LOGIN“เมื่อกี้เราคุยกันแล้วครับคุณย่า นิรินบอกว่าอยากจะไปเที่ยวเกาะเมตตากับผม” ประโยคของนรราชทำให้หลายคนสำลัก บางคนทำช้อนหล่นกระทบจานเสียงดัง
จะไม่ให้ทุกคนตกใจได้อย่างไรกัน ในเมื่อนรราชนั้นไม่ลงรอยกับ สุทธิศักดิ์ถึงขั้นเกลียดกันเลยก็ว่าได้ แล้วจู่ๆ จะอนุญาตให้ลูกสาวของคนที่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจไปเที่ยวเกาะเมตตาด้วย มันช่างไม่น่าเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย
นิรินสะดุ้งอีกรอบ ใบหน้าของเธอเหลอหลามองคนที่มองมาด้วยนัยน์ตาสื่อความหมายบางอย่างแล้วใจสั่นรัว
“จริงเหรอ อืม... ก็ดีนะ ยายเนยเพิ่งเรียนจบกลับมายังไม่ได้ทำงานอะไร ไปเที่ยวพักผ่อนกับลุงราชก็ดีนะลูก” หญิงชราเห็นด้วย
“เนยเอ่อ... เนย...” นิรินอึกอัก เม้มปากเข้าหากัน มองหน้านรราชแล้วแก้มสาวแดงซ่านลามไปถึงใบหู เมื่อเห็นท่าทีนั้นของเขา
“เรียนจบแล้วควรจะรีบเรียนรู้งานนะครับคุณท่าน” สุทธิศักดิ์เห็นท่าทีอึกอักของบุตรสาวจึงรีบพูดขึ้นมาเพื่อหาทางออกให้ นั่นทำให้นิรินรีบสนับสนุน
“ค่ะ เนยอยากทำงานมากกว่าค่ะ ไม่อยากไปเที่ยวหรอกค่ะ”
“กลัวไม่ได้กอบโกยหรือไง ถึงต้องรีบ” นรราชแดกดันทำให้ลักษณ์นาราต้องปรามหลานชายเอาไว้
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะราช พี่น้องกันทั้งนั้น”
“ผมไม่นับญาติกับพวกชอบแทงข้างหลังหรอกครับ หน้าไหว้หลังหลอก ไร้ความจริงใจ นิรินรับปากผมแล้วจะผิดคำพูดหรือไง” เขาหันไปขยี้เอาคำตอบจากเด็กสาว ยิ่งเห็นสีหน้าอึกอักของหล่อน เขายิ่งชอบใจ
“เอาเถอะ ถ้ารับปากกันแล้วก็ไปเถอะ ย่าไม่ว่าอะไรหรอกนะ อยากไปเที่ยวนานแค่ไหนก็ได้ อยากทำงานเมื่อไหร่ก็ค่อยให้พ่อเขาจัดการนะแม่เนย”
“ค่ะคุณท่าน” นิรินจำต้องรับคำ คนที่นั่งตรงกันข้ามอยู่กับเธอกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แทบจะทันทีที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น
นิรินเป็นกังวลหนัก จะมีใครรู้ไหมว่าเธอโดนญาติสาวคนอื่นไล่ออกจากห้องจนต้องระเห็จไปหาที่นอนใหม่
แล้วคืนนี้เธอจะนอนที่ไหน? ไม่อยากมีปัญหากับใครเลยเลือกที่จะเงียบ เธอไม่ได้สนิทกับพี่ๆ ทั้งสามคน เพราะนานๆ เจอกันที ไม่คิดว่าจะโดนไล่ออกจากห้อง และไม่รู้ด้วยว่าไปทำอะไรให้ไม่พอใจ เพราะตอนเจอหน้ากันก็ยังพูดดีกันอยู่เลย
ธุรกิจในเครือพันธุเสมานั้น คุณย่าไม่ได้ยกให้ใคร ไม่ได้แบ่งแยกให้ใครเลย แต่ให้ทำร่วมกันจวบจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน คอยช่วยกันบริหาร ใครไม่อยากทำก็ลาออกไป แต่จะยกจะแบ่งให้ใครนั้นไม่มี ดังนั้นลูกหลานกี่คนก็มีงานทำ มีเงินใช้ แค่ไม่ได้เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์เพียงเท่านั้น
ส่วนผลกำไรของตระกูลนั้น หญิงชราได้บริจาคให้มูลนิธิเด็กกำพร้าเพราะสมัยก่อนท่านเคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน
นิรินคิดว่าคุณย่าทวดทำแบบนี้ดีที่สุด เพราะลูกหลานเยอะขนาดนี้
ถ้าแบ่งกันคงแย่งชิงอยากได้กันน่าดู แต่ช่วยกันบริหารไปเรื่อยๆ ตราบชั่วลูก ชั่วหลานก็จะได้ไม่ถือว่าเป็นของตัวเอง ทุกๆ ปี ก็จะมีหลายครอบครัวที่ลูกหลานแต่งงานออกเรือนและมีเหลนเพิ่มขึ้นมา หากแบ่งกันก็คงไม่พอ หญิงชราเลยใช้วิธีนี้ตัดปัญหาการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ให้ทุกคนทำงานเพื่อครอบครัวจริงๆ และได้รับผลกำไรแบ่งสันปันส่วนกันไปเพื่อใช้ชีวิตของแต่ละคนให้มีความสุขมากที่สุด ถ้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขและสิ่งไม่ดี ทุกคนก็อยู่ได้อย่างสบายตราบชั่วลูกหลานหลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้น นิรินก็ปลีกตัวออกมาเดินเล่นในสวนหลังบ้าน เธอใช้ความคิดอย่างหนักเรื่องหาที่นอน หรือคืนนี้จะไปขอนอนกับบิดาดี ใครจะรู้บ้างว่าเธอไม่มีห้องนอน ญาติสาวที่ไล่เธอออกจากห้องก็มองเมิน คงคิดว่าเธอแอบไปนอนอยู่ตรงโซฟาห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกหรือที่ไหนสักแห่งในบ้านเป็นแน่ๆ ดีที่เมื่อคืนเอาเสื้อผ้าออกมาด้วย ไม่งั้นคงไม่มีชุดเปลี่ยน
“อุ๊ย!” นิรินอุทานเมื่อหมุนร่างมาชนเข้ากับร่างสูงของใครบางคน พอเธอเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจ
“ลุงราช”
“คิดถึงฉันอยู่เหรอ ถึงได้ใจลอย เรียกไม่เห็นตอบเลย” เขารัดร่างเธอเอาไว้แน่น นิรินดิ้นรน เขาก็กดร่างน้อยไปกับต้นหูกวางทางด้านหลัง
“นี่ปล่อยเนยนะคะ”
“เรื่องอะไรจะปล่อย ฉันหิวจัง อยากกินเธอ” ประโยคของเขาทำให้นิรินอ้าปากค้างตาโต เขาคงไม่คิดจะทำอะไรน่าเกลียดตรงนี้หรอกนะ
“ลุงราช” นิรินดิ้นรนสะบัดตัวหนี เขาจับเธออุ้มขึ้นพาดบ่าพาเดินไปยังเรือนเล็กทางด้านหลัง เธอทุบแผ่นหลังของเขาระรัว มือหนาจึงหวดลงมาบนแก้มก้นงอนๆ หลายครั้ง เธอร้องประท้วงมึนหัวไปหมด เพราะโดนแบกพาดบ่าห้อยหัวลงพื้น
“ไม่ทำแบบนี้นะคะลุงราช” เธอเซเมื่อเขาวางเธอลงให้เหยียบยืนบนพื้น มองเรือนเล็กซึ่งจำได้ว่าเป็นบ้านพักส่วนตัวอีกหลังที่นรราชชอบมานอนระหว่างมาค้างที่นี่
“ทำแบบไหนเหรอ” เขาเดินเข้าหาอย่างคุกคาม นิรินวิ่งหนี แต่เขาคว้าเอวคอดเอาไว้ ก่อนจะกดไปบนเตียงนอนหนานุ่ม
เขาพึงพอใจกับการดูแลรักษาความสะอาดของที่นี่ คุณย่าของเขาคงสั่งสาวใช้เอาไว้ ห้องถึงได้สะอาดสะอ้านเช่นนี้
นรราชมองเธอเหมือนเธอเป็นทุกอย่างที่เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองต้องการ“เนยนี่แหละครับ… ทำให้ที่นี่เป็นบ้านจริง ๆ”เธอหน้าแดงแต่ก็พิงไหล่เขาเบา ๆในอ้อมแขนอีกด้านลูกสองคนกลับหลับสนิทอย่างปลอดภัยพี่น้ำกอดตุ๊กตาหมีน้องหลับบนอกแม่อย่างสงบเสียงหายใจเบา ๆ ของเด็กทั้งสองทำให้ค่ำคืนนี้สมบูรณ์แบบที่สุดและครอบครัวนี้ก็ปิดวันด้วยความรักอบอุ่นอีกหนึ่งวันในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหัวใจที่เติบโตไปพร้อมกันทุกวันเช้าของวันนี้สดใสเป็นพิเศษเหมือนทั้งบ้านรู้ว่าวันนี้จะมีเรื่องดีเกิดขึ้นนิรินวางลูกชายลงบนพรมตามกิจวัตรวันนี้เขาดูตั้งใจเป็นพิเศษ มือเล็ก ๆ กำของเล่นแน่นตาใสเป็นประกายเหมือนพร้อมจะทำอะไรใหม่ ๆหนูน้ำวิ่งมาอย่างรวดเร็วถือหมอนพิงเล็ก ๆ ไว้ในมือ“คุณแม่คะ!! วันนี้หนูน้ำจะให้น้องนั่งค่ะ!! หนูน้ำเตรียมหมอนแล้วค่ะ!”นรราชที่เดินตามลูกสาวมาทำหน้าใจหายวาบทันที“เดี๋ยวก่อนครับลูก นั่งเลยไม่ได้ครับ! เดี๋ยวล้ม!”หนูน้ำทำตาโต“หนูน้ำจะรองค่ะคุณพ่อ! น้องไม่ล้มค่ะ!”นิรินหัวเราะนุ่ม ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ให้เขาลองนั่งทรงตัวดูค่ะ เราคอยประคองนะคะ”นรราชถอนหายใจแต่พอเห็นนิรินยิ้ม เขาก็ยอมเงียบและย
เขายกมือขึ้นเอื้อมช้า ๆและจับนิ้วพี่น้ำก่อนหนูน้ำกรี๊ดเสียงดีใจ“เย้!!!! น้องจับนิ้วหนูน้ำค่ะ!!!! หนูน้ำได้คะแนนค่ะ!!!!!”นรราชอ้าปากค้าง“เดี๋ยวสิครับ… พ่อก็ยื่นให้ก่อนนะครับ…”นิรินหัวเราะจนไหล่สั่น“ลูกเลือกพี่สาวค่ะลุงราช”น้องชายบีบนิ้วพี่น้ำเบา ๆทำเสียง “อ๊ะอือ”เหมือนกำลังหัวเราะแบบพอใจสุด ๆหนูน้ำทำหน้าฟินสุดชีวิต“คุณแม่คะ น้องรักหนูน้ำที่สุดค่ะ!!!”นรราชยอมรับสภาพยิ้มมุมปาก“ครับ… พี่สาวชนะไปก่อนแล้ววันนี้…”หลังจากจับนิ้วพี่น้ำจนพอใจน้องชายก็หันไปมองนิ้วของพ่อเอื้อมอีกครั้งแล้วจับนิ้วของนรราชแน่น ๆ เช่นกันนรราชตาโตก่อนจะยิ้มกว้างจนหุบไม่ได้“เนยครับ เขาจับนิ้วผมแล้วครับเขาจับจริง ๆ ครับ!”หนูน้ำมองแล้วพูดแบบยอมรับ“ก็ได้ค่ะ… น้องรักคุณพ่อด้วยค่ะ”นิรินยิ้มหวาน“เขารักทุกคนค่ะลูก”น้องชายจับนิ้วของพ่อไว้สักครู่ก่อนจะปล่อย แล้วเอื้อมไปจับนิ้วของแม่ไม่แน่นเท่าที่จับของพี่น้ำแต่จับไว้นานกว่าและนิ้วเล็ก ๆ ลูบเบา ๆ เหมือนรู้ว่าใครคือความอบอุ่นที่สุดของเขานิรินใจเต้นเบา ๆก้มลงหอมมือเขา“ค่ะลูก… แม่อยู่ตรงนี้ค่ะ”นรราชมองภาพนี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนที่สุดเหมือนหัวใจจ
“อา…แม่”เงียบไปหนึ่งวินาทีก่อนบ้านจะปะทุขึ้นเป็นเสียงดังสนั่นเหมือนงานฉลองปีใหม่หนูน้ำ: “น้องพูดค่ะ!!!”นรราช: “เขาพูดว่าอะไรครับเนย ได้ยินไหมครับ”นิรินมือสั่นเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาเธอยิ้มกว้าง และดวงตาคลอไปด้วยน้ำใส ๆ“เขาเรียกแม่ค่ะ…ลุงราชคะ เขาเรียกแม่ค่ะ…”นรราชนิ่งไปมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักล้นจนเอ่อช้า ๆ เขาเอื้อมมือไปจับหลังมือเล็ก ๆ ของลูก“ลูกครับ… ลูกเรียกแม่แล้วครับ…”หนูน้ำตีมือดีใจกระโดดบนพื้น“น้องรักคุณแม่มากที่สุดค่ะ!!”นิรินหัวเราะทั้งน้ำตาก้มลงหอมแก้มลูกชายซ้ำแล้วซ้ำอีก“ลูกคะ… ขอบคุณนะคะ…”น้องชายยิ้มกว้างตาเป็นประกายใสเหมือนเข้าใจความดีใจของทุกคนหลังเก็บของเล่นหลังอาหารเย็นหลังอาบน้ำให้เด็กทั้งสองเสร็จห้องนั่งเล่นเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างนรราชเดินเข้ามานั่งข้างภรรยาลูกทั้งสองนั่งเล่นด้วยกันบนพรมเขาก้มลงกระซิบเสียงทุ้มเบาและจริงใจที่สุด“เนยครับ… ตอนเขาเรียก ‘แม่’ นะครับผมมีความสุขมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ”นิรินเงยหน้ามองรอยยิ้มอบอุ่นจนหัวใจลุงราชแทบละลาย“ลุงราชคะ… เขาเรียกได้เพราะคุณคอยอยู่ข้าง
นิรินพิงไหล่สามีน้ำเสียงเธอนุ่มเหมือนผ้าห่มอุ่น“ระหว่างที่เขาพลิกตัวได้วันนี้นะคะ เนยเห็นเลยค่ะว่า ลูกจะเติบโตไปพร้อมกับครอบครัวที่รักเขามากที่สุด”นรราชกอดทั้งสามคนแน่นขึ้นแล้วพูดเสียงเบาที่มีแต่ความจริงใจ“เพราะเนยนี่แหละครับ ที่ทำให้บ้านนี้เป็นบ้าน”นิรินใจสั่นเบา ๆแต่ยิ้มตอบอย่างรักมากหนูน้ำจดประโยคนี้ลงสมุดทันทีทั้งที่ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรทั้งหมดแต่รู้ว่ามันคือประโยคสำคัญและขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะเบา ๆน้องชายที่เพิ่งพลิกตัวได้วันนี้ก็ยิ้มกว้างอีกครั้งเหมือนประกาศว่า“ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ”และทั้งบ้านก็ยิ้มตามเต็มไปด้วยความรักที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งวันเช้าวันนี้ท้องฟ้าสีใสแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นนิรินวางลูกชายลงบนเบาะนุ่มตามปกติเด็กน้อยนอนหงาย มือปัดไปมาเหมือนกำลังจับอากาศวันนี้เขาดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษส่งเสียง “อะอือแอะ” ไม่หยุดขาเล็ก ๆ ดีดไปมาเหมือนกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างหนูน้ำที่ถือถังของเล่นวิ่งเข้ามามาพร้อมพลังเต็มร้อยเหมือนเช่นทุกวัน“คุณแม่คะ! วันนี้หนูน้ำจะสอนน้องเล่นของเล่นค่ะ!!”นิรินหัวเราะเบา ๆ“วันนี้น้องน่าจะอยากลอง
“พร้อมทำอะไรคะลูก”หนูน้ำยืนเท้าเอวอย่างภาคภูมิใจ“พร้อมสอนน้องนอนคว่ำค่ะ!! หนูน้ำเป็นครูค่ะวันนี้!”นรราชที่เดินตามลูกสาวเข้ามาในชุดลำลองพอได้ยินคำว่า นอนคว่ำเขารีบขยับเข้ามาใกล้แบบสายตากังวลมากกว่าปกติ“เนยครับ… ลูกพร้อมหรือยังครับ นอนคว่ำจะเหนื่อยนี่ครับ”นิรินหัวเราะ“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นค่ะ เขาโตพอแล้วค่ะลุงราช”นรราชยังคงทำหน้าเคร่งเหมือนกำลังคุมหน่วยกู้ภัยพิเศษมากกว่าฝึกทารกหนูน้ำหยิบตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ มาถือแล้ววางนอนคว่ำข้างน้องชายพูดเสียงหวานเหมือนคุณครูในอนุบาล“น้องคะ ดูพี่น้ำนะคะ นี่ค่ะ… แบบนี้ค่ะ!”เธอใช้มือดันตัวตุ๊กตาหมีให้ชูหน้าโชว์ท่าง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจนอนคว่ำ ชันคอ มองหน้าน้องชายเหลือบมองตาโตแล้วส่งเสียง “อือ” เหมือนพยายามเลียนแบบนิรินยิ้มอุ่น“ลูกคงอยากลองค่ะ”หนูน้ำดีใจจนเกือบกระโดด“คุณแม่คะ!! น้องจะทำค่ะ!!”นรราชย่อตัวลงอย่างจริงจัง“ระวังนะครับลูก ไม่ต้องรีบนะครับ…”หนูน้ำหันมา“คุณพ่อคะ… หนูน้ำเป็นครูค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ!”นรราชพูดเบา ๆ“ครับ… ครูน้ำ”น้องชายขยับแขนยกตัวขึ้นทีละนิด…ทีละนิด…นิรินเอามือประคองด้านข้างนรราชอยู่ด้านหน้า เผื่อ
นรราชแทบทำแก้วกาแฟตก“จริงเหรอครับ ทำอีกครับลูก! หัวเราะอีกครับ!!”หนูน้ำกระโดดเหมือนคนได้เหรียญทอง“น้องหัวเราะค่ะ!!! น้องหัวเราะค่ะ!!!”นิรินหัวใจเต้นแรงยิ้มกว้างจนหน้านุ่มไปหมดเธอจูบหน้าผากลูกซ้ำ“ลูกคะ… นี่คือเสียงหัวเราะของลูกจริง ๆ ค่ะ”หนูน้ำหันไปเขียนสมุด“เสียงหัวเราะแรก ให้คุณแม่ค่ะ”นรราชอ้าปาก“เนยได้เหรอครับ”หนูน้ำพยักหน้า“ค่ะ! เพราะน้องหัวเราะตอนคุณแม่ยิ้มค่ะ!”นรราชทำหน้าเหมือนเสียตำแหน่งผู้ประกาศข่าวแห่งปี“แต่พ่อก็พยายามนะครับ…”นิรินหัวเราะแล้ววางหัวบนไหล่สามี“อย่าเสียใจนะคะ”เขาทำหน้าอ่อนลงทันทียื่นมือมากอดเอวภรรยาแล้วกระซิบเบา ๆ“ฉันไม่ได้เสียใจหรอก ฉันแค่ดีใจที่ลูกมีความสุขเวลาอยู่กับเนย”นิรินหน้าแดงแรง แต่ยิ้มหวานจนหัวใจลุงราชเต้นแรงกว่าเสียงหัวเราะของลูกเสียอีกหนูน้ำที่มองอยู่พูดขึ้นด้วยความมั่นใจที่สุดในโลก“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ! เดี๋ยวน้องหัวเราะให้คุณพ่อวันหลังค่ะ!”นรราชหัวเราะในลำคอ“พ่อหวังแบบนั้นครับ”เขามองลูกชายที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนกำลังดีใจในแบบของทารกเย็นวันนั้น ทั้งบ้านนั่งดูสมุด “พัฒนาการของน้อง” ที่หนูน้ำจัดทำนิรินอุ้มลูกชา







