Mag-log inตลอดทั้งวันภายในห้องทำงานแอร์เย็นเฉียบของบริษัทเอกชนแห่งใหญ่ เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังระเบงเซ็งแซ่ไม่ได้เข้าสู่หัวสมองของริชาเลยแม้แต่น้อย หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอกสารรายงานค้างไว้ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าเดิมมาเกือบสามชั่วโมง
ริชานั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ สายตามองหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะแพรวพราวบนกระจกด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก สมองของเธอว้าวุ่นและสับสนจนไม่อาจตั้งสมาธิกับสิ่งใดได้
ในหัวใจของเธอตอนนี้... เหมือนกำลังถูกดึงรั้งด้วยโซ่ล่ามสองเส้นที่พาเธอไปคนละทิศทาง
ใจหนึ่ง... บอกให้เธอยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า ถึงเวลาที่จะต้องจบความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการเป็น 'สถานีพักใจ' ให้กับเอิร์ธอย่างจริงจังเสียที ข่าวเรื่องการแต่งงานของเขากับลูกปัดคือเส้นชัยที่เตือนว่าเวลาของเธอหมดลงแล้วอย่างเป็นทางการ
แต่อีกใจหนึ่ง... ก็กังวลถึงเรื่องของเมษ แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เธอเพิ่งทิ้งรอยแผลและความแคลงใจไว้ให้เขาเมื่อเช้านี้ เธอรู้ดีว่าเมษเป็นคนดีและมอบความรักให้เธออย่างเต็มหัวใจ แต่คำถามของเมษที่ยังคงก้องอยู่ในหัว... 'ริชาเอาผมไปไว้ตรงไหน... ตรงไหนของหัวใจคุณ' กลับเป็นคำถามที่เธอเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ความสัมพันธ์กับเมษจะดำเนินไปในทิศทางใด ในเมื่อลึกๆ แล้ว เธอกลับไม่เคยลบใครอีกคนออกไปจากใจได้เลย
ความสับสนอึดอัดดึงสติของริชาให้ค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงความทรงจำในอดีตอีกครั้ง... ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ สมัยชั้น ม.5 ยุคเริ่มต้นของบาดแผลในหัวใจ
ย้อนกลับไปสมัยเรียน ม.5
หลายคนอาจคิดว่าเอิร์ธคือรักแรกและแฟนคนแรกของริชา... แต่ในความเป็นจริงแล้ว แฟนคนแรกในชีวิตของริชากลับไม่ใช่เอิร์ธ หากแต่เป็น อาร์ท เด็กหนุ่มหน้าตาดี ร่าเริง และเต็มไปด้วยเสน่ห์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนห้องเดียวกัน
และสิ่งที่ตลกร้ายที่สุด... คืออาร์ทเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับเอิร์ธ ทั้งสองคนเป็นนักฟุตบอลประจำโรงเรียนเหมือนกัน และยังเล่นดนตรีในวงเดียวกันอีกด้วย
ในตอนนั้น ริชารู้ตัวดีว่าเธอแอบรักเอิร์ธข้างเดียวมาตลอด ทว่าเอิร์ธในยามนั้นมีสายตามุ่งมั่นไว้มองเพียงแค่ ลูกปัด ดาวโรงเรียนแสนสวยเพียงคนเดียวเท่านั้น ความเจ็บปวดจากการคอยมองดูเอิร์ธวิ่งตามลูกปัด ทำให้ริชาพยายามอย่างหนักที่จะพาร่างกายและหัวใจของตัวเองออกห่างจากเอิร์ธ เธอพยายามถอยห่าง หลบหน้า และตั้งกำแพงเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้
แต่แล้ว... อาร์ทก็เข้ามาในชีวิตของเธอ
อาร์ทเป็นฝ่ายเข้ามาจีบและแสดงความจริงใจกับริชาก่อน ความแสนดี ความอบอุ่น และความเอาใจใส่ของอาร์ท ทำให้เด็กสาวที่กำลังบอบช้ำจากความรักข้างเดียว ยอมเปิดใจลองคบหากับอาร์ท เพื่อหวังว่าความอบอุ่นของเขาจะช่วยรักษาแผลใจ และช่วยดึงเธอให้ออกห่างจากเอิร์ธได้เสียที
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกยิ่งกว่านั้น...
การคบหากับอาร์ท ไม่ได้ทำให้ริชาห่างจากเอิร์ธเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับดึงเธอให้เข้ามาอยู่ในวงเวียนชีวิตของเอิร์ธอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม!
ในฐานะ 'แฟนสาวของอาร์ท' ริชาต้องกลายเป็นคนที่คอยดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ให้กับกลุ่มเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นการถือขวดน้ำ ผ้าเย็น และข้าวกล่องข้างสนามฟุตบอลในยามที่อาร์ทและเอิร์ธซ้อมบอลด้วยกัน หรือการนั่งเฝ้าหน้าห้องซ้อมดนตรี คอยจัดการตารางซ้อม หาขนมนมเนย และคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่เบื้องหลังเวที
ในสายตาของเพื่อนๆ ทั้งโรงเรียน การที่ริชาคอยดูแล เอาใจใส่ และวิ่งวุ่นทำนู่นทำนี่ให้กับทั้งอาร์ทและเอิร์ธ จึงกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาอย่างที่สุด ไม่มีใครเคยตั้งข้อสงสัย ไม่มีใครเคยแคลงใจ แม้แต่ตัวอาร์ทเองก็คิดเพียงแค่ว่า ริชาเป็นแฟนสาวแสนดีที่เอ็นดูและใส่ใจเพื่อนสนิทของเขาด้วยความจริงใจ
"ริชา... ฝากดูไอ้เอิร์ธมันหน่อยนะ วันนี้มันทะเลาะกับลูกปัดมาอีกแล้ว แม่งนั่งซึมเป็นหมาป่วยเลย" อาร์ทเคยยิ้มและบอกกับเธอแบบนั้นด้วยความไว้ใจ
ไม่มีใครรู้เลยว่า... ภายใต้รอยยิ้มหวานแสนดีและการดูแลเอาใจใส่ที่มอบให้คนทั้งสองอย่างเท่าเทียมกันนั้น ริชาได้แอบเก็บงำความซ่อนเร้นอันแสนขมขื่นไว้ลึกสุดหัวใจ
ทุกครั้งที่เธอยื่นขวดน้ำให้อาร์ท หัวใจของเธออาจเป็นของแฟนสาว... แต่ทุกครั้งที่เธอยื่นผ้าเย็นให้เอิร์ธ และได้สบสายตาที่เต็มไปด้วยความเหงาของเขา หัวใจของเธอกลับสั่นไหวด้วยความรักข้างเดียวที่ปิดบังไว้
การได้อยู่ใกล้ชิดเอิร์ธในฐานะ 'แฟนของเพื่อนสนิท' กลายเป็นทั้งเกราะป้องกันและพิษร้ายที่ทุเลาและกัดเซาะหัวใจเธอในเวลาเดียวกัน เธอใช้ความเนียนในการดูแลอาร์ท เป็นฉากบังหน้าเพื่อได้ดูแลเอิร์ธอย่างเปิดเผย โดยที่ไม่ต้องมีใครคอยจับผิดหรือสงสัยในความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ
กริ๊ง...
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราด ดึงริชากลับมาจากภาพความทรงจำในอดีต
ริชาเพ่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏชื่อ 'เมษ' กำลังสายเข้ามา สติของเธอกลับคืนสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกจุกแน่นในอกที่แล่นริ้วขึ้นมาอย่างรุนแรง
อดีตในวันนั้น... เธอเคยใช้อาร์ทเป็นกะบังลม เพื่อปิดซ่อนความรู้สึกที่มีต่อเอิร์ธ และในปัจจุบัน... เธอเองก็กำลังใช้เมษ เป็นเครื่องมือในการพยายามมูฟออนเพื่อลืมเอิร์ธ ไม่ต่างอะไรจากในอดีตเลยสักนิด
ริชามองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นไม่หยุด รอยยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าเรียวสวย เธอรู้ดีว่าเย็นนี้... การเผชิญหน้าระหว่างเธอกับเมษจะไม่ใช่เรื่องง่าย และบทสรุปของสายลมที่เคยบอบช้ำก้อนนี้ อาจถึงเวลาที่จะต้องเลือกทางเดินที่ถูกต้องเสียที
ตลอดทั้งวันภายในห้องทำงานแอร์เย็นเฉียบของบริษัทเอกชนแห่งใหญ่ เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังระเบงเซ็งแซ่ไม่ได้เข้าสู่หัวสมองของริชาเลยแม้แต่น้อย หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอกสารรายงานค้างไว้ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าเดิมมาเกือบสามชั่วโมงริชานั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ สายตามองหยดน้ำฝนที่ยังคงเกาะแพรวพราวบนกระจกด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก สมองของเธอว้าวุ่นและสับสนจนไม่อาจตั้งสมาธิกับสิ่งใดได้ในหัวใจของเธอตอนนี้... เหมือนกำลังถูกดึงรั้งด้วยโซ่ล่ามสองเส้นที่พาเธอไปคนละทิศทางใจหนึ่ง... บอกให้เธอยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า ถึงเวลาที่จะต้องจบความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการเป็น 'สถานีพักใจ' ให้กับเอิร์ธอย่างจริงจังเสียที ข่าวเรื่องการแต่งงานของเขากับลูกปัดคือเส้นชัยที่เตือนว่าเวลาของเธอหมดลงแล้วอย่างเป็นทางการแต่อีกใจหนึ่ง... ก็กังวลถึงเรื่องของเมษ แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เธอเพิ่งทิ้งรอยแผลและความแคลงใจไว้ให้เขาเมื่อเช้านี้ เธอรู้ดีว่าเมษเป็นคนดีและมอบควา
บรรยากาศยามเช้าหลังจากที่เอิร์ธเพิ่งก้าวออกจากห้องไปได้ไม่นาน ยังคงทิ้งร่องรอยของไออุ่นและความขมขื่นไว้ในความรู้สึกของริชา เธออยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวไปหยิบเครื่องสำอาง เสียงสัญญาณกระดิ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะอ๊อด... อ๊อด...รัวและถี่กระชั้น... บอกถึงอารมณ์ของผู้ที่ยืนรออยู่ด้านนอกได้อย่างชัดเจนริชาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินตรงไปเปิดประตู และทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงของ เมษ — ปรเมษฐ์ ชายหนุ่มในชุดทำงานเนี๊ยบกริบ ก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตึงเครียด นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความค้างคาใจเมษคือแฟนคนปัจจุบันของริชา เขาเป็นสถาปนิกหนุ่มบุคลิกอบอุ่น สุภาพ และคอยดูแลใส่ใจเธอเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาสองปีที่คบหากันมา แต่ในเช้าวันนี้ ความอบอุ่นเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยรังสีแห่งความระแวง"เมษ... มาได้ยังไงคะ ทำไมไม่โทรบอกก่อน" ริชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ"โทรเหรอครับ?" เมษหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชัน เขาชูโทรศัพท์มือถือขึ้นตรงหน้าเธอ "ผมโทรหาริชาตั้งแต่เมื่อคืนเป็นสิบๆ สาย แล้วเมื่อเช้าก็โทรอีก แต่โทรยังไงก็ไม่ติด
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาตกกระทบทีปลายโซฟา เสียงสายฝนด้านนอกซาลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำร่วงกราวจากขอบหน้าต่างเอิร์ธค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากความฝัน ความล้าที่เคยหนักอึ้งในหัวเมื่อคืนเบาบางลงไปมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง... คือสัมผัส นุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดอยู่ข้างกายเขาลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าคือ ริชา ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานยามไร้เครื่องสำอางดูหมดจดและเปราะบาง วงแขนหนาของเขายังคงตระกองกอดร่างบางไว้แนบอกอย่างถือสิทธิ์ โดยที่ศีรษะของเธอซบลงตรงแผงอกของเขาพอดีหัวใจของเอิร์ธกระตุกวูบ... ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล่นผ่านเข้ามาในอก มันเป็นความรู้สึกสงบ ปลอดภัย และผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าเสียงลมหายใจจะไปปลุกคนที่กำลังหลับสนิท สายตาคมคายจดจ้องมองใบหน้าของริชาในระยะใกล้ ร่องรอยความล้าใต้ตาของเธอทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ
บรื้น...เสียงเครื่องยนต์สัญญาณไฟเขียวดังขึ้น ดึงริชากลับมาจากภาพความทรงจำในอดีต รถยนต์ของเอิร์ธเคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโดมิเนียมหรูของเธอพอดีเสียงเพลงในวิทยุค่อยๆ จบลง พร้อมกับรถที่จอดสนิทตรงลานจอดรถใต้อาคาร เอิร์ธดับเครื่องยนต์ ทิ้งตัวพิงเบาะด้วยท่าทางอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมปรือลงราวกับไม่อาจประคองสติไว้ได้อีกต่อไป ความเครียดและแอลกอฮอล์ที่สะสมมาตลอดวันผสมกับความเหนื่อยล้าดึงพลังงานของเขาไปจนหมด"เอิร์ธ... ไหวไหม ขับรถกลับบ้านเองไหวหรือเปล่า" ริชาหันไปถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นท่าทางของเขาเอิร์ธค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มพร่าสั่นและแหบแห้ง "ไม่ไหวว่ะริชา... หัวง่วงจนหมุนไปหมดเลย ขอ... ขอขึ้นไปนั่งพักบนห้องเธอสักแป๊บได้ไหม ขอนอนพักสายตาหน่อย เดี๋ยวดีขึ้นแล้วจะรีบขับรถกลับ"ริชานิ่งชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกไหวด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นสีหน้าโรยแรงของชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ หน้าที่ขอ
เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำเริ่มซาลงเหลือเพียงหยาดน้ำพร่างพรม กระทบกระจกหน้ารถ SUV สีดำที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามถนนยามค่ำคืน หลังจากมื้ออาหารที่กรุ่นไปด้วยความทรงจำอันขมขื่นจบลง เอิร์ธรับหน้าที่ขับรถมาส่งริชาที่คอนโดมิเนียมของเธอความเงียบปกคลุมภายในห้องโดยสาร มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมแอร์พัดเบาๆ ริชานั่งเหม่อมองไฟถนนสีส้มที่ส่องกระทบละอองน้ำบนกระจกเป็นระยะ ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า 'แต่งงาน' ที่เอิร์ธเพิ่งพูดออกมาจังหวะที่รถจอดติดสัญญาณไฟแดงตรงสี่แยก เอิร์ธก็ยื่นมือไปเปิดวิทยุเพื่อลายความเงียบ ท่วงทำนองเสียงกีตาร์โปร่งอันคุ้นเคยดังคลอขึ้นมาเบาๆ ผ่านลำโพงคุณภาพดี... มันคือเสียงอินโทรโน้ตเพลงเก่าสไตล์อคูสติกที่เรียบง่าย แต่มีพลังพุ่งตรงเข้ามากระแทกใจของริชาอย่างจังทั้งเอิร์ธและริชาต่างชะงักไปพร้อมกัน"เพลงนี้นี่หว่า..." เอิร์ธพึมพำออกมาเบาๆ เผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก สายตามองตรงไปยังไฟแดงข้างหน้าด้วยความถวิลหาอดีต "จำได้ไหมริชา เพลงนี้แหละ... เพล
กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นปะทะพริกเผาร้อนๆ ลอยอบอวลแข่งกับสายฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมาด้านนอกร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตรอกเก่า บรรยากาศภายในร้านไฟสีเหลืองนวลยังคงอบอุ่นเหมือนเมื่อสิบปีก่อน ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปในค่ำคืนนี้ คือโต๊ะไม้ตัวยาวริมสุดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะเฮฮาของกลุ่มเพื่อนสมัยมัธยม ไร้ซึ่งรอยยิ้มหวานสดใสของดาวโรงเรียนที่เคยนั่งอยู่โต๊ะข้างๆตรงนี้... มีเพียง เอิร์ธ ในชุดสูททำงานที่หลุดลุ่ย กับ ริชา ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาเหมือนในวันวาน"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำได้แล้วจ้า!" เสียงแม่ค้าวัยกลางคนเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับวางชามก๋วยเตี๋ยวสองชามลงบนโต๊ะไม้ชามแรกของเอิร์ธเป็นต้มยำกุ้งน้ำข้นสีส้มสดจัดจ้านเต็มไปด้วยพริกผัด ส่วนอีกชามที่ถูกดันมาวางตรงหน้าของริชา คือต้มยำน้ำใสสีเหลืองทอง ควันพวยพุ่งขึ้นมาไร้ร่องรอยของพริกป่นแม้แต่เม็ดเดียว และไร้ซึ่งคราบน้ำมันของกระเทียมเจียว"ต้มยำน้ำใส ไม่ใส่พริก ไม่ใส่กระเทียมเจียว ตามที่สั่งจ้ะพ่อหนุ่ม" แม่ค้ายิ้มให้เอิร์ธก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าเตาริชามมองชามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก สิบปีผ่านไป... จากเด็กหนุ่มมัธยมปลาย สู่ชายหนุ่มวัยทำงานในวัยยี่สิบห


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




