LOGINไม่อยากทำให้คนที่บ้านสงสัย พราวระวีจึงย้ายมาอยู่ที่บ้านของกล้าตะวัน เพราะทุกคนต่างคิดว่าคนที่เธอแต่งงานด้วยคือกัณภัทร หญิงสาวจึงต้องเล่นไปตามบท จากที่ตั้งใจว่า จะให้กัณภัทรย้ายไปอยู่บ้านเธอตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก แต่เมื่อคนที่เธอแต่งงานด้วยคือกล้าตะวัน จึงไม่อยากให้เขาไปวุ่นวายที่บ้าน เพราะกลัวพ่อกับแม่จะจับได้ กล้าตะวันกับ กัณภัทรนิสัยต่างกัน
“กลับมากันแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้างจ๊ะหนูพราว พี่กล้า ทำอะไรให้หนูพราวไม่พอใจหรือเปล่า” มารตรีถามลูกสะใภ้ แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพของเธอ เนื้อตัวส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมามีแต่รอยเขียวช้ำ ทั้งรอยฟัน รอยนิ้วมือ และถ้าดูไม่ผิดรอยแดงตามลำคอนั่นน่าจะเป็นรอยดูด พราวระวีหลบตา จากสภาพที่เห็นมารตรีคงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“กล้า!” หันไปตวาดลูกชาย ที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ ข้างหลังหญิงสาว
“อะไรกันคุณเสียงดังลั่นบ้านเลย กลับกันมาแล้วเหรอ...กล้า! หนูพราว!” อนันต์ก็ตกใจไม่แพ้มารตรี เมื่อเห็นสภาพของลูกชายกับลูกสะใภ้
“ขอตัวนะครับ ไปคุณ ห้องผมอยู่ทางโน้น” พูดจบก็กอดเอวคนตัวเล็ก แล้วทำท่าจะลากเธอออกไป แต่พราวระวีขืนตัวเอาไว้ แล้วแกะมือเขาออกจากเอว
“คุณพ่อคุณแม่คะ พราวไม่อยากอยู่กับเขา พราวรักกันต์”
พราวระวีบอกกับผู้ใหญ่ทั้งสอง ให้ท่านช่วยหาทางออกของเรื่องนี้ จากที่ตกลงกันว่า เธอจะอยู่ที่นี่จนกว่ากัณภัทร จะกลับมา แล้วหลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมด เพราะเธอกับ กล้าตะวันมีความสัมพันธ์กัน คำพูดของหญิงสาวทำให้ กล้าตะวันกำหมัดแน่น
“เอ่อ...คือ...” มารตรีกับอนันต์มองหน้ากัน เมื่อเห็นใบหน้าที่บึ้งตึงของลูกชายคนโตก็พูดไม่ออก
“กล้ากับหนูพราว”
“ยังต้องให้พูดอีกเหรอแม่” กล้าตะวันพูดอย่างเบื่อหน่าย ภาพมันฟ้องขนาดนี้ แม่เขายังจะถามเอาอะไรอีก
“แม่คะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันค่ะ พราวไม่ได้มีอะไรกับคุณกล้านะคะ เราแค่...แค่ทะเลาะกันค่ะ คุณแม่ให้พราวอยู่ด้วยนะคะ พราวจะอยู่รอกันต์” พราวระวีขอร้อง เพราะไม่อยากอยู่บ้านหลังเดียวกับเขา
“กล้า แม่ว่า...”
“ผมไม่อยากแต่งงานกับเธอ แต่พ่อกับแม่ก็บังคับ แล้วยังไงครับ เข้าพิธีแต่ง จดทะเบียนสมรส นอนด้วยกันแล้ว พ่อกับแม่คิดว่าจะให้เธออยู่ที่นี่สถานะไหน ถ้าพ่อกับแม่จะให้เธอรอไอ้กันต์ ผมจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีก ผมไม่นิยมใช้ของร่วม กับใคร ต่อให้คนคนนั้นเป็นน้องก็เถอะ” กล้าตะวันหยุดคำพูดไว้แค่นั้น แล้วหันมามองพราวระวี
“ถ้าอยากเป็นเมียไอ้กันต์มาก ก็รอมันอยู่ที่นี่ ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก” พูดจบกล้าตะวันก็เดินออกไป ทิ้งให้พราวระวียืนอยู่ตรงที่เดิม ถ้าพ่อกับแม่ยังต้องการให้เธอเป็นเมียกัณภัทร เขาจะไปจากที่นี่ ถึงจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอ แต่คงรู้สึกไม่ดีถ้าต้องเห็นเธออยู่กับกัณภัทร ใจเขาไม่กว้างขนาดนั้น โดยเฉพาะกับเรื่องนี้ ถ้าเธอรักกัณภัทรมาก เขาก็จะปล่อยเธอไป
“อ้อ” หันมาหาพราวระวี เมื่อนึกอะไรได้บางอย่าง “กิน ยาคุมด้วยนะ ผมไม่ได้ป้องกัน”
“กล้า!”
“กล้า!”
อนันต์กับมารตรีอุทานออกมาพร้อมกัน ในขณะที่ พราวระวีอายจนแทบแทรกแผ่นดิน
“เอ่อ... หนูพราวคะ แม่ว่า...”
“พราวไม่ได้รักคุณกล้าค่ะ พราวรักกันต์ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ พราวกับคุณกล้าตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดถึงมันอีก พราวขออยู่รอกันต์ที่นี่นะคะ พราวอยากรู้เหตุผลว่า ทำไมกันต์ถึงทำแบบนี้กับพราว”
คำพูดของหญิงสาว ทำให้คนสูงวัยกลืนน้ำลายลงคอ ดูเหมือนว่ากล้าตะวันจะไม่รับรู้เรื่องที่พราวระวีพูดเลยสักนิด เพราะลูกชายเขาเพิ่งจะพูดเรื่องคุมกำเนิด ถ้าเกิดพราวระวีกับกัณภัทรเคลียร์กันได้ และตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน พราวระวีจะเป็นนางพญาเทครัว ได้ทั้งพี่ได้ทั้งน้อง และถ้าสามคนนี้ตกลงจะอยู่ด้วยกัน บ้านเขาจะเป็นอย่างไร ไหนจะหลานที่จะเกิดมาอีก เขาจะทำใจได้เหรอที่ลูกของกล้าตะวันกับกัณภัทรมีแม่ คนเดียวกัน
“พ่อกับแม่ไม่มีปัญหานะ ถ้าหนูพราวจะอยู่รอเจ้ากันต์ที่นี่ แต่คนที่จะมีปัญหาน่าจะเป็นกล้าเสียมากกว่า หนูพราวตกลงกับกล้าเข้าใจแล้วใช่ไหมลูก” อนันต์ถามเพื่อความแน่ใจ เพราะรู้ว่าลูกชายคนโตของเขามีนิสัยอย่างไร
“พราวไม่ได้รักคุณกล้าค่ะ” พราวระวียืนยันหนักแน่น
คำพูดของเธอทำให้คนที่ยืนพิงผนังห้องต้องถอนหายใจออกมา เมื่อเธอยืนยันชัดเจนว่า คนที่เธอรักคือกัณภัทร นี่เป็นอีกครั้งที่กล้าตะวันอยากมีตัวตนบนโลกใบนี้ ที่ผ่านมาเขาพอใจและมีความสุขที่ได้อยู่ในโลกของตัวเอง ตาคมเข้มปิดลง ภาพวันวานย้อนกลับเข้ามาในหัว เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขาเรียนอยู่ ม.ปลาย ผู้หญิงที่เขาช่วยจากกลุ่มอันธพาลที่มาจากต่างโรงเรียน เข้าใจว่าเขาคือกัณภัทร เพราะวันนั้นเขาใส่เสื้อของกัณภัทรไปเรียน เขาไม่มีเวลาอธิบายเพราะต้องพาเธอหนี วันที่เธอมาขอบคุณ เธอมอบกล่องของขวัญให้กัณภัทร นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาอยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า มีคนชื่อกล้าตะวันอยู่บนโลกใบนี้ เขาไม่อยากเป็นเงาของกัณภัทร โดยเฉพาะเงา ที่อยู่ในตาของผู้หญิงที่ชื่อพราวระวี
พราวระวีสั่งให้เด็กรับใช้เก็บเสื้อผ้าและของใช้ลูก หลังจากเจอกับตวิษาเธอก็ตัดสินใจในตอนนั้นเลยว่า จะพาลูกไปอยู่ที่อื่น เธอกลัวตวิษาจะมาพรากแสนรักไปจากเธอ “ใจเย็น ๆ นะพราว ใครก็เอาลูกไปจากคุณไม่ได้ทั้งนั้น”กล้าตะวันปลอบพร้อมกับอธิบายเหตุผล “ตวิษาเป็นแม่ สักวันเธอต้องมาพรากแสนรักไปจากพราว พราวยอมไม่ได้หรอกค่ะ แสนรักคือลูกของพราว พราวรักแกมาก พราวคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแก” เน้นย้ำให้สามีฟัง ถึงความรู้สึกและความรักที่มีต่อแสนรัก เธอรับแสนรักเป็นลูกเพราะเธอรักแสนรักจริง ๆ “ตวิษาจะไม่มีทางพรากแสนรักไปจากพราว พราวลืมแล้วเหรอว่าพราวเป็นแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก”“จริงด้วย!” คำพูดของสามีทำให้พราวระวีฉุกคิด ปานชีวันยังไม่ได้แจ้งเกิด จนกระทั่งกล้าตะวันกับเธอรับเป็นลูกจึงมี ใบเกิด นั่นเท่ากับตวิษาจะไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เพราะในใบเกิดระบุชัดเจนว่าเธอเป็นแม่ “เห็นไหม ตวิษาจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะแสนรักคือลูกของเรา อีกอย่างผมคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหรอก ถ้าเธอรักลูกจริง ๆ คงไม่ทิ้งแกไป”“พราวจะไม่ให้ใครมาทำอะไรลูกของพราวทั้งนั้น ไม่ว่า ตวิษาหรือกัณภัทร สองคนนั้นจะไม่ได้แตะลูกพรา
ถามพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ แสนรักพยักหน้าตอบ ทันทีที่สบตากัน หัวใจของตวิษาก็เต้นคร่อมจังหวะ บางอย่างในดวงตาคู่เล็ก ทำให้ตวิษาละสายตาออกจากใบหน้าของหนูน้อยไม่ได้ “เดี๋ยวน้าหยิบให้นะคะ” บอกกับเด็กน้อย และได้รอยยิ้มที่แสนน่ารักเป็นคำตอบ คนตัวเล็กหลีกทางให้เธอ ตวิษาเอื้อมมือไปหยิบลูกบอลแล้วส่งให้ แสนรักยกมือไหว้ ก่อนจะรับลูกบอลมาถือเอาไว้ “น่ารักจังเลย” ไตรฉัตรเอ่ยชมเมื่อเห็นการกระทำของ หนูน้อย เขาอยากมีลูกสักคน แต่ตวิษายังไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที “แม่อยู่ไหนคะ” ถามเพราะไม่เห็นใครตามหนูน้อยมา อยู่ ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา บางทีหนูน้อยอาจจะหลงทาง“เอาไงดีคะคุณฉัตร ฝ้ายคิดว่าแกน่าจะหลงทาง” หันมาถามเจ้านายที่เพิ่งจะกลายมาเป็นคนรักได้ไม่นาน“พาไปประกาศหาแม่ดีไหมครับ” ไตรฉัตรออกความคิดเห็น “ดีค่ะ ฝ้ายก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เมื่อตกลงกันได้ ตวิษา ก็จับลงที่มือเล็ก พาหนูน้อยไปยังจุดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประกาศหาผู้ปกครองให้“แสนรัก อยู่นี่เองลูก!” พราวระวีร้องออกมาด้วยความยินดี เมื่อหาแสนรักเจอหลังจากที่หันมาแล้วไม่เห็นลูก เธอก็รีบออกตาม หา ยังไม่ได้บอกให้กล้าตะวันรู้ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ
“หม่ำ หม่ำ” เสียงร้องของคนที่อยู่ในเปล ทำให้คน ตัวเล็กกลมป้อมที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนั้นลุกขึ้น หนูน้อยปีนขึ้นเตียงนอนอย่างเร็ว แม้จะยากลำบากเพราะช่วงขาที่สั้นและร่างกายที่กลมป้อม แต่แสนรักก็พยายามจนสุดกำลัง เพราะรู้ว่าคนในเปลต้องการอะไร “น้อน น้อน” มือเล็กหยิบขวดนมที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้ แล้วส่งจุกนมเข้าปากตัวเอง ดูดเสียงดังแจ๊บ ๆ คนในเปลมองตาแป๋ว เมื่อเห็นแสนรักดูดเอา ๆ“หม่ำ หม่ำ” คนดีมองขวดนมในมือแสนรัก ร้องขอเมื่อคนเป็นพี่ยังไม่ส่งมาให้ แสนรักดึงจุกนมออกจากปาก ก่อนจะส่งให้น้อง มือเล็กของคนดีเอื้อมมารับขวดนม แล้วส่งเข้าปากตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม ตากลมโตคู่เล็กมองคนในเปล แล้วปรบมือให้ตัวเอง เพราะทุกครั้งที่แสนรักหยิบขวดนมให้น้อง พราวระวีจะปรบมือให้เป็นรางวัล และชมเชยว่าแสนรักเก่ง เด็กน้อยเลยจำการกระทำเหล่านี้มาจากคนเป็นแม่ เวลาที่ไม่มีคนชมแสนรักจะปรบมือตัวเอง พราวระวีที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูหัวเราะให้กับการกระทำของลูก แล้วเอ่ยชม เพราะแสนรักเก่งจริง ๆ ที่หยิบขวดนมส่งให้น้องได้ คนเป็นแม่ยิ่งเอ็นดูมากขึ้น เมื่อเห็นแสนรักดูดนมของน้อง ลูกคงจำมาจากพ่อ เพราะเวลาที่กล้าตะว
“หนูแสน มานี่ลูก” ถึงแม้จะเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่พราวระวีก็ยังทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุด หลังจากให้นม คนดีจนหลับคาอก คุณแม่ลูกสองก็เรียกลูกสาวคนโตมากอด เพราะกลัวแสนรักจะน้อยใจ“น้อนนน... แสนย้ากน้อน” นิ้วเล็กชี้ไปยังคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ในเปลที่อยู่ติดกับอีกฝากของเตียง“น้องคนดีก็รักพี่แสนค่ะ แสนรักของแม่” จมูกโด่งสวย พรมจูบลงบนศีรษะเล็กอย่างแสนรัก เด็กบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ แสนรักรักเธออย่างไม่มีข้อแม้ เพราะคิดว่าเธอ คือแม่ของเขา“แม่จ๋า” แขนเล็กกอดคอเธอเอาไว้ แล้วซุกตัวเข้าหาอกอุ่น“นอนนะคะ พ่อติดประชุมคงกลับดึก ฝันดีนะคะแสนรักของแม่” ตบลงที่ก้นเล็กเบา ๆ แสนรักเลิกนมแล้วแค่กอด และตบก้น ไม่นานลูกก็หลับสนิทคาอก ตั้งแต่ที่รับแสนรัก มาเลี้ยง พราวระวีก็ยกงานที่บริษัทให้กล้าตะวันเป็นคนดูแล และเป็นอย่างที่เขาพูดไว้จริง ๆ เมื่ออำนาจอยู่ในมือ บริษัทของปรมะก็ไม่ได้ทำการค้ากับบริษัทของเธออีกต่อไป เพราะสามีขี้หึงจัดการรวบบริษัทของเธอเข้าไปเป็นบริษัทในเครือ ของเขา กัณภัทรไปอยู่ต่างประเทศ กล้าตะวันจึงบริหารงานแต่เพียงผู้เดียวตาคู่คมมองไปยังคนที่นอนหล
“ไม่ต้องกลัวนะพราว” เอ่ยปลอบเมื่อเห็นอาการหวาดหวั่น และแววกังวลในดวงตาคู่สวย“ไว้ใจผมนะครับ” พูดพร้อมกับดึงกางเกงผ้ายืดตัวสวยออกไปให้พ้นทาง ตามด้วยชั้นในสีหวาน ก่อนที่ร่างแข็งแกร่ง จะเบียดเข้าไปหาร่างเปลือยเปล่าอวบอิ่มของเธอ พราวระวี ไม่ขัดขืน มีแต่อาการเกร็งในช่วงแรก กล้าตะวันแสดงความรักกับเธออย่างอ่อนโยน ทะนุถนอม ระมัดระวังเมื่อสำนึกได้ว่าเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในตัวเธอ การกระทำของเขาอ่อนโยนจนพราวระวีหายกังวล ไม่ขัดขืนและไม่ห้ามปราม ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หัวใจเรียกร้อง ไม่นานใบหน้าหล่อเหลาก็ซบลงมาบนซอกคอขาวเนียน แล้วทอดร่างตามมากกกอดเธอเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันไล้ไปตามซอกคอ หอมกรุ่น จูบหนัก ๆ บนแก้มขาวเนียนฟอดใหญ่ พราวระวีดึง ผ้าห่มมาพันร่างไว้หลวม ๆ พร้อมกับถอยออกจากอ้อมแขน ของเขา“จะไปไหนครับ” ถามเมื่อคนท้องแกะมือเขาออกจากเอว“อาบน้ำค่ะ” ตอบสั้น ๆ ไม่สบตาคมที่จ้องมองมาอย่างล้อเลียนของเขา ถึงจะมีอะไรกันจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พราวระวีก็ยังเขินอาย“ไม่เอา ขอกอดก่อนนะ” กล้าตะวันต่อรอง พร้อมขยับแขนที่กอดอยู่ตรงช่วงเอว ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม“อึดอัดค่ะ” บ
ตาคมเข้มมองลูกที่หลับอยู่บนเตียง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังกระดาษแผ่นน้อยที่วางอยู่บนหัวเตียงอย่าง ไร้ความรู้สึก แม่บอกว่าตวิษาหนีออกจากบ้าน แล้วทิ้งจดหมายเอาไว้ เนื้อความของจดหมายมีแต่คำขอโทษและฝากฝังลูก หนูแสนรักจะอบอุ่นถ้าได้อยู่ที่นี่ ถูกแล้วที่ตวิษาตัดใจไปจากลูก เพราะเขาก็เคยตกลงกับเธอไว้แบบนี้ เงินที่เขาโอนให้สามารถเลี้ยงเธอไปได้ตลอดชีวิต “แอ๊ะ” เสียงที่ดังมาพร้อมกับคนตัวเล็กที่บิดตัวไปมา ทำให้คนเป็นพ่อขยับเข้าไปใกล้เตียงอีกนิด มือหนาช้อนลูกขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วหอมลงที่แก้มคนตัวเล็กฟอดใหญ่ นี่คือลูก ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ที่เรื่องกลายมาเป็นแบบนี้ ก็เพราะลูกคงถูกกำหนดมาให้ต้องอยู่กับเขาตลอดไป“พ่อขอโทษนะลูก อยู่กับย่านะครับ ปู่กับย่าจะเป็นพ่อแม่ที่ดีของหนู พ่อขอโทษที่ให้อภัยแม่ไม่ได้ อย่าโกรธพ่อนะครับ”“แอ๊ะ แจ๊บ ๆ ๆ” แสนรักร้องตอบพร้อมกับดูดกำปั้นเสียงดัง นั่นยิ่งทำให้คนเป็นพ่อเอ็นดูลูกมากขึ้น ลูกน่ารักแบบนี้นี่เอง ตวิษาถึงได้ตัดใจทิ้งลูกไม่ลง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้กัณภัทรก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาให้อภัยเธอไม่ได้จริง ๆ แสนรักจะเติบโตขึ้นมาอย่างสวยงาม เพรา







