Masukทุกวันหลังจากรับสำรับมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยอาหารผสานยาสมุนไพรบำรุงกำลัง ลู่เหมยก็ไม่เห็นหน้าสามีอีกเลยทั้งวัน กว่าเขาจะกลับเข้าเรือนก็พลบค่ำ มิรู้ว่าหายไปทำอันใดมา เนื้อตัวของเขาถึงได้เปียกชุ่มเหงื่อไคลเหม็นคลุ้ง เต็มไปด้วยฝุ่นดินขนาดนั้น พอมาถึงก็รีบอาบน้ำเสียงดังโครมๆเมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จก็ยอมให้นางตีโดยดี จากนั้นก็จับนางตีด้วยปากกระชากด้วยลิ้นอย่างเอาแต่ใจวันนี้ก็เช่นกัน เขามาถึงก็ลากนางขึ้นเตียงก่อนมื้อค่ำ พูดจาหยอกเย้าแทะโลมไม่หยุดหย่อน“ข้ามีกระบวนท่าอันกล้าแกร่งมาแบ่งปันกับเจ้า”“เอาเข้าไป อย่าให้รู้นะว่าไปทำอะไรมา!”เฟิงอี้แค่นเสียงเย็นในลำคอเบาๆ เรื่องอันใดจะบอกแท้จริงเฟิงอี้ไม่เพียงฝึกขี่ม้ายิงธนูฟันดาบควงหอกอย่างเอาเป็นเอาตาย เขายังไปท้าทายต่อยตีต่างเมืองกับสหายอีกด้วย พอคู่ต่อสู้พ่ายแพ้ก็พาไปเที่ยวหอสุรา ที่นั่นมีสาวงามก็จริง แต่สิ่งที่เฟิงอี้สนใจคือภาพวาดบัดสีบนฝาผนัง!“อ๊ะ! อื้อ...อาอี้ ท่านี้มัน...”“เจ้าชอบกระมัง ดีหรือไม่ ข้ายังมีอีกหลายท่า”กระบวนท่ากล้าแกร่งอันใดมีแต่ท่วงท่าน่าอายไม่ว่า ยามนี้เรียวขายาวเสลาของลู่เหมยถูกสองมือของเฟิงอี้จับแยกออกจนเผยกลีบบุปผาช
นอกจากดื่มยาบำรุงร่างกายหมายเสริมกำลังวังชา เฟิงอี้ยังปรับปรุงเรือนเร้นจันทร์ให้กลายเป็นลานฝึกการต่อสู้ จ้างอาจารย์สอนหมัดมวยมาหลายคนทว่าแต่ละคนมิใช่นักรบ มิใช่จอมยุทธ์ ไม่เก่งกาจมากฝีมือสมราคาสักเท่าใด เมื่อต้องต่อสู้กับเฟิงอี้ผู้ชื่นชอบการต่อยตีมาแต่ไหนแต่ไรกลับแพ้พ่ายล้มพับไม่เป็นกระบวนถึงขนาดที่ว่าเฟิงอี้ให้อาจารย์ทุกคนเข้ามาพร้อมกันยังล้มระเนระนาดกลายสภาพเป็นกองทัพแตกระส่ำระสายเพราะขุนศึกเพียงคนเดียวลานกว้างกลางเรือนเร้นจันทร์ เหล่าสหายต่างมองตาค้างอย่างอึ้งงันสายตาแต่ละคนจ้องถลึง เห็นร่างสูงใหญ่กำยำเปลือยกายท่อนบนเผยกล้ามเนื้อล่ำสันยืนอย่างอหังการเหนืออาจารย์สอนหมัดมวยทุกคนอาจารย์คนที่หนึ่งเช็ดเลือดตรงมุมปากพลางบ่นอย่างอ่อนระโหยโรยแรง “ช่างบ้าระห่ำยิ่งนัก!”อาจารย์คนที่สองหันขวับ ตะเบ็งลั่น “เขาเรียกอำมหิตเลือดสาดต่างหากเล่า”อาจารย์คนที่สามผู้มีความแข็งแกร่งถนัดต่อสู้มากทว่ากลับมีความชอบส่วนตัวเป็นนักเล่าเรื่องราวผู้เชี่ยวชาญในโรงน้ำชา ชี้นิ้วสั่นเทากล่าวว่า “ดูลวดลายอักขระโบราณบนท่อนแขนกำยำของเจ้าสิ เจ้าอาจจะเป็นนักล่าอสูรหรือนักปราบปีศาจในตำนานก็เป็นได้ พลังของเจ้าแกร่งก
ครั้นเห็นสามีโวยวายใส่ร้ายป้ายสีไปกันใหญ่เช่นนี้ ลู่เหมยก็เริ่มหมดความอดทน นางวางถาดสมุนไพรลงดังปึกแล้วหยิบไม้ยาวขึ้นมาไล่ตีคนพูดจาไม่รู้ความทันที“อ่า! เจ้ากล้าตีข้า”“ข้ากล้าแน่ อย่าหนี!”ร่างกำยำพลิกตัวหลบซ้ายหลบขวา ทว่าคาดไม่ถึง ภรรยาของเขาไฉนว่องไวปานสายฟ้า“เจ้าแอบฝึกหมัดมวยรึ?”“ฝึกไว้สั่งสอนท่านปะไร”“เจ้ามันอันธพาลน้อย น่าชังนัก!”“ข้าจะตีท่านให้ตาย มานี่!”มีสามีเป็นอันธพาลอันดับหนึ่ง นางจะไม่รู้เรื่องต่อยตีได้อย่างไรเสียงสามีภรรยาทะเลาะกันดังลั่นลานสมุนไพร จนบ่าวรับใช้ต่างหลบหน้าหนีหายมิกล้าเข้าใกล้สักคน ทว่าฝ่ายจางซื่อเพียงนั่งจิบชาฟังพลางปักผ้าอย่างใจเย็นบุตรชายหัวรั้นของนางสมควรมีภรรยาเช่นนี้แล...ลู่เหมยไล่ตีเฟิงอี้จนหนีหายออกจากเรือนได้ก็โล่งใจฮึ! ไปเสียที...ก่อนหน้านั้นนางว่าง จึงนั่งปักผ้าในห้องส่วนตัว เขาเห็นก็ชวนทะเลาะเยี่ยงนี้ พอนางไล่ตีก็ลากนางขึ้นเตียง จัดการเสียหลายกระบวนท่าจนนางอ่อนแรงก็ยังมิคลายมือ เขาชอบทำเรื่องบัดสีนานครู่ใหญ่โดยไม่สนใจยามเวลาหนนี้นางจึงออกจากห้องไปคัดสมุนไพรที่ลานกว้าง ยามทะเลาะ
ตงหมิงกล่าวเสริม “ข่าวว่าหย่งผิงโหวไม่ชอบอิสตรี ทั้งเป็นบุรุษอันตรายหากผู้ใดกล้าเข้าใกล้ในระยะสามก้าว”โม่โฉวกะพริบตาปริบๆ “โอ้! เช่นนี้ ข้ามิต้องเป็นสตรีก็น่าจะมีหวังกระมัง” บางทีอีกฝ่ายอาจชอบบุรุษด้วยกันเหวินป๋อตบบ่าสหาย กล่าวให้กำลังใจ “ย่อมใช่”อู๋หยุนให้รู้สึกกลัดกลุ้ม “อาโฉว เจ้าไม่ชอบสตรีก็ได้ ชอบบุรุษใดก็ช่าง แต่ต้องไม่ใช่หย่งผิงโหว”โม่โฉวเผยสีหน้าเศร้าสลดทันใดหย่งผิงโหวคือชายชาตินักรบที่สู้ศึกสิบทิศโดยไม่คิดหาความสุขให้ตัวเอง เขาไม่มีครอบครัว ไม่แต่งภรรยา ชั่วชีวิตอุทิศเพื่อปกป้องดินแดนและชาวประชาอย่างแท้จริงกลุ่มบุรุษพูดคุยเฉกสตรีรอบกายที่ชื่นชมหลงใหลและเคารพเลื่อมใสต่อมหาบุรุษแห่งแว่นแคว้นมีเพียงเฟิงอี้ที่มีสีหน้าราบเรียบ ฟังสหายเงียบๆ ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบยากหยั่งถึงนั้น แววตาคมปลาบของเขาเพียงเพ่งพิศพิจารณาเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่สง่างามบนหลังอาชาตัวเขื่องสีดำขลับมันวาวตัวนั้นอย่างแน่วแน่แสงตะวันสว่างจ้าที่สะท้อนต้องเรือนร่างกำยำของหย่งผิงโหวนั้นให้ความรู้สึกถึงรัศมีเจิดจ้าของขุนพลนักรบยอดอาชาจนเปล่งประกายเหนือหมู่มวลจริงดั่งวาจารอบกายทว่ามีม้าดีย่อมมีชัยไปก
มีเพียงนางนี่ล่ะที่ถูกเขาดึงดูดให้เข้าหาเสมอมาทุกสิ่งของเขากระแทกใจมาโดยตลอด เปี่ยมเสน่ห์แห่งชายชาญปานนั้นลู่เหมยไม่ยอมรับหรอกว่าติดใจในรสรักอันหวามไหวผสานความร้อนแรงถึงใจที่สามีปรนเปรอความแกร่งกร้าวของเขามีมากมายเหลือล้น เต็มไปด้วยเสน่ห์มหาศาลของเอกบุรุษอย่างแท้จริง หากขาดหายมิได้สุขสมดุจเก่าย่อมนอนไม่หลับเป็นแน่แท้ขณะกำลังคิดการณ์ลึกล้ำซ่อนไว้ในใจน้ำเสียงดุดันคุกคามดังจากบุรุษตัวโตอีกว่า “เช่นนั้นเจ้าสมควรเลิกต้มยาห้ามครรภ์ด้วยจึงจะดี”“หา!”ยังมิทันทัดทาน ร่างสูงพลันโน้มกายมาโอบกระชับร่างระหงเข้าไปกอดในอ้อมอกอย่างแนบแน่น“อ๊ะ!” พริบตาลู่เหมยก็ถูกเฟิงอี้โอบอุ้มเข้าห้องไป “หยุดนะ!”หญิงสาวเบิกตาจนกลมโตยามจ้องหน้าสามีเขาสบสายตากลับ รอยยิ้มกดลึกตรงมุมปาก“ไม่หยุด!”แววตาคมกล้าที่แสนเย็นชาทอดแสงอ่อนลง ขณะร่างระหงนุ่มนิ่มถูกวางลงบนเก้าอี้“อื้อ! อาอี้ ไม่นะ!” ท่วงท่านี้ลู่เหมยรู้ดีว่าเป็นอะไร แน่นอนมิใช่การนั่งธรรมดา “ท่านมันปีศาจราคะ!”“ปีศาจอันใดหล่อเหลาปานนี้ ข้าคือสามีเจ้า!” เฟิงอี้ก้มลงสูดกลิ่นอันหอมหวานจากผิวกายละมุน ลูบไล้เนื้อเนียนนุ่มนิ่มเย้ายวนของภรรย
ในขณะที่บุรุษยังคงมีกำลังวังชาเปี่ยมล้น เป็นคนที่มีความปรารถนาสูงว่าชายทั่วไปหลายเท่า คนเป็นภรรยากลับหมดสิ้นปรารถนาไร้ความเสน่หาในรสรักอย่างสิ้นเชิง พยายามทำตนให้พร้อมพรักอย่างไรก็เจ็บปวดเจียนตายอยู่ดี ยาบำรุงที่ดื่มทุกวันล้วนไม่ได้ผลสักราตรี จึงเป็นการเปิดทางให้สตรีอื่นเข้ามาแทรกกลางได้สำเร็จ กู่เซิ่งเสียท่าฉีหลิน แต่ไม่อาจรับเป็นอนุ เขาจึงลอบเลี้ยงดูนอกเรือนนานนับปีท้ายที่สุด ด้วยความรู้สึกผิดต่อภรรยาอันเป็นที่รัก ทั้งยึดมั่นถือมั่นในสัญญาคืนมงคลว่าจะครองตนมีภรรยาเพียงหนึ่งเดียว เขาจึงเข้าหาท่านหมอลู่ฉือให้อีกฝ่ายช่วยปรุงยาตัดความปรารถนาที่มีมากล้นเกินคนทั่วไป ให้ความต้องการทางเพศสูญสิ้นไปเสียเลยลู่ฉือคิดค้นวิธีปรุงยานานแล้วแต่ไม่สำเร็จจึงเรียกตัวบุตรสาวที่มีพรสวรรค์และเชี่ยวชาญเรื่องคัดสรรสมุนไพรช่ำชองการปรุงยาไปช่วยอีกแรงนั่นเองกู่เซิ่งแจ้งทางการให้ส่งคนมาจับฉีหลินไปรับโทษพร้อมมอบหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับการวางยากู่ฮูหยิน รวมถึงพยานและผู้ถูกจ้างวานทำให้นางดิ้นไม่หลุดจากคดีชิงรักหักสวาท ส่วนตนเองก็ครองรักกับฮูหยินอย่างผาสุก แม้ไม่มีเรื่องเสพสมเริงสวรรค์บนเตียงนอน







