INICIAR SESIÓNเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แป๊บเดียวผ่านไปสิบปีแล้วในคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกระดับโลกที่เวียนนาประเทศออสเตรีย อวิ๋นหนีกับฟู่จิ่งเฉินมาร่วมงานตามคำเชิญราวกับกาลเวลาไม่สามารถทำอะไรอวิ๋นหนีได้เลย เธอดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น มีความสง่างามและสุขุมกว่าเดิม เมื่อยืนข้างฟู่จิ่งเฉินที่ยังหล่อและมีเสน่ห์เฉพาะตัวเหมือนเดิม ทว่าเขาดูนิ่งขึ้นมาก ทั้งสองคนก็ยังเป็นคู่สร้างคู่สมที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาช่วงพักระหว่างงาน อวิ๋นหนีอยากไปห้องน้ำ แต่ฟู่จิ่งเฉินติดคุยอยู่กับนักดนตรีที่สนิทกันเธอเดินบนพื้นที่ปูด้วยพรมหนาเพียงคนเดียว บังเอิญเจอใครบางคนตรงมุมทางเดินเป็นผู้ชายนั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีคนดูแลเป็นคนเข็นให้เขาใส่โค้ตสีเข้มสไตล์เรียบๆ มีผ้าคลุมอยู่บนเข่า ผมขาวเกือบหมดทั้งหัว ใบหน้าแก่ชราและซูบผอม เต็มไปด้วยรอยตีนกา มีเพียงดวงตาสองข้างที่ยังคงดำขลับเหมือนเดิม แต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เป็นความนิ่งสงบหลังจากผ่านอะไรมามากมาย เขาคือจี้กวนหลานอวิ๋นหนีชะงักปลายเท้าจี้กวนหลานเห็นเธอแล้วเหมือนกัน ทั้งสองคนสบตากันเพียงไม่นานไม่ได้รู้สึกตกใจอย่างที่คิดไว้ ถึงขนาดที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำจิ
ไม่มีถ้อยคำที่สวยหรู ไม่มีคำสัญญาจอมปลอม มีเพียงคำสารภาพรักที่ตรงไปตรงมา และเป็นสไตล์ของ “ฟู่จิ่งเฉิน” สุดๆ แต่กลับทำให้อวิ๋นหนีประทับใจยิ่งกว่าถ้อยคำหวานซึ้งใดๆเธอมองชายหนุ่มที่ยอมรับทุกอย่างที่เป็นเธอ มอบอิสระให้เธออย่างไม่รู้จบ เธอน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปล่งประกายแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าเธอยื่นมือออกไปแล้วพยักหน้า พูดด้วยเสียงชัดเจนและหนักแน่น “โอเค! ฉันจะแต่งกับนาย!”ฟู่จิ่งเฉินชะงักเล็กน้อย จากนั้นกระโดดด้วยความดีใจสุดขีด รีบใส่แหวนที่นิ้วนางของเธออย่างเงอะๆ งะๆ ไซซ์แหวนพอดีเลย!เขาอุ้มเธอขึ้นมาแล้วหมุนตัวอยู่หลายรอบ ดีใจเหมือนเด็กที่ได้สมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก!“เย้! ในที่สุดฉันก็มีเมียแล้ว!” เขาตะโกนใส่ทุ่งลาเวนเดอร์ เสียงก้องท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นอวิ๋นหนีเอามือคล้องคอเขา หัวเราะจนน้ำตาไหลแสงสุดท้ายของวันส่องกระทบลงบนตัวทั้งสองคนที่กำลังกอดกัน รอบตัวทั้งคู่เป็นแสงสีทองอบอุ่น งดงามราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์ งานแต่งจัดขึ้นที่เกาะส่วนตัวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ได้เชิญสื่อใดๆ แขกในงานคือเพื่อนสนิทของฟู่จิ่งเฉินกับคนสนิทที่อวิ๋นหนีเชิญมาร่วมงา
ตอนหมอเดินออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลียแล้วบอกว่า “ช่วยชีวิตคนไข้ได้แล้ว แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย หลังจากนี้ต้องพักรักษาตัวอีกนาน อีกทั้งผลกระทบจากอาการบาดเจ็บก็ร้ายแรงมากด้วย” อวิ๋นหนีแทบทรุดลงบนพื้น แต่ฟู่จิ่งเฉินประคองไว้ทันจี้กวนหลานนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียูครึ่งเดือนในช่วงเวลานั้นจี้ซื่อกรุ๊ปขาดผู้นำ ราคาหุ้นร่วงหนัก ภายในองค์กรระส่ำระสายอวิ๋นหนีใช้ช่องทางของฟู่จิ่งเฉิน ปกปิดชื่อและแจ้งสถานการณ์ของจี้กวนหลานให้ผู้อาวุโสในตระกูลจี้ทราบ ผู้อาวุโสคนนี้ค่อนข้างเชื่อถือได้ ตอนนี้เขาเป็นคนประคองสถานการณ์โดยรวมชั่วคราวเมื่อจี้กวนหลานพ้นขีดอันตรายแล้ว เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นเพียงภาพขาวพร่ามัวความเจ็บรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่หน้าอก เจ็บจนเหมือนจะฉีกขาดทุกครั้งที่หายใจเขากลอกดวงตาพร่ามัวไปมา การมองเห็นเริ่มชัดขึ้น เห็นอวิ๋นหนีใบหน้าซีดเซียวเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งสองคนสบตากัน บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งแววตาอวิ๋นหนีหลากหลายอารมณ์ มีทั้งความเป็นห่วง โล่งใจ แต่ที่มากกว่านั้นคือความนิ่งเหมือนปล่อยวางเรื่องในอดีตได้แล้ว ไม่มีความรู้สึกจากความรักหรือความเกลียดอีกแล้วจี้กวนหล
เขาแอบจับตาดูความเคลื่อนไหวของอวิ๋นหนีตลอดเวลา พอรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่เกาะนี้ ตอนแรกจะแอบดูอยู่ห่างๆ แต่บังเอิญเจอความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของพวกอวิ๋นหน่วน จึงสะกดรอยตามมาที่นี่!“ปล่อยเธอ!” จี้กวนหลานตาแดงก่ำ จ้องอวิ๋นหน่วนเขม็ง ราวกับคนใกล้ตายที่พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย“จี้กวนหลาน?” อวิ๋นหน่วนชะงักไปในตอนแรก จากนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม “ฮ่าๆๆ! นายก็มาด้วยเหรอ! ดี! ดีมาก! พวกนายจะได้ตายไปพร้อมกันเลย!”“เธอต้องการอะไร? แค้นอะไรก็มาลงที่ฉันเลย!” จี้กวนหลานค่อยๆ เดินไปข้างหน้า เสียงเขาแหบพร่า “ปล่อยเธอ แล้วเอาชีวิตฉันไปเลย”“ชีวิตนายเหรอ?” อวิ๋นหน่วนหัวเราะพรืด “ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น! ฉันต้องการให้เธอเจ็บปวดเท่านั้น! ฉันต้องการให้นายเห็นฉันทรมานเธอ!”อวิ๋นหน่วนกับลูกน้องของเธอเริ่มใช้คำพูดสุดหยาบคาบดูหมิ่นอวิ๋นหนี เพื่อยั่วโมโหจี้กวนหลาน แถมยังใช้ไม้ทุบตีฟู่จิ่งเฉินที่โดนจับตัวไว้ด้วยจี้กวนหลานดวงตาแดงก่ำ กำหมัดจนเกิดเสียงดัง แต่ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวอวิ๋นหนีได้รับอันตราย“ถ้าอยากให้เธอรอด ก็คุกเข่าอ้อนวอนฉันสิ!” อวิ๋นหน่วนเล็งปืนไปที่หัวอวิ๋นหนีแล้วตะโกนใส่จ
จี้กวนหลานเดินออกมา ก้มมองผู้หญิงไร้ค่าเหมือนโคลนตมที่เท้าตัวเอง สายตาเขาไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อย“รักเหรอ?” เขาหัวเราะพรืด เสียงเย็นยะเยือกถึงกระดูก “ฉันรู้หมดแล้วว่าตอนนั้นเธอกับแม่เล่นงานและกลั่นแกล้งหนีหนียังไงบ้าง ก่อนหน้านี้ที่ฉันไม่แตะต้องพวกเธอ เพราะกลัวมือแปดเปื้อน แล้วก็......เก็บพวกเธอไว้ให้หนีหนีจัดการเอง”เขาเงียบครู่หนึ่ง น้ำเสียงดูรังเกียจมาก “ตอนนี้หนีหนีคิดบัญชีกับพวกเธอแล้ว ฉันรู้สึกดีมาก”เขาหันหลังให้เธอแล้วพูดกับบอดี้การ์ดด้านหลัง “ไล่เธอไป”ประตูบานใหญ่ปิดลงอวิ๋นหน่วนทรุดลงบนพื้นเย็นเฉียบ เหมือนตกลงไปในเหวลึกไร้ก้นบึ้งท่ามกลางความสิ้นหวัง คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหน่วนจะเจอที่อยู่ของอวิ๋นหนีร่างกายเธอซูบผอม สายตาร้ายกาจเหมือนงูพิษ ตะโกนสาปแช่งอวิ๋นหนีด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู “อวิ๋นหนี! นังคนต่ำตม! เธอต้องไม่ตายดี! เธอแย่งทุกอย่างไปจากฉัน! เธอต้องได้รับกรรม! ฉันขอแช่งให้เธอ......”อวิ๋นหนีมองเธอด้วยสายตาราบเรียบ เหมือนมองมดสติแตกตัวหนึ่งเธอค่อยๆ ก้มลงมาข้างหูอวิ๋นหน่วน เสียงไม่ดัง แต่ชัดเจนทุกคำ เหมือนคมมีดเคลือบด้วยน้ำแข็ง ค่อยๆ เชือดเฉือนสติของอวิ๋นหน่วนที่หล
ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกจี้ซื่อที่เมืองเป่ย บรรยากาศเงียบเหมือนป่าช้าม่านหนาที่หน้าต่างปิดสนิท ปิดกั้นแสงจากภายนอกทั้งหมด จี้กวนหลานกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ที่เท้ามีขวดไวน์เปล่ากระจัดกระจายเต็มไปหมดเขาผอมจนไม่เหลือเค้าเดิม เบ้าตาลึก ผมสีเทาเงินสะดุดตายิ่งทำให้ดูโทรมและชวนขนลุกหน้าจอมือถือสว่างขึ้น บนหน้าจอเป็นภาพที่โดนปาปารัสซี่แอบถ่าย ดูพร่ามัวแต่กลับชัดเจนที่ร้านกาแฟแบบเปิดโล่งในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อวิ๋นหนีใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนสดใส เธอกำลังเงยหน้าหัวเราะ ป้อนไอศกรีมให้ฟู่จิ่งเฉินที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอส่วนฟู่จิ่งเฉินกำลังมองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ใช้นิ้วแตะจมูกเธออย่างสนิทสนม แสงแดดส่องลงมาบนตัวพวกเขา เป็นภาพที่งดงามจนรู้สึกขัดตา“พรวด—”เลือดสดถูกพ่นออกจากปากจี้กวนหลานแบบไม่ทันตั้งตัว กระเด็นใส่หน้าจอมือถือกับพรมขนแกะราคาแพง จุดสีแดงสุดสยองกระจายไปทั่วเขาไออย่างรุนแรง เจ็บหน้าอกเหมือนจะฉีกขาด“หนีหนี......” เขาเอามือกุมหน้าอก งอตัวอย่างทรมาน น้ำตาผสมกับเลือดไหลลงมาเธอยิ้มได้แล้ว ยิ้มอย่างมีความสุขมาก แต่เธอกลับยิ้มให้ผ







