FAZER LOGINบทที่ยี่สิบห้าข่าวลือมีดวงกินบุรุษ ?“คุณหนูเจ้าคะ พวกเราทำเช่นนี้จะดีหรือ เกิดคุณหนูรองจิงลี่นำพวกของนางมาบุกเรือนแห่งนี้เพื่อทวงคืนเรือน พวกเราจะมิเดือดร้อนกันเหรอเจ้าคะ”หลังจากขนของส่วนตัวที่มีไม่เยอะเข้ามาในเรือนโดยไม่รอให้เจ้าของเรือนคนเก่าย้ายของออกไปเสียก่อน เฟยซาที่เดี๋ยวมองทางนู้นทีทางนี้ทีราวกับคนหวาดกลัวผีสางก็รีบวิ่งตามเจ้านายตนเองเข้าห้องนอนมาเพื่อสอบถามสิ่งที่ค้างคาในใจตนเองเซี่ยจินเย่เข้าใจสิ่งที่สาวใช้ตนเองกังวลดีเชียวละ เพราะเมื่อก่อนนางและร่างนี้ถูกกดให้จมจนไร้ความมั่นใจในตำแหน่งคุณหนูใหญ่ของตนเองไปขนาดไหนแล้ว“เวลานี้เจ้ามิเห็นหรือว่าข้าสามารถใช้อำนาจคุณหนูใหญ่ได้มากกว่าเมื่อก่อน เจ้าว่าเป็นเพราะอันใดเฟยซา”“เอ่อ เพราะคุณหนูกำลังจะแต่งงานให้คุณชายเจิ้งที่เป็นเจ้าหนี้นายท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ”“นั่นก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง ทว่าเหตุผลเมื่อก่อนข้าเป็นคุณหนูใหญ่ที่ยังมิได้ทำเรื่องขายหน้าโดยการมีลูกก่อนแต่งงานแต่ก็ถูกไล่ออกจากที่เรือนใหญ่ได้ บ่าวในจวนไม่เห็นหัว ความจริงเป็นเพราะบิดาไม่สนใจไยดีข้าต่างหากจึงทำให้แม่เลี้ยงรังแกได้อย่างง่ายดาย แต่เวลานี้แตกต่าง เจ้ามิเห็นท่านพ
“แต่งกับข้า ข้าจะมอบตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่จวนให้ อยู่สุขสบายกว่าจวนเล็ก ๆ หลังนี้เป็นไหน ๆ อีกทั้งอย่างไรเจ้าก็มิเป็นที่รักของบิดาเห็นแก่ตัวผู้นี้อยู่แล้ว เจ้ามาอยู่กับข้าสบายกว่าอยู่แล้ว”ตรงไปตรงมาจนเซี่ยจินเย่อยากให้อีกฝ่ายนั่งพูดแบบนี้ทั้งวัน เผื่อนางจะได้เห็นคนโดนดูถูกไม่ไว้หน้าอย่างบิดาตนเองอกแตกตายไปเสีย“เจ้าห้ามปริปากบอกเรื่องลูกเด็ดขาด มิเช่นนั้นลูกเจ้า...”“...”เซี่ยจินเย่ตวัดสายตาไปยังสตรีผู้เป็นแม่เลี้ยงที่ก้าวเข้ามากระซิบข่มขู่นาง ในถุงผ้าที่อกเสื้อนางมียาพิษอยู่ เซี่ยจินเย่อยากควักออกมาจับกรอกลงปากอีกฝ่ายยิ่งนักหญิงสาวปัดความคิดไร้สาระออกจากความคิดก่อนก้าวเดินเข้ามาในจวนผ่านหน้าบิดาตนเองไปโดยมิได้เอ่ยทักทายใด นางตรงไปยังเจ้าหนี้หนุ่มด้วยท่าทางสบาย ๆ อย่างที่พบเห็นในคุณหนูในห้องหอได้ยาก“จริงอย่างที่ท่านกล่าว ข้ามิมีทางเลือกหรอกเจ้าค่ะ แต่ว่า... ข้าเพิ่งกลับมาบ้าน ยังมิแทนคุณบิดามารดาเลยสักนิด แม้ว่าบิดาจะมิรักทว่าข้าผู้เป็นลูกสาวมีหน้าที่คือปฏิบัติดูแลบุพการี ข้ามิขัด แต่พวกเราหมั้นหมายกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ ใช้เวลาสักเดือนหนึ่ง ระหว่างนี้ท่านก็แวะเวียนมาหาข้าที่จวนก็ย่
บทที่ยี่สิบสี่ครอบครัวเซี่ยยินดีต้อนรับใช้เวลาเดินทางโดยรถม้าจากเมืองสือเจ้าไปเมืองหลวงแห่งแคว้นจ้าวถึงสิบวัน ทำเอาเซี่ยจินเย่ที่เมื่อชาติที่แล้วไม่เคยต้องมาทรมานนั่งอะไรเช่นนี้มาก่อนถึงกับเพลีย เพราะในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำการเดินทางไกลเช่นนี้มีเครื่องบินที่สามารถย่นระยะเวลาเหลือเพียงไม่ถึงวันได้“เฮ้อ ถึงเสียที”เซี่ยจินเย่ปล่อยม่านผินหน้าตนเองออกมาชะโงกดูสภาพบ้านเมืองของเมืองที่นางไม่เคยมา มีเพียงภาพความทรงจำอันแสนเลือนรางของร่างเก่าหลงเหลือในหัวของนางเท่านั้น“ท่านแม่ ท่านแม่ เมื่อกี้อี้เอ๋อร์เห็นขนมอะไรก็มิรู้ อี้เอ๋อร์มิเคยเห็นมาก่อนขอรับ น่าลองกินยิ่งนัก”“อี้เอ๋อร์ลงมานั่งดี ๆ ลูก เดี๋ยววันไหนแม่พาเจ้าออกมาเดินเล่นเป็นอย่างไร”“ดีขอรับ อี้เอ๋อร์จะรอ”เซี่ยจินเย่ตั้งปณิธานนี้เพิ่มเอาไว้ในใจนอกจากการตั้งรับตระกูลเซี่ยบิดาของนาง“คุณหนู ถึงจวนตระกูลเซี่ยแล้วขอรับ”เสียงคนคุมรถม้าดังเข้ามาในห้องโดยสาร เซี่ยจินเย่พยักหน้าให้เฟยซาลงไปก่อนส่วนนางและลูกน้อยค่อยเดินตามลงไปติด ๆ“ตายแล้วในที่สุดเย่เอ๋อร์ก็กลับมาบ้านของเราสักที แหมเดินทางไปทำบุญบำเพ็ญเพียรเข้าสายธรรมอยู่นาน ทำเอาแม่และ
“ช่างเถอะ นางคงหวาดกลัวข้าไปแล้วกระมัง”เฉินเทียนอีกระซิบกับตนเอง แต่องครักษ์เช่นเขาดันหูดีได้ยินชัดเจนเต็มสองหู หยางเซียงชักสีหน้าโกรธเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสตรีที่ทำให้เจ้านายของเขาเกือบตายเพราะนางไม่รู้หรอกนะว่าท่านอ๋องห้ามเสวยยาถอนพิษกำหนัดมิเช่นนั้นจะเกิดอาการแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต ดังเช่นในอดีตตอนท่านอ๋องโดนพิษชนิดนี้ใหม่ ๆ แล้วมิอยากเสพสังวาสกับสตรีนางโลมไปทั่วจึงเสวยยาถอนกำหนัดจนโดนท่านหมอหลวงสั่งห้ามนางกระทำการโดยไม่รู้เขาจึงตัดสินใจไม่กุดศีรษะนาง แต่เขาก็อดมิได้ที่จะด่ากราดนางไปด้วยอารมณ์โมโหอย่างถึงที่สุด“ท่านอ๋องอย่ามองหาสตรีที่ทำให้พระองค์ป่วยหนักเลยพ่ะย่ะค่ะ มิรู้ว่านางกลัวความผิดหรืออย่างไรจึงย้ายสำมะโนครัวพร้อมกับลูกชายนางหนีไปที่เมืองอื่นเรียบร้อยแล้ว สตรีเช่นนั้นอย่าไปใส่ใจเลยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง อ้อ... กระหม่อมได้ยินมาว่าหยางชวีมีข่าวดีจะมาทูลพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ ให้เข้าพบเลยหรือไม่”“อืม... อนุมัติคำขอเข้าพบ... ส่วนเจ้าออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ ข้ามิอยากได้ยินเสียงเจ้าจนถึงวันพรุ่งนี้”“อะ อ้าว กระหม่อมทำสิ่งใดผิดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มอ้าปากค้างด้วยเพราะตกตะลึงในคำ
บทที่ยี่สิบสามสืบราชการลับสองวันถัดไปเซี่ยจินเย่ตัดสินใจเช่ารถม้าอีกคันเพิ่มโดยคันที่สาวใช้ของบิดานั่งมานั้นให้นางนั่งกลับไปคนเดียวเหมือนเดิม ส่วนเซี่ยจินเย่ อี้เอ๋อร์ และเฟยซานั่งไปเมืองหลวงด้วยรถม้าคันใหญ่ที่เซี่ยจินเย่ใช้เงินส่วนตัวจ้างมาอีกคัน สัมภาระอื่น ๆ ของพวกนางไม่คิดเอาไปเยอะอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเซี่ยจินเย่มิได้คิดกลับไปอยู่ที่นั่นถาวรสักนิดบ้านของพวกนางอยู่ที่นี่ เหตุที่ตัดสินใจตกลงกลับไปจวนบิดาเป็นเพราะเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรธรรมเนียมของยุคนี้คือชีวิตสตรีหากยังไม่แต่งงานออกไปย่อมเสมือนเป็นสมบัติของบิดาอยู่วันยังค่ำ ข้อนี้เซี่ยจินเย่จึงเลี่ยงไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้กลับไปจัดการเรื่องค้างคาต่าง ๆ ให้จบ จากนั้นค่อยหาทางแยกตัวมาจากตระกูลเซี่ยที่มิเคยดูแลนางอย่างถูกต้องอีกที“ท่านแม่ ท่านปู่ใจดีหรือไม่ขอรับ”“ใจร้าย เชื่อถือมิได้เจ้าค่ะคุณชาย กลับไปห้ามเข้าไปหานายท่านเด็ดขาดนะเจ้าคะ หากเป็นไปได้ให้อยู่ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้เชียว”“เฟยซา ลูกถามข้ามิใช่หรือ ไยจึงพูดมากเช่นนี้”“โธ่ คุณหนูอย่าบ่นบ่าวเลยเจ้าค่ะ บ่าวแค่หวังดี” คนโดนดุหน้างอสะบัดก้นเดินกลับไปช่วยคนงานคนอื่นขน
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู ในที่สุดคุณหนูก็กลับมาเสียที”เท้าของเซี่ยจินเย่ยังไม่ทันสัมผัสพื้นที่เรือนของตนเองดีสาวใช้คนสนิท เฟยซาก็วิ่งเข้ามาต้อนรับพร้อมกับใบหน้าแตกตื่นทำให้เซี่ยจินเย่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ข้ากลับมาแล้วไยเจ้าจึงต้องตื่นตูมขนาดนี้ด้วยเล่า ทำความผิดใดมางั้นหรือ”“ไม่ใช่เจ้าค่ะคุณหนู” เฟยซาบึนปากท่าประจำของตนเอง“อี้เอ๋อร์กลับมาหรือยัง”“กลับมาแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องนอนน่าจะเข้าไปอาบน้ำเจ้าค่ะ”“ดี แล้วสิ่งใดทำให้เจ้าแตกตื่นเล่าอย่างงั้น”เซี่ยจินเย่รู้จักสาวใช้ของตนเองดีจึงรู้ว่าท่าทางเช่นนั้นแสดงว่ามีสิ่งไม่ปกติเกิดขึ้น“มีเจ้าค่ะ เรื่องใหญ่มิน้อยเชียว... คือ ทางจวนของบิดาคุณหนูส่งคนมารับคุณหนู สั่งให้เดินทางกลับเมืองหลวงด่วนเจ้าค่ะ”“หืม ? จริงหรือ”“เจ้าค่ะ พวกเราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ ชีวิตของคุณหนูกำลังไปได้สวยอยู่แล้วเชียว ไยจึงมีพวกคนหวังร้ายต่อคุณหนูมายุ่งวุ่นวายด้วย บ่าวว่าต้องมิใช่เรื่องดีแน่เจ้าค่ะ”“นั่นสิ แต่ว่าอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นี่ ไหนพวกเราไปเจอคนของท่านพ่อข้าหน่อยเป็นอย่างไร มิรู้ว่าหาบ้านพวกเราเจอได้อย่างไร อุตส่าห์ย้ายหนีแล้วเชียว”“นายท่านส่งสาวใช







