เข้าสู่ระบบ“ป่าน หมอกมาทวงสัญญาที่ป่านให้หมอกไว้ป่านผลัดหมอกมาหลายวันแล้วนะ” เหมันต์เอ่ยถามร่างเล็กข้างกายด้วยสีหน้าออดอ้อน มือหนาฉวยโอกาสคว้ามือนุ่มนิ่มเข้ามาไว้เกาะกุมอย่างหลวมๆ หลังจากที่แอบสายตาลูกๆ มาอยู่ด้วยกันตามพังจนได้มีโอกาสใกล้ชิดกันตามประสาหนุ่มสาว
“สัญญาตอนไหน ป่านจำไม่เห็นจะได้” สาวสวยตอบทันควันซ้ำยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่ในใจดวงน้อยนั้นจำได้ดีเลยเชียวว่าพูดอะไรเอาไว้
“ก็เรื่องที่หมอกชวนป่านแต่งงานไง ป่านรับปากแล้วว่าจะให้คำตอบแต่ป่านก็บอกปัดมาตลอดเลย นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าแล้วนะ” คนตัวโตทำหน้าผิดหวังจนเห็นได้ชัดเจน
“แล้วเราไปเป็นแฟนกันตอนไหน อยู่ๆ ถึงจะมาชวนป่านแต่งงานด้วย” หญิงสาวถามกลับ เพราะเท่าที่จำได้เธอกับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากไปกว่าเรื่องบนเตียงที่เธอถูกเขาร่ายมนต์ให้เคลิบเคลิ้มเสียทุกครั้งและไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะไม่เสียทีให้กับเขา
“ก็....เป็นมานานแล้วไงป่าน”
“แต่เราเลิ
“เรื่องอะไรหรือ” แม่ของลูกเอ่ยถามอย่างสงสัย“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซะด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เด็กๆ วันนี้ไปนอนที่บ้านคุณปู่ก่อนนะครับ” พ่อของลูกหันไปบอกลูกๆ หน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวได้แต่งงงวยว่าระหว่างเขาและเธอนั้นมีเรื่องใหญ่โตอะไรกัน“ทำไมหล่ะครับพ่อหมอก เรนอยากนอนที่บ้านเรานี่ครับ” ลูกชายถามเสียงเจื้อยแจ้ว“แค่คืนเดียวครับพ่อหมอกกับแม่ป่านสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปรับพี่เรนกับน้องรุ้งแต่เช้าเลย ตกลงไหมครับ”“ก็ได้ครับ” แม้สีหน้าจะไม่สดใสเท่าใดนักแต่ทว่าเด็กชายก็รับข้อเสนอของบิดาแต่โดยดีและแน่นอนว่าคู่แฝดที่ติดกันอย่างเหมภัสก็ตอบตกลงด้วยเช่นกันหลังจากส่งลูกฝาแฝดไปไว้กับราเมศแล้วความเงียบก็โรยตัวเข้ามาปกคลุมภายในเรือนพยับหมอกจนน่าอึดอัด“ป่าน ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม” ร่างสูงโปร่งตรงเข้ามาสวมกอดร่างบางจากด้านหลังศีรษะหนักเกยอยู่บนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน“อืม เอาสิ”สิ้นคำตอบรับร่างสูงก็จูงมือหญิงสาวเดินออกไปตามเส้นทางที่ปูไปด้วยทรายสีข
เจ้าของรีสอร์ทอยากจะกลับบ้านไปหาลูกเมียเสียเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าเขามีธุระที่สำคัญกว่าต้องไปจัดการให้เรียบร้อยร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้ามาหาพนักงานต้อนรับสาวและนายช่างอย่างนวดีและสันต์ที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีชีวิตชีวาด้วยท่าทางสบายๆ“คุยอะไรกันอยู่อย่างงั้นหรือ ท่าทางน่าจะสนุกนะ”ประโยคทักทายของเจ้านายทำเอาลูกน้องทั้งสองคนเปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันทีราวกับว่าทำความผิดร้ายแรงเอาไว้และแน่นอนว่าความสนุกสนานนั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน“คุณป่านเป็นอย่างไรบ้างครับ” นายช่างหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนอย่างสุภาพ ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วก็ตามแต่ชายหนุ่มเองก็รู้ดีเช่นกันว่าการปรากฏตัวของเจ้านายหนุ่มในครั้งนี้มีเรื่องอื่นแอบแฝงด้วย“ก็หายดีแล้วหล่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ว่าแต่นายเถอะแผลที่แขนเป็นยังไงบ้างหล่ะใกล้จะหายดีหรือยัง”“ดีขึ้นมากแล้วครับอีกสองสามวันก็น่าจะหายดี” สันต์ตอบคำถามอย่างราบเรียบไร้พิรุธ“แล้วข้าวฟ่างหล่ะ เป็นยังไงบ้าง”เมื่อถามจากนายช่างประจำรีสอร์ทกลับไม่ได้ควา
เหมันต์และปารวตีมาส่งเด็กๆ เอาไว้ที่บ้านของราเมศตามสัญญา และที่นั่นหนุ่มๆ บ้านภักดีดำรงต่างกรูกันเข้ามาถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนน้องเล็กสุดท้องอย่างพ่อของลูกต้องรีบเข้ามาปรามเพราะพวกพี่ๆ ชักจะเข้าใกล้ตัวผู้หญิงของเขามากเกินความจำเป็นแล้ว“ไม่เจ็บตรงไหนแน่ๆ นะน้องป่านรอยช้ำเยอะขนาดนี้” ร้อยเอกตะวันฉายเอ่ยพร้อมกับมือหนาที่ไล่จับไปตามแขนเรียวบางน่าทะนุถนอมของหญิงสาวไร้ซึ่งความคิดเชิงชู้สาว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ แค่ช้ำๆ พรุ่งนี้ก็น่าจะหายดีแล้ว” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ แต่พ่อของลูกเธอนี่สิดูจะต้องอบรมมารยาทกันใหม่ เพราะขณะที่พี่ชายคนโตอย่างตะวันฉายวางมือบนตัวเธอมือของเหมันต์ก็คอยแต่จะปัดออกราวกับเด็กหวงของเล่น“พี่ว่าป่านน่าจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนะ อย่างน้อยได้ใบรับรองแพทย์มาประกอบการแจ้งความเอาไว้ก็ยังดี ถึงจะไม่สะเทือนไอ้เสี่ยอำนาจกับลูกชายมันเท่าไหร่แต่พี่ว่าแจ้งความไว้จะปลอดภัยกับตัวป่านเองมากกว่า” สินสมุทรเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเขารู้ดีว่าอิทธิพลของเสี่ยอำนาจที่มีมากกว่าครึ่งค่อนเมืองนั้นพอที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเพียงเร
เสียงปืนที่ดังก้องทำให้ทั้งสามที่พยายามติดตามร่องรอยของกนิกและปารวตีรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสียงอย่างร้อนใจ ร่างสูงโปร่งของเหมันต์รีบรุดไปก่อนใครเพื่อน ในหัวใจที่เคยแกร่งกล้าดังหินผาภาวนาให้เธอยังคงมีชีวิตอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจเท่านั้น“ป่าน!!!” ร่างสูงรีบถลาเข้าไปโอบกอดร่างบางที่นั่งรอคอยความหวังในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว ความกลัวในหัวใจแกร่งมลายหายไปสิ้น เขาไม่ต้องการรู้ว่าทำไมเธอถึงตกอยู่ในสภาพนี้ เขาไม่ต้องการล้างแค้นอะไรใดๆ ทั้งนั้นขอเพียงมีเธออยู่ตรงนี้เขาพร้อมจะทิ้งโทสะในใจได้อย่างง่ายดาย“เจ็บตรงไหนไหม เป็นอะไรมากหรือเปล่า บอกหมอกมาสิป่าน”พ่อของลูกรู้ได้เลยว่าอาการของเจ็บเจียนตายมันเป็นอย่างไร เพราะนอกจากเสียงสะอื้นที่แสนจะน่าสงสารแล้วก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของผู้หญิงที่เขารักอีก ทางด้านนวดีและสันต์ที่ตามาสมทบก็ได้แต่มองหญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย สภาพของผู้จัดการรีสอร์ทในตอนนี้มันทำให้ทุกอย่างด
เหมันต์เดินกลับมาถึงเรือนพยับหมอกก็พบปารวตีกำลังนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ราวกับว่ากำลังหนักใจเรื่องอะไรบางอย่าง“มีอะไรหรือเปล่าป่าน หน้าตาไม่ดีเลย” ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แม่ของลูกด้วยความเป็นห่วง“หรือว่าลูกๆ ไม่สบาย” น้ำเสียงของคุณพ่อยังหนุ่มดูร้อนรนขึ้นมาทันที“ลูกสบายดี หมอก วันนี้คุณเจนเธอมาหาป่านที่นี่” เสียงเรียบของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษา“คุณเจนเขามาหาป่านทำไมในเมื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันซักหน่อย หรือว่าเขามาใส่ร้ายอะไรหมอกให้ป่านฟัง ป่านอย่าไปเชื่อนะ หมอกรักแค่ป่าน มีแค่ป่านคนเดียวผู้หญิงคนอื่นหมอกไม่เคยชายตามองเลยจริงๆ” คนตัวโตรีบอธิบายพัลวันเพราะกลัวว่ามัคคุเทศก์สาวจะเข้ามาป่วนครอบครัวเขาด้วยอีกคน“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกน่า แต่ป่านว่าเรื่องมันน่าจะใหญ่กว่านั้นอีกนะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงใจทำให้คนตัวโตพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย“เรื่องอะไรกันแน่ป่าน”“เรื่องที่หมอกกำลังเจอยู่นี้แหละ” คำตอบที่ได้ฟังจา
แม้ว่าหญิงสาวจะส่งเสียงแทบไม่เป็นคำก็ไม่ได้ทำให้คนเอาแต่ใจยอมหยุด มือหนายังคงหยอกเอินอยู่กับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายสตรีเพศอย่างเพลิดเพลินฝากฝังความเป็นเจ้าของไว้บนผิวเนียนละเอียดเอาไว้เสียแทบทุกตารางนิ้วจนร่างกายอ้อนแอ้นบิดเร่าๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากความทรมานที่แสนวาบหวามนี้ แต่กระนั้นชายหนุ่มกลับยิ่งได้ใจเมื่อเหยื่อที่แสนหวานของเขากำลังร้องขอให้เขาปลดปล่อยให้พ้นจากความทรมานนี้“หมอก.....” นัยน์ตาหวานฉ่ำจ้องมองคนตรงหน้าอย่างอ้อนวอน มือเรียวบางเกาะเกี่ยวไหล่กว้างให้ขยับเข้ามาใกล้เหมือนว่าไม่ต้องการใครอื่นนอกจากเขาเมื่อถูกเสียงหวานจากความงามเบื้องหน้าเชิญชวนอย่างนี้มีหรือที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธได้ลง ปารวตีรู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดที่ทรงพลังเข้ามากระทำต่อร่างกายบอบบางนี้เมื่อร่างกายที่ไร้เครื่องห่อหุ้มถูกร่างกายกำยำที่เปลือยเปล่ามอบความอบอุ่นให้จนร้อนระอุจนแทบหลอมละลายชายหนุ่มหญิงสาวผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนิ่มนวลแต่กลับสร้างความร้อนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เตียงนอนนุ่มถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักที่ร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ ความทรมานที่แสนหวานที่หญิงสาวปรารถนาให้







