Beranda / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 10 แอบดูนายท่าน

Share

บทที่ 10 แอบดูนายท่าน

last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 17:34:36

            “ไม่ต่างกันเล้ย!” ทุกคนพร้อมใจกันขึ้นเสียงสูง แล้วส่ายหน้าพร้อมหัวเราะร่วน

            ซินเอ๋อร์เห็นใบหน้าซื่อๆ ของหมิ่นซูปี้ที่ดูเชื่อมั่นในความคิดของตนแล้วก็อดยิ้มมิได้ “ใช่ๆ เราสองคนเป็นสาวใช้เหมือนกัน”

            คนในครัวรีบกระวีกระวาดหาอาหารที่ปรุงใหม่มาใส่จานแบ่งแล้วเรียกให้ซินเอ๋อร์มานั่งกินที่โต๊ะหน้าโรงครัว หมิ่นซูปี้เห็นแล้วทำหน้าฉงน

            “พ่อครัวถาน ทำไมวันนี้อาหารถึงมีหลายอย่างนัก ”

            ใบหน้าของหัวหน้าโรงครัวขัดเขิน “คิดซะว่าข้าเลี้ยงต้อนรับซินเอ๋อร์ก็แล้วกัน”

            “อืม...หากมีเลี้ยงต้อนรับเช่นนี้ทุกวันก็คงดี”

“พวกเจ้ารีบกินเร็วเข้าเถิด ประเดี๋ยวต้องไปเตรียมปัดกวาดห้องโถงให้นายท่านอีก พ่อบ้านเมี่ยวสั่งให้พวกเจ้าทำให้เรียบร้อยก่อนนายท่านกลับ”

เมื่อบ่าวผู้นั้นเดินจากไปหมิ่นซูปี้จึงเงยหน้ามาบอกซินเอ๋อร์ “นั่นน่ะ ผู้ช่วยมือหนึ่งของพ่อบ้านเมี่ยว ชื่อเฉียวไฉ เขาเป็นคนเข้มงวด เจ้าจะทำสิ่งใดให้มองหน้าเขาเสียก่อน หากทำผิดกฎเขาจะฟ้องพ่อบ้านทันที”

“อึ๋ย! โหดขนาดนั้นเทียว”

“ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ข้าเคยโดนมาแล้ว”

“โดนอันใด”

“โดนโบยเพราะเฉียวไฉคนนี้น่ะสิ!” สีหน้าของหมิ่นซูปี้ดูคับแค้นใจ “รีบกินเข้าเถอะ ประเดี๋ยวนายท่านจะกลับมาเสียก่อน”

สาวใช้ทั้งสองกินเสร็จแล้วหิ้วถังน้ำและไม้ถูพื้นไปยังห้องโถงเรือนใหญ่ “ปกตินายท่านจะรับประทานอาหารที่ห้องนี้ ดังนั้นต้องมาถูทุกบ่าย พวกเราต้องทำให้เสร็จแล้วพวกบ่าวที่ประจำอยู่เรือนนี้จะมาตั้งโต๊ะอาหารเอง”

“อ้อ”

ซินเอ๋อร์รู้สึกว่านายท่านผู้นี้ประหลาดเหลือเกินจนนางอยากจะเห็นใบหน้าใต้หน้ากากมากยิ่งกว่าเดิม

‘ท่าทางคนผู้นี้จะต้องมีเรื่องอับอายให้ซ่อนเร้นใบหน้าเป็นแน่’

ยิ่งคิดซินเอ๋อร์ก็ยิ่งมั่นใจ นางทั้งทำความสะอาดทั้งลอบสังเกตข้าวของเครื่องใช้ตำแหน่งการจัดวางเครื่องเรือนในห้องโถงไปด้วย หากลอบเข้ามาที่นี่ในยามค่ำคืนนางจะสามารถเดินได้เหมือนตอนกลางวันเทียว

บ่ายคล้อยร่างสูงใหญ่ที่ใส่หน้ากากนั้นก็เดินนำเหล่าผู้ติดตามเข้ามาทางประตูใหญ่ เขาสวมชุดคล้ายชุดชายทั่วไปในเมืองเป่าจูแต่ซินเอ๋อร์มีความรู้สึกว่าสง่าราศรีของเขาช่างเหนือกว่าทุกคนที่นางเคยพานพบ ดูน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก แม้พี่เหลียงเจาหลินพี่ชายของนางจะรูปร่างสูงแต่ก็ไม่เท่านายท่าน ต่อให้พี่ชายนางที่เป็นบุตรเจ้าเมืองสวมชุดเช่นเดียวกับเขานางก็คิดว่าคงจะดูดีสู้คนผู้นี้มิได้

“ซินเอ๋อร์ เจ้าซุ่มดูนายท่านอยู่หรือ” หมิ่นซูปี้แอบหลบเข้ามาด้านหลังพุ่มไม้เมื่อเห็นก้นของซินเอ๋อร์เดี๋ยวหย่อนเดี๋ยวโด่งดูลับๆ ล่อๆ

“อือ! เจ้าอย่าเอ็ดไป เจ้าดูสิ นายท่านช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก”

“ข้าว่าน่ากลัวต่างหากเล่ ” หมิ่นซูปี้หดคอลงต่ำกว่าซินเอ๋อร์ด้วยความหวาดกลัว รูปร่างของนายท่านทั้งสูงใหญ่ซ้ำยังใส่หน้ากากที่มีลวดลายคล้ายอสูรอีก

“เจ้าไม่อยากเห็นใบหน้าของนายท่านบ้างเลยหรือ”

“ไม่! นายท่านมิให้เข้าไปรับใช้ก็ดีแล้ว แค่มองไกลๆ อย่างนี้ข้ายังขาสั่นอยู่เลย” หมิ่นซูปี้เคยเห็นตอนนายท่านฝึกกระบี่ยามเช้า นายท่านกระโจนฟันคอหุ่นฟางขาดกระเด็นไปหลายตัวพร้อมกันดูน่าสะพรึงกลัว นางจินตนาการยามนายท่านโมโหอาจจะหยิบดาบมาฟันคอนางกระเด็นเหมือนหุ่นฟางพวกนั้น

เมื่อร่างสูงใหญ่ผลุบหายไปในเรือนแล้ว ซินเอ๋อร์จึงดึงมือหมิ่นซูปี้ออกมาจากหลังพุ่มไม้ สาวใช้หน้ากลมเอามือสองขาจับขาที่ยังสั่นของตนไว้ “ขะ ข้าเห็นนายท่านทีไรเป็นแบบนี้ทุกที”

“เจ้าเป็นเอามาก นายท่านก็แค่สวมหน้ากากเท่านั้นเอง เขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเจ้ากับข้านี่แหละ มิใช่ปีศาจที่ไหน”

ซินเอ๋อร์ใคร่ครวญถึงโอกาสที่นายท่านจะถอดหน้ากาก

‘ก็คงมีเพียงยามอาบน้ำกับยามนอนเท่านั้น หากลอบเข้าไปดู ข้าก็จะเห็นความจริง’

คิดได้ดังนั้นซินเอ๋อร์ก็ซักไซ้หมิ่นซูปี้เรื่องการอาบน้ำกับกับการนอนของนายท่าน

ยามซวี[1] จินเสวี่ยหลงที่ก้มหน้าก้มตาตรวจสอบที่ดินในการก่อสร้างค่ายทหารแห่งใหม่ก็รู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนอยากจะแช่น้ำอุ่นจึงร้องเรียกบ่าวที่เฝ้าหน้าประตูให้เตรียมน้ำอาบ

ซินเอ๋อร์ที่แฝงกายอยู่ใต้หน้าต่างได้ยินก็แทบจะร้องออกมาด้วยความยินดี นางเงยหน้าขึ้นมองเงาบนหลังคา

‘องครักษ์เงาก็องครักษ์เงาเหอะ จะมาสู้ตีนแมวอย่างข้าได้อย่างไร’

นางกระหยิ่มยิ้มย่องลอบเคลื่อนเข้าไปในห้องของนายท่าน นางเงยหน้าขึ้นมองเหนือขื่อห้องนอนนายท่านเห็นเงาดำเกาะอยู่ด้านหนึ่งบริเวณกลางห้อง

ร่างสูงใหญ่โบกมือขึ้นไล่เงานั้นก็หายไป บ่าวชายร่างยักษ์สามคนหิ้วน้ำอุ่นเข้ามาเท พร้อมวางถังน้ำเย็นและกระบวยเอาไว้ด้านข้าง

อ๋องใหญ่เดินเข้าไปหลังฉากแล้วถอดหน้ากากออกวางบนโต๊ะใกล้มือ ไอน้ำร้อนพวยพุ่งบดบังมิให้ซินเอ๋อร์มองเห็นใบหน้านั้นถนัดถนี่ นางถึงกับสบถในใจที่เลือกมุมได้ไม่ดีนัก แต่จะทำอย่างได้เมื่อกี้นางเองก็กลัวองครักษ์เงาจะเห็นเข้าเลยต้องเลือกซอกตู้ คาถาบีบร่างของท่านลุงช่างดีนัก ทำให้นางหลบเข้าในซอกเล็กข้างตู้เสื้อผ้าได้พอดี ตรงนี้แคบเกินกว่าที่คนธรรมดาจะยัดร่างเข้าไปได้

นางจ้องเขม็งไปยังสูงใหญ่ที่กำลังถอดเสื้อผ้าพลางภาวนาให้เขาหันหน้ามาทางนี้สักหน่อย

แสงเทียนวาววามจับแผงหลังกว้างกำยำ เขาปลดมวยครอบผมลง ผมยาวสยายปิดบังแผ่นหลังไปกว่าครึ่ง ชายหนุ่มถอดกางเกงออกเรียบร้อย

ซินเอ๋อร์เห็นเพียงกล้ามเนื้อข้างบั้นท้ายแข็งแรงกับท่อนขาช่วงล่างของเขา เสียงจิ้งจกร้องสองสามครั้ง เขาเอี้ยวหน้าเล็กน้อย

‘เออ นั่นล่ะ! อีกนิดหนึ่ง หันมาอีกนิด’  

ซินเอ๋อร์ลุ้นอยู่ในใจ

แสงเทียนสะท้อนเสี้ยวหน้าให้นางเห็นแนวคางบึกบึนและหางตาเฉียงคม ‘อึ๋ย! ตาดุไม่ใช่เล่น’

เขาหันหน้ากลับไปทางเดิม

ซินเอ๋อร์ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ นางคิดว่าเขาแปลกคนที่มิยอมให้บ่าวหรือสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติยามอาบน้ำ

จินเสวี่ยหลงรู้สึกว่าตนเองหัวเหนียวหนึบ อาจเป็นเพราะอ่านหนังสือจนดึกดื่นติดกันหลายวัน ชายหนุ่มหยิบเอาจ้าวเจี่ยวขึ้นมาสระผม และหยิบเอาน้ำอบกลิ่นดอกไม้ที่น้องสาวให้มาเทลงบนฝ่ามือแล้วลูบศีรษะก่อนจะยีเล็กน้อย

“อืม...หอมจริง!” เขาเผลอชมออกมา เมื่อก้มลงดมที่ฝ่ามือตนเอง กลิ่นหอมของกลีบดอกไม้สารพัดชนิดส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง

ซินเอ๋อร์ที่ได้กลิ่นเผลอสูดดมเข้าไปเต็มอก

‘หอมจริงเสียด้วย ที่จวนของข้ายังมิเคยมีน้ำอบหอมเท่านี้มาก่อน ตะ...แต่ว่านี่มัน กลิ่นมะลิ’

กว่านางจะนึกออกว่าน้ำอบนี้มีส่วนผสมของกลีบดอกมะลิก็เผลอสูดหายใจเข้าไปอีกครั้งแล้ว พลันสติของซินเอ๋อร์ก็ดับวูบลง

[1] ยามซวี คือ ช่วงเวลาระหว่าง 19.00 – 20.59 น.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 9 กฎเกณฑ์อันเข้มงวด

    หมิ่นซูปี้เห็นเยี่ยซินคอยมองซ้ายมองขวาตลอดระยะทางที่ไปเรือนพักก็รีบหันมาเตือน “ซินเอ๋อร์เจ้าต้องระวังให้ดี อย่าไปเดินเพ่นพ่านแถวเรือนนายท่าน มิฉะนั้นจะหลังขาดมิรู้ตัว” สีหน้าจริงจังของสาวใช้หน้าซื่อทำเอาซินเอ๋อร์ตาโต “ทำไมหรือ ” “กฎสำคัญคือเรือนของนายท่านไม่อนุญา

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 8 สาวใช้คนใหม่

    ไป๋ฉิงเหวินรับทราบแล้วพานางไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นสตรีชาวบ้านเพื่อพบกับนายหน้าจัดหาสาวใช้ “เถ้าแก่จางนี่คือน้องสาวของข้า นางอยากเป็นสาวใช้ในคฤหาสน์หรูหรา ค่าจ้างเราไม่เรียกแพงเหมือนรายอื่น ท่านพอจะหาทางให้นางได้เข้าไปทำงานที่นั่นได้หรือไม่ ” ชายวัยกลางคนได้ยินราคาที่ชายหนุ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 7 แผนกระชากหน้ากาก

    “อืม เห็นทีข้าจะต้องสืบสวนเรื่องคดีลักทรัพย์นั้นให้เรียบร้อยโดยไว” ไป๋ฉิงเหวินนึกถึงเจ้าคนรับใช้ที่น่าจะขโมยของในจวนออกไปฝากไว้ที่โรงรับจำนำ เหลียงเจินซินได้ยินก็กระตือรือร้นในทันที “ข้าจะช่วยเจ้าสืบเต็มที่ เผื่อข้าจะได้มีโอกาสเจอกับอสูรตนนั้นอีกสักครั้ง ข้าอยากรู้นักว่าใต้ห

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 1 ตีนแมวแห่งเป่าจู

    ร่างเล็กบางที่กระโจนขึ้นบนกำแพงแล้วป่ายปีนอย่างรวดเร็วทำเอาเจ้าเมืองเป่าจูเหลียงฮุ่ยฟู่หัวเสียยิ่งนัก นี่เป็นครั้งที่สามในรอบเจ็ดวันที่เขาวิ่งตามจับนางไม่ทัน “ซินเอ๋อร์ หากเจ้ากลับมาเมื่อใด พ่อจะขังเจ้าไว้สามวันสามคืนเทียว” เสียงชายวัยกลางคนตะโกนไล่หลังมา มิได้ทำให้สาวน้อยรู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status