบจากเจ้าของมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่แขนตั้งแต่ต้น ส่วนคนทำกลับเฉยชา ไม่รู้ไม่ชี้ “ทีแรกคิดว่าแค่นวดเฉยๆ แต่ตอนนี้เธอทำให้น้องชายของฉันตื่น เธอต้องรับผิดชอบมัน น้ำค้าง” คนเป็นเมียไม่มีสิทธิ์คัดค้านส
“หย่า? เธอลืมพันธะสัญญาหนึ่งปีของเราแล้วเหรอ” น้ำค้างเชิดหน้าขึ้น แต่กลับทำให้เจมส์ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด เห็นได้ชัดว่าใบหน้าคมคายกำลังโกรธ ย่างเท้าเดินเข้ามาฉุดดึงแขนของเธอปะทะแผงอกกว้างของสามีกำลังจะหย่าภายในเร็ววัน “พี่เจมส์! น้ำเจ็บนะคะ” พยายามบิดข้อมือเล็กจากเขา แต่อีกฝ่ายรวบตัวร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขน “เจ็บเหรอ?” แค่นหัวเราะเย้ยหยันน้ำค้าง เขาล่ะเกลียดจริงๆ คนชอบสำออย “งั้นมาลองเจ็บพร้อมกันทั้งสองคนมั้ยล่ะ” “....” น้ำค้างเงยหน้าขึ้นมามองหน้าสามี และคำตอบต่อมาทำเอาเธอส่ายหัวพัลวัน “อยู่ด้วยกันแบบนี้มันสะใจดี ยิ่งเธออยากหย่าจากฉันแล้วไปเสวยสุขกับไอ้ภรุจ ว่าที่ผัวใหม่ ฉันก็ยิ่งจะทำให้เธอทุกข์ทรมานเมื่อต้องอยู่คนที่ไม่ได้รัก เป็นไงล่ะ น้ำค้าง” ปกติเจมส์ไม่ใช่ผู้ชายจะยื้อรั้งผู้หญิง ซึ่งมองเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อชั่วครั้งชั่วคราว ยกเว้นน้ำค้างที่เขานึกอยากจะเล่นสนุกกับร่างกายของเธอต่อ ครั้งเดียวมันจะไปพออะไร! “จะทำบ้าอะไร!” เห็นร่างเล็กแหกปากร้องโวยวาย เขาก้มลงมากระซิบเสียงกระเส่า และคำพูดนั้นทำเอาน้ำค้างกลั้นหายใจ เสียววูบที่ท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูก กำสายกระเป๋าสะพายไว้แน
เธอ...คือของตายที่เหยียบผ่านไปผ่านมา เขาคิดแบบนั้นมาตลอด...ทว่า กลับทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ สุดท้ายวนวกกลับมาหาเรื่อง วอแวกเมียแต่งอยู่ภายในบ้านท่าเดียว คนอย่างน้ำค้างดื้อด้าน บอกว่าให้อยู่คอนโดฯ สุดท้ายก็ร่อนเร่เดินซมซานกลับมาอยู่บ้าน ทั้งที่แต่ก่อนเขาไม่เคยเหยียบบ้านนี้ด้วยซ้ำ ทำเอาคนเป็นพ่อคลี่ยิ้มออก สาเหตุหลักคือลูกสะใภ้คนโปรดนั่นเอง “กลับดึกเชียว ไปเที่ยวผู้หญิงมากี่คนต่อคืนแล้วล่ะ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจมส์ชอบดื่มเหล้าแทนข้าวมากกว่าอยู่ดี แต่ทว่ายังดีเหมือนแต่ก่อนที่ยอมกลับเข้ามานอนบ้าน คนเป็นพ่อส่ายหัวเอือมระอากับลูกชายคนเดียว “ป๊ายังไม่นอนอีกเหรอครับ” มันก็ช่างกล้าถาม ถ้าเขานอนแล้วคงไม่มานั่งรอลูกชายออกไปตรวจตรางานไนต์คลับของตัวเองหรอก เจต์ได้กลิ่นแอลกอฮอล์โชยโรยรินมาแตะจมูก บ่งบอกว่าวันนี้เจมส์ก็ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนอีกตามเคย ไม่เคยคิดจะห้ามปราม เพราะยังไงห้ามก็ไม่สำเร็จ “ป๊ามารอแก” ได้ยินดังนั้น เจมส์ถึงกับชักสีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม พลางใช้มืออีกข้างดันนิ้วชี้เข้าทางตัวเอง “รอผม?” หรือว่าจะเกี่ยวกับลูกสะใภ้คนโปรดของท่าน “อืม...วันนี้แกไม่ได้เข้าบริษัทท
เจมส์โทรสั่งเรเปลให้ออกไปซื้อยาลดไข้และแผงยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน เสร็จแล้วก็หันมาหาคนที่ดื้อดึง ไม่ยอมเอนหลังนอนพักบนโซฟา ระหว่างรอยา และก็ไม่รู้ว่ายาคุมฉุกเฉินต้องกินหลังมีอะไรกันกี่ชั่วโมง... “วันนี้ฉันให้เธอพักหนึ่งวัน อยากกลับบ้านหรือเปล่า หรือว่าจะเข้าไปพักด้านในห้อง” เจมส์ว่าพลางพยักพเยิดหน้าไปทางห้องนอน ซึ่งจัดเอาไว้เป็นที่พักชั่วคราว ส่วนมากถ้าไม่มีงานด่วนจริงต้องทำข้ามวันข้ามคืน น้อยโอกาสนับครั้งจะเข้าไปด้านในห้องนั้น “ไม่ค่ะ น้ำยังไหว” แต่คนเราจะฝืนร่างกายตัวเองไปได้สักกี่น้ำ ความอ่อนเพลีย ใบหน้าซีดเซียวแสดงออกชัดเจน เขาถอนหายใจหนัก รู้ดีอยู่แก่ใจว่าคนอย่างน้ำค้างรักงาน ชอบทำงานดีกว่าอยู่นิ่งเฉย แต่หักโหมฝืนสังขารร่างกายหนักเกินกว่าจะต้านรับไหวแบบนั้น คนที่เป็นห่วงมากสุดไม่ใช่เขา เพียงไม่อยากถูกพ่อเขาตำหนิ! “หรืออยากให้ฉันจับเธอมาฟาดตีก้น โตแล้วไม่ใช่เด็ก” สถานะของเจมส์มีสิทธิ์ปกครองทุกอย่าง ควบคุมเหนือกว่าเมียที่อยู่ใต้โอวาท แล้วยิ่งเขาได้สิทธิ์สามีทั้งนิตินัยและพฤตินัย ถ้าคนในปกครองดื้อด้าน ย่อมมีสิทธิ์จะกำราบอย่างไรก็ได้ ย่อมไม่ผิด “ค่ะ” น้ำค้างพยายามระงับอาการ