Share

บทที่ 7

Author: ดอกไนเจลล่า
เมื่อสี่ปีที่แล้ว แม่เลี้ยงคิดจะส่งเธอไปให้ชายแก่คนหนึ่ง เธอถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินโดยไม่ได้เห็นแสงตะวัน โทรศัพท์ก็ถูกยึดไป ติดต่อคุณตาคุณยายไม่ได้เลย

เป็นสองผู้อาวุโสตระกูลเฉินที่เดินทางมาหมั้นหมายถึงบ้านตระกูลถัง โดยบอกว่าเฉินเยี่ยนเหิงต้องการจะแต่งงานกับเธอ เธอถึงได้ถูกแม่เลี้ยงปล่อยตัวออกมา

หลังจากออกมาได้ สิ่งแรกที่เธอทำคือรีบไปหาเฉินเยี่ยนเหิง และได้เห็นเขานอนคว่ำอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอันซีดขาว ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่ยังมีเลือดไหลซึม ทั้งร่างตกอยู่ในภาวะไข้สูงจนหมดสติ

เธอเข้าใจไปเองว่าเขาถูกคนในตระกูลลงโทษหนักขนาดนี้ ก็เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอ

ตลอดสี่ปีหลังแต่งงาน ต่อให้เขาจะเย็นชาเพียงใด เธอก็ไม่เคยถือสา รักเขาอย่างลึกซึ้งและร้อนแรง นั่นก็เพราะว่าเธอเคยสาบานไว้ตอนที่เขาถูกลงโทษด้วยกฎของตระกูลจนหมดสติเพื่อเธอว่าจะไม่ทอดทิ้งเขาไปตลอดชีวิต

ที่แท้ตอนนั้นไม่ใช่... ไม่ใช่เพื่อจะแต่งงานกับเธอ แต่เพื่อจะแต่งงานกับซ่งจือต่างหาก

จู่ ๆ ปลายนิ้วพลันไร้เรี่ยวแรง หัวใจราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น ความตื่นตระหนกพุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน แม้แต่กระดูกข้อมือยังพลอยอ่อนแรงตามไปด้วย

ถ้วยกระเบื้องสีขาวที่ถืออยู่ในมือสั่นไหว ทำให้ศูนย์ถ่วงเสียสมดุลไปในทันที เธอรีบพยายามกำมันไว้แน่นด้วยความลนลาน แต่กลับสัมผัสได้เพียงความเย็นเฉียบของผิวกระเบื้อง

วินาทีที่ถ้วยหลุดจากมือ “โครม——เพล้ง!” เสียงแตกกระจายก็ดังระเบิดขึ้น กระเบื้องสีขาวแตกกระจายไปทั่วพื้น จนน้ำซุปไหลเจิ่งนอง

ปลายนิ้วของเธอยังคงค้างอยู่ในท่างอนิ้ว หัวใจเต้น “ตึกตัก” อย่างไม่เป็นจังหวะ แม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัดปนสั่นเทาอยู่เล็กน้อย

“เสี่ยวหนิง หนู...” คุณหญิงย่าตั้งใจจะดึงรึ้งตัวเธอไว้

ทว่าถังหนิงกลับรีบร้อนวิ่งหนีออกไป โดยไม่ได้เอ่ยคำลาแม้แต่คำเดียว

เธอได้ยินเสียงคุณหญิงย่าสั่งให้เฉินเยี่ยนเหิงวิ่งตามเธอมา

ทว่าเฉินเยี่ยนเหิงยังคงนิ่งเฉยตามเคย “เธอวิ่งไปได้ไม่ไกลหรอกครับ”

นั่นสิ เมื่อก่อนแม้แต่ตอนที่เธอโกรธ เธอก็ทำได้เพียงเดินไปถึงหน้าประตูเท่านั้น ขอแค่เขายินยอม เขาก็สามารถหาเธอเจอได้อย่างง่ายดาย หรือต่อให้เขาไม่ตามหา เธอก็จะยอมกลับมาเองอย่างว่าง่ายอยู่ดี

เมื่อมอบความจริงใจให้มากเกินไป มันก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า

เธอวิ่งออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ ด้านนอกคือถนนลาดยางอันกว้างใหญ่ แต่สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองมากเกินไปจึงเรียกรถแท็กซี่ได้ยาก เธอเดินไปอย่างเหม่อลอยราวกับคนไร้วิญญาณ พลางโทรหาเจียงหนาน

“ฮัลโหล? หนิงหนิง?”

“เจียงหนาน...” วินาทีที่เปล่งเสียงออกมา เธอก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยโฮ ร้องไห้โฮราวกับเด็กเล็ก

“เป็นอะไรไป เธออยู่ที่ไหน? เดี๋ยวฉันไปรับเธอก่อน”

เธอบอกที่อยู่ด้วยเสียงสะอื้น ปลายสายจึงเอ่ยขึ้นทันที “โอเค เธออย่าไปไหนนะ ฉันจะไปรับเธอเดี๋ยวนี้”

เจียงหนานไม่ได้วางสาย เธอจึงได้ยินเสียงเปิดปิดประตูรถดังลอดออกมาจากในโทรศัพท์

ทันทีที่อีกฝ่ายขึ้นรถก็เริ่มชวนเธอคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ๆ

เธอย่อตัวลงนั่งยอง ๆ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร

เจียงหนานอดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบออกมาอย่างรัว ๆ “แม่งนี่มันยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ หลอกเธอมาตั้งสี่ปี เลวยิ่งกว่าเดรัจฉานเสียอีก ตอนนั้นเธอยังช่วยพูดแทนมัน บอกว่ามันดูเย็นชาแค่ภายนอก ฉันว่ามันเย็นชาตั้งแต่หัวจรดเท้า ข้างในยันข้างนอก แม้กระทั่งซอกกระดูกยังเย็นชาเลย! ดีแล้วที่เธอตาสว่างสักที ในที่สุดก็ยอมหย่ากับขยะชิ้นนี้เสียที”

ขณะฟัง ข้อความแจ้งเตือนจากศาสตราจารย์ก็เด้งขึ้นมา

[ศาสตราจารย์เอ็ดดี้: Heng ห้องปฏิบัติการของเราเจอปัญหาร้ายแรงและเร่งด่วนมาก คุณพอจะมาดูหน่อยได้ไหม ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนกะทันหัน แต่ถ้าปัญหานี้แก้ไขได้ ทางเบื้องบนจะต้องยินยอมให้คุณเข้าร่วมโดยตรงแน่นอน]

ถังหนิงรีบกลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และบอกว่ายินดีจะไปที่นั่นตอนนี้ พร้อมกับสอบถามที่อยู่ของอีกฝ่าย ตั้งใจว่าพอเจียงหนานมาถึงแล้วจะตรงไปหาศาสตราจารย์ทันที

ในตอนนั้นเอง รถมายบัคสีดำคันหนึ่งก็จอดลงตรงหน้าเธอ

กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง ชายหนุ่มเอียงศีรษะเล็กน้อย โครงหน้าด้านข้างคมชัดโดดเด่นท่ามกลางแสงและเงา สันจมูกโด่งทอดเงาคมกริบลงมา กระบอกตาลึกเล็กน้อย รูม่านตาดำขลับเหมือนสระน้ำเย็นยะเยือก ยามเขาทอดสายตามองมาอย่างเรียบเฉย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนให้ความรู้สึกกดดันและมีเสน่ห์ชวนหวั่นเกรง

“ขึ้นรถ” เขาพูดอย่างสบาย ๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย และราวกับมั่นใจมาตั้งแต่แรกแล้วว่า เธอจะต้องรอเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่ไกลจากตรงนี้แน่นอน

เธอค่อย ๆ ยืนหยัดตัวขึ้น “ไม่ล่ะ เจียงหนานมารับฉันแล้ว”

เมื่อได้ยินชื่อเจียงหนาน ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมาแต่อย่างใด ทว่าถังหนิงรู้ดีว่า เขาดูถูกเพื่อนของเธอมาโดยตลอด ว่าวัน ๆ เอาแต่ขี้เกียจสันหลังยาว เมื่อเทียบกับคนในแวดวงสังคมของเขาแล้วก็ยังห่างชั้นกันมาก เพราะคนเหล่านั้นล้วนเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่าง ๆ

“ถังหนิง อย่าเสียเวลาเลย” น้ำเสียงของเขาราบเรียบและมั่นคง ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ๆ

“ฉันไม่ได้กำลังงอนกับคุณ เพื่ออ้อนวอนให้คุณมาง้อหรอกนะ” เธอเอียงศีรษะแล้วเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “เธอมาถึงแล้ว”

หลังเสียงเบรกกะทันหันดังขึ้น รถเฟอร์รารีสีน้ำเงินเข้มคันหนึ่งก็พุ่งมาจอดขวางอยู่ด้านหน้ารถมายบัค

ชายหนุ่มปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะละสายตากลับมาจ้องเธอ เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า จากนั้นก็สั่งคนขับรถให้ออกรถอย่างไม่ใส่ใจ

เจียงหนานรีบลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ พลางจ้องมองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยสายตาเป็นปรปักษ์ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเหยียดยิ้มเยาะ “หนิงหนิงของเราไม่รบกวนประธานเฉินหรอกค่ะ เพราะไม่รู้ว่ารถของคุณเคยบรรทุกของสกปรกอะไรมาบ้าง เธอเป็นคนรักความสะอาดน่ะค่ะ”

เฉินเยี่ยนเหิงไม่เคยใส่ใจกับการโต้เถียงด้วยคำพูดอยู่แล้ว เขาจึงเลื่อนกระจกรถขึ้น

เจียงหนานดึงร่างเธอไป ก่อนจะรีบจับเธอยัดเข้าไปในเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขึ้นรถ สตาร์ตเครื่อง เร่งความเร็ว แซงหน้ารถมายบัคไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงควันไอเสียจากท้ายรถ

รถแล่นไปตลอดทาง จนมาถึงพื้นที่ลับและห่างไกลแห่งหนึ่ง เจียงหนานไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ จึงจอดรออยู่ด้านนอก “ไปเถอะ ทำธุระเสร็จแล้วโทรหาฉันนะ”

เธอพยักหน้า เปิดประตูรถแล้วเดินไปที่ทางเข้า ขณะที่กำลังจะส่งข้อความหาศาสตราจารย์ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งมาขวางเธอไว้เสียก่อน

เขาคือจ้าวหมิงฟู่ เพื่อนสนิทของเฉินเยี่ยนเหิง ซึ่งเป็นคนที่รังเกียจเธอมากที่สุด เขามักจะพูดจาเหน็บแนมและถากถางว่าเธอไม่คู่ควรกับเฉินเยี่ยนเหิงอยู่เสมอ และก่อนหน้านี้เขายังเคยแนะนำด็อกเตอร์สาววัยยี่สิบกว่า ๆ ให้เฉินเยี่ยนเหิง โดยบอกว่าถ้าเฉินเยี่ยนเหิงชอบก็ให้เลี้ยงดูไว้ข้างนอก

หลังจากเธอรู้เข้าก็อาละวาดไปยกใหญ่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

“เธอมาทำอะไรที่นี่?” ขมวดคิ้วแน่น แสดงสีหน้ารังเกียจจนปิดไม่มิด “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เธอจะมาได้ ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”

“ฉันมาไม่ได้เหรอ? ที่นี่นายเป็นคนชี้ขาดหรือไง?” เธอพูดกับเขาด้วยความสงบนิ่งพอสมควร

“เหอะ” จ้าวหมิงฟู่ยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางหนึ่ง “ที่นี่คือห้องปฏิบัติการลับที่สำคัญของประเทศนะ เธอเป็นแค่นักเต้นรำกระจอก มาที่นี่เพื่อกวาดพื้นหรือไง?”

“กวาดพื้นก็ไม่เกี่ยวกับนาย” เธอไม่อยากพูดพล่ามกับเขา พวกลูกรักสวรรค์ที่วางท่าสูงส่งอย่างจ้าวหมิงฟู่ใช้รูจมูกมองคน พูดไปก็ไร้ประโยชน์

เธอส่งข้อความหาศาสตราจารย์เอ็ดดี้โดยตรงทันที

[ศาสตราจารย์คะ ฉันมาถึงแล้วค่ะ]

[อืม ผมให้คนไปรอคุณที่หน้าประตูแล้ว คุณเห็นหรือยัง? เขาจะพาคุณเข้ามาเอง]

ถังหนิงหันหน้ามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้... นอกจากจ้าวหมิงฟู่แล้วก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย

และในเวลานี้ จ้าวหมิงฟู่ก็เพิ่งจะส่งข้อความหาเฉินเยี่ยนเหิงเสร็จ บอกว่าเขาเจอถังหนิง แล้วก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะสบถออกมาว่า “ทำไมยังไม่มาอีกนะ”

เธอเอ่ยถามหยั่งเชิง “นายกำลังรอใครอยู่เหรอ?”

“เกี่ยวอะไรกับเธอ” เดิมทีเขาก็รอจนเริ่มหงุดหงิดแล้ว พอเห็นเธอก็ยิ่งโมโห “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก อยากรอให้ตำรวจทหารมาไล่หรือไง? ที่นี่ห้ามเพ่นพ่านนะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status