Masukบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัด เมื่อพราวระวีต้องลงมาทานข้าวเย็นพร้อมกัน อนันต์นั่งหัวโต๊ะ มารตรีนั่งทางขวามือ กล้าตะวันนั่งทางซ้าย พราวระวีนั่งข้าง คุณมารตรี เท่ากับว่าเธอต้องนั่งตรงข้ามกับเขา หลายครั้งที่ตากลมโตกับตาคมเข้มสบกันและเป็นพราวระวีที่เป็นฝ่ายหลบ เพราะสู้กับสายตาของเขาไม่ไหว ไม่เพียงแค่ใบหน้า เนื้อตัวของเธอก็ร้อนไปหมด เมื่อนึกถึงเรื่องที่ทำร่วมกันบนเตียง เธอกับเขาก็ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า พยายามจะไม่นึกถึงแต่ก็อดไม่ได้
“กล้าแบ่งกุ้งให้น้องบ้างสิลูก กินคนเดียวเลย” มารตรีพูดกับลูกชาย แล้วหันมาหาลูกสะใภ้
“กุ้งทอดกระเทียมจ้ะหนูพราว พี่กล้าเขาชอบมาก ดูสิ กินไม่แบ่งใครเลย” พราวระวีกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อแม่สามี ชวนคุย
“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยขอบคุณเมื่อกุ้งตัวโตลอยมาตกในจาน ต้องเรียกว่าโยนถึงจะถูก เพราะเธอเห็นกล้าตะวันใช้ช้อนงัดมันใส่จานของเธอ
“กล้าลูก!” มารตรีหันมาดุลูกชาย เมื่อเห็นการกระทำ ของเขา
“กล้าจะกลับใต้วันไหน ถ้าไม่มีงานด่วนพ่ออยากให้อยู่ต่ออีกสักหน่อย” อนันต์ชวนคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ พราวระวีลอบมองหน้าชายหนุ่ม ที่เธอไม่ค่อยได้เห็นหน้าเขา เพราะเขาไปอยู่ใต้นั่นเอง
“กลับเลยครับ” ตอบแล้วหันมาสนใจกับข้าวในจานต่อ รีบกินจะได้ไปจากบรรยากาศที่น่าเบื่อหน่ายนี่เสียที เห็นหน้าเธอแล้วพาให้กินข้าวไม่ลง
“พี่กล้าเขาอยู่ใต้ค่ะหนูพราว เขาไปดูแลกิจการให้คุณตาคุณยาย” มารตรีขยายความให้ เมื่อเห็นสายตาที่พราวระวีมองลูกชายคนโตของนาง สองคนนี้ตกล่องปล่องชิ้นกันแล้ว บางทีอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ได้
“ค่ะ” ขานรับเพราะไม่รู้จะพูดอะไร กล้าตะวันกลอกตา แม่เขาคิดจะทำอะไร จะเล่าเรื่องของเขาให้เธอฟังทำไม ไม่จำเป็นเลยสักนิด เขาจะอยู่ที่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเธอ
“อิ่มแล้วเหรอกล้า” อนันต์ถามเมื่อเห็นกล้าตะวันรวบช้อนเข้าหากัน
“ครับ ขอตัวนะครับ” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
“พี่กล้าเขาทานข้าวเร็วค่ะหนูพราว เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ มารยาทอะไรก็ไม่ค่อยมี หนูอย่าถือสาพี่เขานะลูก”
“ค่ะแม่”
“ทานต่อเถอะ” อนันต์พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าภรรยาของเขากำลังทำให้พราวระวีลำบากใจ นางคงลืมไปว่าพราวระวีแต่งงานกับกัณภัทรไม่ใช่กล้าตะวัน
พราวระวีขอตัวเมื่อทานต่อไม่ลง อึดอัดจนบอกไม่ถูก หญิงสาวโทร. หากัณภัทรเพราะคิดว่าเขาอาจจะเปิดมือถือ และรับสายของเธอ แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม จนป่านนี้ยังติดต่อเขาไม่ได้ ห้องนอนของเธออยู่ตรงข้ามกับห้องของกัณภัทร และอยู่คนละฝั่งกับกล้าตะวัน แต่เธอเห็นว่ามีทางเชื่อมต่อกันด้านหลัง ที่เดินไปสระว่ายน้ำ และฝั่งของกล้าตะวันได้
ร่างบางขยับชุดคลุมให้กระชับตัว เมื่อเดินออกมาข้างนอก แปลกที่จึงทำให้นอนไม่หลับ กว่าจะได้กลับบ้านก็คงอีกนาน เท้าบางก้าวไปตามทางเดิน นั่งรับลมที่สระว่ายน้ำสักพัก คงทำให้รู้สึกดีขึ้น
“อุ๊ย!” ทันทีที่เดินพ้นมุมตึก ร่างบางก็ชนกับคนที่เดินสวนมาอย่างแรง และก่อนที่จะได้พูดอะไร คนที่เดินชนก็รวบเธอ เข้าไปในอ้อมแขน แล้วประกบปากลงมาอย่างเร็ว จนเธอตั้งตัวไม่ทัน
“อื้อ...” มือบางทุบไปบนอกแกร่ง ไม่เห็นหน้าแต่เธอก็ จำกลิ่นที่ระเหยออกมาจากตัวเขาได้
กล้าตะวันไม่สนใจคนที่ดิ้นในอ้อมแขน เขาเห็นตั้งแต่ ตอนที่เธอเดินลงมาจากชั้นบน และตั้งใจมาดักรอเธอตรงนี้
ลิ้นร้อนสอดเข้าไปหาความหวานในโพรงปากบาง มือที่ยึดช่วงเอวลูบไล้ไปมา แล้วไปหยุดที่สะโพกผายงามงอน ชุดนอนที่เธอใส่บางเบา ต่อให้มีเสื้อคลุมอีกชั้น แต่ก็ไม่ช่วยอะไร ความร้อนจากฝ่ามือหนากระจายไปทั่วผิวเนื้อที่เขาสัมผัส ร่างบางดิ้นหนี ยิ่งทำให้กล้าตะวันลงมือหนักขึ้น ร่างสูงดันคน ในอ้อมแขนไปชิดกำแพง ถอนปากออกให้เธอได้หายใจ แล้วซุกไซ้ไปตามลำคอระหง
“หยุดนะคุณกล้า!” พราวระวีตวาดเมื่อปากเป็นอิสระ แต่กล้าตะวันไม่สนใจ จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับเธออีก แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ไม่ไหว ถ้าไม่ติดพ่อกับแม่ เขาคงจัดการเธอตั้งแต่บนโต๊ะอาหารแล้ว
“ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อย!” พราวระวีร้องลั่นเมื่อถูกดัน ไปติดกำแพง และต้องตกใจมากไปอีก เมื่อกล้าตะวันจับเธอ หันหน้าเข้าหากำแพง แล้วยึดแขนเธอเอาไว้
“จะทำอะไร ปล่อยนะคุณกล้า!” กรีดร้องเมื่อกระโปรงชุดนอนถกขึ้นไปค้างอยู่บนเอว
“แต่งตัวมายั่วขนาดนี้ ก็จัดให้แล้วไง” เสียงแหบห้าวกระซิบชิดใบหู แล้วขบฟันลงมาที่ลำคอระหง พราวระวีกรีดร้อง เจ็บบริเวณที่ถูกกัด
“ใครยั่วคุณ ปล่อยฉันนะ!” ร่างบางดิ้นหนี เมื่อร่างหนาแทรกขาเข้ามาในหว่างขาของเธอ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ตรงนี้เป็นทางเดิน ถ้ามีคนผ่านมาเห็นจะเป็นยังไง
แควก
“คุณกล้า!” ร้องเสียงหลงเมื่อกางเกงชั้นในถูกกระชากจนขาดติดมือ มือหนาบีบเคล้นไปตามก้นงามงอน แล้วไปหยุดที่ดอกไม้งาม พราวระวีกลั้นหายใจ เมื่อมือร้อนสัมผัสลงมาตรง จุดนั้น มือที่จับแขนลงน้ำหนักยึดเธอไว้ แล้วสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่น ร่างบางเกร็งค้างเมื่อนิ้วร้ายแทรกเข้ามาโดยปราศจากการเล้าโลม ตรงนี้เป็นพื้นที่ของเขาไม่มีใครเข้ามาทั้งนั้น กล้องวงจรปิดก็ไม่มี เพราะกล้าตะวันรักความเป็นส่วนตัวที่สุด
“เจ็บ!” ร้องออกมาเมื่อนิ้วร้ายในร่องรักเริ่มขยับไปมา เขาต้องบ้าไปแล้ว ไหนว่าจะไม่แตะต้องเธออีก แล้วที่ทำอยู่คืออะไร ร่องรอยที่ทิ้งไว้บนตัวยังไม่จางลงสักนิด เขาจะเพิ่มมัน อีกแล้วเหรอ มือหนาดึงรั้งชุดนอนออกไปให้พ้นทาง ร่างสูงคุกเข่าลงกับพื้น จับขาเธอขึ้นพาดบ่า แล้วแทรกหน้าเข้ามาจากทางด้านหลัง ไอร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดช่วงบั้นท้าย ทำให้ขนอ่อนพากันเรียงตัว
“คุณกล้า ปล่อยฉันนะ ฉันเกลียดคุณ”
“แต่ร่างกายคุณไม่ได้เกลียดผมเลยพราว คุณก็รู้ว่าเรา เข้ากันได้ดีขนาดไหน”
“ฉันแต่งงานกับกันต์ สามีฉันคือกันต์!”
“แต่ผมเป็นผัวคุณ เป็นผู้ชายคนแรกของคุณ” พูดออกมาด้วยความโมโห เมื่อเธอเอ่ยชื่อกัณภัทรออกมา
“มันก็แค่อุบัติเหตุ คุณพูดเองไม่ใช่เหรอ ระหว่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แค่สนุกชั่วคราว”
“ตอนนี้ผมอยากสนุก คุณช่วยผมหน่อยก็แล้วกัน”
พูดจบก็ลุกขึ้น ช้อนหญิงสาวเข้าสู่วงแขน เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องนอนของเขา ยังจะปากแข็งว่าไม่ได้ลงมาอ่อยเขา อีกเหรอ
พราวระวีสั่งให้เด็กรับใช้เก็บเสื้อผ้าและของใช้ลูก หลังจากเจอกับตวิษาเธอก็ตัดสินใจในตอนนั้นเลยว่า จะพาลูกไปอยู่ที่อื่น เธอกลัวตวิษาจะมาพรากแสนรักไปจากเธอ “ใจเย็น ๆ นะพราว ใครก็เอาลูกไปจากคุณไม่ได้ทั้งนั้น”กล้าตะวันปลอบพร้อมกับอธิบายเหตุผล “ตวิษาเป็นแม่ สักวันเธอต้องมาพรากแสนรักไปจากพราว พราวยอมไม่ได้หรอกค่ะ แสนรักคือลูกของพราว พราวรักแกมาก พราวคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแก” เน้นย้ำให้สามีฟัง ถึงความรู้สึกและความรักที่มีต่อแสนรัก เธอรับแสนรักเป็นลูกเพราะเธอรักแสนรักจริง ๆ “ตวิษาจะไม่มีทางพรากแสนรักไปจากพราว พราวลืมแล้วเหรอว่าพราวเป็นแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก”“จริงด้วย!” คำพูดของสามีทำให้พราวระวีฉุกคิด ปานชีวันยังไม่ได้แจ้งเกิด จนกระทั่งกล้าตะวันกับเธอรับเป็นลูกจึงมี ใบเกิด นั่นเท่ากับตวิษาจะไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เพราะในใบเกิดระบุชัดเจนว่าเธอเป็นแม่ “เห็นไหม ตวิษาจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะแสนรักคือลูกของเรา อีกอย่างผมคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหรอก ถ้าเธอรักลูกจริง ๆ คงไม่ทิ้งแกไป”“พราวจะไม่ให้ใครมาทำอะไรลูกของพราวทั้งนั้น ไม่ว่า ตวิษาหรือกัณภัทร สองคนนั้นจะไม่ได้แตะลูกพรา
ถามพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ แสนรักพยักหน้าตอบ ทันทีที่สบตากัน หัวใจของตวิษาก็เต้นคร่อมจังหวะ บางอย่างในดวงตาคู่เล็ก ทำให้ตวิษาละสายตาออกจากใบหน้าของหนูน้อยไม่ได้ “เดี๋ยวน้าหยิบให้นะคะ” บอกกับเด็กน้อย และได้รอยยิ้มที่แสนน่ารักเป็นคำตอบ คนตัวเล็กหลีกทางให้เธอ ตวิษาเอื้อมมือไปหยิบลูกบอลแล้วส่งให้ แสนรักยกมือไหว้ ก่อนจะรับลูกบอลมาถือเอาไว้ “น่ารักจังเลย” ไตรฉัตรเอ่ยชมเมื่อเห็นการกระทำของ หนูน้อย เขาอยากมีลูกสักคน แต่ตวิษายังไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที “แม่อยู่ไหนคะ” ถามเพราะไม่เห็นใครตามหนูน้อยมา อยู่ ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา บางทีหนูน้อยอาจจะหลงทาง“เอาไงดีคะคุณฉัตร ฝ้ายคิดว่าแกน่าจะหลงทาง” หันมาถามเจ้านายที่เพิ่งจะกลายมาเป็นคนรักได้ไม่นาน“พาไปประกาศหาแม่ดีไหมครับ” ไตรฉัตรออกความคิดเห็น “ดีค่ะ ฝ้ายก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เมื่อตกลงกันได้ ตวิษา ก็จับลงที่มือเล็ก พาหนูน้อยไปยังจุดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประกาศหาผู้ปกครองให้“แสนรัก อยู่นี่เองลูก!” พราวระวีร้องออกมาด้วยความยินดี เมื่อหาแสนรักเจอหลังจากที่หันมาแล้วไม่เห็นลูก เธอก็รีบออกตาม หา ยังไม่ได้บอกให้กล้าตะวันรู้ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ
“หม่ำ หม่ำ” เสียงร้องของคนที่อยู่ในเปล ทำให้คน ตัวเล็กกลมป้อมที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนั้นลุกขึ้น หนูน้อยปีนขึ้นเตียงนอนอย่างเร็ว แม้จะยากลำบากเพราะช่วงขาที่สั้นและร่างกายที่กลมป้อม แต่แสนรักก็พยายามจนสุดกำลัง เพราะรู้ว่าคนในเปลต้องการอะไร “น้อน น้อน” มือเล็กหยิบขวดนมที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้ แล้วส่งจุกนมเข้าปากตัวเอง ดูดเสียงดังแจ๊บ ๆ คนในเปลมองตาแป๋ว เมื่อเห็นแสนรักดูดเอา ๆ“หม่ำ หม่ำ” คนดีมองขวดนมในมือแสนรัก ร้องขอเมื่อคนเป็นพี่ยังไม่ส่งมาให้ แสนรักดึงจุกนมออกจากปาก ก่อนจะส่งให้น้อง มือเล็กของคนดีเอื้อมมารับขวดนม แล้วส่งเข้าปากตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม ตากลมโตคู่เล็กมองคนในเปล แล้วปรบมือให้ตัวเอง เพราะทุกครั้งที่แสนรักหยิบขวดนมให้น้อง พราวระวีจะปรบมือให้เป็นรางวัล และชมเชยว่าแสนรักเก่ง เด็กน้อยเลยจำการกระทำเหล่านี้มาจากคนเป็นแม่ เวลาที่ไม่มีคนชมแสนรักจะปรบมือตัวเอง พราวระวีที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูหัวเราะให้กับการกระทำของลูก แล้วเอ่ยชม เพราะแสนรักเก่งจริง ๆ ที่หยิบขวดนมส่งให้น้องได้ คนเป็นแม่ยิ่งเอ็นดูมากขึ้น เมื่อเห็นแสนรักดูดนมของน้อง ลูกคงจำมาจากพ่อ เพราะเวลาที่กล้าตะว
“หนูแสน มานี่ลูก” ถึงแม้จะเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่พราวระวีก็ยังทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุด หลังจากให้นม คนดีจนหลับคาอก คุณแม่ลูกสองก็เรียกลูกสาวคนโตมากอด เพราะกลัวแสนรักจะน้อยใจ“น้อนนน... แสนย้ากน้อน” นิ้วเล็กชี้ไปยังคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ในเปลที่อยู่ติดกับอีกฝากของเตียง“น้องคนดีก็รักพี่แสนค่ะ แสนรักของแม่” จมูกโด่งสวย พรมจูบลงบนศีรษะเล็กอย่างแสนรัก เด็กบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ แสนรักรักเธออย่างไม่มีข้อแม้ เพราะคิดว่าเธอ คือแม่ของเขา“แม่จ๋า” แขนเล็กกอดคอเธอเอาไว้ แล้วซุกตัวเข้าหาอกอุ่น“นอนนะคะ พ่อติดประชุมคงกลับดึก ฝันดีนะคะแสนรักของแม่” ตบลงที่ก้นเล็กเบา ๆ แสนรักเลิกนมแล้วแค่กอด และตบก้น ไม่นานลูกก็หลับสนิทคาอก ตั้งแต่ที่รับแสนรัก มาเลี้ยง พราวระวีก็ยกงานที่บริษัทให้กล้าตะวันเป็นคนดูแล และเป็นอย่างที่เขาพูดไว้จริง ๆ เมื่ออำนาจอยู่ในมือ บริษัทของปรมะก็ไม่ได้ทำการค้ากับบริษัทของเธออีกต่อไป เพราะสามีขี้หึงจัดการรวบบริษัทของเธอเข้าไปเป็นบริษัทในเครือ ของเขา กัณภัทรไปอยู่ต่างประเทศ กล้าตะวันจึงบริหารงานแต่เพียงผู้เดียวตาคู่คมมองไปยังคนที่นอนหล
“ไม่ต้องกลัวนะพราว” เอ่ยปลอบเมื่อเห็นอาการหวาดหวั่น และแววกังวลในดวงตาคู่สวย“ไว้ใจผมนะครับ” พูดพร้อมกับดึงกางเกงผ้ายืดตัวสวยออกไปให้พ้นทาง ตามด้วยชั้นในสีหวาน ก่อนที่ร่างแข็งแกร่ง จะเบียดเข้าไปหาร่างเปลือยเปล่าอวบอิ่มของเธอ พราวระวี ไม่ขัดขืน มีแต่อาการเกร็งในช่วงแรก กล้าตะวันแสดงความรักกับเธออย่างอ่อนโยน ทะนุถนอม ระมัดระวังเมื่อสำนึกได้ว่าเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในตัวเธอ การกระทำของเขาอ่อนโยนจนพราวระวีหายกังวล ไม่ขัดขืนและไม่ห้ามปราม ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หัวใจเรียกร้อง ไม่นานใบหน้าหล่อเหลาก็ซบลงมาบนซอกคอขาวเนียน แล้วทอดร่างตามมากกกอดเธอเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันไล้ไปตามซอกคอ หอมกรุ่น จูบหนัก ๆ บนแก้มขาวเนียนฟอดใหญ่ พราวระวีดึง ผ้าห่มมาพันร่างไว้หลวม ๆ พร้อมกับถอยออกจากอ้อมแขน ของเขา“จะไปไหนครับ” ถามเมื่อคนท้องแกะมือเขาออกจากเอว“อาบน้ำค่ะ” ตอบสั้น ๆ ไม่สบตาคมที่จ้องมองมาอย่างล้อเลียนของเขา ถึงจะมีอะไรกันจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พราวระวีก็ยังเขินอาย“ไม่เอา ขอกอดก่อนนะ” กล้าตะวันต่อรอง พร้อมขยับแขนที่กอดอยู่ตรงช่วงเอว ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม“อึดอัดค่ะ” บ
ตาคมเข้มมองลูกที่หลับอยู่บนเตียง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังกระดาษแผ่นน้อยที่วางอยู่บนหัวเตียงอย่าง ไร้ความรู้สึก แม่บอกว่าตวิษาหนีออกจากบ้าน แล้วทิ้งจดหมายเอาไว้ เนื้อความของจดหมายมีแต่คำขอโทษและฝากฝังลูก หนูแสนรักจะอบอุ่นถ้าได้อยู่ที่นี่ ถูกแล้วที่ตวิษาตัดใจไปจากลูก เพราะเขาก็เคยตกลงกับเธอไว้แบบนี้ เงินที่เขาโอนให้สามารถเลี้ยงเธอไปได้ตลอดชีวิต “แอ๊ะ” เสียงที่ดังมาพร้อมกับคนตัวเล็กที่บิดตัวไปมา ทำให้คนเป็นพ่อขยับเข้าไปใกล้เตียงอีกนิด มือหนาช้อนลูกขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วหอมลงที่แก้มคนตัวเล็กฟอดใหญ่ นี่คือลูก ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ที่เรื่องกลายมาเป็นแบบนี้ ก็เพราะลูกคงถูกกำหนดมาให้ต้องอยู่กับเขาตลอดไป“พ่อขอโทษนะลูก อยู่กับย่านะครับ ปู่กับย่าจะเป็นพ่อแม่ที่ดีของหนู พ่อขอโทษที่ให้อภัยแม่ไม่ได้ อย่าโกรธพ่อนะครับ”“แอ๊ะ แจ๊บ ๆ ๆ” แสนรักร้องตอบพร้อมกับดูดกำปั้นเสียงดัง นั่นยิ่งทำให้คนเป็นพ่อเอ็นดูลูกมากขึ้น ลูกน่ารักแบบนี้นี่เอง ตวิษาถึงได้ตัดใจทิ้งลูกไม่ลง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้กัณภัทรก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาให้อภัยเธอไม่ได้จริง ๆ แสนรักจะเติบโตขึ้นมาอย่างสวยงาม เพรา
ปากร้อนประกบลงมาบนปากอิ่มที่เผยอรอรับ พราวระวีไม่ขัดขืน ใช้สองแขนคล้องคอเขาเอาไว้ เขย่งปลายเท้าขึ้น เพื่อจูบตอบเขาได้อย่างถนัดกล้าตะวันครางในลำคอ เมื่อเธอตอบสนองเขา ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ไปตามลำคอ พราวระวีหลับตาลง เมื่อถูกดันจนมาชิดกับกระจกใสที่มองเห็นวิวรอบทิศทาง เสื้อยืดตัวโคร่งถูกถอดออกทางศ
ตวิษามองขวดนมขนาดสี่ออนซ์ที่บรรจุนมผสมด้วยความปวดร้าว หัวใจที่เคยพองโตคับอกแฟบลง ดีใจที่กัณภัทรมาหา และต้องเสียใจที่สุดเพราะสาเหตุที่เขามาที่นี่ เพราะต้องการหัดให้ลูกกินนมผสม เขาจะได้เอาลูกไปจากเธอเร็วขึ้น“แอ้! อุแว้! อุแว้!”น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เมื่ออุ้มลูกขึ้นมาจากเปล ป้อนนมในขวดให้ลูก ในข
“พราว...พราว!” กล้าตะวันร้องเสียงหลง เมื่อคนใต้ร่างพลิกกลับขึ้นมาคร่อมทับอยู่ด้านบน ตากลมโตจ้องหน้าเขาเขม็ง โกรธที่เขาไม่ตามใจ แถมยังถามไม่เข้าหูอีกด้วย “พราว...”“นอนเฉย ๆ ค่ะ”ปากบางบวมเจ่อออกคำสั่ง มองเขาตาเขียว ผมยาวสยายยุ่งเหยิง บางส่วนร่วงลงมาบดบังอกอวบใหญ่ที่ตั้งช่อชูชัน มือหนาปัดผมออ
“หนูพราวเป็นยังไงบ้าง” คำถามของบิดาทำให้คนที่กำลังนั่งทอดอารมณ์หันมามอง อนันต์นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้าง ๆ ลูกชาย แล้วรับแก้วเหล้าที่ลูกส่งให้มาจิบ ตาอ่อนแสงมองหน้าลูกชายคนโต นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้นั่งดื่มกับลูก“ดีขึ้นแล้วครับ เช็ดตัวให้กินยา หลับผมก็ลงมานี่แหละ แม่ว่าไงบ้างพ่อ”“แรก ๆ ก็โวยวา







