INICIAR SESIÓNพี่วินซ์คือผู้ชายที่ฉันไม่อยากเฉียดใกล้เพราะฉายา 'วินซ์นักรัก' ที่เคยได้ยินมา แต่คนที่เอาตัวเองมาเข้าใกล้ฉันไม่เลิกคือเขา ต่อให้วิ่งหนีแทบตายก็วิ่งวนกลับมาเจอเขาอยู่ดี
Ver másดวงตาแดงก่ำของฉันมองไปยังรถที่อยู่ห่างราวร้อยเมตร ปากพึมพำพูดเสียงแข็งกร้าว "ทุเรศๆๆ"
ซ้ำๆ นับไม่ถ้วน รถคันนั้นโยกขยับราวกับว่าตำแหน่งนั้นเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ไม่มีใครโง่คิดแบบนั้น รวมถึงฉันก็เช่นกันเพราะฟิล์มติดกระจกไม่มืดดำเพียงพอบดบังสองร่างที่นั่งทับกันอยู่ในตำแหน่งคนขับ พวกเขากำลังทำอะไรบางอย่างที่สร้างบรรยากาศภายในรถให้ร้อนระอุและสร้างความหัวร้อนให้ฉันแบบสิบเต็มสิบ
"ไอ้บาส ไอ้สารเลว!"
ริมฝีปากก่นด่า 'คนคุย' ที่เพิ่งเลื่อนสถานะมาเป็น 'แฟน' กันวันนี้วันแรก หลังจากที่ฉันกับผู้ชายคนนั้นแชทคุยบ้างก็โทร. คุยกันอยู่สองเดือน ฉัน 'กี่วี่' ก็ตอบตกลงคบหากับ 'บาส' เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย Z คณะนิเทศศาสตร์ เรารู้จักกันผ่านอินสตาแกรมโดยการที่เขารีพลายสตอรี่เพลงโปรดของฉัน
วันนี้คือวันที่เรามาฉลองการคบหากันวันแรกที่ผับแห่งหนึ่ง ฉันฉายเดี่ยว ส่วนเขามีเพื่อนมาร่วมโต๊ะอีกสองคน แต่จู่ๆ บาสก็ขอตัวออกมาสูบบุหรี่ ทิ้งฉันเอาไว้กับเพื่อนของเขาที่โต๊ะ เห็นว่าครึ่งชั่วโมงแล้วบาสยังไม่กลับมา ประกอบกับอึดอัดที่ต้องนั่งให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักจ้องมองด้วยสายตาแปลกๆ เลยออกมาตามหาเขาด้านนอก จากนั้นฉันก็มาเจอฉากนี้
มองอยู่นานเป็นสิบนาทียังไม่มีทีท่าว่าคนในรถจะเสร็จภารกิจและมองเห็นฉัน ฉันเลยพกความโกรธพาตัวเองเดินมายังด้านหน้าผับ เรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ไม่ห่างจากอะพาร์ตเม้นต์ที่อาศัยอยู่มากนัก
มือถือของฉันสั่นสะเทือนอยู่ในกระเป๋าสะพายใบเล็กหลังจากที่ออกมาจากที่นั่นได้สิบนาที เป็นสายของบาส เขาโทรหาฉันทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นไลน์ เฟซบุ๊ค ไอจีและเบอร์โทร ฉันไม่รับสายเขา แต่เลือกจะรับสายของป่านเพื่อนสนิทที่โทรเข้ามาพอดีแทน
"เซฮายเพื่อนเลิฟ"
[อีกี่วี่นี่มึงเมาเหรอ]
เสียงของป่านแหลมแสบแก้วหูจนต้องดึงมือถือออกห่างหู มืออีกข้างยกเบียร์กระป๋องกระดกดื่มไปด้วย
"กูไม่มาวกูก็ไม่กลับๆๆ"
[โอ๊ย! อีนี่.. นี่แกอยู่ที่ไหน]
"อยู่แถวอะพาร์ตเม้นต์นี่แหละ ขอดื่มแก้หัวร้อนก่อน"
[เออ ฉันเชื่อว่าแกหัวร้อน ส่วนไอ้หน้าเห้..แฟนแก่แต่ผัวคนอื่นเหมือนจะร้อนกว่าแล้วนะ แกมันตัวมัมตัวมารดา ให้ฉันไปหาไหม]
"ไม่ต้องหรอก หมดนี่ก็จะกลับแล้วล่ะ แกนอนเถอะ กู๊ดไนท์ จุ๊บๆ"
วางสายจากป่านฉันก็มองไปยังเบียร์หกกระป๋องที่วางอยู่บนพื้นฟุตบาทข้างลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันนั่งยองๆ อยู่ตรงนี้เพียงลำพัง ท่ามกลางความมืดและเสียงรถราขับผ่านไปมาบนท้องถนน
บอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร มันตีมั่วปนเปอยู่ในอก การที่ฉันตกลงคบกับบาสนั่นเท่ากับว่าต้องมีใจในระดับหนึ่ง เราเคยไปกินข้าวด้วยกันอยู่สองครั้ง เขาเป็นสุภาพบุรุษมาก เอาใจฉันและดูแลเทคแคร์ดี
ฉันชอบผู้ชายเอาใจใส่เลยมีใจให้เขาง่ายๆ และโชคดีมากที่ความรู้สึกรักยังไม่ครอบครองหัวใจของฉัน อาจเพราะโอนเงินไปทำบุญตามมูลนิธิบ่อยๆ คงช่วยหนุนนำให้ฉันรู้ตัวเร็วเพื่อที่จะได้ไม่ทุกข์ทรมานหากมารู้ความจริงทีหลัง
ขอบคุณมากๆ ขอบคุณตัวเองด้วยที่เข้มแข็งพอ
กร๊อบ! เบียร์กระป๋องสามที่ฉันเพิ่งกระดกดื่มจนหมดถูกบีบเละคามือ พาตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล การเป็นคนคออ่อนทำให้ฉันมึนเมาโดยง่ายยืนโงนเงนไปมา แต่ก็พยายามสะบัดศีรษะเรียกสติ หยิบกระป๋องเบียร์ทั้งสามที่กินหมดแล้วโยนมันลงถังขยะใกล้ๆ หอบอีกสามกระป๋องที่เหลือแนบอก แต่ก่อนจะก้าวเดิน มือถือก็สั่นขึ้นมา เป็นข้อความของบาส
Bass : เธอทำเราแสบมากนะกีวี่ อย่างน้อยก็ควรคุยกันก่อน
"ควรคุยอะไรเหรอไอ้หน้าเห้.. เป็นแฟนกันหนึ่งวันก็คือแฟน นายไปเอากับผู้หญิงคนอื่นก็คือนอกใจ เหอะ! สมควร"
ฉันกดออกจากแชทของเขาแล้วเข้าไปดูในแอคเคาน์ทวิตเตอร์ที่ฉันโพสต์คลิปวีดีโอหนึ่งลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน ภาพคมชัดแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ยินเสียง ไม่อย่างนั้นคลิปวีดีโอที่ฉันกดถ่ายเองกับมือคงสมบูรณ์แบบ ฉันหัวเราะเหมือนคนบ้าเมื่อเห็นว่ายอดรีทวีตและยอดคอมเม้นต์แตกแตน บางแอคเคาน์ถึงขั้นเปิดวาร์ปผู้หญิง บางคนก็บอกว่าในที่สุดผู้ชายสารเลวก็ถูกลากไส้เสียที
ทุกคนรู้.. มีแต่ฉันที่โง่และตกลงคบกับเขา
ช่างเถอะ! ฉันเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาตรงฟุตบาทริมถนน ตรงจุดนี้มีไฟทางสีส้มส่องสว่าง เลยทำให้ฉันเห็นว่ามีผู้หญิงแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันนุ่งสั้นเสมอหูยืนอยู่ตามใต้ต้นไม้ บ้างก็จับกลุ่มกัน บางคนก็ยืนคนเดียว
ฉันเดินโซเซหยุดยืนข้างผู้หญิงสองคนที่กำลังคุยกัน ค่ำคืนนี้ฉันสวมใส่ชุดเดรสสีดำเลยพอจะกลมกลืนกับพวกเธออยู่บ้าง
"มายืนรอรถเมล์เหรอ ป้ายเขาอยู่ตรงโน้นนะ ไม่ใช่ตรงนี้" บู้ยปากบอกทาง เธอคนชุดสีชมพูหัวเราะพลางกอดอก เอ่ยบางประโยคกับฉันน้ำเสียงดูแคลน
"ถิ่นพวกฉันย่ะ ไสหัวไปที่อื่นซะ"
"เอ้า! ไล่ทำไมล่ะ อุตส่าห์หวังดีมาบอกเลยเชียว"
"ถ้างั้นพวกฉันจะเป็นฝ่ายหวังดีบ้างแล้วกัน" ผู้หญิงชุดสีขาวเส้นผมสีทองพูดบ้าง "เมาเละเทะแบบนี้ ไม่มีลูกค้าคนไหนเขาแลหรอก กลับไปนอนเถอะย่ะ"
"เออ ไปนอนก็ได้"
ฉันแยกเขี้ยวใส่คนทั้งสอง ขยับมายืนไม่ไกลพลางครุ่นคิดว่าลูกค้าคือใครแล้วทำไมต้องแล แต่คงเมาไปนิดหัวสมองถึงช็อต
"อ่า.. ฉันควรกลับห้อง"
คิดได้แบบนี้สองขาจึงขยับก้าวเดินมาใกล้ถนนมากขึ้น หวังเรียกรถแท็กซี่สักคัน
เอี๊ยด! พลันก็มีรถซูเปอร์คาร์สีน้ำเงินมาจอดเทียบด้านหน้า แค่เห็นเพียงรถจินตนาการในหัวก็ล้ำเลิศคิดไปก่อนแล้วว่าคนขับจะต้องหล่อเหลาปานจะขาดใจแน่ๆ
ฉันยืนตาปรือมองรถคันนี้ มองกระจกฝั่งคนนั่งเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นคนขับ แต่ดันมองไม่ชัดเพราะภายในรถมืดไม่พอ สติสัมปชัญญะของฉันก็เริ่มถดถอยลงทุกที
“น้อง ป่ะ..” เสียงของเขาลอยออกมา ทั้งยังกวักมือเรียก
“ไปไหนอ่า จะไปส่งเหรอ”
“อื้อ จะไปส่งถึงสวรรค์เลย ขึ้นมาครับ เท่าไหร่ค่อยมาตกลง”
ก็ดีนะ.. เพราะฉันก็ไม่อยากแบกตัวเองขึ้นรถแท็กซี่เท่าไหร่ ติดรถของเขาไปด้วยแล้วค่อยให้ค่าน้ำมัน ตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่ง สัมผัสแรกเลยคือกลิ่นหอมของน้ำหอมผู้ชายที่มันลอยคละคลุ้งพื้นที่ ฉันหันไปมองเขา...
อุ๊ย! หล่อจัง ขนาดแสงไฟในรถมีน้อยนิด ความหล่อออร่าของเขายังแผ่กระจาย แต่พอได้แอร์เย็นๆ ฉันก็เกิดอาหารหาววอด
“ง่วงแหะ” บ่นงึมงำ ละสายตาจากคนขับมามองเบียร์กระป๋องที่กอดแนบอก ห่วงพวกมันที่สุดแล้วเนี่ย เราจะกลับถึงห้องพักด้วยนะไอ้ต้าว
ฉันมายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพี่วินซ์ เฝ้ารออย่างใจจดจ่อและตื่นเต้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ถึงคำว่าป่วยและเจ็บที่พี่เก้าพูด ห้านาทีประตูจึงแง้มอ้าออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาพี่วินซ์ตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่พบเจอว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่คงไม่เท่าฉันที่ตกใจกับสภาพของเขา"พี่เป็นอะไรคะ"ไม่รีรอจะเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาจดจ้องท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปิดกาย ผิวเนื้อของเขามันมีแต่รอยฟกช้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หน้าอก หน้าท้องและท่อนแขน ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ถึงได้เห็นชัดเจนว่าบนใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฟกช้ำเช่นกัน"กลับมาเมื่อไหร่"เขาโยนคำถามกลับมา และฉันดูออกว่าพี่วินซ์พยายามปั้นสีหน้าให้ดีอยู่"พี่ตอบคำถามเราก่อนสิว่าเป็นอะไร ที่พี่หายไป.. ไปทำอะไรมา"ใบหน้าของเขาพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าพี่วินซ์มีผลต่อความรู้สึกของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว"คือ..." มือใหญ่ยื่นมาจับมือฉัน ทว่าฉันสะบัดออก นี่ฉันน้ำตาเอ่อล้อมดวงตาขนาดนี้ ถ่อมาหาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่คิดพูดบอก นั่นหมายความว่าฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดที่จะต้องรู้เรื่องของเขา"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เราลืมไปว่าจะเ
มีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละวันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ“ไปเดินตลาดไหมวี่”พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้านฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชท
มีคนเนียนนอนที่ห้องของฉัน แม้เตียงนอนจะแค่ห้าฟุตแต่พื้นที่กลับเหลือเฟือเพราะพี่วินซ์นอนกอดฉันแน่น และได้รู้หนึ่งอย่างว่าพี่วินซ์ขี้โม้มาก เขาพูดนั่นพูดนี่ให้ฉันฟังก่อนนอน บอกว่าตัวเองชอบแข่งรถ ชอบเล่นเกม เรียนเกือบเก่ง พ่อเป็นนักการเมืองและยังสามารถกินพริกสดได้เป็นกำๆ เดี๋ยววันไหนฉันจะขอเทสต์ข้อหลังสุดสักหน่อย ทำไมได้อย่างที่โม้จะผลักไสไล่ส่งไปให้ไกลเลยน่าแปลกที่ทั้งคืนฉันกลับหลับสนิทโดยไม่อึดอัดจากการถูกโอบกอด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าท่อนแขนแกร่งก็ยังคงกอดรัดแน่น"ชอบฉวยโอกาส"บ่นงึมงำใส่คนหล่อที่ตอนหลับอย่างกับเด็กสามขวบ ดีนะที่เมื่อคืนฉันบ่นง่วงนอนเลยรอดพ้นมือของคนหื่นได้อย่างหวุดหวิด"พี่วินซ์.. ขอเราลุกหน่อย"เขาขยับตัวเป็นนอนหงายทันที "พี่มีประชุมกับฝ่ายขาย""ถ้างั้นก็ลุกสิคะ"เป็นฉันที่กระเด้งตัวจากที่นอนแล้วดึงรั้งท่อนแขนใหญ่โตให้เจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พี่วินซ์ไม่ดื้อดึง ยอมนั่งแต่โดยดี ระหว่างให้เขาหายเมาขี้ตา ฉันก็มาเตรียมผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันให้เขา ส่วนเสื้อผ้าพี่วินซ์เตรียมมาแล้ว ดูเหมือนจะมีสำรองเอาไว้ในรถตลอดเวลา"ไปค่ะ อาบน้ำแล้วไปทำงาน""คร้าบคุณวีวี่ของผม แม่พี่คงดีใจตายเลย"เ
ร้านข้าวต้มเจ้าเด็ดของพี่วินซ์คือในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ในเมื่อเคยย้ำแล้วว่าเรื่องแซ่บๆ ของเราที่เกิดขึ้นต้องเป็นความลับ ฉันเลยค้านที่จะไปกินที่นั่น พี่วินซ์จึงต้องเป็นคนไปซื้อมาให้ฉันกินบนรถผู้ชายที่อยากได้ฉันเป็นแฟนก็จัดให้ตลอดไม่มีบ่น แถมยังบริการเป่าแล้วป้อนให้ด้วย"อาย่อย" ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ ทำตาโต เคี้ยวหมดก็อ้าปากรอคำต่อไป พี่วินซ์ก็ป้อนฉันต่อเรื่อยๆ เขายิ้ม บ้างก็หัวเราะดูมีความสุขที่ให้ผู้ชายป้อนไม่ใช่ว่าฉันหลงระเริงได้ใจว่ามีคนมาเอาใจหรอกนะ การกระทำที่พิสูจน์ความจริงใจคือการเอาใจใส่ ฉันกำลังดูว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาตอแหลแกล้งทำหรือไม่"พี่.. มีอะไรกับคนอื่นนอกจากเราไหม"แค้กๆๆ พี่วินซ์สำลักน้ำเปล่าที่กำลังกระดกดื่มหลังจากที่กินข้าวต้มเหลือจากของฉัน เขาปิดฝาขวดน้ำ ส่ายหน้าพรืด"ตั้งแต่มีอะไรกับน้อง.. พี่ก็หลอกน้องมาเย็บคนเดียวเลยครับ""เหรอ.. ไม่น่าเชื่อ"ฉันจ้องหน้าเขาพยายามจับผิด ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงห้ามไม่ได้ ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่คำตอบดันไปในทิศทางที่ดีเกินคาด"เป็นคนซื่อๆ.. ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรไม่น่าเชื่อหรอก ลองรักดูไหม แล้วจะ..""อุ๊ย! สายแล้วเราไป