Share

บทที่ 2

Author: ยัยติงต๊อง
อวิ๋นหนีตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันไปมอง

จี้กวนหลานมายืนอยู่ข้างโซฟาที่พวกเธอนั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

เขาสวมสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่ง ออร่าเย็นชาเคร่งขรึมช่างขัดกับบรรยากาศของผับที่เต็มไปด้วยเสียงดังวุ่นวายเหลือเกิน เหมือนเทพหลงเข้ามาอยู่ในโลกมนุษย์ ทุกอย่างรอบตัวดูหมองลงเพราะเขา

ซูฉิงสูดหายใจเฮือก อาการเมาหายไปเกือบหมด เธอส่งสายตาเหมือนขอให้อวิ๋นหนีโชคดี จากนั้นคว้ากระเป๋าขึ้นมาแล้วชิ่งหนีไปทันที

จู่ๆ ก็เหลือเพียงอวิ๋นหนีกับจี้กวนหลานที่กำลังปะทะสายตากัน

แถมมือไม่รักดีของอวิ๋นหนีก็ยังค้างเติ่งอยู่ที่คางของนายแบบ

สายตาของจี้กวนหลานหยุดอยู่ที่มือเธอ แววตาเขาแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัวทันที

เขาก้าวมาข้างหน้าแล้วคว้าข้อมือของอวิ๋นหนี จากนั้นกวาดตามองนายแบบคนนั้นด้วยสายตาเย็นยะเยือก แล้วพูดออกมาว่า “ไสหัวไป”

ความน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้นายแบบคนนั้นตกใจจนหน้าซีด รีบเผ่นออกไปพร้อมกับคนอื่น หายไปจนหมดเกลี้ยง

อวิ๋นหนีสะบัดมือเขาทันที เธอลูบข้อมือที่เป็นรอยแดงแล้วจ้องเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “จี้กวนหลาน! ทำอะไรของนาย?”

“ประโยคนี้ฉันควรถามเธอมากกว่า” เสียงของจี้กวนหลานเย็นยะเยือกมาก “มาที่แบบนี้ทำไม?”

“เพราะฉันอยากมาไง” เสียงของอวิ๋นหนีดูไม่แคร์ มีความท้าทายอย่างเห็นได้ชัด “เกี่ยวอะไรกับนาย?”

จี้กวนหลานเห็นท่าทางหัวรั้นและไม่แคร์ใครของเธอ แววตาเขาขุ่นมัวยิ่งกว่าเดิม

ทันใดนั้นเขาก้มตัวลงมาอุ้มอวิ๋นหนีพาดบ่า เธอถึงกับกรี๊ดออกมา!

“จี้กวนหลาน! ทำอะไรของนาย ปล่อยฉัน! ไอ้เลว!”

อวิ๋นหนีทั้งตกใจและโมโห ใช้แรงทุบหลังของเขา สะบัดขาสองข้างไม่หยุด

แต่เหมือนจี้กวนหลานไม่รู้สึกอะไรเลย แบกเธอออกจากผับอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของคนรอบๆ จากนั้นยัดเธอเข้าไปในรถโรลส์-รอยซ์สีดำที่จอดรออยู่ข้างถนน

“ออกรถ”

“ครับประธานจี้”

รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล อวิ๋นหนีโมโหจนจะเปิดประตูกระโดดลงจากรถ

“อวิ๋นหนี!” จี้กวนหลานคว้าแขนเธอแล้วกระชากกลับมานั่ง “เธอจะก่อเรื่องไปถึงเมื่อไร?!”

เขาจ้องเธอแล้วค่อยๆ พูดอย่างชัดเจนและเย็นชา “เธอจะแต่งเข้าตระกูลจี้แล้ว ก่อนหน้านี้ฉันเอากฎตระกูลจี้ให้เธอไปแล้ว ในนั้นมีอยู่หนึ่งข้อที่บอกว่าต้องกลับบ้านก่อนสี่ทุ่ม ห้ามเข้าสถานบันเทิงอย่างพวกผับบาร์เด็ดขาด เธอไม่ได้อ่านหรือไง?”

“ต่อไปห้ามมาที่แบบนี้อีก กลับไปเขียนจดหมายขอโทษเรื่องวันนี้หมื่นตัวอักษร ทบทวนความผิดของตัวเองอย่างละเอียด!”

จดหมายขอโทษหมื่นตัวอักษร? กฎตระกูลงั้นเหรอ?

อวิ๋นหนีโมโหจนเกือบหัวเราะออกมา หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธ

ชาติก่อนเธอโดนกฎตระกูลสามพันข้อผูกมัดมาทั้งชีวิต ใช้ชีวิตอย่างกับหุ่นเชิด!

ชาตินี้เธอไม่มีทางซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว!

“ฉันไม่เขียนจดหมายขอโทษบ้าบอนั่นหรอก?!” เธอแทบจะตวาดออกมา “กฎตระกูลนายเกี่ยวอะไรกับฉัน?! ฉันไม่แต่งงานกับนายแล้ว!”

เมื่อสิ้นเสียง ในรถเงียบกริบทันที

จี้กวนหลานหันหน้ามาอย่างรวดเร็ว ดวงตาดำขลับจ้องเธอเขม็ง ในดวงตามีความรู้สึกเหลือเชื่อและสับสนไปหมด

เขามองเธออยู่นานก่อนจะพูดลอดไรฟันออกมาว่า “......หมายความว่ายังไง?”

อวิ๋นหนีเห็นท่าทางของเขา จู่ๆ ความคิดชั่ววูบที่อยากพูดทุกอย่างออกมาให้หมดหายไปจากหัวทันที

เขาเกลียดคู่หมั้นที่ทำตัวไม่สนโลกและไร้สาระไปวันๆ อย่างเธอขนาดนี้ ถ้ารีบบอกว่าคู่หมั้นเขาเป็นคนอื่นแล้ว เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมซึ่งเขาพึงพอใจเป็นที่สุด แบบนี้ก็เข้าทางเขาน่ะสิ

เมื่อคิดถึงความอึดอัดใจเมื่อชาติก่อน เธอถึงกับสูดหายใจลึก

ในช่วงนี้เธอต้องให้เขาแบกรับความเจ็บปวดที่กำลังจะแต่งงานกับเธอ ให้เขาเจอความทรมานสักสองสามวัน!

พอคิดได้เช่นนี้ เธอสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ หันไปมองนอกหน้าต่างแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “......ไม่มีอะไร แค่พูดประชดเฉยๆ”

จี้กวนหลานมองเธออย่างละเอียดครู่หนึ่ง เหมือนความขุ่นมัวในดวงตาเบาบางลงเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังเด็ดขาดเหมือนเดิม “นั่งดีๆ”

อวิ๋นหนีเห็นเขาโมโหมาก แต่ท่านั่งยังสง่างามเหมือนเดิม แม้แต่ผมก็ยังเป๊ะทุกเส้น แล้วก็คิดถึงกฎเข้มงวดจนอึดอัดแทบตายเมื่อชาติก่อน ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ผุดขึ้นมาในใจ

เธอไม่ทำตามที่เขาบอกหรอก!

เธอจงใจเอนตัวบนเบาะรถ สะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง เท้าเปล่าเหยียบลงบนพรมขนแกะราคาแพง แล้วก็ลดกระจกรถลง ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนพัดผมยาวที่เธอตั้งใจจัดทรงมาอย่างดี

เธอจะทำตามใจตัวเองแบบนี้ จะสดใสแบบนี้ และจะไม่สนใจภาพลักษณ์แบบนี้!

นี่คืออวิ๋นหนีอย่างแท้จริง!

จี้กวนหลานมองหญิงสาวข้างๆ ที่ขัดกับบรรยากาศหรูหราและดูอึมครึมภายในรถ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

รถจอดหน้าคฤหาสน์ตระกูลอวิ๋น

อวิ๋นหนีเปิดประตูลงจากรถ

“อวิ๋นหนี” เสียงจี้กวนหลานดังขึ้นด้านหลัง น้ำเสียงเขาเย็นชา “จดหมายขอโทษหมื่นตัวอักษร ส่งให้ฉันวันพรุ่งนี้”

เขาพูดจบแล้วสั่งให้คนขับออกรถ

อวิ๋นหนีมองไฟท้ายรถที่ขับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอเตะหินที่อยู่ข้างทางอย่างไม่สบอารมณ์

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 28

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แป๊บเดียวผ่านไปสิบปีแล้วในคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกระดับโลกที่เวียนนาประเทศออสเตรีย อวิ๋นหนีกับฟู่จิ่งเฉินมาร่วมงานตามคำเชิญราวกับกาลเวลาไม่สามารถทำอะไรอวิ๋นหนีได้เลย เธอดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น มีความสง่างามและสุขุมกว่าเดิม เมื่อยืนข้างฟู่จิ่งเฉินที่ยังหล่อและมีเสน่ห์เฉพาะตัวเหมือนเดิม ทว่าเขาดูนิ่งขึ้นมาก ทั้งสองคนก็ยังเป็นคู่สร้างคู่สมที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาช่วงพักระหว่างงาน อวิ๋นหนีอยากไปห้องน้ำ แต่ฟู่จิ่งเฉินติดคุยอยู่กับนักดนตรีที่สนิทกันเธอเดินบนพื้นที่ปูด้วยพรมหนาเพียงคนเดียว บังเอิญเจอใครบางคนตรงมุมทางเดินเป็นผู้ชายนั่งอยู่บนรถเข็น โดยมีคนดูแลเป็นคนเข็นให้เขาใส่โค้ตสีเข้มสไตล์เรียบๆ มีผ้าคลุมอยู่บนเข่า ผมขาวเกือบหมดทั้งหัว ใบหน้าแก่ชราและซูบผอม เต็มไปด้วยรอยตีนกา มีเพียงดวงตาสองข้างที่ยังคงดำขลับเหมือนเดิม แต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เป็นความนิ่งสงบหลังจากผ่านอะไรมามากมาย เขาคือจี้กวนหลานอวิ๋นหนีชะงักปลายเท้าจี้กวนหลานเห็นเธอแล้วเหมือนกัน ทั้งสองคนสบตากันเพียงไม่นานไม่ได้รู้สึกตกใจอย่างที่คิดไว้ ถึงขนาดที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำจิ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 27

    ไม่มีถ้อยคำที่สวยหรู ไม่มีคำสัญญาจอมปลอม มีเพียงคำสารภาพรักที่ตรงไปตรงมา และเป็นสไตล์ของ “ฟู่จิ่งเฉิน” สุดๆ แต่กลับทำให้อวิ๋นหนีประทับใจยิ่งกว่าถ้อยคำหวานซึ้งใดๆเธอมองชายหนุ่มที่ยอมรับทุกอย่างที่เป็นเธอ มอบอิสระให้เธออย่างไม่รู้จบ เธอน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปล่งประกายแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าเธอยื่นมือออกไปแล้วพยักหน้า พูดด้วยเสียงชัดเจนและหนักแน่น “โอเค! ฉันจะแต่งกับนาย!”ฟู่จิ่งเฉินชะงักเล็กน้อย จากนั้นกระโดดด้วยความดีใจสุดขีด รีบใส่แหวนที่นิ้วนางของเธออย่างเงอะๆ งะๆ ไซซ์แหวนพอดีเลย!เขาอุ้มเธอขึ้นมาแล้วหมุนตัวอยู่หลายรอบ ดีใจเหมือนเด็กที่ได้สมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก!“เย้! ในที่สุดฉันก็มีเมียแล้ว!” เขาตะโกนใส่ทุ่งลาเวนเดอร์ เสียงก้องท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นอวิ๋นหนีเอามือคล้องคอเขา หัวเราะจนน้ำตาไหลแสงสุดท้ายของวันส่องกระทบลงบนตัวทั้งสองคนที่กำลังกอดกัน รอบตัวทั้งคู่เป็นแสงสีทองอบอุ่น งดงามราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์ งานแต่งจัดขึ้นที่เกาะส่วนตัวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ได้เชิญสื่อใดๆ แขกในงานคือเพื่อนสนิทของฟู่จิ่งเฉินกับคนสนิทที่อวิ๋นหนีเชิญมาร่วมงา

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 26

    ตอนหมอเดินออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลียแล้วบอกว่า “ช่วยชีวิตคนไข้ได้แล้ว แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย หลังจากนี้ต้องพักรักษาตัวอีกนาน อีกทั้งผลกระทบจากอาการบาดเจ็บก็ร้ายแรงมากด้วย” อวิ๋นหนีแทบทรุดลงบนพื้น แต่ฟู่จิ่งเฉินประคองไว้ทันจี้กวนหลานนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียูครึ่งเดือนในช่วงเวลานั้นจี้ซื่อกรุ๊ปขาดผู้นำ ราคาหุ้นร่วงหนัก ภายในองค์กรระส่ำระสายอวิ๋นหนีใช้ช่องทางของฟู่จิ่งเฉิน ปกปิดชื่อและแจ้งสถานการณ์ของจี้กวนหลานให้ผู้อาวุโสในตระกูลจี้ทราบ ผู้อาวุโสคนนี้ค่อนข้างเชื่อถือได้ ตอนนี้เขาเป็นคนประคองสถานการณ์โดยรวมชั่วคราวเมื่อจี้กวนหลานพ้นขีดอันตรายแล้ว เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นเพียงภาพขาวพร่ามัวความเจ็บรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่หน้าอก เจ็บจนเหมือนจะฉีกขาดทุกครั้งที่หายใจเขากลอกดวงตาพร่ามัวไปมา การมองเห็นเริ่มชัดขึ้น เห็นอวิ๋นหนีใบหน้าซีดเซียวเฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งสองคนสบตากัน บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งแววตาอวิ๋นหนีหลากหลายอารมณ์ มีทั้งความเป็นห่วง โล่งใจ แต่ที่มากกว่านั้นคือความนิ่งเหมือนปล่อยวางเรื่องในอดีตได้แล้ว ไม่มีความรู้สึกจากความรักหรือความเกลียดอีกแล้วจี้กวนหล

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 25

    เขาแอบจับตาดูความเคลื่อนไหวของอวิ๋นหนีตลอดเวลา พอรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่เกาะนี้ ตอนแรกจะแอบดูอยู่ห่างๆ แต่บังเอิญเจอความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของพวกอวิ๋นหน่วน จึงสะกดรอยตามมาที่นี่!“ปล่อยเธอ!” จี้กวนหลานตาแดงก่ำ จ้องอวิ๋นหน่วนเขม็ง ราวกับคนใกล้ตายที่พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย“จี้กวนหลาน?” อวิ๋นหน่วนชะงักไปในตอนแรก จากนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม “ฮ่าๆๆ! นายก็มาด้วยเหรอ! ดี! ดีมาก! พวกนายจะได้ตายไปพร้อมกันเลย!”“เธอต้องการอะไร? แค้นอะไรก็มาลงที่ฉันเลย!” จี้กวนหลานค่อยๆ เดินไปข้างหน้า เสียงเขาแหบพร่า “ปล่อยเธอ แล้วเอาชีวิตฉันไปเลย”“ชีวิตนายเหรอ?” อวิ๋นหน่วนหัวเราะพรืด “ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น! ฉันต้องการให้เธอเจ็บปวดเท่านั้น! ฉันต้องการให้นายเห็นฉันทรมานเธอ!”อวิ๋นหน่วนกับลูกน้องของเธอเริ่มใช้คำพูดสุดหยาบคาบดูหมิ่นอวิ๋นหนี เพื่อยั่วโมโหจี้กวนหลาน แถมยังใช้ไม้ทุบตีฟู่จิ่งเฉินที่โดนจับตัวไว้ด้วยจี้กวนหลานดวงตาแดงก่ำ กำหมัดจนเกิดเสียงดัง แต่ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวอวิ๋นหนีได้รับอันตราย“ถ้าอยากให้เธอรอด ก็คุกเข่าอ้อนวอนฉันสิ!” อวิ๋นหน่วนเล็งปืนไปที่หัวอวิ๋นหนีแล้วตะโกนใส่จ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 24

    จี้กวนหลานเดินออกมา ก้มมองผู้หญิงไร้ค่าเหมือนโคลนตมที่เท้าตัวเอง สายตาเขาไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อย“รักเหรอ?” เขาหัวเราะพรืด เสียงเย็นยะเยือกถึงกระดูก “ฉันรู้หมดแล้วว่าตอนนั้นเธอกับแม่เล่นงานและกลั่นแกล้งหนีหนียังไงบ้าง ก่อนหน้านี้ที่ฉันไม่แตะต้องพวกเธอ เพราะกลัวมือแปดเปื้อน แล้วก็......เก็บพวกเธอไว้ให้หนีหนีจัดการเอง”เขาเงียบครู่หนึ่ง น้ำเสียงดูรังเกียจมาก “ตอนนี้หนีหนีคิดบัญชีกับพวกเธอแล้ว ฉันรู้สึกดีมาก”เขาหันหลังให้เธอแล้วพูดกับบอดี้การ์ดด้านหลัง “ไล่เธอไป”ประตูบานใหญ่ปิดลงอวิ๋นหน่วนทรุดลงบนพื้นเย็นเฉียบ เหมือนตกลงไปในเหวลึกไร้ก้นบึ้งท่ามกลางความสิ้นหวัง คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหน่วนจะเจอที่อยู่ของอวิ๋นหนีร่างกายเธอซูบผอม สายตาร้ายกาจเหมือนงูพิษ ตะโกนสาปแช่งอวิ๋นหนีด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหู “อวิ๋นหนี! นังคนต่ำตม! เธอต้องไม่ตายดี! เธอแย่งทุกอย่างไปจากฉัน! เธอต้องได้รับกรรม! ฉันขอแช่งให้เธอ......”อวิ๋นหนีมองเธอด้วยสายตาราบเรียบ เหมือนมองมดสติแตกตัวหนึ่งเธอค่อยๆ ก้มลงมาข้างหูอวิ๋นหน่วน เสียงไม่ดัง แต่ชัดเจนทุกคำ เหมือนคมมีดเคลือบด้วยน้ำแข็ง ค่อยๆ เชือดเฉือนสติของอวิ๋นหน่วนที่หล

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 23

    ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกจี้ซื่อที่เมืองเป่ย บรรยากาศเงียบเหมือนป่าช้าม่านหนาที่หน้าต่างปิดสนิท ปิดกั้นแสงจากภายนอกทั้งหมด จี้กวนหลานกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ที่เท้ามีขวดไวน์เปล่ากระจัดกระจายเต็มไปหมดเขาผอมจนไม่เหลือเค้าเดิม เบ้าตาลึก ผมสีเทาเงินสะดุดตายิ่งทำให้ดูโทรมและชวนขนลุกหน้าจอมือถือสว่างขึ้น บนหน้าจอเป็นภาพที่โดนปาปารัสซี่แอบถ่าย ดูพร่ามัวแต่กลับชัดเจนที่ร้านกาแฟแบบเปิดโล่งในหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อวิ๋นหนีใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนสดใส เธอกำลังเงยหน้าหัวเราะ ป้อนไอศกรีมให้ฟู่จิ่งเฉินที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอส่วนฟู่จิ่งเฉินกำลังมองเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ใช้นิ้วแตะจมูกเธออย่างสนิทสนม แสงแดดส่องลงมาบนตัวพวกเขา เป็นภาพที่งดงามจนรู้สึกขัดตา“พรวด—”เลือดสดถูกพ่นออกจากปากจี้กวนหลานแบบไม่ทันตั้งตัว กระเด็นใส่หน้าจอมือถือกับพรมขนแกะราคาแพง จุดสีแดงสุดสยองกระจายไปทั่วเขาไออย่างรุนแรง เจ็บหน้าอกเหมือนจะฉีกขาด“หนีหนี......” เขาเอามือกุมหน้าอก งอตัวอย่างทรมาน น้ำตาผสมกับเลือดไหลลงมาเธอยิ้มได้แล้ว ยิ้มอย่างมีความสุขมาก แต่เธอกลับยิ้มให้ผ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 9

    “อวิ๋นหน่วน! เธอกล้าเหรอ! เธอไม่กลัวว่าฉันจะฆ่าเธอหลังจากออกไปเหรอ?” อวิ๋นหนีดิ้นไปมา แต่โดนผู้ชายสองคนนั้นจับไว้อย่างง่ายดาย“ฆ่าฉันเหรอ?” เหมือนอวิ๋นหน่วนได้ยินเรื่องตลกอะไรสักอย่าง “พี่กวนหลานต้องห้ามเธอก่อนที่เธอจะฆ่าฉันแน่นอน เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเขาอยู่ข้างฉันตลอด?”ประโยคนี้เหมือนมีดแหลมคมแทง

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 8

    อวิ๋นหนีทรุดลงบนพื้นเย็นเฉียบ ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกและว่างเปล่า รู้สึกโหวงๆ ในใจเหมือนหัวใจเว้าแหว่ง เธอกัดฟันสะกดกลั้นความเจ็บปวดและอาการเวียนหัว ใช้มือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บเอามือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างสั่นเทา โทรเรียกรถพยาบาลด้วยตัวเอง......เมื่อออกจ

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 7

    “หัวเราะอะไร!” อวิ๋นฮั่นไห่เห็นเธอหัวเราะแล้วรู้สึกขนลุก เขาโมโหยิ่งกว่าเดิมอวิ๋นหนีเงยหน้าขึ้นมา สายตาเย็นยะเยือกราวกับคมมีดจ้องไปที่อวิ๋นหน่วนที่ยังแสร้งทำเป็นอ่อนแอ “เธอชอบแสดงละครมากใช่ไหม? ได้ ฉันจะให้เธอแสดงอย่างเต็มที่!”พูดไม่ทันขาดคำเธอก็หยิบปากกาโลหะบนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา ปักไปที่หลังม

  • สายลมแห่งวันวาน   บทที่ 6

    เมื่ออวิ๋นหนีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เป็นเอกลักษณ์เธอลืมตาขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลมีใครบางคนจับมือเธออยู่ เมื่อหันไปมอง เห็นจี้กวนหลานนั่งอยู่ข้างเตียง เขาจับมือเธอแล้วหลับตาอยู่ ใต้ตามีรอยคล้ำเล็กน้อยเหมือนเขารู้สึกว่าเธอขยับ จึงลืมตาขึ้นมาทันทีทั้ง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status