Share

บทที่ 5

Author: ดอกไนเจลล่า
เธอเดินก้าวไปข้างหน้า “เดี๋ยวก่อน”

เฉินเยี่ยนเหิงที่เดินนำหน้าเธอไปสองก้าวหันกลับมา “เสียใจทีหลังแล้วเหรอ?”

“นอนกับคุณมาสี่ปี คุณควรจะให้อะไรฉันบ้างสิ” เธอเลียนแบบน้ำเสียงสงบนิ่งของเขา

ทว่าความสงบนั้นไม่ได้เลียนแบบกันได้ง่าย ๆ ความทรงจำตลอดสี่ปีราวกับเข็มที่ทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจอย่างถี่ยิบ

เธอถอนหายใจยาว แล้วเอ่ยต่อ “ให้หมออู๋เหลียงทำการผ่าตัดให้ยายของฉัน”

เขาจ้องมองเธอด้วยความสงบ “ใช้การหย่าแลกเปลี่ยนกับเรื่องนี้เหรอ?”

“ใช่ ฉันต้องมั่นใจว่าหมออู๋ยอมตกลงผ่าตัดก่อน ฉันถึงจะหย่า”

“ถังหนิง เธอปักใจเชื่อว่าพ่อฉันไม่มีทางติดต่ออู๋เหลียงให้ ก็เลยเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เพราะไม่อยากหย่าใช่ไหม? เธอรู้ทั้งรู้ว่าตั้งแต่ฉันแต่งงานกับเธอ ฉันกับพ่อก็ผิดใจกันเหมือนศัตรู”

“ฉันรู้ เพราะฉะนั้นคุณก็โทรหาคุณย่าสิ ให้คุณย่าช่วย คุณย่าสปอยล์คุณขนาดนั้น ไม่มีทางปฏิเสธคุณหรอก”

เธอเอ่ยถ้อยคำออกมาทีละคำอย่างชัดเจน ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก และปราศจากน้ำเสียงนุ่มนวลที่เคยใช้ออดอ้อนเขาในอดีต

เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วกดโทรศัพท์ออก

เมื่อปลายสายรับ เสียงของหญิงชราก็ดังออกมาด้วยความอ่อนโยนและเอ็นดู “เยี่ยนเหิงเหรอ ทำไมจู่ ๆ ถึงโทรมาล่ะ ย่ากับปู่กำลังเล่นตัวต่อกับเด็กน้อยบ้านตระกูลเซี่ยอยู่ เด็กน้อยน่ารักจริง ๆ นะ แล้วแกกับเสี่ยวหนิงตั้งใจจะมีลูกกันเมื่อไรล่ะ?”

พูดไม่ทันถึงสามประโยค คุณหญิงย่าก็วนกลับมาเรื่องอยากมีหลานตามเคย ถังหนิงและเฉินเยี่ยนเหิงเคยชินไปนานแล้ว

เมื่อก่อน ถังหนิงจะแอบมองเขาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ส่วนเขาก็จะตอบกลับเรียบ ๆ ว่าไม่รีบ

ทว่าตอนนี้ เธอฟังแล้วก็ทำเป็นไม่ได้ยิน รอฟังว่าเฉินเยี่ยนเหิงจะพูดอะไรต่อ

“เรื่องลูกปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติครับ เดี๋ยวก็มีเอง” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ “วันนี้ที่โทรหาคุณย่า มีอีกเรื่องครับ คุณยายของเสี่ยวหนิงป่วย จำเป็นต้องติดต่อหมออู๋เหลียงมาทำการผ่าตัด แต่เขาปฏิเสธ”

“เรื่องนี้ย่าจะเป็นคนไปพูดเอง คืนนี้แกพาเสี่ยวหนิงกลับมากินข้าวที่บ้านนะ” เมื่อท่านเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงก็เปลี่ยนจริงจังขึ้นมาเสียแล้ว “ย่าได้ยินมาว่าแกกับเสี่ยวหนิงจะหย่ากัน? ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม? ย่าขอบอกแกไว้เลยนะ อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ มีสายตาตั้งกี่คู่คอยจ้องมองแกอยู่ อย่าหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัวเพิ่มเลย”

ถังหนิงได้ฟังคำพูดของคุณย่าถึงกับตกตะลึงอยู่ในใจ

หากเวลานี้ทำให้คุณหญิงย่ารู้ว่าเธอตั้งใจจะหย่ากับเฉินเยี่ยนเหิง ท่านยังจะยอมช่วยประสานเรื่องหมออู๋อยู่อีกไหม แล้วทางฝั่งคุณยายจะทำอย่างไร

ต้องรออีกตั้งสามเดือนถึงจะทำการผ่าตัดได้

“ผมทราบครับ คุณย่าวางใจได้ ผมกับเสี่ยวหนิงยังดีกันอยู่” เขาปิดบังสถานการณ์ของคนทั้งสองเอาไว้

หลังจากวางสาย เฉินเยี่ยนเหิงก็หันมามองเธอ “คุณย่ารู้เรื่องหย่าแล้ว ถังหนิง แม้แต่เรื่องนี้เธอก็วางแผนเอาไว้หมดแล้วสินะ”

เปลือกตาของถังหนิงสั่นระริก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา

เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นคนส่งข่าวให้คุณย่า แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ท่าทางใจเย็นราวกับว่าวันนี้จะหย่าหรือพรุ่งนี้จะหย่า เขาก็ไม่ได้แยแส พร้อมเสมอเมื่อไหร่ก็ได้

เขากวาดสายตามองนาฬิกาข้อมือ แล้วมองไปยังรถยนต์ ไม่อยากเสียเวลากับเธอตรงนี้นาน “สมใจเธอแล้ว รอให้กำหนดการผ่าตัดแน่นอนก่อนแล้วกัน”

หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ เธอจึงพยักหน้า “ตกลงค่ะ”

เขาจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง “ตอนหกโมงเย็น ฉันต้องไป... รับเธอที่ไหน?”

“ห้องซ้อม” พูดจบ เธอหันหลังเดินจากไป

ทว่าเส้นทางที่รถแท็กซี่มุ่งหน้าไปกลับไม่ใช่ห้องซ้อม แต่เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง

เธอยื่นเส้นผมที่มีรากผมสองชุดให้แก่แพทย์ ชุดหนึ่งได้มาจากห้องนอนของเฉินเยี่ยนเหิง ส่วนอีกชุดตกอยู่บนพื้นตอนที่ซ่งอวี้อันถูกกระตุ้นจนล้มกลิ้งกับพื้น

ตระกูลเฉินมีอิทธิพลยิ่งใหญ่ เธอไม่มีทางแฉเรื่องที่เฉินเยี่ยนเหิงนอกใจออกไปได้ นั่นคือการรนหาที่ตายชัด ๆ แต่การกำหลักฐานไว้ในมือสักชิ้น เอาไว้ข่มขู่ยามจำเป็นก็ยังถือเป็นเรื่องดี

“อีกห้าถึงเจ็ดวันทำการจะแจ้งผลให้ทราบครับ”

หลังจากเซ็นชื่อเรียบร้อย เธอก็เดินออกจากโรงพยาบาลไปทันที

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า หลังจากที่เธอเดินจากไป แพทย์คนนั้นไม่ได้ส่งตัวอย่างตรวจตามปกติ แต่นั่งจ้องตัวอย่างทั้งสองชุด แล้วกดโทรศัพท์โทรออกไปหาใครคนหนึ่ง “ถังหนิงเพิ่งนำตัวอย่างสองชุดมาตรวจ DNA... ครับ”

ถังหนิงเดินทางไปที่บ้านของเจียงหนานอีกรอบ ข้าวของที่ขนออกมาจากบ้านของเฉินเยี่ยนเหิงถูกนำมาไว้ที่บ้านของเจียงหนานทั้งหมด

เจียงหนานก็คือ “เพื่อนที่ไม่เอาไหน” ของเธอในสายตาของเฉินเยี่ยนเหิงนั่นเอง

แต่ที่จริงแล้ว ทั้งสองคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการผ่านการแข่งขัน

ตอนเธออายุสิบสองปี ได้เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ระดับนานาชาติ และใช้ชื่อว่า “Heng” คว้าอันดับหนึ่งมาครอง ส่วนเจียงหนานได้อันดับสอง

ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด เธอมีอายุน้อยที่สุด และมีพรสวรรค์สูงที่สุด

หลังจบการแข่งขัน ศาสตราจารย์จากสแตนฟอร์ดได้เชิญชวนและยื่นข้อเสนอ โดยบอกว่าสามารถพาเธอไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยได้ทันที

เธอไม่ได้ตอบตกลง เธอในตอนนั้น แม้จะอยากไปให้ไกลจากบ้าน แต่กลับอยากอยู่ใกล้เฉินเยี่ยนเหิงมากกว่า

หลังจากได้รับรางวัล เธอตั้งใจว่าจะบอกเฉินเยี่ยนเหิงเป็นคนแรก และบอกเขาเพียงคนเดียว

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับทำให้เธอไม่สามารถเอ่ยถึงเกียรติยศของตัวเองได้อีก

ในปีนั้น แม่ของเฉินเยี่ยนเหิงได้นำทีมวิจัยเข้าร่วมโครงการขับขี่ด้วยระบบอัจฉริยะ และลงสนามทดสอบรถด้วยตัวเอง ทว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ผ่านการตรวจสอบมานับครั้งไม่ถ้วนกลับเกิดการขัดข้องอย่างกะทันหัน รถเร่งความเร็วพุ่งชนจนรถพังและคนตายคาที่

นับแต่นั้นมา เธอจึงไม่กล้าเอ่ยถึงสิ่งใดที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ต่อหน้าเขาอีกเลย

ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้าไป เจียงหนานก็สวมกอดเธออย่างแนบแน่น “ยินดีด้วยนะ ในที่สุดก็หลุดพ้นจากสุสานที่เรียกว่าการแต่งงานเสียที”

แต่เธออดใจรอไม่ไหวที่จะถามอีกเรื่องหนึ่ง “เธอช่วยคุยกับศาสตราจารย์ให้ฉันหรือยัง?”

เจียงหนานพยักหน้า “ช่วงนี้เขาอยู่ในประเทศนี่แหละ กำลังนำทีมเข้าร่วมโครงการในประเทศโครงการหนึ่ง ซึ่งเป็นโครงการระดับประเทศเชียวล่ะ ก็เลยเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ แต่พอได้ยินว่าเป็นเธอ เขาก็ตื่นเต้นมาก เลยให้คอนแท็กต์มา”

หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น “งั้นฉันจะส่งผลงานไปให้เขาดูเดี๋ยวนี้เลยนะ”

เจียงหนานบีบแก้มเธอเบา ๆ “เขานัดเธอทานข้าวโดยตรงเลย จะได้คุยกันต่อหน้า”

แก้มของถังหนิงขึ้นสีแดงระเรื่อ ขอบตาร้อนผ่าวเล็กน้อย “เขาไม่กลัวว่าตอนนี้ฉันจะกลายเป็นขยะไปแล้วเหรอ”

“ขยะอะไรกันล่ะ” เจียงหนานส่งเสียงจิ๊ปาก พลางมองดูหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์หลากหลายรูปแบบที่วางกองอยู่ในบ้าน “ในนี้เกินครึ่งเธอเป็นคนทำทั้งนั้น แถมฉันยังสำรวจตลาดมาแล้ว ในประเทศยังไม่มีใครสู้เธอได้เลย”

เมื่อมองดูหุ่นยนต์เหล่านั้น ในใจของเธอก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาอีกส่วน

โชคดีที่เธอไม่ได้ละทิ้งสิ่งที่เธอรัก ตลอดหลายปีมานี้เธออาศัยข้ออ้างว่าออกไปเที่ยวเล่นเหลวไหลกับเจียงหนาน แต่ที่จริงก็ยังคงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

“จริงสิ แล้วเรื่องเต้นรำอะไรนั่นของเธอ เธอจะยังทำต่อไหม?” เจียงหนานส่ายหน้า “ลาออกไปเลยดีกว่า ไม่เห็นต้องไปเรียนในสิ่งที่ไม่ถนัดเพื่อผู้ชายคนเดียวเลย”

“หลังจากแสดงรอบสุดท้ายเสร็จ ฉันจะถอนตัวอย่างเป็นทางการ”

เจียงหนานจ้องมองเธอ แล้วหลุดยิ้มออกมาทันที “ถังหนิง เธอยอมแพ้เรื่องเขาแล้วจริง ๆ สินะ”

หลายปีมานี้ ร้องไห้คร่ำครวญก็เพื่อเขา ยิ้มแย้มสดใสก็เพื่อเขา แต่มาวันนี้ ในที่สุดก็จะทำเพื่อตัวเองเสียที

ถังหนิงพลันรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา

ในวัยที่เพิ่งจะเริ่มรู้จักความรัก เธอเคยสลักข้อความไว้บนต้นแมกโนเลียในสนามบ้านว่า — จะรักเฉินเยี่ยนเหิงไปจนอายุร้อยปี

ในวัยยี่สิบสี่ปี เธอตัดสินใจว่าจะไม่รักเฉินเยี่ยนเหิงอีกต่อไปแล้ว

ก็ดีเหมือนกัน กำไรตั้งเจ็ดสิบหกปี

หลังจากนัดหมายเวลาเจอกับศาสตราจารย์เรียบร้อยแล้ว ถังหนิงก็เติมเครื่องสำอางเล็กน้อย แล้วเดินทางไปยังศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อเตรียมตัวซ้อมต่ออีกสักพัก

เธอเป็นนักเต้นนำ ท่าเต้นหลายท่าจำเป็นต้องซ้อมแยกเดี่ยว จึงเดินหาห้องซ้อมขนาดเล็กห้องหนึ่ง

ขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูเข้าไปก็ดังได้ยินเสียงของผู้กำกับหลักดังออกมา “หลังจากจบงานนี้แล้ว ก็คัดถังหนิงออกไปเถอะ”

ผู้เขียนบทรู้สึกประหลาดใจ “ทำไมถึงได้กะทันหันแบบนี้ล่ะครับ”

“ซ่งจือกลับมาแล้ว ตัวจริงเขากลับมาแล้ว ยังจะต้องใช้ตัวแทนอยู่อีกเหรอ? ฉันสั่งให้คนไปติดต่อซ่งจือแล้ว”

ผู้เขียนบทลังเล “ตอนนั้นซ่งจือประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์... ขาข้างหนึ่งใช้การไม่ได้แล้วไม่ใช่เหรอครับ จะเต้นได้ยังไง?”

ผู้กำกับหลักเค้นหัวเราะ “ต่อให้เป็นแบบนั้น ก็ต้องรอให้เธอเป็นฝ่ายปฏิเสธเราก่อน! นายทุนของคณะเต้นก็คือประธานเฉิน ประธานเฉินอยากดันใคร ก็ดันคนนั้นแหละ”

เมื่อกลับมายังห้องซ้อมใหญ่ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงดัง ร่างของเหล่านักเต้นกำลังวาดลวดลายไปมา ทว่าเธอราวกับมองไม่เห็น เดินด้วยความมึนชาไปที่มุมห้องเพื่อยืดขา

ซ่งจือก็เต้นรำเป็นเหมือนกัน

ที่เฉินเยี่ยนเหิงเคยบอกว่าเธอเหมาะกับการเต้นรำ ก็เพราะว่าซ่งจือเต้นรำเป็น

ตอนที่เขาลงทุนในคณะเต้น เธอยังนึกว่าเขาทำเพื่อเธอเสียอีก จนดีใจแทบบ้า เพราะเขาแทบจะไม่เคยทำเรื่องเอาอกเอาใจแบบนี้ให้เธอเลย

ตลอดหลายปีมานี้ เธอซ้อมเต้นรำอยู่ในห้องซ่อมตั้งแต่เช้าจนค่ำ จนเหงื่อไหลท่วมกาย ถูกครูฝึกดึงขาจนเจ็บปวดรวดร้าวจนน้ำตาไหล แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะยอมแพ้เลยสักครั้ง เพราะเขาบอกว่าเธอเหมาะสม

ตอนนี้ แม้กระทั่งเรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องโกหก

ถังหนิงท่องคำว่าหย่าอยู่ในใจซ้ำ ๆ แล้วเริ่มวางแผนเรื่องการเข้าร่วมทีมของศาสตราจารย์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 30

    คุณหญิงย่าหลุบตาลง น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและหนักแน่น “ดังนั้นหนูเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? ไม่ได้รักเยี่ยนเหิงแล้วงั้นเหรอ?”ปลายนิ้วของถังหนิงเกร็งขึ้นมาทันที ในใจอยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่า ใช่ หนูไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วทว่าตอนนี้ยังพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ เธอจึงยิ้มบาง ๆ “คุณย่าคะ หนูรักเยี่ยนเหิงมากแค่ไหน คุณย่าไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ? หนูชอบวิ่งไล่ตามหลังเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วนะคะ”เฉินเยี่ยนเหิงช้อนสายตาขึ้นมองเธอ นิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารเช้าต่ออย่างไม่เร่งรีบ“ไม่ถูกต้อง” สายตาของคุณหญิงย่ากวาดมองไปยังซอกคอขาวสะอาดของเธอเมื่อก่อนเวลาทั้งคู่นอนที่บ้านต้นตระกูล เช้าวันถัดมาบนคอของถังหนิงมักจะมีร่องรอยคลุมเครือฝากไว้เสมอดังนั้นคุณหญิงย่าจึงรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อคืนนี้ระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อก่อนขอแค่มีท่านคอยหนุนหลัง ถังหนิงเป็นต้องหาทางคลอเคลียเยี่ยนเหิงอยู่ตลอดเวลาและตราบใดที่ท่านอยู่ตรงนั้น เยี่ยนเหิงก็ไม่มีทางปฏิเสธการที่เมื่อคืนทั้งคู่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จึงมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือถังหนิงเป็นฝ่ายที่

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 29

    ทว่าเธอกลับไม่มีทางที่จะอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันได้เลยเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดของเธอถูกขนออกไปหมดแล้ว ในห้องแต่งตัวจึงเหลือเพียงข้าวของของเฉินเยี่ยนเหิงเท่านั้นเฉินเยี่ยนเหิงอาบน้ำเสร็จเดินออกมา เห็นเธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เอาแต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางออกเสียด้วยซ้ำเขาเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้ง หยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาตัวหนึ่งแล้วโยนไปให้เธอถังหนิงถูกเสื้อคลุมคลุมศีรษะจนมิด ทำให้เธองุนงงไปชั่วขณะ เธอดึงเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้สนลงมา จึงค่อยเข้าใจเจตนาของเฉินเยี่ยนเหิง คือเขาต้องการให้เธอใส่เสื้อผ้าของเขาหลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จถังหนิงโยนเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งเล่นอีกสักพัก รอคุณย่าหลับแล้วจะออกไปนอนห้องรับรอง”เฉินเยี่ยนเหิงจ้องมองเธอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณย่าสั่งให้ป้าแม่บ้านล็อคห้องรับรองไว้หมดแล้ว”ถังหนิงสูดหายใจเข้าลึก ดูท่าคุณหญิงย่าคงมองออกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูไม่ค่อยปกติ จึงจงใจเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แบบนี้ทว่าเรื่องบนเตียงพรรค์นี้ คนที่มีความต้องการ ต่อให้ลำบากแค

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 28

    ทว่าในเวลานี้ ต่อให้คุณย่าจะเกิดความระแคงใจ เธอก็ไม่สามารถทำใจขยับเข้าไปใกล้ชิดกับเฉินเยี่ยนเหิงได้อีกแล้วสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ยนเหิงมองไปทางเธอ เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาจึงเบือนสายตากลับมาอย่างเงียบเชียบ “คุณย่าครับ พวกเราแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วนะครับ”คุณหญิงย่าเค้นหัวเราะในลำคอ “แค่สี่ปีก็หมดโปรซะแล้วเหรอ เสี่ยวหนิงยังสาวขนาดนี้ ย่อมชอบบรรยากาศแบบวัยรุ่นเป็นธรรมดา แกก็ไม่รู้จักให้ความร่วมมือกันบ้างเลย ระวังเธอจะไปคว้าหนุ่มคนใหม่แล้วทิ้งแกเอานะ”น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและสุขุม “เธอไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”ถังหนิงพยายามสะกดกลั้นความหงุดหงิด ก่อนเอ่ยขัดขึ้น “คุณย่าคะ หนูว่าฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตกแล้ว พวกเราขึ้นข้างบนกันเถอะค่ะ”คุณหญิงย่าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ได้สิ ขึ้นข้างบนกัน”ทว่าขณะเดินเข้าลิฟต์ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ดันเจอกับซ่งจือเข้าพอดี เธอสวมชุดผู้ป่วยอยู่ใต้เสื้อคลุม บนหลังมือยังมีเข็มน้ำเกลือเสียบ ดูเหมือนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จแล้วเดินออกมาสีหน้าของคุณหญิงย่าเคร่งขรึมลงทันที แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่งจือยังมีประโยชน์อยู่ จึงไม่ได้แสดงท่าที

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 27

    ตระกูลของคุณหญิงย่าเป็นแพทย์แผนจีน แม้ท่านจะไม่ได้สืบทอดวิชาต่อ แต่เรื่องการจับชีพจรก็พอทำเป็นอยู่บ้างชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดพิเศษคุณหญิงย่าปล่อยมือออกอย่างผิดหวัง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอาหาร “พวกแกกำลังเตรียมตัวมีลูกกันอยู่ใช่ไหม?”เฉินเยี่ยนเหิงตอบเสียงเรียบ “ครับ”คุณหญิงย่าถอนหายใจยาว “ถ้าเตรียมตัวจะมีลูกตั้งแต่แต่งงานป่านนี้ลูกคงเข้าโรงเรียนอนุบาลไปแล้ว แกเนี่ยเป็นคนรู้ความไปเสียทุกเรื่อง เสียก็แต่เรื่องนี้นั่นแหละ... แล้วก็เรื่องของซ่งจือแม่นั่นอีก”เมื่อเอ่ยถึงซ่งจือ คุณหญิงย่าก็หันไปมองถังหนิง พลางเอ่ยอธิบาย“เสี่ยวหนิง หนูอย่าคิดมากเลยนะ ย่าถามเยี่ยนเหิงดูแล้ว เขากับซ่งจือไม่ได้มีอะไรกัน ร่างกายแม่นั่นพิการ แถมเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยรู้จักกันมาตั้งนาน ก็เลยช่วยเหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น”สีหน้าของคุณหญิงย่าเริ่มจริงจังขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นตาม“อีกอย่าง โครงการปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทกำลังทุ่มทุนเป็นพิเศษอยู่นั้น ซ่งจือก็ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็คว้ารางวัลในประเทศมาไม่น้อย... อีกไม่นานก็ใกล้จะถึงงานนิทรรศการวิจัยทางเทคโนโลยีแ

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 26

    คุณหญิงย่าหันมามองเธอ “เสี่ยวหนิง บอกย่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พูดมาให้ชัด ๆ”สายตาของชายหนุ่มทอดมองมา คิ้วเข้มคมคายเหนือเบ้าตาที่ลึกเล็กน้อย ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับบ่อน้ำลึก ถังหนิงเดาออกได้ไม่ยากว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไรเขากำลังขู่เธอ ขู่ว่าหากเธอกล้าพูดความจริง เรื่องการผ่าตัดของคุณยายก็อย่าหวังเลยว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีเธอยกมุมปากยิ้มหยัน ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณย่าคะ หนูเป็นคนขอถอนตัวออกมาเองค่ะ ตอนนี้หนูเข้าร่วมกับคณะใหม่แล้ว คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกนะคะ”คุณหญิงย่าขบฟันแน่น จ้องมองซ่งจือตาไม่กะพริบ “ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้มาผยองในพื้นที่ที่ตระกูลเฉินของเราลงทุนไว้หรอกนะ เยี่ยนเหิง แกโทรไปสั่งให้ไล่ออกเดี๋ยวนี้เลย”ซ่งจือช้อนสายตามองเฉินเยี่ยนเหิงด้วยดวงตาแดงก่ำแผ่นหลังหนากว้างของเฉินเยี่ยนเหิงบดบังตัวเธอไว้ “คุณย่าครับ เรื่องของเธอตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แล้วการแสดงก็จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รายชื่อถูกส่งขึ้นไปหมดแล้ว เปลี่ยนตัวไม่ทันครับ”ถังหนิงหลุดหัวเราะเยาะในใจตอนนั้นรายชื่อของเธอถูกส่งขึ้นไปแล้วเหมือนกัน เขายังเปลี่ยนออกได้ แต่กับซ่งจือกลับเป

  • สามีไฮโซใจเย็นชา หย่ากันแล้วกลับมาง้อ   บทที่ 25

    คุณหญิงย่าฟังออกว่าคำพูดของทั้งสองคนแฝงการกระทบกระทั่งกันอยู่ และรู้อยู่แล้วว่าเฉินเยี่ยนเหิงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของศูนย์ศิลปะ การที่ถังหนิงจู่ ๆ ก็เลิกทำ เขาก็ต้องรู้อย่างแน่นอน “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”เฉินฝูเซิงเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนงานใหม่หรอกเหรอ”คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว “เปลี่ยนงานอะไร?”ถังหนิงอธิบาย “แค่ไปลงทุนกับคณะแต้นรำของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ”คุณหญิงย่ายิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม “รุ่นพี่? ผู้ชายเหรอ?”เมื่อก่อนถังหนิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะเสมอ และคอยรักษาระยะห่างจากเพศตรงข้ามอย่างเหมาะสม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณหญิงย่าวางใจปล่อยให้เธอไปทำงานในสถานที่ปะปนไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทเช่นนั้นท่านรู้ดีว่าถังหนิงรักเฉินเยี่ยนเหิงมากขนาดไหนทว่าตอนนี้เธอกลับแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญ ถึงขั้นไปร่วมมือทำธุรกิจกับผู้ชายคนอื่น“แล้วงานที่ศูนย์ศิลปะของหนูล่ะ?”เฉินเยี่ยนเหิงเอ่ยขัด “คุณย่าครับ เรื่องพวกนี้คุณย่าไม่ต้องไปยุ่งหรอกครับ”“หนูโดนไล่ออกค่ะ” ถังหนิงเปิดปากพูดตรง ๆในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ประตู คน ๆ นั้นก็คือซ่งจือเธอสวมชุดผู้ป่วยไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status