Share

บทที่ 6

Author: ดอกไนเจลล่า
หลังจากซ้อมเพลงเต้นตามขั้นตอนจนครบหลายรอบ เวลาก็จวนเจียนจะหกโมงเย็น ซือเจ๋อก็ส่งข้อความมาหาเธอ: [ถึงแล้วครับ]

เธอลุกขึ้นเดินไปยังห้องแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็กดลิฟต์ลงมาที่ชั้นหนึ่ง และได้เห็นเด็กสาวในห้องซ้อมหลายคนแอบซุ่มอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ใบหน้าอมยิ้มขวยเขินพลางปรายสายตามองไปที่ประตู

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เพรียวบาง ยืนรออยู่หน้าประตูอย่างสงบนิ่ง ช่วงไหล่กว้างและเอวคอด ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสแล็กเผยให้เห็นเส้นลายอันสละสลวย สายตาของเขาทอดลงต่ำ ท่าทางผ่อนคลายแต่ไม่ดูปล่อยตัว ออร่าความสูงศักดิ์แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

พวกเด็กสาวในศูนย์ศิลปะต่างก็มีความเย่อหยิ่ง ผู้ชายธรรมดาทั่วไปไม่อยู่ในสายตาของพวกเธอหรอก แต่ในเวลานี้กลับดูตื่นเต้นกระตือรือร้นกันยกใหญ่

“หล่อจนหัวหมุน เขามารอใครเนี่ย? ถ้าไม่มีใครมารับ เดี๋ยวฉันเข้าไปทักเองนะ”

“ฉันก็อยากเข้าไป แต่แผ่นหลังนี้ ทำไมดูคล้ายกับสามีของถังหนิงจัง”

“พอเหอะ ถ้าเธอมีสามีหล่อขนาดนี้จริง ๆ จะยอมโพสต์แค่รูปด้านหลังเพียงรูปเดียวได้ยังไงล่ะ รูปนั้นต้องเป็นรูปจากอินเทอร์เน็ตแน่ ๆ”

ทันใดนั้น ถังหนิงพลันตระหนักขึ้นได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเยี่ยนเหิงลงมารอเธอด้วยตัวเอง ปกติอย่างมากเขาก็แค่นั่งรออยู่ในรถเท่านั้น

เธอไม่เคยตัดพ้อกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ แค่เขามารับเธอ ทุกครั้งเธอก็จะขึ้นรถด้วยความตื่นเต้น ดีใจ แล้วเข้าไปซบคลอเคลียเขาตลอด

เธอเมินเฉยต่อเสียงนินทาเหล่านั้น แล้วเดินเข้าไปหาเฉินเยี่ยนเหิง

“เป็นถังหนิงจริง ๆ... ไม่จริงน่า” ทุกคนมองแวบเดียวก็จำได้ว่า เงาด้านหลังของคนที่มีรูปร่างสูงโปร่งและสมส่วนคนนั้นคือถังหนิง

เมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่เธอเพิ่งเข้ามาที่ศูนย์ศิลปะแห่งนี้ ด้วยใบหน้าอันสดใสงดงามนั้นดึงดูดให้นักเต้นชายนับไม่ถ้วนมาแอบมองเธอที่ห้องซ้อม

ในตอนนั้น เธอเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ในฤดูร้อน ส่องแสงเจิดจ้าและแผดเผาผู้คน

ทว่าเธอกลับโพล่งคำว่าแต่งงานแล้วออกมาตรง ๆ ตัดสายตาเกี้ยวพาราสีทั้งหมดทิ้งไป

ทุกคนต่างคิดว่าคนงามหล่มเมืองอย่างเธอ แต่งงานไปตั้งแต่ยังสาว ต้องมีความสุขในชีวิตคู่มากแน่ ๆ

แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อย ๆ รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เพราะสามีของเธอไม่เคยมาดูเธอเต้นเลยสักครั้ง และไม่เคยได้ยินว่าสามีของเธอเป็นฝ่ายโทรหาก่อน แม้กระทั่งยามที่เธอเมาเหล้าในงานเลี้ยงก็มีแค่เพื่อนที่มารับกลับ

หลายคนจึงคาดเดาว่าเธอคงแต่งงานกับพวกชายแก่ที่ทั้งอัปลักษณ์และตัวเตี้ยเพื่อเงิน

ในตอนนั้นเอง เด็กน้อยคนหนึ่งก็วิ่งตามผีเสื้อออกมาจากทางเดินด้วยความตั้งใจและจดจ่อ โดยมีซ่งจือที่ใบหน้าประดับรอยยิ้มเดินตามหลังมา ทั้งสองคนเดินเข้ามาหยุดที่ข้างกายเฉินเยี่ยนเหิงอย่างเป็นธรรมชาติ “คุณมาถึงเร็วขนาดนี้เลยเหรอ”

คนกลุ่มที่อยู่ด้านหลังซึ่งกำลังยืนมุงดูเรื่องสนุก ๆ กันอยู่พลันฮือฮาขึ้นมาทันที

“ผู้ชายแต่งงานแล้วนี่ ถังหนิงทำอะไรน่ะ? เธอแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะเดินเข้าไปอีก...”

“เหอะ ผู้หญิงที่ชีวิตคู่ไม่มีความสุขนี่มันเงี่ยนจริง ๆ”

“เธอคงคิดไม่ถึงหรอกมั้งว่าจู่ ๆ เมียตัวจริงจะพาลูกออกมาด้วยน่ะ ศึกชิงรักหักสวาทชัด ๆ จะไม่ตบตีกันใช่ไหมเนี่ย”

ถังหนิงเห็นซ่งจือเดินออกมาจากภายในอาคารศิลปะ ดูท่าทางแล้วผู้กำกับหลักคงจะลงมือทำงานได้รวดเร็วมาก

แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว อย่างไรเสียเธอก็กำลังจะไปจากที่นี่แล้วเหมือนกัน

เมื่อคิดได้ว่าการที่เฉินเยี่ยนเหิงยอมลงมารอรับด้วยตัวเอง เป็นเพราะซ่งจือ ในใจก็เหมือนกลืนเข็มลงไป รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก ความเจ็บปวดหน่วง ๆ พุ่งขึ้นมาเป็นระลอก ๆ แม้กระทั่งยามเอ่ยปากพูดก็ยังรู้สึกฝืดฝืน “ฉันจะนั่งแท็กซี่ไปบ้านต้นตระกูลเองค่ะ”

เฉินเยี่ยนเหิงหันมามองเธอ ผิวขาวซีดของเธอปรากฏสีชมพูระเรื่อจากการออกกำลังกาย จึงดูเย้ายวนยิ่งกว่าปกติ ทว่าสิ่งที่แตกต่างออกไปคือ สายตาที่มองมาที่เขา ไม่มีความรักอันเปล่งประกายฉ่ำวาวอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความสงบนิ่ง

ครู่ต่อมา ริมฝีปากบางของเขาก็ขยับ เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เธอแน่ใจนะ?”

“อืม แน่ใจค่ะ” เธอตอบโดยไม่ลังเล

ในอดีต ทุกครั้งที่มีเพศตรงข้ามเข้าใกล้เขานิดหน่อย เธอเป็นต้องรีบร้อนเข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของเสมอ

แต่ในตอนนี้ เธอรู้สึกว่ามันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องหย่ากัน ต่อไปต่างคนต่างเดินบนเส้นทางของตัวเอง จะไปอยู่กับเมียน้อยคนที่สาม คนที่สี่คนไหนก็เรื่องของเขา

“เธอแน่ใจก็ดีแล้ว” เขาลดเปลือกตาลง เดินจากไปโดยไร้ซึ่งความรู้สึก

ถังหนิงยืนอยู่กับที่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเรียกรถ จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้อยากไปบ้านต้นตระกูลเลย แต่เรื่องของหมออู๋ยังไม่แน่ชัด เพื่อคุณยายแล้ว เธอจำใจต้องไป

เมื่อเธอเดินทางไปถึงบ้านต้นตระกูล ก็เห็นเฉินเยี่ยนเหิงกำลังนั่งอยู่ข้างกายคุณหญิงย่า ฟังท่านว่ากล่าวตักเตือน “...อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว แต่งงานมาตั้งสี่ปี ยังไม่มีทายาทสืบทอดสักคน มันใช้ได้ที่ไหน? ถ้าท้องของถังหนิงยังไม่มีความเคลื่อนไหวอีก พวกฝั่งอารองของแกได้เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นแน่”

ตระกูลเฉินสืบทอดเชื้อสายมาอย่างยาวนาน ทั้งมั่งคั่งและรุ่งเรือง เพียงแค่คนรุ่นเดียวกับเฉินเยี่ยนเหิงก็มีตั้งสิบกว่าคนแล้ว แต่แทบจะไม่มีใครที่อายุสามสิบแล้วยังไม่มีทายาทสืบสกุลสักคนเหมือนเฉินเยี่ยนเหิง คุณหญิงย่าจึงคอยเร่งรัดเขาอยู่ตลอด

เธอถอนหายใจยาว แล้วเดินเข้าไปข้างใน จากนั้นเอ่ยทักทายคุณหญิงย่าด้วยรอยยิ้ม

“เสี่ยวหนิง ทำไมหนูไม่กลับมาพร้อมกับเยี่ยนเหิงล่ะ” พูดจบ คุณหญิงย่าก็หันไปมองเฉินเยี่ยนเหิง “แกไม่ได้ไปรับน้องเหรอ? นิสัยแกนี่มัน ถอดแบบมาจากพ่อแกไม่มีผิด อย่าให้ถึงเวลาต้อง...”

พอพูดถึงตรงนี้ คุณหญิงย่าก็พลับเงียบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขึ้น “กินข้าวกันเถอะครับ”

คราวนี้คุณหญิงย่าจึงค่อยดึงเธอให้ไปนั่งด้วยกันในห้องด้านข้าง เธอเหลือบมองจากหางตา เห็นเฉินเยี่ยนเหิงเดินอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ คุณหญิงย่า

ถ้าเป็นยามปกติ เธอคงต้องรีบไถลเข้าไปนั่งเบียดข้างกายเขาแน่นอน

ทว่าตอนนี้ เธอกลับหลุบตาลงเงียบ ๆ ทำเป็นมองไม่เห็น

คุณหญิงย่าสังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างคนทั้งสอง

จึงกระแอมไอเบา ๆ “แกมานั่งเบียดย่าทำไม ไปนั่งข้างเมียแกนู่น ที่ตรงนี้ย่าเหลือไว้ให้เสี่ยวเมี่ยวเมี่ยว”

เฉินเยี่ยนเหิงชะงักไป แล้วเอ่ยอย่างขอไปที “นั่งตรงไหนก็เหมือนกันครับ”

ขณะพูด เซี่ยจิงเมี่ยวที่วิ่งเล่นอยู่ที่สวนหลังบ้านก็วิ่งร่าเข้ามา “น้าเสี่ยวหนิง! คิดถึงน้าที่สุดเลย!”

เด็กน้อยวัยหกขวบพุ่งตัวเข้ามา ถังหนิงรีบสวมกอดไว้ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มร่าจากใจจริง “เมี่ยวเมี่ยว น้าก็คิดถึงหนูเหมือนกันจ้ะ”

ตระกูลเซี่ยและตระกูลเฉินเป็นมิตรรักกันมาหลายชั่วอายุคน คุณย่าชอบเด็กมาก จึงมักจะพาเซี่ยจิงเมี่ยวมาเล่นด้วยบ่อย ๆ

แม้เซี่ยจิงเมี่ยวจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่ก็เป็นเด็กซนราวกับลิง ขึ้นต้นไม้ปีนกำแพงดื้อสุด ๆ คล้ายกับเธอตอนเด็ก ๆ มาก ทั้งสองคนจึงสนิทสนมกันโดยธรรมชาติ

แต่เฉินเยี่ยนเหิงเป็นคนชอบความสงบ แม้กระทั่งตัวเธอเองก็ไม่ค่อยปล่อยให้เซี่ยจิงเมี่ยวมาตามติดแจเช่นกัน เพราะกลัวเฉินเยี่ยนเหิงจะรำคาญ

ทว่าตอนนี้ไม่มีความกังวลอีกต่อไป เธอตั้งใจว่าจะจัดให้เซี่ยจิงเมี่ยวนั่งข้างเธอ

ทว่าคุณหญิงย่ากลับเรียกเซี่ยจิงเมี่ยวไปหา “เสี่ยวเมี่ยวเมี่ยว มานั่งเป็นเพื่อนย่าตรงนี้หน่อยสิจ๊ะ”

แล้วยังถลึงตาใส่เฉินเยี่ยนเหิงอีกรอบ เขาถึงยอมลุกขึ้นเดินมานั่งลงข้างกายถังหนิง

เซี่ยจิงเมี่ยวเกรงกลัวคนหน้าเย็นชาอย่างเฉินเยี่ยนเหิง จึงรีบวิ่งไปทางฝั่งคุณหญิงย่า “คุณย่าทวดคะ หนูจะเล่าอะไรให้ฟังนะ ที่โรงเรียนของหนูมีเพื่อนใหม่ย้ายมาคนหนึ่ง ชื่อซ่งอวี้อัน เขาฉลาดมาก ๆ เลยค่ะ คุณครูก็ชมว่าเขาฉลาดที่สุดในโรงเรียน เป็นอัจฉริยะ...”

ถังหนิงถึงกับตัวแข็งทื่อไปในทันที

เซี่ยจิงเมี่ยวเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติชั้นนำของเมือง A ซึ่งเน้นการศึกษาแบบเอลีทในห้องเรียนขนาดเล็ก เด็ก ๆ ที่เรียนที่นี่ล้วนมีภูมิหลังที่ไม่ร่ำรวยก็ทรงอิทธิพล ค่าเทอมปีละเป็นล้าน

แต่ตอนนั้น เธอแค่วางแผนจัดหาโรงเรียนประถมรัฐบาลให้ซ่งอวี้อันเท่านั้น

เป็นเฉินเยี่ยนเหิงที่ย้ายโรงเรียนให้ซ่งอวี้อัน

นั่นหมายความว่า เขากำลังตั้งใจจะปั้นซ่งอวี้อันให้กลายเป็นทายาทผู้สืบทอด

เธอเม้มริมฝีปาก ในใจพลางคิดว่า ดูท่าเขาก็คงตัดสินใจแน่วแน่เรื่องที่จะหย่ากับเธอแล้วเหมือนกัน ถึงได้เริ่มลงมือฟูมฟักเด็กคนนั้นแล้ว

ตระกูลเฉินก็คงจะชอบซ่งอวี้อันมาก ทั้งว่าง่าย และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

อย่างไรเสียสุดท้ายก็ต้องหย่ากัน ถังหนิงจึงไม่อยากเสียเวลาคิดเรื่องของเขาอีกต่อไป เธอหันไปมองคุณหญิงย่า เพื่อสืบข่าวเรื่องหมออู๋

คุณหญิงย่ายิ้มรับ “วางใจเถอะ ย่าบอกไปแล้ว ฝูเซิงบอกว่ารอเขากลับมาจากดูงาน แล้วจะนัดหมออู๋กินข้าวเพื่อคุยเรื่องนี้ให้ จริงสิ น้ำซุปตุ๋นยาจีนนี่ย่าสั่งให้พ่อครัวตุ๋นเป็นพิเศษเลยนะ หนูทานเยอะ ๆ จะได้บำรุงร่างกาย”

“ขอบคุณค่ะคุณย่า” หัวใจของเธอเริ่มสงบลงมาบ้าง ขณะนึกถึงเรื่องของคุณยาย เธอก็รับถ้วยซุปเล็ก ๆ ที่คนรับใช้ตักให้มาค่อย ๆ จิบดื่ม

“คนกันเองจะขอบใจอะไรกัน หนูผอมเกินไปแล้ว ต้องกินเยอะ ๆ หน่อย” คุณหญิงย่าสั่งให้คนตักให้เฉินเยี่ยนเหิงอีกถ้วย พร้อมเตือนเขาว่า “วันหลังพาเสี่ยวหนิงกลับมากินข้าวที่บ้านบ่อย ๆ นะ พวกวัยรุ่นอย่างพวกแกมักจะไม่ยอมทานข้าวกันดี ๆ”

เฉินเยี่ยนเหิงหลุบตาลงต่ำ ใช้ช้อนค่อย ๆ คนน้ำซุป พลางเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณย่าครับ ผมยุ่งมาก แล้วเสี่ยวหนิงเองก็มีเรื่องของตัวเอง...”

คุณหญิงย่าพลันโมโหขึ้นมาทันที “แกยุ่ง! หรือเป็นเพราะแม่คนแซ่ซ่งคนนั้นกันแน่! ตอนนั้นแกถึงกับถูกลงโทษตามกฎของตระกูลด้วยการโดนเฆี่ยนถึงร้อยครั้งจนปางตายเพราะแม่นั่น ย่าสงสารจับใจ ถึงได้ยอมตกลงให้แกแต่งกับหล่อน แล้วหล่อนล่ะ? กลับหันไปแต่งงานมีลูกกับคนอื่น! ถ้าแกกล้าไปยุ่งเกี่ยวกับแม่นั่นอีก ย่าจะเป็นคนแรกที่ไม่ยอมเด็ดขาด!”

ข้อมูลที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำเอาถังหนิงมึนงงไปชั่วขณะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status