Home / รักโบราณ / สายลับจับอ๋องใหญ่ / บทที่ 9 กฎเกณฑ์อันเข้มงวด

Share

บทที่ 9 กฎเกณฑ์อันเข้มงวด

last update Last Updated: 2026-01-26 17:34:07

            หมิ่นซูปี้เห็นเยี่ยซินคอยมองซ้ายมองขวาตลอดระยะทางที่ไปเรือนพักก็รีบหันมาเตือน “ซินเอ๋อร์เจ้าต้องระวังให้ดี อย่าไปเดินเพ่นพ่านแถวเรือนนายท่าน มิฉะนั้นจะหลังขาดมิรู้ตัว”

            สีหน้าจริงจังของสาวใช้หน้าซื่อทำเอาซินเอ๋อร์ตาโต “ทำไมหรือ ”

            “กฎสำคัญคือเรือนของนายท่านไม่อนุญาตให้สาวใช้เข้าไปในยามที่นายท่านอยู่ พวกเราจะได้เข้าไปทำความสะอาดเฉพาะตอนที่นายท่านไม่อยู่”

            “หือ! เป็นเพราะเหตุใด”

            “ข้าก็ไม่รู้ แต่ท่านพ่อบ้านสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ในจวนนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เป็นสาวใช้ แม้แต่คนทั้งครัวก็ล้วนเป็นบุรุษ”

            “น่าแปลกจริง!”

            “ซูปี้ข้าถามตรงๆ หรือว่านายท่านจะเป็นพวกตัดแขนเสื้อ” ซินเอ๋อร์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ หมิ่นซูปี้ทำหน้าบิดเบี้ยว

            “อย่าพูดไปเทียว! หากใครได้ยินเข้าเจ้ากับข้าคงชะตาขาดแน่”

            “หรือว่าจะใช่! ข้าเห็นองครักษ์สองนั่นดู.....”

            หมิ่นซูปี้ส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ แต่ที่นี่ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวถึงนายท่าน เจ้าเองก็ห้ามเอ่ยโดยเด็ดขาด เข้าใจไหม ” นางรีบกำชับเสียงแข็ง

ซินเอ๋อร์เห็นท่าทางจริงจังของนางจึงพยักหน้า

‘เห็นทีจะหวังความจริงจากปากสาวใช้ผู้นี้คงยาก ที่สำคัญนางดูซื่อจนเซ่อ’

นักสืบแมวเก้าชีวิตจึงคิดจะหาความจริงด้วยตนเอง นางเงยหน้าขึ้นมองหลังคาเรือนโดยรอบ เงาวูบวาบที่เห็นในบางครั้งนั้นคือบุคคลที่นางจะต้องระมัดระวัง นั่นคือ ‘องครักษ์เงา’

พ่อบ้านเมี่ยวใช้ให้บ่าวผู้หนึ่งนำเอาชุดสาวใช้มาส่งเยี่ยซิน “นี่เป็นชุดสาวใช้ที่ซักแล้วมีสองชุด เจ้าใส่ไปก่อน ประเดี๋ยวข้าจะไปค้นหาให้เพิ่ม คฤหาสน์นี้ไม่มีสาวใช้มานานแล้วไม่รู้พวกบ่าวเก็บไว้ในหีบใด”

“ข้าฝากขอบคุณท่านพ่อบ้านด้วย”

“เจ้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด ควรจะเริ่มงานได้แล้ว นายท่านกำลังจะออกไปอู่ต่อเรือ พวกเจ้าจะได้เข้าไปทำความสะอาดเรือนใหญ่”

หมิ่นซูปี้รับคำแล้วเร่งให้เยี่ยซินเปลี่ยนเสื้อผ้า

ยามนี้นักสืบสาวพลันนึกขึ้นได้ว่าเชือกถักที่นางมัดไว้บนข้อมือหลุดหายไป! นางเดินตามสาวใช้รุ่นพี่ไปจนถึงเรือนที่เคยลอบเข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง

‘อาจจะหล่นอยู่ในนี้ก็ได้ ถือโอกาสหาด้วยเลย’

ท่าทางของเยี่ยซินดูเงอะงะจนหมิ่นซูปี้นึกระอา “นี่เจ้ามิเคยทำงานบ้านหรือไร  ดูสิปัดฝุ่นก็ไม่สะอาด ตรงซอกนั้นเจ้าก็ไม่เช็ดให้ถึงด้านใน ประเดี๋ยวท่านพ่อบ้านมาตรวจก็โดนดุกันพอดี”

“นี่ซูปี้ ในเมื่อท่านอ๋องไม่ชอบสาวใช้ทำไมต้องให้พวกเรามาทำความสะอาดด้วย ข้าเห็นบ่าวรับใช้เยอะแยะ”

“ผู้ชายกับผู้หญิงทำงานละเอียดได้ไม่เท่ากันหรอกนะ อย่างไรสาวใช้อย่างเราก็ดูแลเรือนได้สะอาดกว่า พ่อบ้านเมี่ยวขอให้พวกเรามาทำตอนที่ท่านอ๋องไม่อยู่ เพียงแต่ห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือแม้แต่หนังสือที่วางเกะกะไว้เด็ดขาด”

“ทำไมหรือ”

“ข้าจะรู้ได้ไง  ข้ามิใช่นายท่านนี่ เจ้ารู้ไว้แค่ว่านายท่านสั่งอย่างไรก็ทำตามนั้นก็พอแล้ว ถามมากจริงๆ เลย” ใบหน้ากลมแบนนั้นแสดงความเหนื่อยหน่ายออกมา

“อ้อๆ ข้าไม่ถามมากแล้ว” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มรำคาญ ซินเอ๋อร์จึงหุบปากเอาไว้ก่อน

‘เดี๋ยวค่อยไปตีสนิทกับพวกบ่าวในครัวก็ได้’

หมิ่นซูปี้นอกจากจะเป็นคนซื่อแล้วยังใจเย็นมาก นางสอนให้ซินเอ๋อร์ปัดฝุ่นและเช็ดสิ่งของให้ถูกต้อง

“เจ้าต้องปัดเบาๆ ไล่จากข้างในออกมาข้างนอก หากปัดแรงฝุ่นจะฟุ้งเข้าตาและจมูกของเจ้าได้ อย่าลืมเอาที่รองฝุ่นวางไว้ด้วย จากนั้นหากใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดได้เจ้าก็ค่อยเช็ด”

นางทำให้ซินเอ๋อร์ดูทีละขั้น

“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปทำความสะอาดด้านโน้นเถอะ เดี๋ยวข้าจะทำแถวตู้หนังสือเอง”

ซินเอ๋อร์อาสาอย่างมีเลศนัย นางยืดเขย่ง ก้มเงยมองหาเชือกถักตั้งแต่ตู้ด้านในไปจนถึงตู้ด้านนอกแต่ก็ไม่พบ

‘อาจจะไม่ตกที่นี่ก็ได้ บนพื้นดูจนทั่วแล้วก็ไม่มี’

ซินเอ๋อร์มัวแต่พะวังพะวงกับการหาเชือกถักจนเผลอไปชนกับเก้าอี้หัวโล้นที่วางหนังสือไว้หลายเล่มตรงมุมตู้

โครม! โพล๊ะ!

หนังสือนับสิบเล่มกระจายเกลื่อนพื้น

“ตายแล้ว!” หมิ่นซูปี้รีบพุ่งมาอย่างว่องไว เมื่อเก้าอี้ล้มและหนังสือกระจัดกระจายเช่นนั้น ใบหน้านางก็ครึ้มลงหลายส่วน

“ไม่มีสิ่งใดแตกหักนะ”

“เจ้ายังไม่เข้าใจ กฎข้อสำคัญอีกข้อ ห้ามแตะต้องข้าวของไม่ว่าจะวางอยู่อย่างใดทำความสะอาดได้แต่ห้ามเคลื่อนย้ายเด็ดขาด แล้วนี่เจ้าจำได้หรือไม่ว่าเก้าอี้วางอยู่ท่าไหนและหนังสือซ้อนกันยังไง” เยี่ยซินทำหน้าเอ๋อ

หมิ่นซูปี้จึงรีบกล่าว “เจ้าต้องตั้งเก้าอี้และวางหนังสือซ้อนกันให้เหมือนเดิม หาไม่แล้วเย็นนี้เจ้ากับข้ามีหวังโดนสั่งงดข้าวเย็นแน่”

“หือ! นายท่านจำได้ถึงเพียงนั้นเลยหรือ”

หมิ่นซูปี้พยักหน้าช้าๆ “ข้าเคยมาแล้ว”

เยี่ยซินยิ้มร่า ยกมือขึ้นตบบ่าสาวใช้คนซื่อสองแปะ “สบายใจได้ ซินเอ๋อร์เสียอย่างข้าจำได้แม่นยำเชียวล่ะ”

นางรีบวางเก้าอี้ขึ้นในท่าเดิมแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาซ้อนกันทีละเล่มจนครบ

“ถูกต้องแน่นอน ความจำของข้าเป็นเลิศจนท่านพ่อชมอยู่บ่อยๆ เจ้าไม่ต้องกังวล”

สีหน้าของหมิ่นซูปี้คล้ายไม่เชื่อถือ “เจ้าแน่ใจนะ”

“ไม่เชื่อเจ้าคอยดูตอนพ่อบ้านเมี่ยวเข้ามาตรวจห้องนี้สิ หากพ่อบ้านดุด่าข้า ข้าจะยอมยกข้าวเย็นส่วนของข้าให้เจ้ากินสองวันเทียว” ซินเอ๋อร์ยิ้มร่าขณะกล่าวท้าทาย

วิชาตีนแมวเก้าชีวิตสอนให้รอบคอบในการย่องเบา นางจึงมั่นใจว่าตนเองวางข้าวของทุกอย่างได้ตามลำดับเดิมไม่ผิดเพี้ยน เมื่อพ่อบ้านเมี่ยวเข้ามาตรวจความเรียบร้อยเขามองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์แล้วก็หันมาพยักหน้าให้สองสาว

“เรียบร้อยแล้วพวกเจ้าไปได้”

            เป็นครั้งแรกที่เหลียงเจินซินรู้สึกว่าใบหน้าน่ารักของตนนั้นมีประโยชน์นัก เมื่อนางเข้าไปในครัวแล้วแนะนำตัวกับทุกคน พ่อครัวถานที่ดูแลโรงครัวของคฤหาสน์รู้สึกถูกชะตากับนางเป็นพิเศษ

“ซินเอ๋อร์ เจ้าดูน่ารักเสียจริง เห็นเจ้าแล้วทำให้ข้าคิดถึงลูกสาวคนเล็กที่บ้านนอก”

            “พ่อครัวถาน ลูกสาวท่านน่ารักขนาดนางเลยหรือ”

            “ก็ไม่ขนาดนี้หรอก แต่ก็ร่าเริงสดใสเหมือนนางนัก”

            บ่าวรับใช้ในครัวเห็นสาวใช้ตัวน้อยน่ารักงดงามราวตุ๊กตาก็พากันมารุมล้อมอย่างตื่นเต้น

“อืม...เจ้าช่างต่างกับซูปี้เหลือเกิน”

            “ต่างจากข้าตรงไหนกัน  พวกเราก็ใส่ชุดสาวใช้เหมือนกันไม่เห็นหรือไ ” หมิ่นซูปี้ขัดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย

บุรุษในที่ครัวทั้งหมดหันมามองนางแล้วหันกลับไปมองเยี่ยซินพร้อมเพรียงกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 169 เปิดหน้าท่านอ๋อง(ตอนจบ)

    พิธีอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นจินจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าครั้งที่องค์หญิงจินเฟิ่งเข้าพิธีกับจวิ้นอ๋องแห่งแคว้นหมิง ขบวนแห่ไปรับเจ้าสาวที่ยาวเหยียดจนสุดถนน คนทั้งเมืองที่มายืนชะเง้อชะแง้รอดู เสียงดนตรีที่ดังไปทั้งเมืองล้วนแล้วแต่สร้างความครึกครื้นคึกคัก ร้านรวงต่างพร้อมใจกันประดับโคมไฟสีแดงและ ผ้าแดงเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ๋องใหญ่ องค์ชายจินเสวี่ยหลงทรงถอดหน้ากากต่อหน้าราษฎรเป็นครั้งแรก รูปร่างสูงใหญ่งามสง่าใบหน้าคมคายในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดบนหลังม้าศึกตัวใหญ่ ทุกคนต่าง ชี้ชวนกันชื่นชม “ไหนว่าท่านอ๋องใหญ่อัปลักษณ์อย่างไรเล่า ดูซิ...รูปลักษณ์อย่างนี้ราวกับเทพเซียนจากบนสวรรค์ก็ว่าได้” “ใช่ๆ ไม่เคยคิดเลยว่าที่ทรงสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้กลับกลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาเยี่ยงนี้” “นับเป็นวาสนาที่ได้เห็นท่านอ๋องทรงถอดหน้ากาก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสองข้างทางดังขรม องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนยิ้มอย่างปลาบปลื้มในตัวองค์ชายจินเสวี่ยหลงที่ตนเองติดตามมานานปี ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ท่านอ๋องทรงยอมถอดหน้ากากมาสู้หน้าผู้คนเสียที!

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 168 นอนกับเสด็จป้า

    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ” ร่างใหญ่ก้มลงกระซิบข้างหู เหลียงเจินซินเงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยอ่อน “หม่อมฉันแค่เหนื่อยมากเพคะ ตอนนี้ง่วงมากอยากจะหลับนานๆ” ท่านอ๋องถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าของนางซีดเผือดแขนขาอ่อนเปลี้ยอยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ “ซินเอ๋อร์ เจ้าอย่าหลับนะ มองหน้าข้าไว้!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของ ท่านอ๋องทำให้เหลียงเจินซินไม่กล้าหลับตาลงอีก นางเกรงว่าเขาจะกังวล เหลียงเจินซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าของท่านอ๋องเบาๆ เสียงของนางเริ่มกระท่อนกระแท่นเพราะความเหนื่อยอ่อน “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่ง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าอย่าหลับตาเด็ดขาด” ท่านอ๋องจุมพิตที่นางผาก สันจมูก และแก้มซ้ายขวาของนางเพื่อหวังให้หญิงคนรักยังมีสติ...หากว่านางหลับตาลงแล้ว พระองค์เกรงว่านางจะไม่ลืมตาขึ้นอีก “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมาอีกเล่า ข้าจะอยู่อย่างไร ” น้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาแดงก่ำที่น้ำตาจวนจะหยาดหยดนั้นทำเอาเหลียงเจินซินต้องพยายามอย่างสุดกำลังที่จะไม่หลับตาลง “ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันแค่เหนื่อยและง่วงจริงๆ นะเพคะ” “ไม่ได้ๆ เจ้าต้องมองหน้าข้าเอาไว

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 167 ซินเอ๋อร์หมดแรง

    เหลียงเจินซินกระโจนไปขวางหน้ากลุ่มของลู่เย่เอาไว้ ตรอกแห่งนั้นกว้างพอที่บุรุษจะยืนเรียงหน้าได้สักแปดคน นางสวมชุดคุณชายสีดำ สะพายกระเป๋าพาดทแยงตามไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูแล้วไม่เหมือนกับจอมยุทธ์ผู้อาจหาญ ยังไม่มีผู้ใดตามมาทัน หากนางไม่ขวางไว้ล่ะก็ เจ้าคนแซ่ลู่กำลังจะไปถึงรถม้าที่จอดอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เหลียงเจินซินตัดสินใจกระโดดลงไปขวางคนกลุ่มนั้น ลู่เย่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นคุณชายน้อยผู้นี้มาก่อน นี่เป็นการประจันหน้ากันครั้งแรก “เจ้าเป็นผู้ใด บังอาจมาขวางทางข้า” “ข้าเป็นคนของทางการ ได้รับมอบหมายให้มาจับกุมเจ้า” “ฮ่าๆ คุณชายน้อยไปเล่นที่อื่น ยามนี้ต่อให้พญายมก็มิอาจขวางทางข้าได้ ถอยไป!” “ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นคุณชายน้อยเช่นนั้นก็ดี...จำได้ด้วยว่าข้าแซ่เหลียง” เหลียงเจินซินกล่าวจบก็กดจุดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว นางกางแขนสองข้างออกกว้าง พลันควันดำก็พวยพุ่งออกจากแขนเสื้อของนาง คนทั้งหมดเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พลันชะงัก เป็นเจิ้งตั้นอี้ที่นึกขึ้นได้ “ปีศาจแมวดำ! มันคือปีศาจแมวดำ!” เหลียงเจินซินใบหน้าถมึง

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 166 เร่งกลับเมืองหลวง

    ท่านอ๋องใหญ่ยิ่งตรวจตรายิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นักฆ่าที่อยู่ในเรือนนี้มีจำนวนไม่มากอย่างทีทรงคาดไว้ ซ้ำยังไม่เห็นลู่เย่ที่เป็นเจ้าของเรือนตัวจริง ช่างน่าแปลกนัก! “ท่านน้าหรือว่าพวกเราจะถูกหลอกเสียแล้ว” แม่ทัพจินหลี่หมิงหันมามองหน้าหลานชาย “ข้าก็คิดเช่นเจ้า! บางทีลู่เย่อาจจะยอมทิ้งเรือนนี้แล้วหนีไปที่อื่นโดยทิ้งเหยื่อเล็กน้อยไว้ล่อพวกเรา” “เช่นนี้แล้ว...ลูเย่คิดจะหนีไปที่ใด ” “หรือว่าจะเป็น....” สองน้าหลานจึงสั่งการสั่งการให้คนทั้งหมดเตรียมตัวกลับเข้าอำเภอหลี่ เมื่อเดินทางออกมาถึงชายป่าสนพันหมู่ ไป๋ฉิงเหวินที่รออยู่ก็รีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที “สือกุ้ยอินน่ะหรือ ที่ตามคนพวกนั้นไป” “พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางอยู่เมืองหลวงแล้ว ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันประหาร ใต้เท้าลู่ ตุลาการเหลียงเกรงว่าลู่เย่จะบุกชิงตัวประกันจึงได้สั่งให้กราบทูลท่านอ๋องให้รีบเสด็จกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพจินหลี่หมิงรีบตบบ่าหลานชาย “พวกเราต้องเร่งเดินทางกันแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจไม่ทัน” “ขอรับ!” ทหารกลุ่มใหญ่จึงเ

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 165 ประหารใต้เท้าลู่

    ตุลาการเหลียงที่นั่งฟังอยู่เริ่มปริวิตก ท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเขาเดินทางจากเมืองเป่าจูมายังเมืองหลวงเพื่อรอพิธีอภิเษกสมรสของน้องสาวกับท่านอ๋องใหญ่ ยามนี้กลับมีนักฆ่าปะปนอยู่กับชาวบ้าน เห็นทีเขาต้องเตือนให้ท่านทั้งสองระวังตัวและเพิ่มคนคุ้มภัยอีกด้วย “ข้าจะไปว่าจ้างคนของสำนักคุ้มภัยมาดูแลท่านพ่อกับท่านแม่เพิ่มก่อน และเลยขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พวกเจ้าสองคนจัดการหาข่าวด้วย ระวังอย่าให้เอิกเกริกคนจนแตกตื่นก็แล้วกัน ” “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเร่งมือสืบโดยเร็วที่สุด” เมื่อพี่ชายของนางออกจากคฤหาสน์ เหลียงเจินซินก็หาชุดบุรุษให้สือกุ้ยอิน นางหยิบเอาชุดที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปเช่นนี้จึงจะเหมาะกับการเป็นสายสืบ “เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ สวมชุดนั้นเจ้าดูสะดุดตาคนมากเกินไป” สือกุ้ยอิน ก้มลงมองชุดสตรีแสนงดงามของตนเองก็พยักหน้าหงึกหงัก “เราคงต้องติดต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ลบเครื่องสำอางบนหน้าเจ้าออกไปด้วย แต่งเหมือนบุรุษสักหน่อยอย่าให้คนอื่นผิดสังเกต” ลู่เย่ซ่อนอยู่ในจวนสกุลลู่เพียงคืนเดียวก็หลบออกไปพักที่อื่น คนของสือกุ้ยอินที่เฝ้าอยู่ไม่เห็นพวกเขาออกไปทางใด

  • สายลับจับอ๋องใหญ่   บทที่ 164 ปีศาจแมวดำ

    “เทพแมว หากทำได้เช่นนั้นมิใช่ปีศาจแมวดำแล้วหรือ ” ลู่เย่ฟังเรื่องพิสดารนี้จากคนของตนมาหลายปาก หากจะคิดว่าพวกเขาโกหกแล้วร่องรอยแมวข่วนเต็มใบหน้าของคนเฝ้าเวรยามทั้งหลายจะมาจากที่ใด พวกเขาล้วนยืนยันว่าต้องเผชิญหน้ากับแมวดำดุร้ายหลายร้อยตัว“เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกขอรับ...ปีศาจที่เรียกแมวดำออกมาได้เช่นนี้ไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงมาก่อน ข้างกายองค์ชายน้อยช่างมีคนที่น่ากลัวยิ่งนัก”“หรือว่าพวกเขาคือองครักษ์เงาแห่งแคว้นหมิงที่เล่าลือกัน ” เจิ้งตั้นอี้นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าจวิ้นอ๋องบิดาขององค์ชายฝาแฝดมีองครักษ์เงาติดตามดูแลอยู่จำนวนหนึ่ง มิเคยมีคนรู้ว่าหน้าตาพวกเขาเป็นเช่นใดและอยู่อย่างไร รู้เพียงว่าไม่อาจมีคนเข้าใกล้จวิ้นอ๋องจากแคว้นหมิงผู้นั้นได้ ภายหลังจากอภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง จวิ้นอ๋องได้มอบองครักษ์เงาให้กับท่านอ๋องใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน่าจะแบ่งคนพวกนั้นไว้คอยดูแลองค์ชายน้อยด้วย “จริงสิคุณชาย บิดาขององค์ชายน้อยคือจวิ้นอ๋องผู้มีองครักษ์เงาคอยดูแล เป็นไปได้ว่าย่อมจะแบ่งมาดูแลบุตรชายทั้งสองด้วย” “ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคิดเพียงว่าพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status