Share

บทที่ 6

Author: ยัยติงต๊อง
เมื่ออวิ๋นหนีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เป็นเอกลักษณ์

เธอลืมตาขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาล

มีใครบางคนจับมือเธออยู่ เมื่อหันไปมอง เห็นจี้กวนหลานนั่งอยู่ข้างเตียง เขาจับมือเธอแล้วหลับตาอยู่ ใต้ตามีรอยคล้ำเล็กน้อย

เหมือนเขารู้สึกว่าเธอขยับ จึงลืมตาขึ้นมาทันที

ทั้งสองคนสบตากัน เขาปล่อยมือ ความอ่อนเพลียและความรู้สึกที่เหมือนเป็นห่วงในดวงตาเขาหายไปทันที กลับมาเย็นชาเคร่งขรึมเหมือนเดิม

“ฉันไปบอกพ่อเธอและขอโทษเขาแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ฟังดูไม่มีความรู้สึก “เขารับปากว่าจะไม่ทำให้เธอลำบากใจอีก แต่เธอก็ต้องสัญญากับฉันว่าต่อไปจะไม่ทำร้ายหน่วนหน่วนอีก ยังไงหน่วนหน่วนก็เป็นน้องสาวเธอ”

“นายไปขอโทษเขาเรื่องอะไรไม่ทราบ?” เสียงเธอแหบพร่า มีความเหน็บแนมเล็กน้อย “อีกอย่างลูกชู้ที่น่าอายแบบนั้น คู่ควรเป็นน้องสาวฉันด้วยเหรอ? ถ้าเป็นสมัยโบราณ ฐานะอย่างเธอเป็นคนใช้ของฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

จี้กวนหลานขมวดคิ้ว เหมือนเขาจะพูดอะไรออกมา ขณะนั้นประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออกเบาๆ พยาบาลยื่นหน้าเข้ามา

“คุณจี้ คุณอวิ๋นหน่วนที่อยู่ห้องข้างๆ อารมณ์ไม่ค่อยดี เอาแต่เรียกให้คุณไปหา”

จี้กวนหลานลุกขึ้นยืน จัดแขนเสื้อที่ไม่ได้ยับด้วยซ้ำ จากนั้นพูดกับอวิ๋นหนีว่า “ฉันไปดูหน่วนหน่วนก่อน หน่วนหน่วนบาดเจ็บเพราะเธอ ในฐานะที่ฉันเป็นคู่หมั้นของเธอ ไม่ว่าจะในแง่เหตุผลหรือความรู้สึก ฉันควรไปถามไถ่อาการและปลอบขวัญหน่วนหน่วน”

อวิ๋นหนีแสยะยิ้มแล้วหันไปมองนอกหน้าต่าง “รีบไปเถอะ นั่นคือคู่หมั้นตัวจริงของนาย”

จี้กวนหลานชะงักปลายเท้า เขาขมวดคิ้วแล้วหันมา “เธอว่าอะไรนะ?”

อวิ๋นหนีขี้เกียจพูดซ้ำ ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง ใช้การกระทำสื่อว่าไม่อยากคุยแล้ว

จี้กวนหลานเห็นเธอทำท่าไม่อยากคุย เขาเอามือนวดหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยใจ สุดท้ายก็เดินตามพยาบาลออกไปจากห้อง

หลังผ่านไปสองสามวัน อวิ๋นหนียังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

เธอได้ยินพยาบาลที่เข้ามาเช็กอาการและเอายามาให้พูดถึงจี้กวนหลานกับอวิ๋นหน่วนเป็นประจำ

“คุณจี้เอาใจใส่คุณหนูรองมาก เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอทุกวัน”

“ใช่ ได้ยินว่าคุณหนูรองไม่ชอบรสขม คุณจี้ก็ให้คนส่งผลไม้เชื่อมที่นำเข้าจากต่างประเทศไปให้”

“ในความคิดของฉัน คุณจี้ยืนเคียงข้างคุณหนูรอง นั่นแหละถึงเรียกว่ากิ่งทองใบหยก เหมาะสมกันมาก......”

เหมือนพวกเธอคิดว่าอวิ๋นหน่วนที่สุภาพเรียบร้อยคือคู่หมั้นตัวจริงของจี้กวนหลาน

อวิ๋นหนีได้ยินแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย ถึงขนาดที่อยากขำด้วยซ้ำ

เธออยากให้ทุกคนคิดแบบนี้ใจจะขาด

จี้กวนหลานมาวันที่ออกจากโรงพยาบาล

เขารับใบสรุปการรักษาจากพยาบาล แล้วพูดกับอวิ๋นหนีที่นั่งพิงหัวเตียงเล่นมือถืออยู่ “เก็บของสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง”

“ฉันไม่กลับตระกูลอวิ๋น” อวิ๋นหนีไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ

จี้กวนหลานสีหน้าเคร่งขรึม พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “อวิ๋นหนี อย่างี่เง่า”

เขาไม่ให้โอกาสเธอได้ปฏิเสธ เดินมาจับข้อมือเธอทันที แรงไม่เยอะ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนมีอำนาจเหนือกว่า เขาดึงเธอขึ้นมาจากเตียง กึ่งประคองกึ่งลากออกจากห้องผู้ป่วย แล้วดันเธอเข้าไปในรถ

รถเคลื่อนตัวกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลอวิ๋น อวิ๋นหนีสะบัดมือจี้กวนหลาน แล้วเดินขึ้นไปที่ห้องตัวเองทันที

ทว่าตอนผลักประตูเข้าไปในห้อง เธอแทบจะช็อกตาย

อวิ๋นหน่วนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งของเธอ ถือสร้อยคอไพลินที่เปล่งประกายระยิบระยับลองเทียบอยู่ในกระจก

นั่นคือของเพียงชิ้นเดียวที่แม่ของอวิ๋นหนีหลงเหลือไว้ให้เธอ!

“ใครอนุญาตให้เธอแตะต้องของของฉัน?” เสียงอวิ๋นหนีเย็นยะเยือกมาก “วางลงแล้วก็ไสหัวออกไป!”

อวิ๋นหน่วนตกใจที่เธอโผล่มากะทันหัน แต่ไม่นานก็ยิ้มอย่างได้ใจ นอกจากเธอไม่ยอมวางสร้อยแล้ว ยังใช้ปลายนิ้วแกว่งมันไปมาด้วย “ของเธอเหรอ? อวิ๋นหนี ฉันจะบอกให้นะ ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ช้าหรือเร็วก็เป็นของฉันอยู่ดี!”

“โดนเตะตกระเบียงครั้งที่แล้ว ดูเหมือนเธอยังไม่หลาบจำสินะ?” อวิ๋นหนีค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ สายตาน่ากลัวมาก

“ครั้งก่อนฉันประมาทต่างหาก!” อวิ๋นหน่วนตวาดอย่างไม่เกรงกลัว “ครั้งนี้เธอคิดว่าฉันจะกลัวเธอเหรอ?”

ยังไม่ทันสิ้นเสียง จู่ๆ สายตาเธอร้ายกาจขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเธอหยิบแจกันโบราณบนโต๊ะเครื่องแป้งปาลงบนพื้น พร้อมกับล้มลงไปนั่งข้างเศษแจกันที่แตกกระจายแล้วร้องกรี๊ด

เสียงดังสนั่นทำให้อวิ๋นฮั่นไห่กับหลิ่วหรูวิ่งมาดู

“เกิดอะไรขึ้น?” อวิ๋นฮั่นไห่วิ่งเข้ามา เห็นเศษแจกันเต็มพื้นกับอวิ๋นหน่วนที่นั่งน้ำตาคลอเบ้าอยู่ข้างๆ เขาเลือดขึ้นหน้าทันที

อวิ๋นหน่วนเงยหน้าพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า ชี้อวิ๋นหนีแล้วร้องไห้ออกมา “พ่อ......ฉันแค่......แค่อยากดูสร้อยคอของพี่ คิดไม่ถึงว่าพี่จะ......ผลักฉันล้ม......”

“อวิ๋นหนี!” อวิ๋นฮั่นไห่โมโหสุดขีด เขาเดินมาง้างมือตบหน้าเธอทันที ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้อธิบายด้วยซ้ำ!

เสียงตบดังสนั่นไปทั่วห้อง

แก้มของอวิ๋นหนีบวมแดงทันที แสบและเจ็บมาก

เธอหันหน้าไปอีกด้าน ใช้ลิ้นแตะเลือดที่ไหลออกมาจากกระพุ้งแก้ม นอกจากเธอไม่ร้องไห้แล้ว ยังหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 28

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แป๊บเดียวผ่านไปสิบปีแล้วในคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกระดับโลกที่เวียนนาประเทศออสเตรีย อวิ๋นหนีกับฟู่จิ่งเฉินมาร่วมงานตามคำเชิญราวกับกาลเวลาไม่สามารถทำอะไรอวิ๋นหนีได้เลย เธอดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น มีความสง่างามและสุขุมกว่าเดิม เมื่อยืนข้างฟู่จิ่งเฉินที่ยังหล่อและมีเสน่ห์เฉพาะตัวเหมือนเดิม ทว่าเขาดูนิ่งขึ้นมาก ทั้งสองคนก็ยังเป็นคู่สร้างคู่สมที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาช่วงพักระหว่างงาน อวิ๋นหนีอยากไปห้องน้ำ แต่ฟู่จิ่งเฉินติดคุยอยู่กับนักดนตรีที่สนิทกันเธอเดินบนพื้นที่ปูด้วยพรมหนาเพียงคนเดียว บังเอิญเจอใครบางคนตรงมุมทางเดินเป็นผู้ชายนั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีคนดูแลเป็นคนเข็นให้เขาใส่โค้ตสีเข้มสไตล์เรียบๆ มีผ้าคลุมอยู่บนเข่า ผมขาวเกือบหมดทั้งหัว ใบหน้าแก่ชราและซูบผอม เต็มไปด้วยรอยตีนกา มีเพียงดวงตาสองข้างที่ยังคงดำขลับเหมือนเดิม แต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เป็นความนิ่งสงบหลังจากผ่านอะไรมามากมาย เขาคือจี้กวนหลานอวิ๋นหนีชะงักปลายเท้าจี้กวนหลานเห็นเธอแล้วเหมือนกัน ทั้งสองคนสบตากันเพียงไม่นานไม่ได้รู้สึกตกใจอย่างที่คิดไว้ ถึงขนาดที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำจิ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 27

    ไม่มีถ้อยคำที่สวยหรู ไม่มีคำสัญญาจอมปลอม มีเพียงคำสารภาพรักที่ตรงไปตรงมา และเป็นสไตล์ของ “ฟู่จิ่งเฉิน” สุดๆ แต่กลับทำให้อวิ๋นหนีประทับใจยิ่งกว่าถ้อยคำหวานซึ้งใดๆเธอมองชายหนุ่มที่ยอมรับทุกอย่างที่เป็นเธอ มอบอิสระให้เธออย่างไม่รู้จบ เธอน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปล่งประกายแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าเธอยื่นมือออกไปแล้วพยักหน้า พูดด้วยเสียงชัดเจนและหนักแน่น “โอเค! ฉันจะแต่งกับนาย!”ฟู่จิ่งเฉินชะงักเล็กน้อย จากนั้นกระโดดด้วยความดีใจสุดขีด รีบใส่แหวนที่นิ้วนางของเธออย่างเงอะๆ งะๆ ไซซ์แหวนพอดีเลย!เขาอุ้มเธอขึ้นมาแล้วหมุนตัวอยู่หลายรอบ ดีใจเหมือนเด็กที่ได้สมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก!“เย้! ในที่สุดฉันก็มีเมียแล้ว!” เขาตะโกนใส่ทุ่งลาเวนเดอร์ เสียงก้องท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นอวิ๋นหนีเอามือคล้องคอเขา หัวเราะจนน้ำตาไหลแสงสุดท้ายของวันส่องกระทบลงบนตัวทั้งสองคนที่กำลังกอดกัน รอบตัวทั้งคู่เป็นแสงสีทองอบอุ่น งดงามราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์ งานแต่งจัดขึ้นที่เกาะส่วนตัวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ได้เชิญสื่อใดๆ แขกในงานคือเพื่อนสนิทของฟู่จิ่งเฉินกับคนสนิทที่อวิ๋นหนีเชิญมาร่วมงา

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 26

    ตอนหมอเดินออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลียแล้วบอกว่า “ช่วยชีวิตคนไข้ได้แล้ว แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย หลังจากนี้ต้องพักรักษาตัวอีกนาน อีกทั้งผลกระทบจากอาการบาดเจ็บก็ร้ายแรงมากด้วย” อวิ๋นหนีแทบทรุดลงบนพื้น แต่ฟู่จิ่งเฉินประคองไว้ทันจี้กวนหลานนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียูครึ่งเดือนในช่วงเวลานั้นจี้ซื่อกรุ๊ปขาดผู้นำ ราคาหุ้นร่วงหนัก ภายในองค์กรระส่ำระสายอวิ๋นหนีใช้ช่องทางของฟู่จิ่งเฉิน ปกปิดชื่อและแจ้งสถานการณ์ของจี้กวนหลานให้ผู้อาวุโสในตระกูลจี้ทราบ ผู้อาวุโสคนนี้ค่อนข้างเชื่อถือได้ ตอนนี้เขาเป็นคนประคองสถานการณ์โดยรวมชั่วคราวเมื่อจี้กวนหลานพ้นขีดอันตรายแล้ว เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นเพียงภาพขาวพร่ามัวความเจ็บรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่หน้าอก เจ็บจนเหมือนจะฉีกขาดทุกครั้งที่หายใจเขากลอกดวงตาพร่ามัวไปมา การมองเห็นเริ่มชัดขึ้น เห็นอวิ๋นหนีใบหน้าซีดเซียวเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งสองคนสบตากัน บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งแววตาอวิ๋นหนีหลากหลายอารมณ์ มีทั้งความเป็นห่วง โล่งใจ แต่ที่มากกว่านั้นคือความนิ่งเหมือนปล่อยวางเรื่องในอดีตได้แล้ว ไม่มีความรู้สึกจากความรักหรือความเกลียดอีกแล้วจี้กวนหล

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 25

    เขาแอบจับตาดูความเคลื่อนไหวของอวิ๋นหนีตลอดเวลา พอรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่เกาะนี้ ตอนแรกจะแอบดูอยู่ห่างๆ แต่บังเอิญเจอความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของพวกอวิ๋นหน่วน จึงสะกดรอยตามมาที่นี่!“ปล่อยเธอ!” จี้กวนหลานตาแดงก่ำ จ้องอวิ๋นหน่วนเขม็ง ราวกับคนใกล้ตายที่พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย“จี้กวนหลาน?” อวิ๋นหน่วนชะงักไปในตอนแรก จากนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม “ฮ่าๆๆ! นายก็มาด้วยเหรอ! ดี! ดีมาก! พวกนายจะได้ตายไปพร้อมกันเลย!”“เธอต้องการอะไร? แค้นอะไรก็มาลงที่ฉันเลย!” จี้กวนหลานค่อยๆ เดินไปข้างหน้า เสียงเขาแหบพร่า “ปล่อยเธอ แล้วเอาชีวิตฉันไปเลย”“ชีวิตนายเหรอ?” อวิ๋นหน่วนหัวเราะพรืด “ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น! ฉันต้องการให้เธอเจ็บปวดเท่านั้น! ฉันต้องการให้นายเห็นฉันทรมานเธอ!”อวิ๋นหน่วนกับลูกน้องของเธอเริ่มใช้คำพูดสุดหยาบคาบดูหมิ่นอวิ๋นหนี เพื่อยั่วโมโหจี้กวนหลาน แถมยังใช้ไม้ทุบตีฟู่จิ่งเฉินที่โดนจับตัวไว้ด้วยจี้กวนหลานดวงตาแดงก่ำ กำหมัดจนเกิดเสียงดัง แต่ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวอวิ๋นหนีได้รับอันตราย“ถ้าอยากให้เธอรอด ก็คุกเข่าอ้อนวอนฉันสิ!” อวิ๋นหน่วนเล็งปืนไปที่หัวอวิ๋นหนีแล้วตะโกนใส่จ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 24

    จี้กวนหลานเดินออกมา ก้มมองผู้หญิงไร้ค่าเหมือนโคลนตมที่เท้าตัวเอง สายตาเขาไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อย“รักเหรอ?” เขาหัวเราะพรืด เสียงเย็นยะเยือกถึงกระดูก “ฉันรู้หมดแล้วว่าตอนนั้นเธอกับแม่เล่นงานและกลั่นแกล้งหนีหนียังไงบ้าง ก่อนหน้านี้ที่ฉันไม่แตะต้องพวกเธอ เพราะกลัวมือแปดเปื้อน แล้วก็......เก็บพวกเธอไว้ให้หนีหนีจัดการเอง”เขาเงียบครู่หนึ่ง น้ำเสียงดูรังเกียจมาก “ตอนนี้หนีหนีคิดบัญชีกับพวกเธอแล้ว ฉันรู้สึกดีมาก”เขาหันหลังให้เธอแล้วพูดกับบอดี้การ์ดด้านหลัง “ไล่เธอไป”ประตูบานใหญ่ปิดลงอวิ๋นหน่วนทรุดลงบนพื้นเย็นเฉียบ เหมือนตกลงไปในเหวลึกไร้ก้นบึ้งท่ามกลางความสิ้นหวัง คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหน่วนจะเจอที่อยู่ของอวิ๋นหนีร่างกายเธอซูบผอม สายตาร้ายกาจเหมือนงูพิษ ตะโกนสาปแช่งอวิ๋นหนีด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู “อวิ๋นหนี! นังคนต่ำตม! เธอต้องไม่ตายดี! เธอแย่งทุกอย่างไปจากฉัน! เธอต้องได้รับกรรม! ฉันขอแช่งให้เธอ......”อวิ๋นหนีมองเธอด้วยสายตาราบเรียบ เหมือนมองมดสติแตกตัวหนึ่งเธอค่อยๆ ก้มลงมาข้างหูอวิ๋นหน่วน เสียงไม่ดัง แต่ชัดเจนทุกคำ เหมือนคมมีดเคลือบด้วยน้ำแข็ง ค่อยๆ เชือดเฉือนสติของอวิ๋นหน่วนที่หล

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 23

    ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกจี้ซื่อที่เมืองเป่ย บรรยากาศเงียบเหมือนป่าช้าม่านหนาที่หน้าต่างปิดสนิท ปิดกั้นแสงจากภายนอกทั้งหมด จี้กวนหลานกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ที่เท้ามีขวดไวน์เปล่ากระจัดกระจายเต็มไปหมดเขาผอมจนไม่เหลือเค้าเดิม เบ้าตาลึก ผมสีเทาเงินสะดุดตายิ่งทำให้ดูโทรมและชวนขนลุกหน้าจอมือถือสว่างขึ้น บนหน้าจอเป็นภาพที่โดนปาปารัสซี่แอบถ่าย ดูพร่ามัวแต่กลับชัดเจนที่ร้านกาแฟแบบเปิดโล่งในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อวิ๋นหนีใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนสดใส เธอกำลังเงยหน้าหัวเราะ ป้อนไอศกรีมให้ฟู่จิ่งเฉินที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอส่วนฟู่จิ่งเฉินกำลังมองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ใช้นิ้วแตะจมูกเธออย่างสนิทสนม แสงแดดส่องลงมาบนตัวพวกเขา เป็นภาพที่งดงามจนรู้สึกขัดตา“พรวด—”เลือดสดถูกพ่นออกจากปากจี้กวนหลานแบบไม่ทันตั้งตัว กระเด็นใส่หน้าจอมือถือกับพรมขนแกะราคาแพง จุดสีแดงสุดสยองกระจายไปทั่วเขาไออย่างรุนแรง เจ็บหน้าอกเหมือนจะฉีกขาด“หนีหนี......” เขาเอามือกุมหน้าอก งอตัวอย่างทรมาน น้ำตาผสมกับเลือดไหลลงมาเธอยิ้มได้แล้ว ยิ้มอย่างมีความสุขมาก แต่เธอกลับยิ้มให้ผ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 4

    “เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว!” อวิ๋นหน่วนตวาดเสียงแหลมเหมือนแมวโดนเหยียบหาง “ถ้าเขารู้ เขาคงยินดีที่เปลี่ยนเจ้าสาวมาเป็นฉัน! ที่ฉันไม่บอกเขา เพราะอยากเซอร์ไพรส์เขาวันแต่งงาน! เพราะฉะนั้นเธอก็ควรระวังปากเธอไว้ด้วย!”“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยุ่งชีวิตรักของเธอกับคู่หมั้นอยู่แล้ว”ชาตินี้เธอจะเป็นตัวของตัวเองเท่

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 3

    เธอหันหลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์ พอผลักประตูเข้าไปก็เห็นผู้เป็นพ่ออย่างอวิ๋นฮั่นไห่ หลิ่วหรู และน้องสาวต่างมารดาอย่างอวิ๋นหน่วน นั่งพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก เห็นได้ชัดว่ากำลังรอเธออยู่อวิ๋นฮั่นไห่เห็นเสื้อผ้าเธอยับยู่ยี่ กลิ่นเหล้าเต็มตัว สีหน้าเขาบึ้งตึงทันที “ไปทำตัวเหลวแหลกที่ไหนมาอ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 2

    อวิ๋นหนีตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันไปมองจี้กวนหลานมายืนอยู่ข้างโซฟาที่พวกเธอนั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เขาสวมสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง ออร่าเย็นชาเคร่งขรึมช่างขัดกับบรรยากาศของผับที่เต็มไปด้วยเสียงดังวุ่นวายเหลือเกิน เหมือนเทพหลงเข้ามาอยู่ในโลกมนุษย์ ทุกอย่างรอบตัวดูหมองลงเพราะเ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 1

    อวิ๋นหนีเคยเป็นดาวเจิดจรัสของเมืองเป่ย เธอเป็นอิสระดั่งสายลม ร้อนแรงดั่งเปลวไฟ ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ไม่แคร์สายตาใครแต่เธอดันแต่งงานกับจี้กวนหลาน ประธานผู้ร่ำรวยที่ทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีว่าเข้มงวดและเจ้าระเบียบที่สุดชายหนุ่มเหมือนเครื่องจักรที่ทำงานอย่างแม่นยำและมีความละเอียดสูง นอกจากเข้มงวดกับตั

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status