LOGINเพราะน้องสาวฝาแฝดร่างกายอ่อนแอ ทุกคนจึงลำเอียงไปรักแต่เธอ วันที่พายุหิมะถล่มจนปิดตายเส้นทางบนภูเขา เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยเหลือที่นั่งว่างเพียงที่เดียว ฉันกำใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายในมือแน่น กำลังคิดจะสละหนทางรอดให้น้องสาวฝาแฝด แต่จู่ ๆ เธอกลับกุมหัวแล้วร้องว่าเวียนหัว คนทั้งบ้านกรูเข้าไปห้อมล้อมเธอทันที แล้วช่วยกันยัดร่างเธอเข้าไปในห้องโดยสาร สามีจับแขนข้างที่กระดูกหักของฉันแล้วพูดว่า “ซูเหยียน คุณรอรอบหน้านะ” ลูกสาวยังปาก้อนหิมะใส่ฉันพร้อมตะโกนว่า “น้าเล็กต้องการความช่วยเหลือมากกว่า แม่ห้ามแย่งนะ!” กระทั่งเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้า ฉันถึงได้เห็นน้องสาวที่นั่งติดขอบหน้าต่างแลบลิ้นใส่ฉันด้วยสีหน้าผู้ชนะ——ที่แท้เธอก็ไม่ได้เวียนหัว หลังจากรอดชีวิตมาได้ เวลาของฉันก็เหลืออยู่อีกแค่สามวัน สามวันสุดท้ายนี้ ฉันตัดสินใจจะใช้ทุกอย่างแลกกับความรักเพียงเศษเสี้ยวจากครอบครัว
View Moreเขาเคยคิดว่าการรู้ความของฉันเป็นเรื่องปกติที่สมควรจะเป็น ตอนนี้เขาถึงรู้ว่านั่นเป็นการที่ฉันใช้ชีวิตของตัวเองโอบอุ้มฝูงหมาป่าเอาไว้“อ๊ากกกกก!”โจวหลินคำรามออกมาประหนึ่งสัตว์ป่า เขาพุ่งเข้าไปหมายจะบีบคอผู้หญิงที่มีสีหน้าชั่วร้ายคนนั้นให้ตาย แต่กลับถูกตำรวจรั้งตัวไว้แน่นกว่าจะออกจากสถานีตำรวจ ฟ้าก็มืดแล้วโจวหลินเดินไปตามท้องถนนอันหนาวเหน็บ ราวกับวิญญาณเร่ร่อนเขาเดินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าป้ายหลุมศพของฉันโดยไม่รู้ตัวบนป้ายหลุมศพ รูปถ่ายของฉันยังยิ้มแย้มอย่างสดใสเขาทรุดตัวนั่งคุกเข่าป้ายหลุมศพที่เย็นเฉียบ ช่างเหมือนกับอุณหภูมิร่างกายของฉันในกองหิมะวันนั้น“ซูเหยียน...ผมขอโทษ...”“ผมขอโทษ...”เขาพร่ำพูดคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดหลังจากฉันตาย ในที่สุดเขาก็หลั่งน้ำตาที่มาสายเกินไปเพื่อฉันหลินซูอวี่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาค้าขายอวัยวะมนุษย์โดยผิดกฎหมายและพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหมอคนนั้นเองก็ได้รับโทษทัณฑ์ตามที่ควรจะได้รับทรัพย์สินที่ฉันยกให้หลินซูอวี่ ทั้งบ้าน รถ เงินฝาก รวมถึงร้านแบรนด์อุปกรณ์ปีนเขาที่ฉันทุ่มเทสร้างมาสิบปี ถูกศาลสั่งย
คนที่สติแตกที่สุดคือหลินซูอวี่จากเจ้าหญิงที่มีแต่คนประคบประหงมในอุ้งมือ เพียงชั่วข้ามคืนเธอกลายเป็นเป้าหมายที่คนทั้งอินเทอร์เน็ตด่าทอ แม้แต่คนในครอบครัวที่เคยตามใจเธอทุกอย่างก็เริ่มตำหนิติเตียนเธอ“พ่อแม่ พี่หลิน เชื่อฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ...” เธอพยายามใช้หยดน้ำตาเรียกทุกอย่างกลับคืนมาแต่ไม่มีใครสนใจเธอ โจวหลินเพียงมองเธออย่างเหนื่อยล้า “เสียวอวี่ ถึงตอนนี้คุณยังจะโกหกอีกเหรอ”ในเวลานั้นเอง สวีหมิ่นก็ส่งของขวัญชิ้นที่สามที่อันตรายที่สุดไปที่สถานีตำรวจกล้องรูเข็มที่ฉันทิ้งไว้ในห้องผ่าตัดบันทึกหลักฐานสำคัญที่สุดเอาไว้ในวิดีโอหมอผ่าตัดกำลังต่อรองราคากับหลินซูอวี่“คุณหลิน ถึงไตข้างนี้จะเป็นของนักกีฬาระดับแนวหน้า แต่ก็ไม่ใช่สภาพที่ดีที่สุดราคาตลาดมืดขายน่าจะได้สักสิบห้าล้าน”“สิบห้าล้านน้อยเกินไปพี่ สาวฉันเป็นถึงแชมป์โลกปีนเขา ไตของเธอ ยังไงก็ต้องมียี่สิบห้าล้าน! อีกอย่างคุณต้องช่วยฉันปลอมแปลงประวัติการรักษาเรื่องไตเสียหายกับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วย เราแบ่งกันคนละครึ่ง”พ่อแม่ที่ถูกตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนพอได้ยินเข้าสีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที“กรี๊ด——!”แม่แผดเสียงร้อง พุ่ง
พอเธอพูดจบก็พยักหน้าให้คนที่อยู่ข้างหลังจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านข้างโถงพิธีสว่างวาบขึ้นทันทีพร้อมกับเริ่มเล่นวิดีโอตัวหนึ่งฉากหลังคือห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยในภาพนั้นเป็นภาพหลินซูอวี่นั่งพิงขอบหน้าต่าง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความไม่สบายแม้แต่นิดเดียว เธอมองไปยังฉันที่นอนอยู่ในกองหิมะนอกหน้าต่างแล้วแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่อย่างภูมิอกภูมิใจและท้าทายทั่วทั้งโถงพิธีเงียบกริบลงในพริบตาแขกเหรื่อทุกคนต่างเบิกตากว้าง มองจอภาพสลับกับหลินซูอวี่ที่ดูบอบบางราวกับจะพับไปได้ทุกเมื่อด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาใบหน้าทะเล้นที่ดูไร้เดียงสานั้น ช่างดูย้อนแย้งและน่ารังเกียจเมื่อเทียบกับท่าทางร้องไห้ปานจะขาดใจของเธอในตอนนี้“นี่มัน...นี่มันเรื่องอะไรกัน”“ไหนว่าเธอเวียนหัวจนต้องได้รับความช่วยเหลือก่อนไง ดูในคลิปสิ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้น ทำให้ใบหน้าของหลินซูอวี่ซีดเผือดลงทันที“ไม่...ไม่ใช่แบบนั้นนะ...นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!” เธอหวีดร้องพลางพยายามพุ่งตัวไปปิดโปรเจกเตอร์แม่เองก็เริ่มได้สติ หล่อนพุ่งเข้าใส่สวีหมิ่นอย่างแรง “นังสารเลว! แกใช้วิดีโอตัดต่อมาใ
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเริ่มไล่โทรหาโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั่วเมือง A“ฮัลโหลครับ ขอสอบถามหน่อยครับ...บ่ายวันนี้ที่โรงพยาบาลมีคนไข้ชื่อหลินซูเหยียนเสียชีวิตหรือเปล่าครับ”“ใช่ค่ะคุณผู้ชาย คุณหลินเสียชีวิตเนื่องจากป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ แพทย์สุดยื้อชีวิตและเวลาบ่ายสามโมงสิบห้านาทีค่ะ”เมื่อได้รับคำยืนยันจากโรงพยาบาลแห่งที่สาม โทรศัพท์ในมือของโจวหลินก็ร่วงหล่นลงพื้นเรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหาย เขาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพรมในที่สุดเขาก็เชื่อแล้วว่าฉันตายไปแล้วจริง ๆแม่มองสภาพหลุดลอยของโจวหลิน แล้วเดินเข้าไปหาด้วยความเห็นใจ ทว่าคนที่ท่านเลือกปลอบโยนกลับเป็นหลินซูอวี่ที่อยู่ในอ้อมกอดเขา“เสียวอวี่ ไม่ต้องร้องแล้ว พี่สาวลูกเขาแค่จงใจไม่อยากให้พวกเราอยู่อย่างสงบสุขนั่นแหละ”ท่านพูดลอดไรฟัน ราวกับว่าฉันไม่ใช่ลูกสาว แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาต“ตอนอยู่ก็คอยแย่งชิงกับลูกทุกอย่าง ตายไปแล้วยังจะหาเรื่องมาให้พวกเราลำบากใจอีก! ตัวกาลกิณีจริง ๆ!”พ่อเองก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา ท่านถอนหายใจยาวเหยียด น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยหน่าย“เอาเถอะ คน






reviews