บททั้งหมดของ สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ: บทที่ 1 - บทที่ 10

30

บทที่ 1

แต่งงานกับเฉินเยี่ยนเหิงมาสี่ปี เธอรักเขาอย่างลึกซึ้งและบ้าคลั่ง ในขณะที่เขากลับสงบนิ่งและเฉยชาคนในวงสังคมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลถังชาตินี้คงไม่มีวันแยกจากคุณชายเฉินได้อีกแล้วเธอเองก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกันจนกระทั่งวันที่เธอพาเด็กในอุปการะมากินอาหารที่ภัตตาคารเธอบังเอิญได้ยินเพื่อนของเฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยหยอกล้อขึ้นว่า “ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมพี่ถึงให้ถังหนิงรับเด็กคนนั้นเป็นเด็กในอุปการะ ที่แท้แม่ของเด็กก็คือซ่งจือนี่เอง พี่เยี่ยน พี่นี่ รักมั่นคงจริง ๆ เลยนะ ตอนนั้นซ่งจือทิ้งพี่ไปแต่งงานมีลูกแท้ ๆ แต่พี่กลับไม่โกรธแค้นเลยสักนิด?”“จะแค้นอะไรล่ะ คนเค้าเป็นข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวของพี่เยี่ยนนะ”“เอาจริง ถังหนิงที่ไม่มีความรู้และความสามารถแบบนั้น มีอะไรคู่ควรกับพี่เยี่ยนบ้าง? ตอนนั้นแม่แท้ ๆ ของเธอเพิ่งตาย แม่เลี้ยงก็อุ้มท้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน พ่อเธอก็ลำเอียงสุด ๆ ถ้าไม่ได้พี่เยี่ยนช่วยไว้ เธอจะเชิดหน้าชูตาได้เหมือนทุกวันนี้เหรอ?”“แต่ถ้าจะหย่าจริง ๆ ถังหนิงคงไม่ยอมหรอก เธอรักพี่เยี่ยนขนาดนั้น ต่อให้ตายยังไงก็ไม่มีวันหย่าแน่นอน”ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคีบบุ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

ตอนที่ถังหนิงเดินออกมาจากภัตตาคาร น้ำตาก็เอ่อล้นขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมดเงาร่างหนึ่งวิ่งตามหลังเธอออกมา พร้อมกับยื่นมือมารั้งตัวเธอไว้ซ่งจือเอ่ยด้วยสายตาเฉียบคม “เธอคิดว่าฉันเป็นมือที่สามเหรอ? ฉันจะบอกให้นะ ฉันกับเฉินเยี่ยนเหิงพวกเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน เงินที่เขาให้ฉันมา ฉันไม่เคยใช้เลยสักบาทเดียว”“ฉันไม่ได้ตาบอด และก็ไม่ได้หูหนวกด้วย” เธอสะบัดมือซ่งจือออกอย่างแรงทันใดนั้น รถตู้คันหนึ่งก็เบรกกะทันหัน หยุดชะงักตรงด้านหลังของถังหนิง“อ๊า—” เสียงร้องตกใจของเธอยังไม่ทันได้เปล่งออกไปไกลชายร่างกำยำสองคนที่คลุมศีรษะมิดชิดก็เข้าประชิดตัวถังหนิงในชั่วพริบตา พวกเขาปิดปากพร้อมกับหิ้วปีกเธอ แล้วลากเธอยัดเข้าไปในรถเพียงชั่วพริบตา ร่างของถังหนิงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยซ่งจือยืนชะงักอึ้งอยู่กับที่ ร่างกายโอนเอนเล็กน้อย ก่อนจะล้มลงกระแทกกับพื้นอันเย็นยะเยือกอย่างแรง ส่งผลให้ข้อศอกของเธอกระแทกเข้ากับขั้นบันไดรอจนกระทั่งคนในภัตตาคารเดินออกมาตามหาเธอ ถึงพบว่าเธอล้มลงกองอยู่กับพื้นอย่างน่าเวทนาคนสองคนรีบเข้าไปประคองเธอขึ้นมา พอเห็นว่าข้อศอกของเธอถลอกจนเนื้อหลุดเป็นแผ่นใหญ่ แถมขาเทียมย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

เธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทั้งอึดอัดแน่นหน้าอก ได้แต่วิ่งออกไปด้านนอกด้วยความโกรธเต็มอกกลุ่มคนที่เคยมายืนล้อมวงดูเรื่องสนุกอยู่ด้านนอกหายไปหมดแล้ว เพราะซือเจ๋อนำบอดี้การ์ดหลายคนมาจัดการเคลียร์พื้นที่จนโล่งเขายืนอยู่ข้างรถเบนท์ลีย์สีดำคันนั้น ก้มหน้าลงต่ำด้วยสีหน้าเรียบเฉยถังหนิงใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อเค้นเสียงพูดกับเขา เส้นเอ็นบนลำคอเกร็งกระตุกเบา ๆ “เฉินเยี่ยนเหิง คุณยืนทำอะไรอยู่ข้างนอก! ไหนตกลงกันว่าจะมาหย่ากันไง? เข้าไปสิ!”“ถังหนิง เธอเป็นคนอ้อนวอนขอให้ฉันแต่งงานด้วยเอง ความจำเสื่อมไปแล้วหรือไง?” วินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้น สายตาก็คุมโทนสุขุมและคมกริบ “เธอกอดฉัน แล้วบอกกับฉันเองว่า ต่อให้ฉันจะไม่รักเธอ ขอแค่ได้อยู่เคียงข้างฉัน ได้มองดูฉัน รอฉันไปตลอดชีวิต เธอก็ยินยอมพร้อมใจ”“มันไม่นับแล้ว!” แผ่นอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง น้ำเสียงแหบแห้ง “ทุกอย่างมันไม่นับอีกต่อไปแล้ว!”เธอรู้สึกสะเทือนใจ ปวดระบมเจ็บลึก ราวกับมีบาดแผลขนาดใหญ่ถูกกรีดออก เลือดสด ๆ ไหลทะลักไม่หยุดตั้งแต่จำความได้ เธอก็วิ่งตามหลังเขามาโดยตลอดเฉินเยี่ยนเหิงโตกว่าเธอหกปี ผู้ใหญ่ในบ้านสั่งให้เธอเรีย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

ผู้ช่วยรีบก้มลงเก็บรูปถ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินผ่านเธอเข้าไปในห้องเพื่อนำตัวซ่งอวี้อันออกมาซ่งอวี้อันสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเล็ก กางเกงเอี๊ยม กอดสมุดการบ้านไว้ในอ้อมอก ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่มีเนื้อแก้มยุ้ยเต็มไปด้วยความเฉยชาและสงบนิ่งครั้งแรกที่เธอได้พบกับเด็กคนนี้ เธอเพียงรู้สึกว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องแกะสลัก นิสัยเย็นชาคล้ายกับเฉินเยี่ยนเหิงอย่างยิ่ง ในใจจึงเกิดความรู้สึกเอ็นดูและสนิทสนมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวทว่าวันนี้เมื่อได้มองดูอีกครั้ง ในใจกลับรู้สึกเย็นเฉียบ ร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ เมื่อเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจอย่างหนัก จู่ ๆ เธอพลันปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนยากจะทนทาน ร่างของเธอเซไปชนเข้ากับตู้วางของข้างผนังเข้าอย่างจัง“โครม——เพล้ง!”แจกันดอกไม้ถูกชนหล่นลงกับพื้น เกิดเสียงแหลมบาดหูในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะแตกกระจายกลายเป็นเศษเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนกระเด็นไปทั่วเสียงแตกสลายที่แหลมสูงและกะทันหันราวกับเข็มเล่มหนึ่ง ที่ทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาทอย่างรุนแรงซ่งอวี้อันชะงักแข็งค้างไปทันที สมุดการบ้านหลุดมือร่วงลงพื้นดัง “แป๊ก”เขายกมือขึ้นอุดหูทั้งตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าแดงก่ำ แ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

เธอเดินก้าวไปข้างหน้า “เดี๋ยวก่อน”เฉินเยี่ยนเหิงที่เดินนำหน้าเธอไปสองก้าวหันกลับมา “เสียใจทีหลังแล้วเหรอ?”“นอนกับคุณมาสี่ปี คุณควรจะให้อะไรฉันบ้างสิ” เธอเลียนแบบน้ำเสียงสงบนิ่งของเขาทว่าความสงบนั้นไม่ได้เลียนแบบกันได้ง่าย ๆ ความทรงจำตลอดสี่ปีราวกับเข็มที่ทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจอย่างถี่ยิบเธอถอนหายใจยาว แล้วเอ่ยต่อ “ให้หมออู๋เหลียงทำการผ่าตัดให้ยายของฉัน”เขาจ้องมองเธอด้วยความสงบ “ใช้การหย่าแลกเปลี่ยนกับเรื่องนี้เหรอ?”“ใช่ ฉันต้องมั่นใจว่าหมออู๋ยอมตกลงผ่าตัดก่อน ฉันถึงจะหย่า”“ถังหนิง เธอปักใจเชื่อว่าพ่อฉันไม่มีทางติดต่ออู๋เหลียงให้ ก็เลยเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เพราะไม่อยากหย่าใช่ไหม? เธอรู้ทั้งรู้ว่าตั้งแต่ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันกับพ่อก็ผิดใจกันเหมือนศัตรู”“ฉันรู้ เพราะฉะนั้นคุณก็โทรหาคุณย่าสิ ให้คุณย่าช่วย คุณย่าสปอยล์คุณขนาดนั้น ไม่มีทางปฏิเสธคุณหรอก”เธอเอ่ยถ้อยคำออกมาทีละคำอย่างชัดเจน ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก และปราศจากน้ำเสียงนุ่มนวลที่เคยใช้ออดอ้อนเขาในอดีตเฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วกดโทรศัพท์ออกเมื่อปลายสายรับ เสียงของหญิงชราก็ดังออกมาด้วยความอ่อนโยนและเอ็น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

หลังจากซ้อมเพลงเต้นตามขั้นตอนจนครบหลายรอบ เวลาก็จวนเจียนจะหกโมงเย็น ซือเจ๋อก็ส่งข้อความมาหาเธอ: [ถึงแล้วครับ]เธอลุกขึ้นเดินไปยังห้องแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็กดลิฟต์ลงมาที่ชั้นหนึ่ง และได้เห็นเด็กสาวในห้องซ้อมหลายคนแอบซุ่มอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ใบหน้าอมยิ้มขวยเขินพลางปรายสายตามองไปที่ประตูชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เพรียวบาง ยืนรออยู่หน้าประตูอย่างสงบนิ่ง ช่วงไหล่กว้างและเอวคอด ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสแล็กเผยให้เห็นเส้นลายอันสละสลวย สายตาของเขาทอดลงต่ำ ท่าทางผ่อนคลายแต่ไม่ดูปล่อยตัว ออร่าความสูงศักดิ์แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติพวกเด็กสาวในศูนย์ศิลปะต่างก็มีความเย่อหยิ่ง ผู้ชายธรรมดาทั่วไปไม่อยู่ในสายตาของพวกเธอหรอก แต่ในเวลานี้กลับดูตื่นเต้นกระตือรือร้นกันยกใหญ่“หล่อจนหัวหมุน เขามารอใครเนี่ย? ถ้าไม่มีใครมารับ เดี๋ยวฉันเข้าไปทักเองนะ”“ฉันก็อยากเข้าไป แต่แผ่นหลังนี้ ทำไมดูคล้ายกับสามีของถังหนิงจัง”“พอเหอะ ถ้าเธอมีสามีหล่อขนาดนี้จริง ๆ จะยอมโพสต์แค่รูปด้านหลังเพียงรูปเดียวได้ยังไงล่ะ รูปนั้นต้องเป็นรูปจากอินเทอร์เน็ตแน่ ๆ”ทันใดนั้น ถังหนิงพลันตระหนักขึ้นได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

เมื่อสี่ปีที่แล้ว แม่เลี้ยงคิดจะส่งเธอไปให้ชายแก่คนหนึ่ง เธอถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินโดยไม่ได้เห็นแสงตะวัน โทรศัพท์ก็ถูกยึดไป ติดต่อคุณตาคุณยายไม่ได้เลยเป็นสองผู้อาวุโสตระกูลเฉินที่เดินทางมาหมั้นหมายถึงบ้านตระกูลถัง โดยบอกว่าเฉินเยี่ยนเหิงต้องการจะแต่งงานกับเธอ เธอถึงได้ถูกแม่เลี้ยงปล่อยตัวออกมาหลังจากออกมาได้ สิ่งแรกที่เธอทำคือรีบไปหาเฉินเยี่ยนเหิง และได้เห็นเขานอนคว่ำอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอันซีดขาว ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่ยังมีเลือดไหลซึม ทั้งร่างตกอยู่ในภาวะไข้สูงจนหมดสติเธอเข้าใจไปเองว่าเขาถูกคนในตระกูลลงโทษหนักขนาดนี้ ก็เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอตลอดสี่ปีหลังแต่งงาน ต่อให้เขาจะเย็นชาเพียงใด เธอก็ไม่เคยถือสา รักเขาอย่างลึกซึ้งและร้อนแรง นั่นก็เพราะว่าเธอเคยสาบานไว้ตอนที่เขาถูกลงโทษด้วยกฎของตระกูลจนหมดสติเพื่อเธอว่าจะไม่ทอดทิ้งเขาไปตลอดชีวิตที่แท้ตอนนั้นไม่ใช่... ไม่ใช่เพื่อจะแต่งงานกับเธอ แต่เพื่อจะแต่งงานกับซ่งจือต่างหากจู่ ๆ ปลายนิ้วพลันไร้เรี่ยวแรง หัวใจราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น ความตื่นตระหนกพุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน แม้แต่กระดูกข้อมือยังพลอยอ่อนแรงตามไปด้วยถ้วย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

นอกจากเธอจะไม่โกรธแล้ว ริมฝีปากยังโค้งเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “ศาสตราจารย์เอ็ดดี้ให้นายมาเหรอ?”เขาปรายสายตามองมา พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “โฮ้ เธอยังรู้จักศาสตราจารย์เอ็ดดี้ด้วยเหรอ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ชื่อเสียงและบารมีของศาสตราจารย์เอ็ดดี้โด่งดังไปทั่วโลก...” ขณะพูด เขาพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เธอรู้ได้ยังไงว่าเขาให้ฉันมารับ...”แววตาของเขาวูบไหวด้วยความตกตะลึงทันที “Heng...”เธอพยักหน้า “อืม ฉันเอง เข้าไปข้างในกันเถอะ”“เป็นไปได้ยังไง...” เขายืนจ้องมองเธออยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็เค้นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมา “เธอคงไม่ได้ไปแอบฟังข่าวลือจากไหนมา แล้วทำเป็นแอบอ้างหรอกนะ...”ถังหนิงยกมือขึ้น ยื่นข้อความสนทนาระหว่างเธอกับศาสตราจารย์เอ็ดดี้ให้เขาดูจ้าวหมิงฟู่ถึงกับอึ้งไปอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที “ธะ... เธอ... คือเด็กสาววัยสิบสองปีคนที่คว้าอันดับหนึ่งของโลกคนนั้น...”ถังหนิงได้เดินนำหน้าไปแล้ว โดยไม่รอให้เขาพูดจบ “นำทางสิ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทหารตำรวจก็มาไล่ฉันออกไปหรอก”จ้าวหมิงฟู่ถูกตอกกลับจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เดินตามหลังไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขามองคนตรงหน้าอย่างพิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

เรื่องพวกนี้ ต่อให้เธอจะยุ่งแค่ไหนเธอก็ทำให้อยู่เสมอแต่ในตอนนี้เธอมีเรื่องเร่งด่วน จึงไม่อยากพูดอะไรมาก แล้วกดตัดสายทิ้งไปทันทีอีกด้าน ป้าแม่บ้านยืนตกใจอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเฉินเยี่ยนเหิงที่นั่งอยู่บนโซฟา “คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงไม่ได้พูดอะไรก็วางสายไปแล้วค่ะ”ชายหนุ่มหลุบตาลง นิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยคำใดป้าแม่บ้านไม่อยากจะเชื่อเลยว่า การที่ถังหนิงขนของออกไปในครั้งนี้ดูเหมือนจะเอาจริง เธอทั้งรู้สึกรำคาญและดีใจในเวลาเดียวกัน รำคาญตรงที่งานของคุณผู้ชายต้องตกมาเป็นภาระของเธอ แต่ก็ดีใจตรงที่ ยัยจิ้งจอกที่นอกจากหน้าตาแล้วก็ไม่มีอะไรดี แถมยังไม่คู่ควรกับคุณผู้ชาย ในที่สุดก็ไปเสียที เธอจะได้ไม่ต้องคอยรับใช้คนหนึ่งคนสามชั่วโมงต่อมา ถังหนิงก็แก้ไขปัญหาใหญ่นั้นได้สำเร็จ คนในห้องปฏิบัติการกว่ายี่สิบคนต่างมารุมล้อมชื่นชมผลงานของเธอ “โคตรเจ๋งเลย”“Heng หลายปีมานี้คุณไปทำอะไรมาเหรอ พวกเราถึงไม่ได้ข่าวคราวของคุณเลย”เธอลดเปลือกตาลง “เป็นแม่บ้านฟลูไทม์ค่ะ”แม้จะมีงานเต้นรำอีกงาน แต่ก็ทำเพื่อเขา เรียกว่าเป็นแม่บ้านฟลูไทม์ก็คงไม่เกินจริงนัก“หา? แบบนี้มันเปลืองของชัด ๆ! เสียดายพรสวรรค์ขอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

เช้าวันรุ่งขึ้น ถังหนิงรู้สึกปวดศีรษะแทบระเบิดและเมื่อยล้าไปทั้งตัวเธอนวดขมับ พลางพยุงตัวขึ้นจากพื้นอันเย็นเยียบ เหม่อลอยอยู่นานถึงค่อยตระหนักได้ว่าที่นี่คือที่ไหนเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด นี่คือเสียงปลุกที่เธอต้องตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้เฉินเยี่ยนเหิง หลังจากกดปิดแล้ว เธอก็ลบเวลาตั้งปลุกนี้ทิ้งไปทันทีป้าแม่บ้านเดินออกมาพอดี เมื่อเห็นเธอก็เอ่ยด้วยความรู้สึกผิดว่า “คุณผู้หญิงคะ ขอโทษด้วยนะคะ เมื่อคืนดิฉันตั้งใจจะพาคุณกลับเข้าไปข้างใน แต่คุณผู้ชายเขา... ไม่ยอมค่ะ สั่งให้ดิฉันทิ้งคุณไว้ข้างนอก”เธอคิดว่าจะได้เห็นสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจและขอบตาแดงก่ำของถังหนิง ทว่าใครจะไปรู้ว่าเธอจะยืนขึ้นตรง ๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นอกจากจะแหบแห้งเล็กน้อยแล้ว ก็จับคลื่นอารมณ์ใดไม่ได้เลย “ฉันดื่มจนเมา เดินมาผิดที่เองล่ะ เอ่อ ป้าคะ วันหลังไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงแล้วนะ”ในขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวเดินจากไป พอนึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ป้าช่วยบอกเขาด้วยนะ ให้เตรียมสัญญาหย่าเอาไว้ด้วย”เมื่อถังหนิงเปิดดูโทรศัพท์ ถึงได้พบว่าเมื่อคืนเจียงหนานโทรหาเธอตั้งหลายสายเธอจึงกด
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status