Share

ตอนที่ 11

last update Tanggal publikasi: 2026-10-10 11:46:39

เวลาผ่านไปกว่าเจ็ดวันในที่สุดตระกูลติงก็ประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร ในขณะที่หยางซูหนี่ประกาศตั้งแต่แรกว่าจะช่วยเท่าที่พอช่วยได้เป็นเวลาราวสิบวัน เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตระกูลใหญ่อื่น ๆ ได้มีโอกาสทำดีร่วมกันบ้างจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อเอาหน้าเพียงตระกูลเดียว เมื่อติงอี้เหรินได้ยินเช่นนั้นก็ชวนให้นึกขัน นางจึงไม่ยอมแพ้และยังคงแจกจ่ายอาหารต่อไปจนกระทั่งเกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงขึ้น

ชาวบ้านที่ได้รับการแจกจ่ายอาหารทุกวันในตอนนี้มีทั้งผู้อพยพและชาวบ้านที่แต่เดิมอาศัยอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้ว เพราะหลังจากที่ผู้อพยพเพิ่มมากขึ้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ดังเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีการมารับอาหารที่แจกจ่ายในแต่ละวันแทน อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ

แต่พออาหารที่มีเริ่มไม่เพียงพอก็กลายเป็นว่าตระกูลติงตั้งใจให้พวกเขาได้รับความลำบากโดยที่ไม่คิดจดจำบุญคุณที่ตระกูลติงเคยแจกจ่ายอาหารแก่พวกเขาแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันผู้คนที่เคยได้รับแจกจ่ายอาหารก็เริ่มก่อความวุ่นวายและรุนแรงมากขึ้นจนไม่อาจระงับเหตุไว้ได้ ทหารรักษาเมืองจึงเข้ามาระงับเหตุ แต่กลับกลายเป็นว่าทหารรักษาเมืองเหล่านั้นทำให้เรื่องราวรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก เพราะพวกเขาใช้โอกาสนี้กระทำการอย่างรุนแรงต่อผู้อพยพ ในส่วนของผู้อพยพตัวปลอมที่เป็นนักฆ่าแฝงตัวเข้ามาใช้โอกาสนี้ตอบโต้กลับไปให้สถานการณ์รุนแรงจนไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป

เหตุชุลมุนดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนไม่น้อย ทางวังหลวงจึงออกกฎอัยการศึกให้ทุกคนอยู่แต่ในเรือนหลังตะวันตกดินและห้ามแจกจ่ายอาหารให้กับผู้อพยพอีก พร้อมกับจำกัดพื้นที่ของเหล่าผู้อพยพให้อยู่ในบริเวณตรอกนกเขาเท่านั้น

ขณะเดียวกันตรอกซิ่งฮวาที่คลาคล่ำไปด้วยหอนางโลมกลับยังคึกคักเช่นเดิม หนึ่งในลูกค้าประจำย่อมต้องมีรายนามของหนิงอ๋องอยู่ด้วย ชายหนุ่มหายเข้าไปในหอนางโลมก่อนที่จะลอบออกมาอีกทางพร้อมทั้งวางคนของเขาให้อยู่ภายในห้องนั้นแทน

หนิงอ๋องตัวปลอมต้องแสร้งเล่นละครตบตาเหล่านักฆ่ากลุ่มนั้นเพื่อหลอกล่อให้พวกมันลงมือ ก่อนที่ตัวจริงจะมานั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจในห้องลับที่ถูกสร้างเอาไว้เพื่อหารือโดยเฉพาะ

"เหตุใดท่านจึงดูเหมือนสบายใจนัก"

"เหยื่อกำลังจะติดเบ็ดเหตุใดจึงไม่มีความสุขเล่า ?"

"แค่ตัวหลอกเท่านั้น พวกนั้นอาจไม่หลงกลท่านก็ได้นะเจ้าคะ" หยางซูหนี่กล่าวก่อนที่นางจะเริ่มวางหมากสีขาวในมือของนางอย่างช้า ๆ

"พวกมันจะต้องติดกับแน่ ! คืนนี้ฝ่าบาทจะมีคำสั่งให้จัดการกับเชื้อพระวงศ์หลายต่อหลายคน ดูเหมือนว่าคงไม่แคล้วเกิดการนองเลือดขึ้น"

"ช่างอำมหิตนัก" หยางซูหนี่กล่าว ก่อนหน้านี้ตระกูลหยางเองได้เริ่มทยอยถอนตัวออกจากราชสำนักบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในจวนพร้อมกับเฝ้าระวังภัยอย่างหนาแน่น มีคนไม่มากนักที่จะได้ทราบข่าวการล้างบางเหล่าเชื้อพระวงศ์นี้และผู้บงการก็ไม่ใช่ผู้ใดหากแต่เป็นฝ่าบาทที่บัญชาการด้วยตนเอง โดยจะใช้เหตุการณ์ไม่สงบสุขของเหล่าผู้อพยพเป็นข้ออ้างในแผนการครั้งนี้

"เชื้อพระวงศ์จิตใจยากแท้หยั่งถึง บางครั้งก็ราวกับหลุมดำมืดที่ไร้ก้นเหว"

"แล้วท่านเล่าเป็นเช่นนั้นด้วยหรือไม่เจ้าคะ ?" หยางซูหนี่กล่าวกับเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะชะงักมือที่กำลังวางเม็ดหมากสีดำนิ่งค้างอยู่กลางอากาศพร้อมกับเงยหน้าขึ้นจากกระดานหมากอย่างช้า ๆ

"แล้วเจ้าคิดเห็นเป็นเช่นไรเล่า ?"

"ข้าไม่รู้และไม่มีสิทธิ์ตัดสินผู้ใด" หยางซูหนี่ตอบแบบกลาง ๆ เพื่อไม่ให้ดูล่วงเกินเขาจนเกินไป หนิงอ๋องที่ได้ยินเช่นนั้นก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ในตอนนี้หญิงสาวรู้วิธีที่จะหลบเลี่ยงคำถามจากเขาแล้วเช่นนั้นก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเกิดความไม่พอใจ

"สำหรับผู้อื่นอาจจะใช่ แต่สำหรับเจ้าข้าล้วนจริงใจต่อเจ้าเป็นอย่างยิ่ง" เขาพยายามตอบคำถามยียวนทั้งยังไม่วายป้อนคำหวานและเกี้ยวพานนางไม่หยุดหย่อน

"หึ ท่านอ๋องทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว"

"ข้าไม่เคยล้อเล่น"

"หม่อมฉันว่าหม่อมฉันกลับจวนดีกว่าเจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว"

"คืนนี้เจ้าพักที่นี่เถิด พ้นคืนนี้ไปแล้วค่อยกลับจวน ตอนนี้ไม่ปลอดภัยนักหากว่าเจ้าจะอยู่ในจวนเพียงลำพัง ข้า... อดรู้สึกเป็นห่วงเจ้าไม่ได้" หยางซูหนี่ได้ยินคำพูดที่จริงใจของเขาเหล่านั้นก็อดที่จะยอมเชื่อฟังไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ตามนางได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของหนิงอ๋อง หากว่านางดันพลาดพลั้งตกไปอยู่ในมือของเหล่านักฆ่าพวกนั้นก็คงจะไม่ดีนัก เช่นนั้นนางเองก็ไม่ควรเพิ่มภาระให้กับอีกฝ่าย มิสู้อยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ เช่นนี้จนกว่าจะจบเรื่องเสียดีกว่า

"เช่นนั้นก็ได้เพคะ"

"เด็กดี"

หยางซูหนี่พักผ่อนในเรือนลับที่อยู่ริมน้ำของหนิงอ๋องอย่างสบายใจ ที่นี่บรรยากาศดีไม่น้อย คืนนี้เป็นคืนที่เงียบสงัดเกินไปจนดูไม่ปกติ ก่อนที่หยางซูหนี่จะมองไปอีกด้านของเมืองหลวงแล้วเห็นควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลุ่มควันขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าทางด้านนั้นเกิดเพลิงไหม้รุนแรงไม่รู้ว่าเป็นจวนของผู้ใดกัน ?

"คุณหนูเจ้าคะ ดูเหมือนว่าทางด้านโน้นจะเกิดเพลิงไหม้เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาเอ่ยกับนายสาว พร้อมกับชี้นิ้วไปด้านที่เกิดเพลิงไหม้

"เริ่มลงมือกันแล้วสินะ"

"ดูเหมือนว่าจะรุนแรงไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ"

"แล้วทางด้านตรอกนกเขาเล่าเป็นเช่นไรบ้าง ?" หยางซูหนี่ให้คนของนางคอยเฝ้าดูตรอกนกเขาที่มีจำนวนผู้อพยพอาศัยอยู่รวมกันมาก พวกนางจะไม่สามารถแยกกลุ่มผู้อพยพที่แท้จริงออกจากกลุ่มนักฆ่าได้เลยหากว่าไม่บีบให้คนเหล่านั้นเผยตัวและลงมือ ก่อนจะให้คนของนางค่อย ๆ แยกกลุ่มคนออกมาแล้วส่งออกไปยังเขตนอกเมืองเพื่อไปอยู่ยังหมู่บ้านตระกูลหยางที่มีจำนวนผู้อาศัยไม่มาก หากแต่มีจำนวนพื้นที่ทำงานที่มากกว่าจำนวนคน และให้ผู้นำหมู่บ้านช่วยหางานให้พวกเขาได้ทำเป็นการแลกกับอาหารในแต่ละมื้อ ซึ่งงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานทางการเกษตรทั้งสิ้น

"ดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นแล้วเช่นกันเจ้าค่ะ คนของเราเองก็เริ่มแยกตัวผู้อพยพออกมาได้ค่อนข้างมากแล้วเช่นกัน"

"ดี ทำต่อไปพยายามแยกตัวผู้อพยพออกมาจากกลุ่มนักฆ่าให้ได้มากที่สุด"

"ทราบแล้วเจ้าค่ะ"

"ท่านอ๋องยังไม่กลับมาอีกหรือ ?" หยางซูหนี่เอ่ยถามสาวใช้ในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้า เพราะหลังจากที่คุณหนูของนางแยกตัวออกมาเพื่อพักผ่อนหนิงอ๋องก็หายไปเสียแล้ว

"ยังเจ้าค่ะ"

"เข้าใจแล้ว เจ้าเองสั่งการกับองครักษ์ลับแล้วก็ไปพักผ่อนเถิด"

"เจ้าค่ะคุณหนู"

หยางซูหนี่ได้แต่ชะเง้อคอรอฟังข่าวจากชายหนุ่ม นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีกฝ่ายคงจะไม่พลาดพลั้งให้กับแผนการของผู้อื่น ถึงอย่างไรนางและเขาก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนางจึงหวังว่าเขาเองจะปลอดภัยกลับมาเช่นกัน ก่อนที่เวลาต่อมานางจะได้ยินเสียงกุกกักเกิดขึ้นไม่ไกลจากจุดที่นางนั่งอยู่นัก

"นั่นใครน่ะ ?"

"ข้าเอง..." หนิงอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง มือของเขากุมที่หน้าท้องเอาไว้โดยที่ยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด หยางซูหนี่ที่เดินตามเสียงนั้นไปจนกระทั่งพบเข้ากับร่างของชายชุดดำที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ นางมองหาองครักษ์ของเขาไม่พบแม้แต่คนเดียวจึงเกิดความสงสัยขึ้น

"เหตุใดท่านจึงบาดเจ็บได้เล่า ? แล้วคนของท่านอยู่ที่ใดกันหมด ?" หยางซูหนี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจอยู่มาก หนิงอ๋องจึงรีบอธิบายว่าพวกเขาจะหลอกล่อเหล่านักฆ่าให้ติดตามพวกเขาไปคนละทิศคนละทางก่อนจะเปิดทางให้เขากลับมาที่นี่ได้อย่างปลอดภัย

"พระชายาอย่าได้โมโหเลย พวกเขาปกป้องข้าได้อย่างเต็มที่แล้ว"

"ปกป้องแล้วแต่ก็ยังทำให้ท่านบาดเจ็บถึงเพียงนี้ มาเถิดข้าจะช่วยพยุงท่านเข้าเรือน"

"ขอบคุณเจ้ามาก" หยางซูหนี่เดินเข้ามาพยุงตัวชายหนุ่มก่อนจะพาเขาไปยังห้องพัก พร้อมกับสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำอุ่นเข้ามาเพื่อล้างบาดแผล น้ำในอ่างเปลี่ยนเป็นสีแดงน่ากลัว บาดแผลที่ไม่เล็กไม่ใหญ่หากแต่พลาดจุดสำคัญไปเล็กน้อยก็ทำให้เสียเลือดมาก ผ้าหลายผืนถูกเปลี่ยนไปผืนแล้วผืนเล่าเพื่อทำความสะอาดบาดแผลจนมันสะอาด ก่อนที่นางจะโรยบาดแผลเขาด้วยยาห้ามเลือดแล้วค่อย ๆ พันแผลอย่างระมัดระวัง

โดยที่หยางซูหนี่ไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่าย แท้จริงแล้วบาดแผลนี้สำหรับเขามิได้หนักหนาอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวเท่านั้น จึงได้ลงทุนลงแรงยอมเปลืองตัวบาดเจ็บเช่นนี้ ในยามที่เห็นสีหน้าเป็นกังวลของนางก็ยิ่งทำให้หนิงอ๋องรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก แผนการครั้งนี้นับว่าไม่เสียแรงเปล่าจริง ๆ

"บาดแผลของท่านแม้จะไม่รุนแรงนักหากแต่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมิเช่นนั้นอาจจะทำให้แผลติดเชื้อและลุกลามได้เจ้าค่ะ ข้าจะสั่งให้องครักษ์ล้างแผลและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ท่านทุก ๆ สองวันจนกว่าท่านจะหายดี"

"องครักษ์ของข้าเองก็บาดเจ็บเช่นกัน พวกเขาคงมิอาจดูแลข้าได้" หยางซูหนี่เลิกคิ้ว เขาเองก็มิได้มีองครักษ์คนเดียวเสียเมื่อไหร่

"เช่นนั้นก็ใช้งานคนที่ไม่บาดเจ็บสิเจ้าคะ"

"พวกเขายังมีภารกิจที่จะต้องจัดการอีกมาก"

"เช่นนั้นข้าจะให้สาวใช้..."

"เจ้าช่วยทำให้ข้าไม่ได้หรือ ?" หยางซูหนี่ยังกล่าวไม่ทันจบประโยคชายหนุ่มก็เอ่ยในสิ่งที่เขาต้องการขึ้นมาเสียก่อน หนิงอ๋องคิดว่าหากเขามัวแต่หาข้ออ้างเช่นนี้นางคงไม่เข้าใจเป็นแน่จึงเอ่ยออกมาตามตรง

แม้ว่าหญิงสาวจะเข้าใจถึงเจตนาของชายหนุ่มเป็นอย่างดีเพียงแต่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจเท่านั้น ก่อนจะรู้สึกตกใจที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาตรง ๆ เช่นนี้ทำให้นางอ้ำอึ้งหาทางหลีกเลี่ยงไม่ทันการจึงทำได้เพียงตกลงรับปากอีกฝ่ายไป

"เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ"

หนิงอ๋องที่ยามนี้ความต้องการได้บรรลุผลก็เอาแต่นั่งยิ้มอย่างพอใจ ในขณะที่หยางซูหนี่รู้สึกหมั่นไส้อีกฝ่ายจนอยากจะทำให้แผลของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกสักแผลสองแผล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 11

    เวลาผ่านไปกว่าเจ็ดวันในที่สุดตระกูลติงก็ประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร ในขณะที่หยางซูหนี่ประกาศตั้งแต่แรกว่าจะช่วยเท่าที่พอช่วยได้เป็นเวลาราวสิบวัน เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตระกูลใหญ่อื่น ๆ ได้มีโอกาสทำดีร่วมกันบ้างจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อเอาหน้าเพียงตระกูลเดียว เมื่อติงอี้เหรินได้ยินเช่นนั้นก็ชวนให้นึกขัน นางจึงไม่ยอมแพ้และยังคงแจกจ่ายอาหารต่อไปจนกระทั่งเกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงขึ้นชาวบ้านที่ได้รับการแจกจ่ายอาหารทุกวันในตอนนี้มีทั้งผู้อพยพและชาวบ้านที่แต่เดิมอาศัยอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้ว เพราะหลังจากที่ผู้อพยพเพิ่มมากขึ้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ดังเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีการมารับอาหารที่แจกจ่ายในแต่ละวันแทน อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อแต่พออาหารที่มีเริ่มไม่เพียงพอก็กลายเป็นว่าตระกูลติงตั้งใจให้พวกเขาได้รับความลำบากโดยที่ไม่คิดจดจำบุญคุณที่ตระกูลติงเคยแจกจ่ายอาหารแก่พวกเขาแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันผู้คนที่เคยได้รับแจกจ่ายอาหารก็เริ่มก่อความวุ่นวายและรุนแรงมากขึ้นจนไม่อาจระงับเหตุไว้ได้ ทหารรักษาเมืองจึงเข้ามาระงับเหตุ แต่กลับกลายเป็นว่าทหารรักษาเมืองเหล่านั้นทำให้เรื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 10

    หยางซูหนี่เริ่มต้นจัดตั้งโรงทานตระกูลหยางทางด้านทิศใต้ของเมือง พื้นที่บริเวณนี้คือพื้นที่ที่มีจำนวนผู้อพยพอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นพื้นที่ของเหล่าคนจรทำให้ชุมชนแถบนี้ดูแออัดมากที่สุด แม้ว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากที่ทำเช่นนี้แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะหลอกล่อคนกลุ่มนั้นออกมาแล้วค่อย ๆ จัดการหลายวันก่อนที่หญิงสาวกลับมาจากจวนของลิ่งไท่เฟยก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่ถนนทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ก่อนที่ทหารรักษาเมืองจะเข้าควบคุมเหตุการณ์และเกิดเป็นเหตุความรุนแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย มาวันนี้ผู้อพยพส่วนใหญ่จึงทยอยกันเคลื่อนตัวมายังถนนทางทิศใต้ หากแต่ทางการก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจัดการกับคนกลุ่มนี้เสียที หยางซูหนี่คิดว่าการที่นางตั้งโรงทานในแถบบริเวณนี้นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้อพยพที่แท้จริงแล้ว นางยังจะสามารถหลอกล่อกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นให้ออกมาอีกด้วย หากว่าพวกมันมีเป้าหมายเป็นหนิงอ๋องเช่นนั้นคนเหล่านั้นจะต้องเข้ามาเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับโรงทานของนางอย่างแน่นอนหากแต่หยางซูหนี่จัดตั้งโรงทานได้ไม่ถึงครึ่งค่อนวัน อีกฟากของถนนก็เกิดโรงทานแห่งใหม่ขึ้นซึ่งก็คื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 9

    ในขณะที่รถม้ากำลังแล่นไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางของเมืองหลวง อยู่ ๆ คนบังคับม้าก็หยุดรถกะทันหัน โชคดีที่หยางซูหนี่พยุงตัวเองเอาไว้ได้ทันทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หากแต่ในเวลาต่อมาหนิงอ๋องก็เข้ามาในรถม้าของนางทำให้หยางซูหนี่ถึงกับขมวดคิ้วแล้วตั้งคำถามกับเขาด้วยความประหลาดใจ"เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ ?""ข้างหน้ามีกลุ่มคนอพยพขวางทางอยู่ ดูเหมือนว่าไม่ช้าจะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น" หนิงอ๋องกล่าว หยางซูหนี่พึ่งจำได้ว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างทหารรักษาเมืองกับกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในเมืองหลวง ซึ่งเหตุการณ์ควรจะเกิดหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วกว่าในชีวิตก่อนของนางมากนัก"เช่นนั้นพวกเราย้อนกลับไปเส้นทางเดิมดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนู ?" เพ่ยเปาเอ่ยกับนายสาว"ให้สาวใช้ของเจ้าไปกับรถม้า ส่วนเจ้าไปกับข้า""เอ๊ะ ! เหตุใดเล่า ?""ดูเหมือนว่าหนึ่งในกลุ่มของคนที่อพยพจะจับจ้องรถม้าที่ดูหรูหรากว่าทุกคันแล้วจับตัวหญิงสาวเหล่านั้นไว้เป็นตัวประกัน""เช่นนั้นสาวใช้ของข้าเล่า ?""สาวใช้ย่อมไม่มีปัญหา พว

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 8

    หยางซูหนี่ถูกพามายังเรือนด้านในสุดของจวนซึ่งเป็นเรือนต้องห้ามมิให้คนนอกเข้า มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ หญิงสาวลอบสังเกตเส้นทางก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ไว้ใจหนึ่งคือนางไม่อาจทราบได้ว่าลิ่งไท่เฟยผู้นี้เป็นคนมีนิสัยเช่นไร แต่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสนมนางในของฮ่องเต้ที่สามารถมีชีวิตรอดและครองอำนาจมาได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ลูกไม้โง่ ๆ ที่นางเจอเมื่อตอนเดินทางมาที่ตำหนักนี้ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าย่อมไม่ใช่แผนการของอีกฝ่ายเป็นแน่"คุณหนูใหญ่หยางเชิญด้านนี้เจ้าค่ะ" เมื่อเดินเข้ามาในเรือนหยางซูหนี่ก็พบว่านางกำนัลอาวุโสอีกคนต่างหากที่เป็นคนสนิทตัวจริงของลิ่งไท่เฟย ส่วนอู๋หมัวมัวผู้นั้นคงจะเป็นตัวหลอกเสียมากกว่า"หม่อมฉันหยางซูหนี่ขอคารวะลิ่งไท่เฟยเพคะ" หยางซูหนี่คารวะอีกฝ่ายก่อนจะลอบสังเกตสีหน้าของลิ่งไท่เฟยผู้นั้นแล้วก้มหน้าลง"เจ้าคือหยางซูหนี่ ?""เพคะ หม่อมฉันคือหยางซูหนี่""ได้ยินเรื่องของเจ้ามาไม่น้อย เชิญเจ้านั่งตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี ที่นี่มีเพียงข้าและคนสนิทเท่านั้น""ขอบพระทัยเพคะ""เจ้าคงจะได้เห็นแ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 7

    เช้าวันต่อมา มีนางกำนัลอาวุโสผู้หนึ่งมาขอเข้าพบหยางซูหนี่ตั้งแต่เช้าก่อนจะแจ้งว่าลิ่งไท่เฟยต้องการพบนางเพื่อทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว หยางซูหนี่พอจะคาดการณ์เอาไว้บ้างแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเรียกตัวนางเข้าพบในเร็ววันนี้ในเมืองหลวงแห่งนี้มีผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าลิ่งไท่เฟยเป็นคนเช่นไร นางเคยเป็นสตรีที่อดีตฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุด ต่อมาก็ถูกพระสวามีตีตัวออกหากก็เพราะคิดว่านางต้องการแย่งชิงบัลลังก์ของเขา จากนั้นเป็นต้นมาแม้ว่านางจะไม่ได้รับความสำคัญแล้วหากแต่การที่นางเคยเป็นสตรีที่ถูกให้ความสำคัญสูงสุดย่อมไม่อาจปล่อยวางความสำคัญของตนเองไปได้"หมัวมัวกรุณารอสักครู่ คุณหนูของข้าน้อยกำลังผลัดเสื้อผ้าอยู่เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาเอ่ยกับนางกำนัลอาวุโสอย่างนอบน้อมไม่มีท่าทางหวาดเกรงให้เสียกิริยาด้วยสายตาชื่นชม พร้อมกับคิดคำนวณในใจเพียงลำพัง"เจ้าเองก็ไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด เวลาไม่เช้าแล้วเดี๋ยวลิ่งไท่เฟยจะทรงรอนาน""เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่รับคำก่อนจะเดินจากไปเมื่อก้าวเข้ามาในห้องหยางซูหนี่ก็ได้เห็นสีหน้าอึดอัดใจของสาวใช้หากแต่อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยออกมานางจ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 6

    ราชโองการที่ได้รับเมื่อเช้าทำให้หยางซูหนี่ถึงกับนั่งไม่ติด นางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ? แม้จะรู้ดีว่าแผนการทั้งหมดเป็นฝีมือของหนิงอ๋องก็ตาม หากแต่การแต่งงานกับเขาเช่นนี้ดูเหมือนว่ามันจะมิได้อยู่ในข้อตกลงมิใช่หรือ ? แล้วเขาจะต้องการแต่งงานกับสตรีที่เคยผ่านพิธีแต่งงานมาแล้วเช่นนางไปเพื่อการใดกัน ? หรือว่าเขาเองก็ถูกฝ่าบาทบังคับเช่นนี้ เพราะจวนหย่งอันโหวเองก็ถูกพระราชทานงานแต่งกับองค์หญิงสิบสี่เช่นกัน ต้องใช่แน่ ๆ เขาเองก็คงจะถูกบีบบังคับเช่นกันในขณะที่หยางซูหนี่กำลังเดินวนไปวนมาภายในห้อง อยู่ ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนกล่าวขึ้นทำเอานางตกใจจนตัวโยน"เจ้าจะเดินกลับไปกลับมาอีกนานหรือไม่ ? ข้ามองดูจนตาลายไปหมดแล้ว""ท่าน ! นี่ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ?""ก็ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มเดินกลับมากลับมานั่นละ" โจวฉางเยว่กล่าวก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม"ท่านรู้เรื่องราชโองการแล้วหรือไม่ ? จริงสิ ท่านต้องรู้แล้วเป็นแน่ !""ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตอันใด""ฝ่าบาทต้องการควบคุมท่าน ต้องการ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status