Share

บทที่ 7

Author: ดอกไนเจลล่า
เมื่อสี่ปีที่แล้ว แม่เลี้ยงคิดจะส่งเธอไปให้ชายแก่คนหนึ่ง เธอถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินโดยไม่ได้เห็นแสงตะวัน โทรศัพท์ก็ถูกยึดไป ติดต่อคุณตาคุณยายไม่ได้เลย

เป็นสองผู้อาวุโสตระกูลเฉินที่เดินทางมาหมั้นหมายถึงบ้านตระกูลถัง โดยบอกว่าเฉินเยี่ยนเหิงต้องการจะแต่งงานกับเธอ เธอถึงได้ถูกแม่เลี้ยงปล่อยตัวออกมา

หลังจากออกมาได้ สิ่งแรกที่เธอทำคือรีบไปหาเฉินเยี่ยนเหิง และได้เห็นเขานอนคว่ำอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอันซีดขาว ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่ยังมีเลือดไหลซึม ทั้งร่างตกอยู่ในภาวะไข้สูงจนหมดสติ

เธอเข้าใจไปเองว่าเขาถูกคนในตระกูลลงโทษหนักขนาดนี้ ก็เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเธอ

ตลอดสี่ปีหลังแต่งงาน ต่อให้เขาจะเย็นชาเพียงใด เธอก็ไม่เคยถือสา รักเขาอย่างลึกซึ้งและร้อนแรง นั่นก็เพราะว่าเธอเคยสาบานไว้ตอนที่เขาถูกลงโทษด้วยกฎของตระกูลจนหมดสติเพื่อเธอว่าจะไม่ทอดทิ้งเขาไปตลอดชีวิต

ที่แท้ตอนนั้นไม่ใช่... ไม่ใช่เพื่อจะแต่งงานกับเธอ แต่เพื่อจะแต่งงานกับซ่งจือต่างหาก

จู่ ๆ ปลายนิ้วพลันไร้เรี่ยวแรง หัวใจราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น ความตื่นตระหนกพุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน แม้แต่กระดูกข้อมือยังพลอยอ่อนแรงตามไปด้วย

ถ้วยกระเบื้องสีขาวที่ถืออยู่ในมือสั่นไหว ทำให้ศูนย์ถ่วงเสียสมดุลไปในทันที เธอรีบพยายามกำมันไว้แน่นด้วยความลนลาน แต่กลับสัมผัสได้เพียงความเย็นเฉียบของผิวกระเบื้อง

วินาทีที่ถ้วยหลุดจากมือ “โครม——เพล้ง!” เสียงแตกกระจายก็ดังระเบิดขึ้น กระเบื้องสีขาวแตกกระจายไปทั่วพื้น จนน้ำซุปไหลเจิ่งนอง

ปลายนิ้วของเธอยังคงค้างอยู่ในท่างอนิ้ว หัวใจเต้น “ตึกตัก” อย่างไม่เป็นจังหวะ แม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัดปนสั่นเทาอยู่เล็กน้อย

“เสี่ยวหนิง หนู...” คุณหญิงย่าตั้งใจจะดึงรึ้งตัวเธอไว้

ทว่าถังหนิงกลับรีบร้อนวิ่งหนีออกไป โดยไม่ได้เอ่ยคำลาแม้แต่คำเดียว

เธอได้ยินเสียงคุณหญิงย่าสั่งให้เฉินเยี่ยนเหิงวิ่งตามเธอมา

ทว่าเฉินเยี่ยนเหิงยังคงนิ่งเฉยตามเคย “เธอวิ่งไปได้ไม่ไกลหรอกครับ”

นั่นสิ เมื่อก่อนแม้แต่ตอนที่เธอโกรธ เธอก็ทำได้เพียงเดินไปถึงหน้าประตูเท่านั้น ขอแค่เขายินยอม เขาก็สามารถหาเธอเจอได้อย่างง่ายดาย หรือต่อให้เขาไม่ตามหา เธอก็จะยอมกลับมาเองอย่างว่าง่ายอยู่ดี

เมื่อมอบความจริงใจให้มากเกินไป มันก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่า

เธอวิ่งออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ ด้านนอกคือถนนลาดยางอันกว้างใหญ่ แต่สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองมากเกินไปจึงเรียกรถแท็กซี่ได้ยาก เธอเดินไปอย่างเหม่อลอยราวกับคนไร้วิญญาณ พลางโทรหาเจียงหนาน

“ฮัลโหล? หนิงหนิง?”

“เจียงหนาน...” วินาทีที่เปล่งเสียงออกมา เธอก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยโฮ ร้องไห้โฮราวกับเด็กเล็ก

“เป็นอะไรไป เธออยู่ที่ไหน? เดี๋ยวฉันไปรับเธอก่อน”

เธอบอกที่อยู่ด้วยเสียงสะอื้น ปลายสายจึงเอ่ยขึ้นทันที “โอเค เธออย่าไปไหนนะ ฉันจะไปรับเธอเดี๋ยวนี้”

เจียงหนานไม่ได้วางสาย เธอจึงได้ยินเสียงเปิดปิดประตูรถดังลอดออกมาจากในโทรศัพท์

ทันทีที่อีกฝ่ายขึ้นรถก็เริ่มชวนเธอคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ๆ

เธอย่อตัวลงนั่งยอง ๆ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร

เจียงหนานอดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบออกมาอย่างรัว ๆ “แม่งนี่มันยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ หลอกเธอมาตั้งสี่ปี เลวยิ่งกว่าเดรัจฉานเสียอีก ตอนนั้นเธอยังช่วยพูดแทนมัน บอกว่ามันดูเย็นชาแค่ภายนอก ฉันว่ามันเย็นชาตั้งแต่หัวจรดเท้า ข้างในยันข้างนอก แม้กระทั่งซอกกระดูกยังเย็นชาเลย! ดีแล้วที่เธอตาสว่างสักที ในที่สุดก็ยอมหย่ากับขยะชิ้นนี้เสียที”

ขณะฟัง ข้อความแจ้งเตือนจากศาสตราจารย์ก็เด้งขึ้นมา

[ศาสตราจารย์เอ็ดดี้: Heng ห้องปฏิบัติการของเราเจอปัญหาร้ายแรงและเร่งด่วนมาก คุณพอจะมาดูหน่อยได้ไหม ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนกะทันหัน แต่ถ้าปัญหานี้แก้ไขได้ ทางเบื้องบนจะต้องยินยอมให้คุณเข้าร่วมโดยตรงแน่นอน]

ถังหนิงรีบกลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และบอกว่ายินดีจะไปที่นั่นตอนนี้ พร้อมกับสอบถามที่อยู่ของอีกฝ่าย ตั้งใจว่าพอเจียงหนานมาถึงแล้วจะตรงไปหาศาสตราจารย์ทันที

ในตอนนั้นเอง รถมายบัคสีดำคันหนึ่งก็จอดลงตรงหน้าเธอ

กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง ชายหนุ่มเอียงศีรษะเล็กน้อย โครงหน้าด้านข้างคมชัดโดดเด่นท่ามกลางแสงและเงา สันจมูกโด่งทอดเงาคมกริบลงมา กระบอกตาลึกเล็กน้อย รูม่านตาดำขลับเหมือนสระน้ำเย็นยะเยือก ยามเขาทอดสายตามองมาอย่างเรียบเฉย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนให้ความรู้สึกกดดันและมีเสน่ห์ชวนหวั่นเกรง

“ขึ้นรถ” เขาพูดอย่างสบาย ๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย และราวกับมั่นใจมาตั้งแต่แรกแล้วว่า เธอจะต้องรอเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่ไกลจากตรงนี้แน่นอน

เธอค่อย ๆ ยืนหยัดตัวขึ้น “ไม่ล่ะ เจียงหนานมารับฉันแล้ว”

เมื่อได้ยินชื่อเจียงหนาน ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมาแต่อย่างใด ทว่าถังหนิงรู้ดีว่า เขาดูถูกเพื่อนของเธอมาโดยตลอด ว่าวัน ๆ เอาแต่ขี้เกียจสันหลังยาว เมื่อเทียบกับคนในแวดวงสังคมของเขาแล้วก็ยังห่างชั้นกันมาก เพราะคนเหล่านั้นล้วนเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่าง ๆ

“ถังหนิง อย่าเสียเวลาเลย” น้ำเสียงของเขาราบเรียบและมั่นคง ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ๆ

“ฉันไม่ได้กำลังงอนกับคุณ เพื่ออ้อนวอนให้คุณมาง้อหรอกนะ” เธอเอียงศีรษะแล้วเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “เธอมาถึงแล้ว”

หลังเสียงเบรกกะทันหันดังขึ้น รถเฟอร์รารีสีน้ำเงินเข้มคันหนึ่งก็พุ่งมาจอดขวางอยู่ด้านหน้ารถมายบัค

ชายหนุ่มปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะละสายตากลับมาจ้องเธอ เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า จากนั้นก็สั่งคนขับรถให้ออกรถอย่างไม่ใส่ใจ

เจียงหนานรีบลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ พลางจ้องมองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยสายตาเป็นปรปักษ์ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเหยียดยิ้มเยาะ “หนิงหนิงของเราไม่รบกวนประธานเฉินหรอกค่ะ เพราะไม่รู้ว่ารถของคุณเคยบรรทุกของสกปรกอะไรมาบ้าง เธอเป็นคนรักความสะอาดน่ะค่ะ”

เฉินเยี่ยนเหิงไม่เคยใส่ใจกับการโต้เถียงด้วยคำพูดอยู่แล้ว เขาจึงเลื่อนกระจกรถขึ้น

เจียงหนานดึงร่างเธอไป ก่อนจะรีบจับเธอยัดเข้าไปในเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขึ้นรถ สตาร์ตเครื่อง เร่งความเร็ว แซงหน้ารถมายบัคไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงควันไอเสียจากท้ายรถ

รถแล่นไปตลอดทาง จนมาถึงพื้นที่ลับและห่างไกลแห่งหนึ่ง เจียงหนานไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ จึงจอดรออยู่ด้านนอก “ไปเถอะ ทำธุระเสร็จแล้วโทรหาฉันนะ”

เธอพยักหน้า เปิดประตูรถแล้วเดินไปที่ทางเข้า ขณะที่กำลังจะส่งข้อความหาศาสตราจารย์ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งมาขวางเธอไว้เสียก่อน

เขาคือจ้าวหมิงฟู่ เพื่อนสนิทของเฉินเยี่ยนเหิง ซึ่งเป็นคนที่รังเกียจเธอมากที่สุด เขามักจะพูดจาเหน็บแนมและถากถางว่าเธอไม่คู่ควรกับเฉินเยี่ยนเหิงอยู่เสมอ และก่อนหน้านี้เขายังเคยแนะนำด็อกเตอร์สาววัยยี่สิบกว่า ๆ ให้เฉินเยี่ยนเหิง โดยบอกว่าถ้าเฉินเยี่ยนเหิงชอบก็ให้เลี้ยงดูไว้ข้างนอก

หลังจากเธอรู้เข้าก็อาละวาดไปยกใหญ่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

“เธอมาทำอะไรที่นี่?” ขมวดคิ้วแน่น แสดงสีหน้ารังเกียจจนปิดไม่มิด “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เธอจะมาได้ ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”

“ฉันมาไม่ได้เหรอ? ที่นี่นายเป็นคนชี้ขาดหรือไง?” เธอพูดกับเขาด้วยความสงบนิ่งพอสมควร

“เหอะ” จ้าวหมิงฟู่ยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางหนึ่ง “ที่นี่คือห้องปฏิบัติการลับที่สำคัญของประเทศนะ เธอเป็นแค่นักเต้นรำกระจอก มาที่นี่เพื่อกวาดพื้นหรือไง?”

“กวาดพื้นก็ไม่เกี่ยวกับนาย” เธอไม่อยากพูดพล่ามกับเขา พวกลูกรักสวรรค์ที่วางท่าสูงส่งอย่างจ้าวหมิงฟู่ใช้รูจมูกมองคน พูดไปก็ไร้ประโยชน์

เธอส่งข้อความหาศาสตราจารย์เอ็ดดี้โดยตรงทันที

[ศาสตราจารย์คะ ฉันมาถึงแล้วค่ะ]

[อืม ผมให้คนไปรอคุณที่หน้าประตูแล้ว คุณเห็นหรือยัง? เขาจะพาคุณเข้ามาเอง]

ถังหนิงหันหน้ามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้... นอกจากจ้าวหมิงฟู่แล้วก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย

และในเวลานี้ จ้าวหมิงฟู่ก็เพิ่งจะส่งข้อความหาเฉินเยี่ยนเหิงเสร็จ บอกว่าเขาเจอถังหนิง แล้วก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะสบถออกมาว่า “ทำไมยังไม่มาอีกนะ”

เธอเอ่ยถามหยั่งเชิง “นายกำลังรอใครอยู่เหรอ?”

“เกี่ยวอะไรกับเธอ” เดิมทีเขาก็รอจนเริ่มหงุดหงิดแล้ว พอเห็นเธอก็ยิ่งโมโห “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก อยากรอให้ตำรวจทหารมาไล่หรือไง? ที่นี่ห้ามเพ่นพ่านนะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 100

    เจียงหนานนึกขึ้นมาได้กะทันหัน “จริงสิ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วกลับมาคราวก่อน ฉันโดนคนสะกดรอยตามน่ะ”ถังหนิงตกใจ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”“เมื่อวานตอนที่ฉันไปซูเปอร์มาร์เก็ต มีคนแอบตามฉันมา ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นคนอื่นส่งมาซะอีก แต่พอจับตัวได้แล้วเค้นถามดูถึงได้รู้ว่าเป็นคนของซ่งจือ”ตอนนั้นเจียงหนานตกใจกลัวแทบแย่ เพราะกลัวว่าเป็นคนผู้นั้น แต่พอรู้ว่าเป็นฝีมือของซ่งจือกลับทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาซะอย่างนั้นถังหนิงเอ่ยขึ้น “เธอคงจะส่งคนไปตามสะกดรอยหลิงชีมากกว่า”เธอรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ดึงเจียงหนานเข้ามาช่วยตัวเองเซ็นสัญญา “ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกไปไหนเลยนะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกฉันได้เลย”เจียงหนานพยักหน้ารับ พร้อมกับรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองเผลอเปิดเผยตัวตนมากเกินไปจริง ๆ เมื่อตกดึก ถังหนิงกลับมาถึงอู๋ถงจินอ้าน เธอตั้งใจจะขึ้นไปหาเส้นผมของเฉินเยี่ยนเหิงบนเตียงนอน ทว่าผ้าปูที่นอนทั้งหมดกลับถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่หมดจด สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแม่บ้านชาวฟิลิปปินส์อย่าง มารี ที่เป็นคนทำความสะอาด มารีเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ขยันขันแข็งและอ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 99

    ถังหนิงรู้สึกว่าข้อมือข้างนั้นเปื้อนจนสกปรกไปหมด เธอหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดถูซ้ำ ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจู่ ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านข้าง “เธอนี่เอง”เธอเงยหน้าขึ้น ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย เว่ยเฉิง คนสกุลเว่ยผู้นั้นเองเว่ยเฉิงเอ่ยขึ้นว่า “ครั้งก่อนฉันล่วงเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณมีความสัมพันธ์กับคุณชายเซี่ย ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ”ถังหนิงเห็นท่าทีนอบน้อมถ่อมตนราวกับคนยอมจำนนของเขาแล้วก็ได้แต่รู้สึกขบขันท่าทีของเว่ยเฉิงสุภาพเรียบร้อยและเต็มไปด้วยความอ่อนน้อม “เธอมาร่วมงานเลี้ยงเหรอ? เข้าไปข้างในด้วยกันสิ พอดีฉันว่าจะเข้าไปขอโทษคุณชายเซี่ยต่อหน้าสักหน่อย”ถังหนิงส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว”เธอไม่อยากพูดอะไรเพิ่มแม้แต่ประโยคเดียว เดินเลี่ยงออกมาทันทีชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังได้สัดส่วนของเธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นและนึกเสียดายจนต้องมองตามซ้ำหลายครั้งพูดตามตรงแล้ว ผู้หญิงหน้าตาและรูปร่างระดับนี้ หากไม่ได้ลองสักครั้งถือเป็นความน่าเสียดายของชีวิตแท้ ๆ น่าเสียดายนักที่ดันมีคนหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง เมื่อครู่เซี่ยหยุนจงเพิ่งจะเอ่ยปากตักเตือนไปหมาด ๆ อีกไม่นานเขาก็กำลังจะได้เล

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 98

    เขานั้นแทบจะไม่เคยโกรธเรื่องใดเลย ยกเว้นก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับซ่งจือเขามองไปยังเซี่ยจิงเมี่ยว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเรียบ ๆ ไปยังชีสวี่ ทว่าแทบไม่ต้องเดาเลย ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าการกระทำของเซี่ยจิงเมี่ยวนี้เป็นสิ่งที่ชีสวี่สอนมาแม้ว่าเด็กคนนี้จะมีนิสัยถอดแบบมาจากเขา แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเด็ก จะกล้าสาดน้ำใส่ผู้เป็นพ่อที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันได้อย่างไรเขากำลังเดินเข้าไปพร้อมกับยกมือขึ้นชีสวี่ดึงเซี่ยจิงเมี่ยวเข้าไปปกป้องไว้ในอ้อมแขนทันที พร้อมกับกอดเอาไว้แน่นริมฝีปากของเซี่ยหยุนจงยังคงประดับรอยยิ้มจาง ๆ ฝ่ามือที่วางลงไปบนศีรษะเล็กของเซี่ยจิงเมี่ยวนั้นแผ่วเบา “ใช้ได้ สมแล้วที่เป็นลูกสาวฉัน ถึงกับรู้จักการทำความดีผดุงความยุติธรรมเชียวนะ”หางตาและแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจ้องมองชีสวี่พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กลับไปค่อยเคลียร์บัญชีกับเธอ”ถังหนิงก้าวเข้ามาขวางปกป้องเซี่ยจิงเมี่ยวเอาไว้เช่นกันเธอจ้องมองเซี่ยหยุนจง “คุณชายเซี่ย คุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”“ผมไม่ได้เป็นคนป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก เรื่องสุขภาพร่างกายเนี่ย เธอเป็นห่วงผ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 97

    ถังหนิงเพิ่งกินมูสช็อกโกแลตหมดไป ใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากเสร็จก็ตั้งใจจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อเติมลิปสติกร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านข้างทาบทับเงาลงมา เธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นเซี่ยหยุนจง ก็รีบถอยหลังหลีกเลี่ยงไปด้านข้างทันทีเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับคนสติไม่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากคืนนั้นรอยกัดตรงท้ายทอยนั่นชวนให้อึดอัดสะอิดสะเอียนสิ้นดี“จะหลบทำไมกันล่ะครับคุณนายเฉิน ฉันยังไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมของเธอสักเส้นเลยนะ”การเคลื่อนไหวของถังหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าจ้องมองเขาเขม็ง “นายไม่ได้แตะต้องปลายเส้นผมฉันสักเส้นงั้นเหรอ?”เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมา “เซี่ยหยุนจง คุณทำอะไรลงไปบ้างในใจย่อมรู้ดีแก่ใจ”เซี่ยหยุนจงโน้มตัวลงเล็กน้อย “เธอคงไม่ได้เอาเรื่องที่เฉินเยี่ยนเหิงทำกับเธอมาลงที่ฉันหรอกนะ”เธอชะงักไป หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “คุณหมายความว่ายังไง”เขายักไหล่ “ไม่ได้หมายความว่ายังไง”เขาถือแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับแก้วในมือของถังหนิง สายตามองไปยังฝั่งของเฉินเยี่ยนเหิง เมื่อเห็นว่าเฉินเยี่ยนเหิงหันมองมา เขาก็เอียงศีรษะไปทางด้านของถังหนิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งถังหนิงวางแก้วลง

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 96

    มองตามแนวสายตาคู่นั้นผ่านฝูงชนไป ทางฝั่งนั้นก็คือบริเวณที่ถังหนิงกำลังยืนอยู่พอดีเขาขมวดคิ้วมุ่น หันไปถามเฮ่อเจียหลี่ว่า “วันนั้นนายยังทำอะไรอีกนอกจากเรื่องของซ่งจือ”เฮ่อเจียหลี่ทำหน้าอึมครึมพร้อมกับขมวดคิ้ว “ฉันจะไปทำอะไรได้เล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ ๆ พี่เฉินก็โกรธขึ้นมาซะอย่างนั้น”จ้าวหมิงฟู่หันไปมองคนอื่น ๆ กลุ่มคนเหล่านั้นต่างมึนงงเช่นกัน “วันนั้นเฮ่อเจียหลี่ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะ แค่ถังหนิงพูดใส่ร้ายขึ้นมาประโยคหนึ่งว่าเฮ่อเจียหลี่ชอบซ่งจือแล้วจะแย่งคนแข่งกับพี่เฉิน หลังจากนั้นเฮ่อเจียหลี่ดันไปโดนตัวซ่งจือเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พี่เฉินก็โกรธแล้วลงมือชกขึ้นมาทันทีเลย”แววตาของจ้าวหมิงฟู่หม่นลงเล็กน้อย ในใจมีความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างว่า เฉินเยี่ยนเหิงกับถังหนิงอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ผิวเผินอย่างที่เห็นภายนอกท่าทีที่ต้องการหย่าร้างของถังหนิงนั้นเขารู้ดีอยู่แก่ใจ การที่เรื่องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ เป็นเพราะเฉินเยี่ยนเหิงไม่ยอมหย่าต่างหากเพราะเหตุใดกันนะเฮ่อเจียหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปกะทันหัน ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 95

    ในวันงานเลี้ยงวันเกิดของซ่งจือ ถังหนิงสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีแดงสดโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่มีความเกรงใจใด ๆ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ภายในห้องจัดเลี้ยงก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนจนกลายเป็นจุดสนใจราวกับเป็นตัวเอกของงานถังหนิงกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นบรรดาผู้ทรงอิทธิพลระดับแถวหน้าในวงการที่มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า ในใจก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ เฉินเยี่ยนเหิงทุ่มเทปูทางสู่สวรงสวรรค์เอาไว้ เพื่อผลักดันให้เธอบินขึ้นสู่ที่สูงเธอก้าวเดินเข้าไปอย่างสง่างาม กลุ่มคนที่นำโดยเฮ่อเจียหลี่จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาเย็นชาและรังเกียจทว่าครั้งนี้เฮ่อเจียหลี่กลับรู้จักสำรวม ไม่ได้พุ่งเข้ามาต่อว่าเธอทันทีที่เดินเข้ามาเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่แววตาของเขาได้แสดงความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจนแล้วเธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบไวน์แดงแก้วหนึ่งมาจากมือของพนักงานเสิร์ฟแล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ บริเวณใจกลางห้องจัดเลี้ยง ซ่งจือสวมชุดเดรสผ้าซาตินสีเรียบ ยืนพูดคุยกับบรรดาผู้ทรงอิทธิพลด้วยท่าทีเป็นกันเองเฉินเยี่ยนเหิงยืนเคียงข้างกายของเธอ หากมองดูจากภาพนี้แล้ว ทั้งสองคนช่างดูเหมาะสมกันราวกับกิ่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status