共有

บทที่ 4

作者: ซานจิน
ฉันไปหาป้ายกระเบื้องรำลึกของลูก

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันแอบทำขึ้นมา ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ บนนั้นสลักชื่อเล่นและวันเกิดของลูกเอาไว้

ฉันนำมันไปเก็บไว้ในลิ้นชักห้องหนังสือแล้วล็อกไว้อย่างดี กุญแจมีอยู่ในมือฉันคนเดียว

พอเปิดลิ้นชักออก ด้านในกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย

ฉันซักไซ้คนรับใช้ แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

ฉันหาจนทั่วทั้งบ้าน จนไปเจอแผ่นกระเบื้องอยู่ในถุงขยะรีไซเคิลข้างถังขยะ

แผ่นกระเบื้องแตกออกเป็นสามชิ้น ตัวหนังสือหลงเหลือเพียงแค่ส่วนประกอบด้านข้าง

ลู่ซาเดินมาที่ห้องหนังสือ เห็นฉันกำลังนั่งยอง ๆ เก็บเศษกระเบื้องจึงหยุดเดิน

"หว่านหนิง... ป้ายกระเบื้องนั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ

ฉันเผลอไปโดนลิ้นชักตอนจัดห้องหนังสือ ฉันมือลื่น มันก็เลย..."

ฉันเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"ลิ้นชักมันล็อกอยู่นะ"

เธอชะงักเล็กน้อย

"คนรับใช้อาจลืมล็อกตอนทำความสะอาดก็ได้ หว่านหนิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เห็นบนนั้นสลักชื่อลูกไว้ ในใจมันเศร้ามาก มือก็เลย..."

ดวงตาเธอเริ่มแดงแล้ว

แม่สามีเดินเข้ามาจากประตูแล้วดึงแขนของลู่ซาเอาไว้

"ซาซา อย่าร้องเลยลูก เรื่องแค่นี้เอง หว่านหนิง พี่สะใภ้เดิมทีก็จิตใจเปราะบางอยู่แล้ว เธออย่าเอาอะไรมาวางแผ่ไว้ข้างนอกนักสิ พี่เขาเห็นเข้าจะไม่เสียใจได้ยังไง"

ฉันนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น นิ้วมือกำเศษกระเบื้องแตกทั้งสามชิ้นไว้

ตอนที่ขอบเศษกระเบื้องบาดเข้าไปในเนื้อ ฉันกลับไม่รู้สึกเจ็บเลย

"แม่คะ ลิ้นชักนี้มันล็อกอยู่นะคะ"

แม่สามีขมวดคิ้ว

"เธอหมายความว่ายังไง? กำลังจะบอกว่าพี่สะใภ้เธอตั้งใจทุบมันทิ้งงั้นเหรอ"

ลู่ซาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

"หว่านหนิง ถ้าเธอไม่เชื่อฉัน...งั้นก็ช่างมันเถอะ ยังไงซะ ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร เธอก็คิดว่าเป็นความผิดของฉันอยู่ดี"

เธอหันหลังกลับไปปาดน้ำตา

แม่สามีพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หว่านหนิง เธอจะเอาความรู้สึกเจ็บปวดของตัวเองมาลงที่พี่สะใภ้ไม่ได้นะ พี่เขาสูญเสียเยอะกว่าเธออีก"

ตอนที่กู้จือเหนียนกลับมาถึงบ้าน แม่สามีก็ได้รับลู่ซาไปพักที่บ้านใหญ่แล้ว

เขามองดูเศษกระเบื้องสามชิ้นบนโต๊ะกาแฟ

"หว่านหนิง"

"ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกน้อยใจ แต่สภาพจิตใจของพี่สะใภ้แย่มากจริง ๆ ที่เธอทำเรื่องแบบนี้ลงไป เธออาจไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ก็ได้"

ฉันไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

เขากุมมือของฉันไว้

"ฉันจะช่วยเธอทำใหม่อีกชิ้นนะ เอาให้เหมือนเดิมเป๊ะ ๆ เลย ดีไหม เธออยากสลักคำไหน เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน ต่อไปนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้พี่สะใภ้มายุ่งกับของของเธออีกแล้ว"

เขาปลอบฉันเหมือนอย่างเคย

ฉันเคยเลือกที่จะยอมถอยให้เขานับครั้งไม่ถ้วน

แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมอีกแล้ว

ฉันชักมือกลับมา ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องหนังสือไป

ฉันเอารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลังสามปีมาจัดเรียงตามลำดับเวลา

ทั้งค่าส่วนกลางอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ค่าเข้ารับการปรึกษาจิตแพทย์ของลู่ซา

ค่าตรวจร่างกาย ค่าผู้ดูแล รวมถึงเงินที่จ่ายหนี้แทนครอบครัวฝั่งแม่ของเธอ

ทั้งหมดดึงมาจากบัญชีร่วมระหว่างฉันกับกู้จือเหนียนทั้งสิ้น

ฉันดึงหลักฐานการชำระเงินของโรงพยาบาล ต้นฉบับการแก้ไขชื่อบนบัตรเชิญงานเลี้ยงครอบครัว และใบเซ็นรับของใช้เด็กไปขายทอดตลาดออกมาอีก

สุดท้าย ฉันจัดหมวดหมู่สิ่งของพวกนี้ใส่ลงในแฟ้มเอกสาร

วันต่อมา ฉันให้เวินถังนัดประชุมครอบครัวตระกูลกู้

แม่สามีนั่งตำแหน่งประธาน โดยกู้จือเหนียนนั่งอยู่ข้าง ๆ กัน

ลู่ซารีบเดินทางมาจากบ้านใหญ่ เธอนั่งลงพร้อมขอบตาแดงก่ำ

ฉันวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเปิดหน้าแรก

"สามปีมานี้ เงินในบัญชีคู่สมรสที่จ่ายออกไปสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวของ ลู่ซา รวมเป็นเงินทั้งหมดหนึ่งล้านเก้าแสนสองหมื่นหยวน

รวมถึงอพาร์ตเมนต์ ค่าดูแลรับใช้ ค่ารับคำปรึกษาทางจิตวิทยา และหนี้สินของครอบครัวฝั่งแม่เธอ"

ฉันเปิดไปหน้าสอง

นี่คือบันทึกการจ่ายเงินคืนวันเกิดเหตุ ค่าตรวจกับค่าห้องพักของลู่ซา ชำระเสร็จก่อนที่ฉันจะเข้าผ่าตัดด้วยซ้ำ ส่วนเงินมัดจำผู้ดูแลของฉัน เวินถังเป็นคนออกสำรองจ่ายให้"

หน้าที่สาม

"ของใช้เด็กของลูก ถูกส่งไปขายทอดตลาดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากฉัน ซึ่งใบรับของที่ส่งไประบุเป็นองค์กรการกุศลในนามของลู่ซา"

หน้าที่สี่

"ต้นฉบับร่างการ์ดเชิญงานเลี้ยงครบเดือนที่เปลี่ยนชื่อเป็นงานเลี้ยงรำลึก ชื่อของลูกถูกขีดทิ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นคำว่าครบรอบสามปีของกู้จือเหิง"

ห้องนั่งเล่นเงียบกริบ

ลู่ซาริมฝีปากสั่นระริก

แม่สามีสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

กู้จือเหนียนจ้องมองเอกสารโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไร

ลู่ซาเอ่ยปากขึ้นมาก่อน ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หว่านหนิง เงินพวกนี้... ตอนที่จือเหิงจากไป ประกันยังอนุมัติลงมาไม่ทัน ฉันไม่มีแหล่งเงินอื่นจริง ๆ นะ..."

ฉันเงยหน้าขึ้นจ้องมองเธอ

"ลู่ซา ผู้รับประโยชน์จากประกันชีวิตของจือเหิงก็คือเธอ วงเงินประกันสามล้านแปดแสนหยวน เงินโอนเข้าบัญชีตั้งแต่เดือนที่สามหลังจากเขาเสียชีวิตแล้วนะ"

ลู่ซาหน้าซีดเหมือนไข่ต้ม

ฉันพูดต่อ

"ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเงินหรอก เธอไม่ได้ไร้ที่พึ่งพิงด้วย เธอแค่ไม่อยากใช้เงินของตัวเองก็เท่านั้น"

นิ้วมือของแม่สามีกำที่วางแขนแน่น

กู้จือเหนียนหลับตาลงครู่หนึ่ง

ลู่ซาลุกขึ้นยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะเอามือปิดหน้าวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไป

หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไป กู้จือเหนียนยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

ฉันเดินกลับเข้าห้องเรือนหอเพื่อเก็บประวัติการรักษา ใบทะเบียนสมรส รายการเดินบัญชีและเอกสารสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์

ฉันหยิบใบอัลตราซาวด์ของลูกออกจากส่วนลึกของลิ้นชัก

แล้วสอดมันเก็บไว้ในสมุดประวัติการรักษา

ที่ประตูหน้าบ้านมีเสียงรหัสล็อกเปิดดังขึ้น

กู้จือเหนียนประคองลู่ซาเดินเข้ามาในบ้าน

ลู่ซาคลุมเสื้อแจ็กเก็ตของเขาไว้ ในมือกำกำไลเงินไว้วงหนึ่ง

ด้านในของกำไลเงินสลักชื่อเล่นที่ฉันตั้งให้ลูก

สายตาของฉันหยุดอยู่ตรงนั้น

เส้นประสาทในหัวที่ตึงเครียดมาตลอดสามปี ในที่สุดก็ขาดสะบั้นลงในวินาทีนี้

กู้จือเหนียนมองตามสายตาของฉัน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

ลู่ซารีบซ่อนกำไลเงินไว้ในแขนเสื้อตามสัญชาตญาณ

กู้จือเหนียนก้าวขึ้นมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง

"หว่านหนิง เธอฟังฉัน..."

ฉันพูดตัดบท

"จือเหนียน"

ฉันวางหนังสือสัญญาหย่าไว้บนตู้ตรงทางเข้าบ้าน แล้วลากกระเป๋าเดินทางเดินผ่านตัวเขาไป

จากนั้นจึงหยุดตรงธรณีประตู

"คุณไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว

ชีวิตหลังจากนี้ พวกเราอย่าได้เจอกันอีกเลย"

ฉันเอื้อมมือปิดประตูบ้าน แล้วเดินตรงไปทางลิฟต์

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป   บทที่ 9

    กู้จือเหนียนเซ็นชื่อในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาตอนที่ทนายความโทรมาบอก ฉันกำลังสรุปคำนวณภาษีประจำปีให้ลูกค้าอยู่"คุณกู้ไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ ครับ ยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงทั้งหมด ส่วนการแบ่งทรัพย์สินก็เป็นไปตามข้อเสนอของคุณ คุณจะได้เพียงส่วนที่ควรได้ตามกฎหมาย เขาก็เลยฝากให้ผมมาถามคุณอีกรอบ ว่าจะลองทบทวนดูใหม่เพื่อรับเพิ่มอีกสักหน่อยไหม"ฉันตอบว่าไม่ต้องแล้วทนายความเงียบไปครู่หนึ่ง"คุณนายกู้ครับ ขออนุญาตพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดนะครับ จากหลักฐานและสถานการณ์ในปัจจุบันของคุณ คุณสามารถเรียกร้องได้มากกว่านี้เยอะมากนะครับ"ฉันบอกว่า"ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่อยากติดค้างเขา และไม่อยากให้เขารู้สึกว่า สามารถใช้เงินมากลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้"ทนายความตอบรับคำขอในวันที่ไปสำนักงานเขตกู้จือเหนียนยืนรออยู่ที่หน้าประตูเขาซูบผอมลงไปมากใต้ตาคล้ำดำ โหนกแก้มตอบเห็นชัดกว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเราเดินเข้าไปในโถงใหญ่ของอาคารเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์เริ่มตรวจสอบและยืนยันข้อมูลกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีตอนที่เดินออกมา แดดข้างนอกแรงมากกู้จือเหนียนยืนอยู่บนบันไดในมือกำทะเบียนหย่าสีเขียวไว้สอง

  • สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป   บทที่ 8

    ประสิทธิภาพการทำงานของทนายความนั้นดีมากภายในสามวัน เส้นทางการโอนเงินในนามลูกพี่ลูกน้องของลู่ซาก็ถูกแกะรอยและกู้ข้อมูลกลับมาได้อย่างสมบูรณ์บัญชีผู้โพสต์กระทู้ บันทึกการโทรติดต่อญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ และหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้บัญชีสื่อออนไลน์ ทั้งหมดชี้ไปที่แหล่งข่าวเดียวกันตอนที่เวิ่นถังส่งรายงานการตรวจสอบมาให้ฉัน ฉันกำลังจัดทำแบบยื่นภาษีประจำไตรมาสของลูกค้าคนหนึ่งอยู่"ยืนยันแล้ว การดำเนินการทั้งหมดผ่านบัตรของลูกพี่ลูกน้องลู่ซา แต่การมอบอำนาจและคำสั่งมาจากตัวลู่ซาเอง"ฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะตั้งแต่อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงแบบนั้นเตือนฉันตอนอยู่ในร้านกาแฟ ฉันก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องพวกนี้ตามมาช่วงบ่ายวันนั้น ผู้ช่วยของกู้จือเหนียนโทรศัพท์มา บอกว่าเขาอยากจะขอเจอฉันสักครั้งฉันตอบปฏิเสธไปผู้ช่วยลังเลอยู่ไม่นาน แล้วบอกว่ากู้จือเหนียนฝากมาบอกว่า เขาได้สั่งให้ญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ถอนข้อกล่าวหาทั้งหมดออกอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทั้งจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดในช่วงที่สำนักงานต้องหยุดทำการฉันบอกว่าเรื่องค่าเสียหายให้ไปคุยกับทนาย ไม่ต้องมาคุ

  • สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป   บทที่ 7

    เช้าวันต่อมาฉันไปถึงเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงหน้าสำนักงานมีคนยืนอยู่แล้วประมาณห้าหกคนสามคนในนั้นเป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ ฉันเคยเจอในงานเลี้ยงครอบครัวส่วนอีกสองคนกำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือลุงเขยคนที่โทรหาฉันเมื่อคืนในมือของเขาถือภาพแคปหน้าจอกระทู้ที่ปริ้นท์ออกมาใบหนึ่ง"นี่ไงยัยคนที่บีบเอาเงินจากให้พี่สะใภ้แม่หม้าย! ตัวเองแท้งลูกเองก็มาพาลโกรธพี่สะใภ้ ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม"คนข้าง ๆ เอ่ยปากผสมโรงตามฉันไม่ได้หยุดเดิน เดินตรงไปที่หน้าประตูสำนักงานแล้วแตะบัตรเปิดประตูลุงเขยยื่นมือออกมาขวางฉันไว้"วันนี้ถ้าเธอไม่อธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน ก็อย่าหวังว่าใครจะได้เข้าไป"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"คุณลุงจะให้ฉันอธิบายเรื่องอะไร""ซาซาดูแลป้ายวิญญาณของจือเหิงให้ตระกูลกู้มาสามปี ส่วนเธอน่ะคิดว่าตัวเองเป็นใคร เงินเยียวยาของจือเหิงน่ะ ซาซาควรจะได้ เธอมีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้เขาคืนเงิน"ฉันหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋า"ฉันไม่เคยแตะต้องเงินเยียวยาของกู้จือเหิงสักนิดเลย สิ่งที่ฉันเรียกร้องให้คืน คือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลู่ซาที่ดึงไปจากบัญชีคู่สมรสโดยไ

  • สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป   บทที่ 6

    งานที่สำนักงานเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อย ๆฉันมาทำงานตอนแปดโมงเช้าทุกวัน เลิกงานหนึ่งทุ่ม เสาร์อาทิตย์ทำโอทีครึ่งวันรายชื่อลูกค้าค่อย ๆ เพิ่มจากสามรายขยับเป็นสิบกว่ารายทั้งหมดเป็นบริษัทขนาดเล็ก บัญชีไม่ซับซ้อน แต่ฉันก็ทำอย่างละเอียดรอบคอบทุกรายการเพื่อนร่วมงานบอกว่าฉันจริงจังเกินไป บัญชีของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมไม่จำเป็นต้องตรวจสอบละเอียดขนาดนี้ฉันบอกว่าฉันชินแล้วที่จริงไม่ใช่หรอก ไม่ใช่เพราะฉันเคยชินแต่เป็นเพราะฉันต้องการใช้ตัวเลขที่ยุบยิบพวกนี้มาเติมเต็มในหัวให้เต็มต่างหากเพราะเมื่อสมองว่างเมื่อไร ก็จะไปนึกถึงเรื่องที่ไม่ควรนึกถึงอีกหนึ่งเดือนต่อมา ฉันนั่งรอเวินถังทานมื้อเที่ยงอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างกระดิ่งลมตรงประตูดังขึ้นหนึ่งครั้งลู่ซาเดินเข้ามาเธอสวมเสื้อโค้ชตัวยาวเข้ารูป รวบผมอย่างเรียบร้อยไม่มีออร่าของความอ่อนแอขี้โรคเหมือนตอนที่เธออยู่ในบ้านตระกูลกู้เลยสักนิดเธอยื่นอัลบั้มภาพเก่าเล่มหนึ่งมาตรงหน้าฉัน"หว่านหนิง ฉันมาขอโทษเธอน่ะ"ฉันไม่ได้ยื่นมือไปแตะอัลบั้มรูปนั้น"ช่วงนี้ฉันคิดมานานมาก ฉันรู้ว่าฉันทำเรื่องที่ทำให้เธออึดอัดใจไปหลายอย่าง แต่ฉ

  • สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป   บทที่ 5

    เช้าวันต่อมา ฉันย้ายไปอยู่ที่บ้านของเวินถังจากนั้นฉันก็จัดการเรื่องสามเรื่องเรื่องแรก กดออกจากกลุ่มแชตญาติทั้งหมดของตระกูลกู้เรื่องที่สอง ติดต่อธนาคารอายัดสิทธิ์อนุมัติการเบิกจ่ายเงินก้อนใหญ่จากบัญชีร่วมของสามีภรรยาเรื่องที่สาม นำกำไลเงินวงนั้นกลับคืนมาตอนที่ฉันไปเอากำไล ลู่ซาไม่ไม่อยู่คนรับใช้หยิบออกจากลิ้นชักโต๊ะกาแฟแล้วส่งให้ฉัน บนอักษรสลักด้านในของกำไลเงินมีรอยขีดข่วนตื้น ๆ เพิ่มขึ้นมาหนึ่งรอยฉันใช้นิ้วหัวแม่มือลูบรอยขีดข่วนนั้นเบา ๆ แล้วเก็บกำไลลงกระเป๋าเสื้อสัปดาห์แรกที่พักอยู่บ้านเวินถัง ฉันรื้อค้ใบอนุญาตนักวิเคราะห์การเงินที่สอบได้ก่อนแต่งงานออกมาจากก้นหีบขอบใบอนุญาตม้วนงอเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้เวินถังช่วยติดต่อสำนักงานบัญชีของเธอในเมืองนี้ให้ ทางนั้นกำลังขาดคนอยู่พอดีเงินเดือนไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้ฉันเช่าห้องและซื้อข้าวกินฉันเริ่มกลับมารับงานทำบัญชีพื้นฐานของบริษัทอีกครั้ง นั่งเฝ้างบการเงินและเอกสารหลักฐานจนดึกดื่นทุกวันสัปดาห์ที่สอง เวินถังกลับมาจากเลิกงานแล้วเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ฉันฟัง"กู้จือเหนียนไปที่ร้านเครื่องเงินเก่

  • สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป   บทที่ 4

    ฉันไปหาป้ายกระเบื้องรำลึกของลูกนั่นเป็นสิ่งที่ฉันแอบทำขึ้นมา ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ บนนั้นสลักชื่อเล่นและวันเกิดของลูกเอาไว้ฉันนำมันไปเก็บไว้ในลิ้นชักห้องหนังสือแล้วล็อกไว้อย่างดี กุญแจมีอยู่ในมือฉันคนเดียวพอเปิดลิ้นชักออก ด้านในกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยฉันซักไซ้คนรับใช้ แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธฉันหาจนทั่วทั้งบ้าน จนไปเจอแผ่นกระเบื้องอยู่ในถุงขยะรีไซเคิลข้างถังขยะแผ่นกระเบื้องแตกออกเป็นสามชิ้น ตัวหนังสือหลงเหลือเพียงแค่ส่วนประกอบด้านข้างลู่ซาเดินมาที่ห้องหนังสือ เห็นฉันกำลังนั่งยอง ๆ เก็บเศษกระเบื้องจึงหยุดเดิน"หว่านหนิง... ป้ายกระเบื้องนั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันเผลอไปโดนลิ้นชักตอนจัดห้องหนังสือ ฉันมือลื่น มันก็เลย..."ฉันเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ลิ้นชักมันล็อกอยู่นะ"เธอชะงักเล็กน้อย"คนรับใช้อาจลืมล็อกตอนทำความสะอาดก็ได้ หว่านหนิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เห็นบนนั้นสลักชื่อลูกไว้ ในใจมันเศร้ามาก มือก็เลย..."ดวงตาเธอเริ่มแดงแล้วแม่สามีเดินเข้ามาจากประตูแล้วดึงแขนของลู่ซาเอาไว้"ซาซา อย่าร้องเลยลูก เรื่องแค่นี้เอง หว่านหนิง พี่สะใภ้เดิมทีก็จิตใจเปราะบางอยู่แล้ว

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status